ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 42 ทำเจ้าร้องไห้สามครั้งแล้ว
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 42 ทำเจ้าร้องไห้สามครั้งแล้ว
เถียนฮวนโกรธจนสีหน้าแปรเปลี่ยน กู้ฉางสุ่ยรีบคว้ามือของนางไว้
“วางใจเถิด ข้ารู้ดี ข้าจะไม่ทำอันใดบุ่มบ่าม” เถียนฮวนรีบพยักหน้าให้เขา
วันนี้พวกเขาได้ปะทะกับพี่น้องตระกูลเจียง แม้จะชนะ แต่ร่างกายกลับบอบช้ำไม่น้อย
บัดนี้สองสามีภรรยาเหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรง ไม่อาจรับมือเรื่องวุ่นวายอื่นใดได้อีก เพราะฉะนั้น แม้จะต้องเผชิญหน้ากับวาจาเย้ยหยันถากถางจากกู้ฉางเจี๋ยและสหาย คนทั้งคู่ก็ตัดสินใจเมินเฉย
พวกเขาค่อยๆ ประคองกันหลบเลี่ยงฝูงชนไป ตั้งใจจะกลับบ้านโดยไม่ปริปากพูดสักคำเดียว ทว่ายามที่เดินสวนกัน กลุ่มของกู้ฉางเจี๋ยหัวเราะเย้ยหยันเสียงดังลั่น
“ก็แค่สามีภรรยาสวะที่เก่งแต่แผดเสียงกล่าววาจากลับกลอก ไร้ปัญญา วันๆ เอาแต่อาศัยเกาะแข้งเกาะขาหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยก็เท่านั้น”
ตึง!
เถียนฮวนหยุดกึก ถ้อยคำเหล่านั้นทำให้เถียนฮวนโกรธจนถึงขีดสุด นางหัวเราะเย็นเยียบ “ยังไม่ได้สอบผ่านเป็นซิ่วไฉด้วยซ้ำ กลับกล้าวางท่าราวกับเป็นซิ่วไฉเสียแล้ว ในอดีตปัญญาชนมาเยือนบ้านข้ามีไม่น้อย ข้าเห็นมานักต่อนักแล้ว พวกที่จงใจข่มผู้อื่นเช่นพวกเจ้า สุดท้ายแล้วกลับไม่เหลือสิ่งใดเลย!”
“ท่านว่าอันใดนะ!”
กู้ฉางเจี๋ยขึ้นเสียงสูงทันที
เถียนฮวนหันกลับไปมองเขา กลอกตาหนึ่งครั้ง ตีหน้าซื่อ “น้องชาย เมื่อครู่ข้ากล่าวสิ่งใดงั้นหรือ เจ้าช่วยพูดซ้ำให้ข้าฟังอีกครั้งเถิด”
กู้ฉางเจี๋ยกัดฟันแน่นทันที
วาจาที่ทำลายขวัญกำลังใจตนเองเช่นนั้น เขาจะกล่าวออกมาได้อย่างไร
อีกอย่าง พวกเขารวมถึงพี่น้องตระกูลเจียงร่วมมือกันวางแผนนี้ สุดท้ายกลับพ่ายแพ้กู้ฉางสุ่ยและภรรยา มิหนำซ้ำวาจาเมื่อครู่ของเถียนฮวนก็มีแค่พวกเขาที่ได้ยิน
หากเขาคิดจะหาเรื่องอีกฝ่าย เกรงว่าผู้คนจะครหาว่าเป็นคนไร้เหตุผลเอาได้
เขาเป็นปัญญาชนเชียวนะ! จะหาเรื่องพี่สะใภ้กลางถนนหรือระเบิดโทสะต่อหน้าชาวบ้านได้อย่างไร เรื่องเช่นนี้ไม่สมควรยิ่งนัก
เช่นนั้นความแค้นในครานี้เขาทำได้เพียงกลืนลงท้อง!
สะใภ้ผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก!
กู้ฉางเจี๋ยสบถอยู่ในใจ ก่อนจะเบือนหน้าหนีด้วยโทสะ “ช่างเถิด ข้าไม่อยากลดตัวลงไปเถียงกับสตรีเช่นท่าน พวกท่านไปเสีย!”
“ไม่อยากลดตัวเถียงกับข้า หรือว่าไม่กล้าเถียงกับข้ากันแน่” เถียนฮวนถามพลางยิ้มเยาะ
ความโกรธในอกกู้ฉางเจี๋ยพุ่งขึ้นอีกครั้ง หากยังพูดกับนางต่อไป เขาต้องทนไม่ไหวจนเผลอลงไม้ลงมือเป็นแน่!
ทว่า…บัดนี้ไม่เหมาะสมนัก อีกฝ่ายเพิ่งถูกคนตระกูลเจียงและคนตระกูลกู้รังแกมา หากเขาคิดจะต่อยตีกับพวกเขาอีก คงไม่พ้นถูกนินทาว่าฉวยโอกาสซ้ำเติมคนล้ม
หากเขาทำเช่นนั้น ต่อให้มีสิบปากก็โต้แย้งมิได้!
