ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 40 โจรกลุ่มหนึ่ง
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 40 โจรกลุ่มหนึ่ง
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยรีบพยักหน้า
เขากำลังกลุ้มใจว่าเรื่องยุ่งยากตรงหน้านี้จะหาทางลงอย่างไรดี เถียนฮวนก็ยื่นบันไดให้เขาเสียแล้ว
หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยจึงรีบไต่บันไดลงมาตามนั้นทันที เขารีบกระแอมไอก่อนจะกล่าวว่า
“กู้อัน เจ้าเห็นหรือยังว่าภรรยาของสุ่ยเกอเอ๋อร์นั้นนับว่ายังเป็นคนกตัญญู แม้วันนี้พวกเขาจะโดนกลั่นแกล้งถึงเพียงนี้ แต่ก็ยังไม่ได้คิดจะเอาเรื่องพวกเจ้ามากมาย เพียงแต่ของที่สองสามีภรรยาคู่นี้อุตส่าห์เตรียมไว้อย่างยากลำบาก กลับถูกพวกเจ้าทำลายไปหมด เรื่องนี้พวกเจ้าต้องชดใช้แน่นอน หนีไม่พ้นหรอก!”
เจียงซื่อแค่นเสียง “สุ่ยเกอเอ๋อร์เป็นลูกข้า ข้าวของในบ้านเขาก็คือของในบ้านข้าไม่ใช่หรือ ลูกสาวข้าไปทุบของในบ้านตัวเองจะเป็นอะไรไปเล่า”
“พูดจาเหลวไหล! ตอนนี้แยกบ้านกันแล้ว ข้าวของต่างๆ ย่อมเป็นของใครของมัน! สุ่ยเกอเอ๋อร์เพียงรับปากว่าให้ข้าวพวกเจ้าเดือนละนิดเดือนละหน่อยเพื่อไม่ให้หิวตายก็พอแล้ว!” หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยสีหน้าเคร่งขรึม ตำหนิทันที
แม้เขาจะไม่กล้าขัดใจบ้านตระกูลกู้ แต่ฝีมือการแปรรูปสมุนไพรของเถียนฮวน เขาเองก็ยังต้องใช้ประโยชน์ต่อไป
ดังนั้นแม้จะไม่สามารถรักษาความเป็นกลางได้สมบูรณ์ แต่สิ่งที่ควรยึดไว้ก็ต้องยึดไว้
เจียงซื่อยังอยากจะเถียงต่อ กู้อันก็ชิงพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน “ในเมื่อหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยเป็นคนตัดสินเช่นนี้ พวกเราก็ยินดีจะชดใช้”
พลางหันไปมองสองสามีภรรยา “พวกเจ้าว่ามาเถิด อยากให้เราชดใช้สิ่งใด”
สายตาเขาดูเย็นยะเยือก ราวกับมีหมอกทึบปกคลุมอยู่เหนือศีรษะ ประกอบกับร่างกายที่กำยำสูงใหญ่ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนอึดอัด
แน่นอนว่าเถียนฮวนมองแผนของกู้อันออกทันที เขาตั้งใจแสร้งทำเป็นคนดีต่อหน้าหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ย ใช้ฐานะผู้อาวุโสมากดดันให้พวกนางยอมถอย ทำให้พวกนางเรียกร้องอะไรเล็กน้อย แล้วก็จบเรื่องไปแบบลวกๆ
แต่นางไม่ยอม!
นางเริ่มชูนิ้วไล่นับข้อเรียกร้องทีละข้อ
“ผักที่ปลูกในที่ดินสามหมู่ของเราถูกถอนทิ้ง แถมยังถูกทิ้งไว้กลางแดดมาตลอดทั้งวัน จนดูแล้วคงไม่รอด อีกทั้งโต๊ะ เก้าอี้ หมอน ผ้าห่มในบ้านเราก็ถูกทำลาย บางชิ้นยังถูกเหยียบย่ำจนเลอะเทอะ ใช้งานไม่ได้ จะชดใช้เป็นของใหม่หรือจะชดใช้เป็นเงินก็แล้วแต่ท่านพ่อท่านแม่จะเลือก นอกจากนี้ยังมีน้ำแกงที่ข้าเคี่ยวไว้สองวัน พวกเรายังไม่ทันได้กินก็ถูกยกกลับไปเสียแล้ว ขาหมูที่ข้าหมักไว้ก็โดนเอาไปเช่นกัน ตัวอ้นสิบห้าตัวที่พวกเราลำบากจับมาจากเขา ก็ถูกปล่อยทิ้งไปหมด ของพวกนี้คงเอากลับมาไม่ได้แล้ว ก็ให้ชดใช้เป็นเงินแล้วกัน!”
