ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 38 พวกเขาน้อยใจ
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 38 พวกเขาน้อยใจ
แม้กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนจะรู้ดีอยู่แล้วว่าวันนี้พวกเขาคงหนีเรื่องนี้ไม่พ้น แต่พอเห็นเจียงซื่อทำท่าทางเหมือนคนไม่สะทกสะท้าน ไม่กลัวใคร ทั้งสองก็ยังอดเดือดดาลไม่ได้
เถียนฮวนกัดฟันแน่น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
กู้ฉางสุ่ยมองภรรยาที่ตัวสั่นด้วยความโกรธแล้วมองไปยังเจียงซื่อที่ยังคงยืนยิ้มอย่างได้ใจ แววตาก็พลันมืดครึ้มลง เขาประคองเถียนฮวนให้ค่อยๆ ลุกขึ้น
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ย วันนี้พวกข้าถูกท่านพ่อท่านแม่กลั่นแกล้ง พวกเขาฉวยโอกาสตอนที่พวกเราขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร แอบเข้าไปถอนผักในแปลงของพวกเรา แถมยังทุบข้าวของในบ้านจนพัง พวกเราทนไม่ไหวเลยมาถามหาคำอธิบาย แต่ใครจะคิดว่า พวกเขาไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น เพิ่งมาถึงลงมือกับพวกเราทันที! ตอนนี้หลักฐานก็ยังอยู่ที่บ้าน ข้าขอเชิญท่านหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยไปตรวจสอบด้วยตาตนเอง”
หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยหน้าดำคล้ำในทันใด ชาวบ้านรอบข้างก็รีบพูดขึ้นว่า
“ตอนกลางวันพวกข้าเห็นจือเจี่ยเอ๋อร์กับเย่ว์เจี่ยเอ๋อร์พาลูกพี่ลูกน้องไปที่เชิงเขา เห็นพวกเขาวิ่งเล่นกันในแปลงผักของสุ่ยเกอเอ๋อร์ พวกข้าเข้าไปห้าม แต่พวกเขากลับด่าทอและตีพวกข้า!”
เด็กกลุ่มนี้ได้รับการถ่ายทอดวิชาโดยตรงจากบ้านเจียงซื่อ ไม่ว่าจะฝีปากหรือฝีมือล้วนร้ายกาจเกินต้าน ชาวบ้านสู้ไม่ได้ก็เลยหนีกลับไปหมด แต่พอเห็นกู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนกลับมา พวกเขาก็รีบออกมาเป็นพยาน
เจียงซื่อได้ยินดังนั้นก็โวยวายขึ้นอีกครั้งว่า “เด็กๆ ซุกซนไม่รู้ความ จะทำผิดบ้างไม่ได้หรือ พวกเจ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็ควรให้อภัยเด็กสิ เรื่องเล็กนิดเดียวถึงกับต้องยกพวกมาทำร้ายกันเชียว? แล้วจะเรียกตนว่าเป็นพี่ชายพี่สะใภ้ได้อย่างไร!”
“ท่านแม่ ท่านกำลังบิดเบือนความจริงและเบี่ยงประเด็นนะขอรับ” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยเน้นทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน “ต่อให้เด็กซุกซนไม่รู้ความ แต่หลักการพื้นฐานของการเป็นคนก็ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นบุกเข้าบ้านคนอื่น ทุบข้าวของ หรือขโมยของ ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เด็กบ้านไหนมีการอบรมสั่งสอนก็จะไม่มีวันทำเช่นนี้ ข้าอยู่ในหมู่บ้านนี้มาหลายปี ยังไม่เคยเห็นลูกหลานบ้านไหนทำเช่นนี้เลยสักครั้ง”
ใบหน้าเจียงซื่อแปรเปลี่ยนทันที “ดี ดีมาก! เจ้าลูกไม่รักดี เจ้าหาว่าบ้านข้าไร้การอบรม ว่าพวกข้าไม่ใช่คนดีอย่างนั้นหรือ อย่าลืมนะว่าเจ้าเองก็เป็นคนที่พวกข้าเลี้ยงมาเหมือนกัน!”
“ข้าได้รับการอบรมจากท่านปู่ของข้า” กู้ฉางสุ่ยตอบกลับทันควัน
เจียงซื่อถึงกับสะอึก แล้วรีบหันไปมองกู้อัน “พ่อของลูก ท่านได้ยินหรือไม่ เจ้าสารเลวผู้นี้ไม่ยอมรับพวกเราแล้ว! ข้ารู้แต่แรกแล้วว่าเขาอกตัญญู เลี้ยงไม่ขึ้น!”