สตรีเจ้าเล่ห์! วางอุบายแสร้งตีหน้าซื่อเก่งเสียจริง
กู้ฉางเจี๋ยถอยห่างจากนาง
เขาไม่อยากฟังวาจาโป้ปดของนางอีกต่อไป!
บรรดาสหายร่วมชั้นที่มากับเขาเดิมทีกะจะช่วยกันโห่ไล่กู้ฉางสุ่ยกับภรรยาให้เสียหน้า ผู้ใดจะคิดว่ากู้ฉางเจี๋ยกลับเดินหนีเสียอย่างนั้น
“เหอะ! ก็แค่พวกเก่งแต่ข่มคนในบ้านตัวเอง”
ใครบางคนพึมพำเบาๆ แล้วรีบวิ่งตามไป “พี่กู้ รอข้าด้วยสิ!”
ทั้งหมดจึงรีบตามเขาไป หวังจะไปบ้านตระกูลกู้ขอกินข้าวสักมื้อ
เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็หัวเราะเย็นชา หันกลับไปพยุงกู้ฉางสุ่ยเดินกลับบ้านด้วยกัน
พอกลับถึงบ้าน เถียนฮวนยังไม่ได้เก็บข้าวเก็บของ นางรีบพากู้ฉางสุ่ยไปนั่งลงบนก้อนหินก้อนใหญ่แล้วหยิบยาขี้ผึ้งในบ้านออกมาทาให้เขาเพื่อห้ามเลือด จากนั้นก็ค่อยๆ นวดสลายเลือดคั่งตามบาดแผล
ดีที่นางรอบคอบ ตั้งแต่ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เตรียมใจไว้แล้วว่าการเดินขึ้นลงเขาทุกวันย่อมมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ จึงจัดเตรียมยาขี้ผึ้งที่ช่วยห้ามเลือดและสลายเลือดคั่งไว้ในบ้าน เผื่อไว้ใช้ยามจำเป็น
ใครจะคิดว่าเพิ่งทำเสร็จได้ไม่นาน ยังไม่ได้ใช้ตอนออกเก็บสมุนไพร กลับเลือดตกยางออกเพราะถูกคนชั่วรังแก!
ยิ่งไปกว่านั้น กู้ฉางสุ่ยไม่ได้บาดเจ็บแค่เพียงบริเวณใบหน้าเท่านั้น
เมื่อถอดเสื้อออก เถียนฮวนก็เห็นว่าทั่วทั้งไหล่และแผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว
นางมองรอยช้ำปื้นแล้วปื้นเล่าอย่างปวดใจ
แม้พี่น้องตระกูลเจียงร่างกายกำยำมีพละกำลังมาก ทว่าพวกเขากลับต่อสู้ไม่เป็น ดีแต่ใช้กำลังแลกหมัด ดังนั้นกู้ฉางสุ่ยจึงได้รับบาดเจ็บแค่ภายนอกเท่านั้น ทว่าพอมีมากเข้า นางก็อดรู้สึกสงสารเขาไม่ได้
กู้ฉางสุ่ยอดทนอดกลั้น แม้นางนวดแผลให้เขากลับไม่ร้องออกมาสักคำ ร่างกายนิ่งสงบ
เห็นเขากล้ำกลืนความเจ็บปวดเช่นนี้ เถียนฮวนก็ยิ่งเจ็บใจ
ขณะใช้มือนวดบรรเทาอาการบาดเจ็บให้เขา นางมิอาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป ไหลรินอาบแก้มไม่ขาดสาย
เมื่อทายาเสร็จเรียบร้อย นางจึงเก็บขวดยากลับเข้าที่ “ท่านพักเถิด ข้าจะไปต้มน้ำให้ท่านได้เช็ดหน้าเช็ดตาสักหน่อย”
ทว่ากู้ฉางสุ่ยกลับคว้ามือนางไว้แน่น
“เจ้าอย่าไปไหนนะ”
เถียนฮวนไม่หันกลับมา “ท่านอยากพูดก็มาเถิด ข้าฟังอยู่”
“เฮ้อ…!”
เขาถอนหายใจยาว รั้งร่างนางกลับเข้ามาในอ้อมแขนแน่นไม่ยอมปล่อย จ้องมองดวงตาคู่งามที่แดงก่ำแล้วเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้นาง
เถียนฮวนรีบเบือนหน้าหลบจะเช็ดเอง ทว่ากู้ฉางสุ่ยไม่ยินยอม
เขาลงมือเช็ดน้ำตาให้นางอย่างหมดจด แล้วจึงพูดเสียงเบา “เจ้าเป็นภรรยาข้าได้ไม่ถึงเดือน แต่กลับทำให้เจ้าต้องร้องไห้ไปถึงสามครั้ง ข้าเป็นสามีที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ”
“ท่านอย่าพูดแบบนั้นนะ! ครั้งนี้ที่ข้าร้องไห้ไม่เกี่ยวกับว่าท่านทำหน้าที่สามีได้ดีหรือไม่ดี อีกอย่าง ถ้าวันนี้ท่านไม่คอยปกป้องข้าทุกฝีก้าว ข้าจะปลอดภัยเช่นนี้งั้นหรือ” เถียนฮวนรีบส่ายหน้า
เพราะเขาปกป้องนาง ต่อสู้กับพี่น้องตระกูลเจียง จึงได้รับบาดเจ็บหนักเช่นนี้
กู้ฉางสุ่ยยิ้มกว้าง “เจ้าเป็นภรรยาข้า หากข้าปกป้องเจ้าไม่ได้ ข้าจะนับว่าตนเป็นบุรุษได้อย่างไร ตอนนี้ขอแค่เจ้าไม่เป็นอันใด ข้าก็วางใจแล้ว”
หัวใจเถียนฮวนราวถูกคลื่นอารมณ์ซัดสาด ปั่นป่วนจนมิอาจสงบ
“ท่าน...”