นางไล่เรียงอย่างละเอียดจนครบทุกข้อ ไม่เว้นแม้แต่ข้อเดียว
ใบหน้าของกู้อันมืดทะมึนราวพายุฝน เจียงซื่อสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยโทสะ
“หญิงแพศยา! เจ้าเห็นว่าได้โอกาสจึงข่มขู่เรียกทรัพย์พวกเรา ได้ทีเลยเอาเปรียบกันสินะ! ใช่แล้ว ผักในที่ดินสามหมู่ถูกถอน ใครๆ ก็เห็นว่าเป็นฝีมือจือเจี่ยเอ๋อร์กับเย่ว์เจี่ยเอ๋อร์ ของใช้เจ้าถูกเหยียบเสียหาย พวกเรายอมชดใช้ก็ได้ แต่น้ำแกงกับขาหมูอะไรกัน พวกเราไม่เห็นของพวกนั้นเลย! บ้านเราไม่ได้จนถึงขนาดต้องไปขโมยข้าวบ้านคนอื่นกินหรอกนะ!
“แล้วพวกเจ้าเพิ่งแยกบ้านไปไม่กี่วัน ตอนออกไปมีเงินติดตัวเท่าไหร่ก็รู้อยู่แก่ใจ แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อของมาเคี่ยวน้ำแกงหรือซื้อขาหมู ข้าว่าพวกเจ้าอยากกินจนทนไม่ไหว จึงหาเรื่องหลอกขู่เอาเงินจากพวกเรา!”
เผชิญหน้ากับคำปฏิเสธอย่างหน้าด้านของเจียงซื่อ เถียนฮวนก็ตรงเข้าไปลากกู้ฉางสุ่ยแล้วเดินเข้าไปในบ้านตระกูลกู้ทันที
“เฮ้ยๆ เจ้าเข้าไปทำอะไร นั่นมันบ้านข้านะ ห้ามเข้า!” เจียงซื่อรีบร้องห้าม
แต่ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นพอเห็นก็รีบก้าวเข้ามาขวางไว้ คนหนึ่งยื่นเท้ามาด้านหน้าอย่างแนบเนียน ทำให้เจียงซื่อสะดุดล้มหน้าคะมำทันที
กู้อันกับบุตรสาวรีบวิ่งเข้ามาประคองเจียงซื่อที่ล้มลง นางเจ็บจนร้องโอดครวญไม่หยุด
“ต้องมีใครสักคนแกล้งข้าให้ล้ม! ใครกันเป็นคนทำ ออกมานะ!”
แต่ไหนเลยจะมีใครยอมรับ แถมยังมีคนหัวเราะเยาะอีกว่า “ลูกชายลูกสะใภ้ของตัวเองก็ยังไม่เว้น ตอนนี้ถึงกับจะโยนความผิดมาให้พวกเราด้วยหรือ ข้าบอกเจ้าไว้ก่อนเลยนะ พวกข้าไม่ใช่สองสามีภรรยานั่น จะปล่อยให้เจ้าหาเรื่องด้วยปากเปล่าได้อย่างไร!”