กู้อันหน้าดำคล้ำทันที “เจ้าลูกอกตัญญู คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”
กู้ฉางสุ่ยคุกเข่าลงตามคำสั่ง แต่ยังคงเชิดหน้า “ท่านพ่อ ข้ามิได้พูดผิด น้องสาวทั้งสองทำผิดจริง ในฐานะพี่ชาย ข้าจึงออกหน้าตักเตือน และท่านพ่อเองก็ได้รับการอบรมจากท่านปู่เช่นกัน ท่านจะกล่าวว่าคำสอนของท่านปู่ไม่ถูกต้องงั้นหรือ”
กู้อันถึงกับจนคำพูด
เพราะหากเขากล่าวว่าคำสอนของผู้เป็นพ่อนั้นผิด ก็เท่ากับปฏิเสธรากเหง้าของตนเอง และถ้าหากเขาปฏิเสธ เช่นนั้นลูกที่เขาเลี้ยงดูมากับมือจะเป็นคนดีได้อย่างไร
ในทางกลับกัน ถ้าเขายอมรับ ก็เท่ากับว่าสิ่งที่กู้ฉางสุ่ยกล่าวมาทั้งหมดล้วนถูกต้อง เช่นนั้นเรื่องที่กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนบุกมาบ้านตระกูลกู้ก็นับว่ามีเหตุผลยิ่งนัก
ไม่ว่าจะเรื่องที่กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์พาลูกพี่ลูกน้องไปทำลายข้าวของบ้านกู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวน หรือพี่น้องตระกูลเจียงที่รุมทำร้ายพวกเขา เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นความผิดของบ้านตระกูลกู้
กู้อันจมอยู่ในภวังค์ความคิด ไม่ว่ายอมรับหรือปฏิเสธพวกตนย่อมเสียเปรียบ ไร้เหตุผลใดให้กล่าวอ้าง
ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน สุดท้ายก็ได้แต่นิ่งเงียบมิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด
พวกเจียงซื่อเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว
บุตรชายคนโตของตระกูลเจียงรีบร้องโวยวาย “กู้ฉางสุ่ย เจ้าคิดจะเล่นกลอุบายอันใดกัน ข้าบอกเจ้าไว้เลยนะ พวกข้าไม่ตกหลุมพรางเจ้าหรอก!”
พี่น้องตระกูลเจียงอีกสองคนก็พากันโวยวายอย่างโกรธเคือง
“ใช่แล้ว! เจ้าสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์! เมื่อครู่ไม่รู้ว่าผู้ใดใช้อาคมใส่พวกข้า ทั้งหยิกทั้งกด เจ็บจะตายอยู่แล้ว! ไม่อย่างนั้นพวกข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปง่ายๆ ได้อย่างไร”
“ข้ารู้มานานแล้วว่าเขาไม่มีทางเป็นคนดี! เมื่อครู่ข้าถึงกับเจ็บแทบสลบไปหลายครั้ง! ตอนนี้บนตัวข้ายังมีแผลอยู่เลย! พวกเขาต้องชดใช้ค่ายาให้ข้า!”
คนกลับกลอก กล่าวหาคนอื่นเพื่อเอาตัวรอด…ล้วนอยู่เบื้องหน้าของเถียนฮวนและกู้ฉางสุ่ย
เถียนฮวนฟังเสียงตะโกนด่าของพวกเขา ก็ถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
“พวกท่านก็แค่กลัวว่าหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยจะเอาเรื่อง จึงพยายามผลักความผิดมาให้พวกข้าใช่หรือไม่ ยังปากกล้าใส่ความว่าเราทำร้ายพวกท่านอีก! แต่เมื่อครู่ทุกคนก็เห็นเต็มตาว่าพวกท่านคนเยอะกว่า ร่างกายสูงใหญ่กว่า รุมทำร้ายพวกเรา! บาดแผลเพียงอย่างเดียวของพวกท่านก็มีแค่แผลที่ข้าใช้มีดเฉือนก็เท่านั้น! แต่สามีข้าถูกพวกท่านรุมทำร้ายจนสภาพเป็นเช่นนี้แล้ว!”
นางหันไปมองกู้ฉางสุ่ยที่ทั่วทั้งศีรษะและใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ท้ายที่สุดก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ที่จริงแล้ว คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เห็นสภาพยับเยินเลือดอาบของกู้ฉางสุ่ย ต่างก็รู้สึกสะเทือนใจทั้งนั้น
บ้านตระกูลเจียงทำเกินไปแล้ว! สองสามีภรรยาอยู่กันอย่างเรียบง่ายสงบสุข กลับถูกคนพวกนั้นบุกมาทำลายข้าวของทุกอย่างที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมา แล้วยังกล้าทำร้ายเจ้าของบ้านอีก
เท่านั้นยังไม่พอ ตอนนี้กลับยังหน้าด้านหน้าทนโยนความผิดกลับมาให้พวกเขาอีกหรือ
“ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน!”
