ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 36 หลงกล
กลับถึงบ้านแล้ว นางก็โยนตัวอ้นลงไปในคอกที่กู้ฉางสุ่ยใช้ก้อนหินก่อขึ้นอย่างง่ายๆ จากนั้นจึงนำน้ำแกงใสที่เหลือจากเมื่อคืนออกมา นำอกไก่ครึ่งซีกที่ยังเหลืออยู่มาสับให้ละเอียด ใส่ต้นหอม ขิง สุรา และน้ำสะอาดลงไปหมักพักไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้ผ้าบางห่อไก่สับแล้วใส่ลงไปในน้ำแกงใส ปรับไฟแรงเพื่อเคี่ยวน้ำแกงให้ร้อน
พอน้ำแกงใกล้เดือด นางก็ลดไฟลงเหลือแค่ไฟอ่อน ผิวน้ำสงบนิ่งไม่เดือดปุดๆ
ใช้ไฟอ่อนเคี่ยวน้ำแกงเช่นนี้ช้าๆ เพื่อให้เนื้อไก่ดูดซับสิ่งที่ลอยปะปนอยู่ในน้ำแกงอย่างหมดจด
“การทำน้ำแกงพร้อมใช้คือการปรุงน้ำแกงใสให้มีรสกลมกล่อมยิ่งขึ้น น้ำแกงที่ผ่านการปรุงเช่นนี้นับว่าเป็นน้ำแกงชั้นเลิศ น้ำแกงใสดุจน้ำ ทว่ากลับหอมหวานและมีรสกลมกล่มละมุนลิ้นยิ่งนัก ท่านพ่อข้าถูกเชิญไปรักษาโรคให้ผู้คนในเมืองหลวงของมณฑล เขาเห็นบ้านผู้รากมากดีทำน้ำแกงเข้มข้นด้วยวิธีนี้ หลังจากได้ลิ้มรสเพียงหนึ่งครั้ง เขาก็รบเร้าอ้อนวอนจนได้เคล็ดลับการปรุงน้ำแกงมา พอกลับถึงบ้านข้าจึงได้เรียนรู้การปรุงน้ำแกงเช่นนี้” เถียนฮวนอธิบายให้กู้ฉางสุ่ยฟังอย่างตั้งใจ “บ้านนั้นทำน้ำแกงพร้อมใช้ถึงสองรอบ น้ำแกงที่ได้จึงหอมอร่อยเป็นพิเศษ แต่ของเราตอนนี้มีแค่อกไก่ชิ้นเดียว ทำได้แค่รอบเดียว แต่รสชาติก็ยังดีอยู่”
นางมอบหน้าที่เฝ้าไฟให้กู้ฉางสุ่ย ส่วนตนเองก็ไปล้างวัตถุดิบ เตรียมผักป่าและเห็ดที่เก็บมา ล้างให้สะอาดแล้วสับให้ละเอียด ผสมกับข้าว ใส่เกลือนิดหน่อย จากนั้นตักใส่กระบอกไม้ไผ่ ปิดฝาให้เรียบร้อยก่อนนำไปนึ่ง
วันนี้ทั้งคู่เหนื่อยกันมาก จึงเด็ดผักอ่อนๆ จากแปลงมาเพียงกำมือ ลวกน้ำร้อนให้สุก แล้วคลุกกับเกลือและน้ำมันงา แค่นี้ก็เป็นกับข้าวหนึ่งจานสำหรับเย็นนี้แล้ว
พอไอน้ำเริ่มลอยขึ้นจากหม้อ กลิ่นหอมของไม้ไผ่กับข้าวก็โชยออกมา เถียนฮวนเปิดฝาหม้อ กู้ฉางสุ่ยก็หยิบกระบอกไม้ไผ่สามอันออกมา
เขาผ่ากระบอกไม้ไผ่ออกทันที กลิ่นหอมก็พุ่งออกมาเต็มจมูก ทั้งสองคนถึงกับน้ำลายไหล
แต่ละคนหยิบกระบอกไม้ไผ่ครึ่งอัน ถ้วยน้ำแกงคนละถ้วย กินกับผักกรอบหวาน ทั้งคู่ก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
เห็ดป่าที่หวานกรอบอยู่แล้ว ยิ่งผสมกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของไม้ไผ่ ยิ่งเพิ่มรสชาติน่าลิ้มลองเข้าไปอีก
ส่วนน้ำแกงใสนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เดิมทีก็อร่อยอยู่แล้วจากเมื่อคืน แต่พอผ่านขั้นตอนน้ำแกงพร้อมใช้ กลับยิ่งหอมหวานจนหยุดซดไม่ได้
กินไปกินมา กู้ฉางสุ่ยก็ตักข้าวจากกระบอกไม้ไผ่มาคลุกกับน้ำแกงในถ้วย แล้วก้มหน้ากินอย่างเอร็ดอร่อย
ทว่ามีบทเรียนจากเมื่อคืน เขาเลยไม่กินมากนัก แม้จะรู้สึกแน่นๆ ท้องอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัด
พออิ่มแล้ว ทั้งสองก็ออกเดินเล่นรอบเขาอีกหนึ่งรอบ จากนั้นจึงกลับไปนอน
ในบ้านยังมีเสบียงอยู่มาก จึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอาหารการกินไปอีกหลายวัน ดังนั้นวันต่อมาและวันถัดไป ทั้งสองจึงมุ่งมั่นกับการจับตัวอ้นเพียงอย่างเดียว
วันแล้ววันเล่า กู้ฉางสุ่ยก็ยิ่งชำนาญการหาโพรงและจับตัวอ้น กระทั่งวันสุดท้ายเขาจับได้ถึงสิบสองตัวในวันเดียว!