ขณะพูดก็ยังจงใจชูกำปั้นขึ้นเพื่อข่มขู่
เจียงซื่อไม่มีพี่น้องคอยหนุนหลังอีกแล้ว ใจยิ่งหวั่นไหว ไม่กล้าร้องโวยวายอีกต่อไป แต่ในใจนางกลับทั้งเจ็บทั้งแค้นจนแทบหายใจไม่ทัน เกือบจะเป็นลมไป
ระหว่างที่เจียงซื่อกำลังเถียงกับพวกชาวบ้านอยู่นั้น เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยก็เดินออกมาจากบ้าน คนหนึ่งถือขาหมูครึ่งชิ้น อีกคนอุ้มหม้อใบหนึ่งไว้ในมือ
“ท่านแม่ ท่านบอกว่าไม่ได้ขโมยน้ำแกงกับขาหมูจากบ้านข้า แล้วของพวกนี้คือสิ่งใดกัน”
เจียงซื่อกลอกตาไปมา แล้วกล่าวว่า “น้ำแกงนี่พวกเราต้มเอง! ขาหมูก็ซื้อเอง! วันนี้บ้านข้ามีแขกมา จะให้ข้าเตรียมของดีๆ ไว้เลี้ยงดูพี่น้องตัวเองไม่ได้เลยหรือ”
“ถ้าอย่างนั้น ท่านแม่ลองบอกหน่อยเถิดว่า น้ำแกงนี่ทำจากอะไร” เถียนฮวนถามต่อทันที
“ก็แค่โครงไก่ กระดูกหมู หนังหมูอะไรทำนองนั้นนั่นแหละ” เจียงซื่อตอบโดยไม่ต้องคิด
แม้ว่าน้ำแกงนี้จะอร่อยกว่าที่นางเคยต้มเล็กน้อย สีสันก็ดีกว่า…ใช่แล้ว นางยืนยันว่าต่างกันแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่นั่นก็คงเพราะเถียนฮวนทำกับข้าวเก่ง ฝีมือดีเป็นพิเศษเท่านั้น
แต่วัตถุดิบในการต้มน้ำแกงก็มีอยู่เท่านั้น จะทำให้ออกมาแตกต่างมากมายได้อย่างไร
เมื่อได้ยินดังนั้น เถียนฮวนก็แค่นเสียงหัวเราะ
“สามี เทลงพื้น!”
เพียงเอ่ยคำสั่ง กู้ฉางสุ่ยก็ไม่ลังเล สาดน้ำแกงในหม้อเทลงพื้นทันที
เจียงซื่อตกใจจนร้องเสียงหลง “พวกเจ้าสองสามีภรรยาใจร้าย! ของดีๆ ดันเอามาทิ้งเสียเปล่า!”
เถียนฮวนไม่สนใจเสียงร้องโวยวายของนาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ทุกท่านโปรดดูให้ดี หากเป็นน้ำแกงเข้มข้นทั่วไปที่ต้มกันตามบ้าน ก็ล้วนใช้วัตถุดิบอย่างที่แม่สามีข้าเพิ่งกล่าวมา แต่น้ำแกงที่ได้มักจะยังมีเศษกระดูก หนังหมู หรือเนื้อปนอยู่เสมอ ทว่าน้ำแกงที่ข้าต้ม ใช้ไก่ครึ่งตัวกับหมูหนึ่งจินเคี่ยวน้ำแกงธรรมดา จากนั้นใช้เนื้ออกไก่สับละเอียดใส่ลงไป เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน เนื้อไก่บดช่วยขจัดเศษตะกอนในน้ำแกงจนหมด น้ำแกงที่ได้จึงใสสะอาด ไม่มีสิ่งเจือปนแม้แต่น้อย แล้วในน้ำแกงนี้ นอกจากผักที่ใส่ลงไป มีอะไรเจือปนอยู่อีกหรือไม่”
เจียงซื่อฟังแล้วก็อดโวยวายขึ้นมาอีกไม่ได้ “เจ้าลูกอกตัญญู! แค่น้ำแกงหม้อเดียว เจ้าถึงกับเอาไก่ครึ่งตัวกับหมูหนึ่งจินมาต้มงั้นหรือ ข้าจะตีเจ้า!”
เถียนฮวนยกขาหมูขึ้นมา แล้วกล่าวต่อ “ส่วนขาหมูนี้ เดิมทีข้าตั้งใจจะหมักเกลือทำเป็นขาหมูแห้งรมควัน แต่เพิ่งจะหมักเกลือเสร็จ พวกท่านกลับขโมยกลับไปกินเสียก่อน พวกท่านกินกันไปตั้งครึ่งหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ! ท่านแม่ ตอนท่านกิน ท่านไม่รู้สึกเลยหรือว่าขาหมูนี้เค็มเกินไป”
“อะไรกัน ข้าก็ว่าแล้วว่าเหตุใดรสชาติถึงได้แปลกๆ ทำให้ข้าอับอายต่อหน้าพี่น้องบ้านเดิม ที่แท้เป็นเพราะเจ้านั่นเอง!” เจียงซื่อตะโกนลั่นโดยไม่ทันคิด
สิ้นคำ พวกชาวบ้านก็พร้อมใจกันหัวเราะพรืดออกมา