มีคนทนไม่ไหวเอ่ยด่าออกมา คนอื่นๆ ก็พากันซุบซิบนินทา
พวกพี่น้องตระกูลเจียงก็รู้สึกขัดเคืองใจนัก พวกเขารู้สึกว่าเสียเปรียบอยู่ไม่น้อย
ตั้งแต่เล็กจนโต เวลาพวกเขาร่วมมือกันทำร้ายผู้ใด มีแต่จะชนะอย่างขาดลอยเสียทุกครั้ง แต่คราวนี้แม้จะดูเหมือนชนะ ทว่ากลับมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่าร่างกายปวดระบมไปหมด แค่ยืนก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว!
พวกเขารู้สึกว่าตนเองแพ้อย่างน่าอัปยศนัก!
ผลลัพธ์กลายเป็นเช่นนี้ แต่กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนกลับยังมีหน้ามาร้องทุกข์อีกหรือ ส่วนชาวบ้านพวกนี้ก็ล้วนตาถั่ว ถึงกับเชื่อคำลวงของสองสามีภรรยา!
พวกเขาทนไม่ไหว จึงเริ่มปลดเข็มขัด ถอดเสื้อผ้าออกทันที
“อย่าถูกท่าทางน่าสงสารของสองคนนี้หลอกเด็ดขาด แท้จริงแล้วพวกเขาเสแสร้งทั้งนั้น! คนที่บาดเจ็บหนักที่สุดคือพวกข้าต่างหาก! ไม่เชื่อก็ลองดูบาดแผลบนตัวพวกข้าเถิด!”
บรรดาสตรีน้อยใหญ่ในหมู่บ้านเมื่อเห็นภาพเช่นนั้นก็พากันหน้าแดงก่ำ รีบยกมือปิดตาบ้างวิ่งหนีไปทันที
บุรุษในหมู่บ้านกลับเบิกตากว้าง จ้องมองร่างกายเปลือยเปล่าของพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แววตาฉายชัดถึงความดูถูก
“พวกเจ้าบาดเจ็บตรงที่ใดกัน บาดเจ็บงั้นหรือ หึ! ข้าไม่เห็นเลยสักนิด!”
พี่น้องตระกูลเจียงหันไปมองกันและกัน ก่อนจะพบว่าแท้จริงแล้วบนร่างของพวกเขาก็ไม่มีรอยแผลเลยสักจุด!
นะ…นี่มันเรื่องอันใดกันแน่!
พวกเขารีบหยิกลงไปตรงบริเวณที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่เล็กน้อยบนร่างกาย
“โอ๊ย เจ็บจริงๆ!”
“เจ้าพวกสารเลว พวกเจ้าทำอะไรกันแน่!”
กู้ฉางสุ่ยสีหน้าเย็นยะเยือก “จนถึงตอนนี้พวกท่านจะเสแสร้งให้ผู้ใดชม เมื่อครู่ข้าทำสิ่งใด ทุกคนล้วนเห็นกันหมด”
“ใช่ พวกเจ้ารุมทำร้ายเขา สุ่ยเกอเอ๋อร์ไม่ได้ทำอันใดเลยสักอย่าง! พวกเจ้าหลายคนรุมเขาคนเดียวไม่พอ ยังคิดจะลงมือกับภรรยาเขาด้วย!” ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง
พี่น้องตระกูลเจียงยิ่งรู้สึกคับแค้น “พวกข้าไม่ได้โกหก พวกข้าเจ็บจริงๆ! ไม่เชื่อก็ลองมาบีบดู!”
เพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ได้โกหก พวกเขาถึงกับลากคนมาลองกดดูตามร่างกายตนเอง
หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยเห็นดังนั้น ใบหน้าแก่ชราก็ถมึงทึงมืดดำจนแทบจะไหลเป็นน้ำหมึก
“กลางวันแสกๆ แก้ผ้าเปลือยกาย ไร้ศีลธรรม! นี่พวกเจ้าจงใจทำตัวน่าขยะแขยงให้พวกข้ารังเกียจหรืออย่างไร ใครก็ได้ รีบไล่เจ้าพวกสารเลวนี่ออกไปให้หมด! จากนี้ห้ามพวกเขาเหยียบย่างเข้ามาในหมู่บ้านกานสุ่ยอีกเด็ดขาด!”