เมื่อเห็นตัวอ้นที่ส่งเสียงจี๊ดๆ อยู่ในกระสอบ เถียนฮวนก็ยิ้มแก้มแทบปริ
“เอาละ แค่นี้ก็น่าจะสกัดน้ำมันอ้นได้พอสำหรับทำยาทาแผลถูกลวกหนึ่งขวดแล้ว คืนนี้เราต้องรีบปรุงยาให้เสร็จ พรุ่งนี้จะได้เอาไปส่งที่ตัวตำบล แผลถูกลวกหากปล่อยไว้นาน ต่อให้ยาดีแค่ไหนก็ไร้ผล!”
ทั้งสองคนวางแผนแบ่งหน้าที่สำหรับคืนนี้ หิ้วตัวอ้นกลับบ้านไปด้วยความเบิกบานใจ
ทว่าเพิ่งเดินมาถึงหน้าบ้าน พวกเขาก็เห็นผักน้อยใหญ่ที่ปลูกกระจัดกระจายเอียงไปเอียงมาทั่วที่ดินสามหมู่
ผักที่เมื่อวานยังเรียงแถวเป็นระเบียบเรียบร้อย ตอนเช้าก่อนออกจากบ้านก็ยังเห็นว่างอกงามดีอยู่ แต่ตอนนี้กลับถูกถอนขึ้นมาหมด ทั้งยังโยนทิ้งเกลื่อนกลาดไปทั่วแปลง
พอเข้าไปในบ้านก็เห็นประตูบ้านถูกเปิดอ้าเอาไว้ ข้าวของในบ้านอย่างโต๊ะเก้าอี้ถูกคว่ำระเนระนาด คอกหินที่ใช้ขังตัวอ้นก็ล้มพัง ตัวอ้นข้างในหายเกลี้ยง ไม่เว้นแม้แต่ขาหมูชิ้นใหญ่ที่แขวนตากแห้งไว้บนหลังคาก็ถูกขโมยไป!
ร่างของเถียนฮวนโงนเงนด้วยความตกใจ ดวงตาก็แดงก่ำด้วยความโกรธ
“ต้องเป็นฝีมือเจียงซื่อแน่นอน!”
กู้ฉางสุ่ยเห็นดังนั้น แววตาก็พลันมืดลง
เขาวางกระสอบตัวอ้นในมือลงทันทีแล้วลากเถียนฮวน
“ไป! พวกเราต้องไปเอาเรื่อง!”
“แน่นอน!” เถียนฮวนพยักหน้าอย่างหนักแน่น แต่ก็ยังไม่ลืมความรอบคอบ ทั้งสองรีบช่วยกันก่อคอกหินขึ้นมาใหม่ ขังตัวอ้นให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลกู้
ใครจะคิดว่าพอไปถึงหน้าบ้านตระกูลกู้ กลับพบว่าประตูปิดสนิท
กู้ฉางสุ่ยเคาะอยู่ตั้งนานแต่ก็ไม่มีผู้ใดเปิด ทั้งที่เสียงพูดคุยหัวเราะจากในลานบ้านดังออกมาชัดเจน ครึกครื้นไม่น้อย
ชัดเจนว่าพวกเขาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน!
เถียนฮวนเห็นดังนั้นยิ่งโกรธจัด ถึงกับคว้าก้อนหินขึ้นมาขว้างใส่ประตูบ้านเสียงดังปัง “พวกท่านออกมาเดี๋ยวนี้! ข้ารู้ว่าพวกท่านอยู่ข้างใน! ถ้ายังไม่ออกมา ข้าจะทุบประตูบ้านแล้วนะ!”
นางทุบอยู่หลายครั้ง เสียงฝีเท้าค่อยๆ ดังขึ้นช้าๆ จากด้านใน กู้ฮวาจือเดินมาเปิดประตู
“มาทำที่นี่ด้วยเหตุใด ชาฤดูใบไม้ร่วงแบบพิเศษทำเสร็จแล้วหรือ” นางยื่นหน้าออกมาจากหลังประตูเล็กน้อย มองเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยด้วยแววตาเย้ยหยัน
เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับนางเป็นแน่!
เถียนฮวนคว้าคอเสื้อนางกระชากออกมาจากหลังประตูทันที
กู้ฮวาจือไม่คาดคิดเลยว่าอดีตคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะกล้าทำเช่นนี้ นางพยายามดิ้นแต่ก็ไม่ทัน ถูกลากออกมาอย่างแรง จึงทำได้แค่กรีดร้องลั่น
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! เถียนซื่อจะฆ่าข้าแล้ว!”