นางไม่รู้ว่าจะตอบกลับเช่นไร พลันเสียงท้องร้องโครกครากดังลั่น กู้ฉางสุ่ยหน้าแดงจัด ยกมือกุมท้องพลางว่า “ข้าหิวแล้ว”
เถียนฮวนยิ้มกว้างอย่างลืมตัว
“แต่ว่า…เตาไฟด้านนอกถูกพวกเขาทำพังไปแล้ว ถ้วยจานก็แตกกระจัดกระจาย น้ำแกงกับขาหมูก็ถูกขโมยไป เหลือเพียงข้าวสารกับแป้งข้าว ข้าจะปรุงอาหารใดได้เล่า” นางสูดลมหายใจเข้าพลางกล่าวด้วยเสียงสะอื้น
ระหว่างที่พูดกันอยู่นั้น พลันได้ยินเสียงสตรีดังมาจากด้านนอก
“สุ่ยเกอเอ๋อร์ ภรรยาสุ่ยเกอเอ๋อร์อยู่บ้านหรือไม่”
“มาแล้วๆ!” เถียนฮวนรีบขานรับ นางเช็ดหางตาอย่างลวกๆ แล้วเดินออกไป พบว่าผู้มาเยือนคือสตรีนางหนึ่ง ในมือถือตะกร้า
เมื่อสตรีนางนั้นเห็นดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้ของเถียนฮวน นางก็พรูลมหายใจออกมา หยิบห่อกระดาษจากในตะกร้ายัดใส่มือเถียนฮวน
“วันนี้พวกเจ้าถูกกลั่นแกล้ง พวกเรารู้กันหมด แต่เจ้าก็รู้ว่าบ้านพ่อแม่สามีเจ้าทำโรงสกัดน้ำมัน คนทั้งหมู่บ้านต้องพึ่งน้ำมันบ้านพวกเขา ถ้าพวกข้าเข้าข้างพวกเจ้า วันหน้าพวกเขาจะให้แต่กากน้ำมัน แล้วพวกเราจะอยู่ได้อย่างไร อีกอย่าง เรื่องของเจี๋ยเกอเอ๋อร์…เฮ้อ! พวกข้าอับจนปัญญานัก ไม่ว่าจะพูดสิ่งใด ล้วนเป็นความผิดของพวกข้า พวกเจ้าเอาแผ่นแป้งเหล่านี้ไปประทังค่ำคืนนี้ก่อนเถิด”
พูดจบ นางก็รีบหันหลังเดินจากไป
เพียงไม่นานหลังจากนั้น สตรีคนอื่นๆ ในหมู่บ้านก็มาเยือน แต่ละคนล้วนหิ้วตะกร้าไว้ที่แขน ข้างในมีทั้งหมั่นโถว แผ่นแป้ง และของกินอื่นๆ บางคนถึงกับเอาผ้าห่มใหม่เอี่ยมมาให้ยืม
เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ข้าวของที่ชาวบ้านนำมาก็วางกองสูงราวกับภูเขาลูกเล็ก
เห็นน้ำใจของชาวบ้านเหล่านี้ เถียนฮวนก็รู้สึกดีขึ้นไม่น้อย
“ช่างเถอะ คืนนี้เราก็ไม่มีทางเลือกแล้ว กินอะไรง่ายๆ แล้วค่อยสกัดน้ำมันตัวอ้นเพื่อทำยาสำหรับแผลถูกลวก พรุ่งนี้เช้าจะได้เอายาไปส่งที่ตัวตำบล จากนั้นค่อยแวะซื้อเนื้อสัตว์กลับมาด้วย ท่านต้องกินของดีๆ บำรุงร่างกายสักหน่อย”
ดีที่เครื่องมือสำหรับขุดสมุนไพรยังอยู่ในสภาพดี ไม่ถูกพวกกู้ฮวาจือรื้อค้นจนพังไป เพราะฉะนั้นนางยังแปรรูปสมุนไพรได้
แม้เวลานี้จะลำบากเพียงใด นางก็ยังคิดจะดูแลเขา
กู้ฉางสุ่ยรู้สึกอบอุ่นในใจ รีบพยักหน้า “อืม ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้า”