“วางใจเถิด ข้าไม่เสียสติพอที่จะฆ่าเจ้าเพราะผักไม่กี่แปลง แต่เจ้าต้องอธิบายให้พวกข้าฟังเดี๋ยวนี้!” เถียนฮวนพูดด้วยน้ำเสียงลอดไรฟันแล้วโยนผักเหี่ยวเฉาใส่นาง
กู้ฮวาจือกลอกตา แค่นเสียงหัวเราะเอ่ยว่า “ท่านพูดอะไรกัน ผักเหี่ยวเฉาเป็นเพราะท่านปลูกไม่เป็น จะมาโทษข้าได้อย่างไร ตัวซวยเช่นท่าน ทำให้ท่านปู่กับท่านพ่อตัวเองล้มตาย บ้านตระกูลเถียนพินาศย่อยยับ! ผักเหล่านี้ล้วนอ่อนแออยู่แล้ว ซ้ำต้องมาเจอตัวกาลกิณีแบบท่านจึงตายเกลี้ยง!”
“กล้านักก็ลองพูดอีกครั้งสิ!” เถียนฮวนโกรธจัด มือที่ดึงคอเสื้อกู้ฮวายิ่งถูกดึงแรงขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งสองอยู่ใกล้กันยิ่งนัก กู้ฮวาจือมองเห็นเปลวโทสะที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาเถียนฮวนได้ชัดเจน แม้กระทั่งความเดือดดาลที่แผ่ออกมาจากทั่วร่างของเถียนฮวน นางก็สัมผัสได้อย่างเด่นชัด
ในใจนางรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่พอนึกถึงคำกำชับของมารดา นางก็ยังเชิดหน้า ท่าทีแข็งกร้าว “ข้าจะพูดเช่นนี้ ท่านมีปัญหางั้นหรือ ท่านเป็นตัวซวย แม่ท่านก็เป็นตัวซวย ในอดีตบ้านตระกูลเถียนเจริญรุ่งเรืองกลับรับตัวซวยอย่างพวกท่านเข้าบ้านจนล่มจมทั้งตระกูล! รอดูเถิด ตอนนี้ท่านแค่ทำให้ผักพวกนั้นตาย อีกเดี๋ยวคงถึงคราวคนข้างกายท่านแล้ว! คนที่สนิทกับท่านทุกคนล้วนไม่ตายดี!”
เถียนฮวนค่อยๆ ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง
กู้ฮวาจือเห็นดังนั้นก็รีบตะโกน “ท่านพ่อ! ท่านแม่! ท่านลุงใหญ่ ท่านลุงรอง ท่านลุงสาม พวกท่านรีบมานี่เร็ว! พี่สะใภ้ใหญ่จะตีข้าตายแล้ว!”
เสียงนางยังไม่ทันจบ ในเรือนก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้น
ไม่นาน นอกจากกู้อันกับเจียงซื่อแล้ว ยังมีชายร่างใหญ่กำยำอีกสามคนเดินออกมาจากหลังประตูด้วย
พวกเขายืนเรียงหน้ากระดานอยู่ตรงหน้าประตูบ้านตระกูลกู้ ท่าทางผยององอาจ บรรยากาศรอบด้านพลันอึดอัดและกดดันเสียจนหายใจลำบาก
เถียนฮวนเห็นเช่นนั้น ใจพลันสะดุดวูบ มือก็คลายออกโดยไม่รู้ตัว
กู้ฮวาจือรีบวิ่งกลับไปฟ้อง “ท่านพ่อ! เมื่อครู่พวกท่านก็ได้ยินแล้ว พี่สะใภ้จะตีข้า!”
กู้อันหน้าดำทะมึนทันที “สุ่ยเกอเอ๋อร์ กลางวันแสกๆ พวกเจ้าสองคนจะทำอันใดกัน”
ชายวัยกลางคนผิวคล้ำร่างกายกำยำข้างๆ เขาหัวเราะเย็นชา “ยังต้องถามอีกหรือ เมื่อครู่พวกเขาทำอันใด พวกเราอยู่ข้างในล้วนได้ยินหมด! สองสามีภรรยาคู่นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ วันนี้กล้ามาก่อเรื่องหน้าบ้านน้องเขย ถ้าน้องเขยไม่อบรมให้ดี ต่อไปเกรงว่าพวกเขาได้คืบจะเอาศอก บุกเข้าบ้านตระกูลกู้!”
“ใช่! ถ้าน้องเขยไม่ใจแข็งพอลงมือ พวกเราจะช่วยสั่งสอนสามีภรรยาคู่นี้ที่ไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่เอง!”
ระหว่างพูด ชายหลายคนก็ขยับมือขยับเท้า ทำท่าจะลงมือ
เถียนฮวนเห็นดังนั้น ในใจก็ร้องว่าแย่แล้ว
นี่คือการเอาคืนของพวกเจียงซื่อ!
พวกนางขุดหลุมรอไว้ตั้งแต่แรก รอให้เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยกระโดดลงไปเอง!