ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 43 น้ำมันตัวอ้น
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 43 น้ำมันตัวอ้น
เถียนฮวนแย้มยิ้มบาง คนทั้งคู่รีบจัดเก็บกวาดภายในบ้าน ก่อนจะออกไปข้างนอก ใช้ก้อนหินก่อเตาไฟชั่วคราวขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มลงมือทันที
กู้ฉางสุ่ยช่วยจับตัวอ้นมาเชือด เถียนฮวนสั่งให้เขาควักเครื่องในออกมาล้างให้สะอาด นางใช้มีดเล่มเล็กค่อยๆ ขูดเอาเยื่อใสๆ ที่หุ้มอยู่ลำไส้ออกอย่างระมัดระวัง
ตัวอ้นสิบห้าตัว ขูดออกมาได้แค่เพียงถ้วยเล็กๆ ถ้วยเดียวเท่านั้น
จากนั้นนำเยื่อใสๆ ที่ได้ไปใส่ในหม้อใบเล็กที่เตรียมไว้ ปิดฝาแล้วจุดไฟต้มอยู่ครึ่งชั่วยาม พอเปิดฝาหม้อออกอีกครั้ง ก็เห็นว่าบริเวณฝาหม้อและขอบหม้อมีน้ำมันใสๆ เคลือบอยู่เป็นชั้นบาง
นางจึงค่อยๆ ขูดน้ำมันเหล่านั้นออกมาเก็บใส่ขวดกระเบื้องใบเล็ก
สิ่งนี้คือยารักษาแผลถูกลวกชั้นยอด…น้ำมันตัวอ้น
หลังจากลำบากจับตัวอ้นถึงสามวัน สกัดน้ำมันจนดึกดื่น สุดท้ายพวกเขาก็ได้แค่น้ำมันตัวอ้นเพียงครึ่งขวด
“ถ้าตัวอ้นสิบกว่าตัวนั้นไม่ถูกปล่อยไป คงได้น้ำมันเต็มขวด” เถียนฮวนมองขวดกระเบื้องเล็กขนาดเท่าฝ่ามือ ใบหน้าฉายชัดถึงความผิดหวัง
กู้ฉางสุ่ยยกมือแตะบ่านางเบาๆ “ครึ่งขวดก็นับว่าดีแล้ว รอดูผลลัพธ์ก่อน หากได้ผลดีค่อยกลับมาทำต่อ คราวนี้ข้าจะระวังให้มาก ไม่เปิดโอกาสให้พวกเขารังแกพวกเราอีกแน่นอน!”
“พวกเขาได้รับบทเรียนแล้ว ต่อไปพวกเขาก็คงไม่กล้าทำอะไรอีก” เถียนฮวนพูดเสียงเบา
นางพรูลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าแล้วลุกขึ้นยืน “ช่างเถิด เรื่องก็ผ่านไปแล้ว ต่อให้ข้าเอาแต่คิดว่า ‘ถ้าอย่างนู้น ถ้าอย่างนี้’ ก็ไร้ประโยชน์ ตอนนี้ในใจข้ายังแค้นนัก อยากจะลากพวกเขามาขบกัดให้หายแค้น ไม่อย่างนั้น คืนนี้ข้าคงนอนไม่หลับเป็นแน่!”
“ข้าย่างตัวอ้นให้เจ้าสักตัวแล้วเจ้าลองคิดว่ากำลังกัดเนื้อพวกเขาดีหรือไม่” กู้ฉางสุ่ยกระซิบถามเบาๆ
เถียนฮวนกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่
“ช่างเถิด เดี๋ยวข้าทำเองดีกว่า! ท่านบาดเจ็บอยู่ไม่ใช่หรือ!”
“ข้าทำเองได้ เจ้าเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว น่าจะได้พักบ้าง อีกอย่าง ข้าถนัดย่างตัวอ้นนัก แค่โรยเกลือเล็กน้อยก็อร่อยแล้ว ปล่อยให้ข้าทำเถิด เจ้าเชื่อใจข้านะ” กู้ฉางสุ่ยสบตานาง
“ข้ามิได้ไม่เชื่อใจท่าน…” เถียนฮวนส่ายหน้าอย่างจนใจ “เอาละ ไหนๆ ท่านก็พูดมาขนาดนี้แล้ว เช่นนั้นก็ให้ท่านย่างเถอะ จริงสิ ข้าเองก็ไม่เคยกินเนื้อตัวอ้นมาก่อน หากข้าทำก็คงจะทำไม่เป็นหรอก”
“ฮ่าๆ อย่างน้อยวันนี้ข้าก็ได้รู้ว่ายังมีอาหารที่เจ้าทำไม่เป็น!” กู้ฉางสุ่ยหัวเราะลั่น เขารีบหยิบตัวอ้นที่ล้างสะอาดแล้วตัวหนึ่งขึ้นมา เอาไม้ไผ่เสียบแล้วมัดให้แน่น จุดไฟจากไม้ไผ่แล้วย่างตัวอ้น
สิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ผิดเลยสักนิด
ตัวอ้นเติบโตจากการกินไผ่ เนื้อและกระดูกจึงแฝงกลิ่นหอมของไผ่ตามธรรมชาติ
เมื่อใช้ไม้ไผ่ในการย่าง กลิ่นหอมเฉพาะตัวของไผ่ก็จะผสมผสานกับกลิ่นเนื้อ ลอยฟุ้งออกมาทันที
กู้ฉางสุ่ยบรรจงย่างตัวอ้นจนเนื้อสองข้างเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง แล้วโรยเกลือลงไป พอเกลือซึมเข้าเนื้อจนทั่ว เขาก็ร้องบอกทันทีว่า “เสร็จแล้ว!”
เขาเป่าลมใส่เนื้อเพื่อให้เย็นลง ก่อนจะยื่นให้เถียนฮวน “กินเถอะ! แกล้งทำว่าเนื้อนี่คือเนื้อของพวกคนชั่ว กัดแรงๆ ให้หายแค้น!”
เถียนฮวนรับมาแล้วกัดเข้าไปเต็มแรง
เนื้อตัวอ้นนุ่มละมุนลิ้น กลิ่นหอมของไผ่แผ่กระจายไปทั่วโพรงปาก
กลิ่นหอมสดชื่นไหลเวียนไปทั่วร่าง ราวกับชำระล้างความขุ่นมัวในใจของนางให้หมดสิ้น ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันตา
เพียงแค่กัดเนื้อตัวอ้นคำหนึ่ง เถียนฮวนก็หลับตาเคี้ยวอย่างเนิบช้า ก่อนจะค่อยๆ กลืนลงไป
“เป็นอย่างไรบ้าง” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยถามเสียงเบา
เมื่อกินจนหมด เถียนฮวนจึงลืมตาขึ้น
“ท่านให้ข้าคิดว่าตัวอ้นย่างคือเนื้อของคนพวกนั้น ก็เท่ากับดูหมิ่นตัวอ้นแล้ว” นางเอ่ยเสียงเบา “ตัวอ้นย่างนับเป็นของดี แค่ย่างอย่างง่ายๆ รสชาติยังอร่อยเสียจนอยากกินซ้ำ คนพวกนั้นจะเทียบอะไรได้”
พรืด!
กู้ฉางสุ่ยถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
“ตอนนี้เจ้ารู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง”
“ดีขึ้นเยอะแล้ว” เถียนฮวนพยักหน้า ก่อนจะกัดตัวอ้นย่างอีกหลายคำ ยิ่งกินก็ยิ่งรู้สึกว่าเนื้อนุ่มแน่นชุ่มฉ่ำ หอมฟุ้งติดปลายจมูก รสชาติติดปลายลิ้น แม้แต่หนังตัวอ้นที่หนาเสียขนาดนั้นกลับมีรสชาติอร่อย ไม่เลี่ยนเลยแม้แต่น้อย กินไปกินมายิ่งรู้สึกติดใจ จนเผลอกินไปตั้งครึ่งตัว
นางพรูลมหายใจออกมา ร่างกายพลันรู้สึกสดชื่นยิ่งนัก
เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ก็เห็นกู้ฉางสุ่ยนั่งยองๆ อยู่ฝั่งตรงข้าม กำลังยิ้มมองนางอยู่
รอยฟกช้ำบนใบหน้าของเขาจางลงไปมากแล้ว แต่ก็ยังพอมองเห็นอยู่บ้าง
ชายหนุ่มนั่งจ้องนางด้วยท่าทางเซ่อซ่า บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มใสซื่อ บรรยากาศรอบตัวทำให้เขาดูเป็นคนซื่อๆ น่าตลกไม่น้อย
เถียนฮวนเผลอยิ้มออกมา นางยื่นตัวอ้นย่างไปให้เขา
“ท่านก็ลองกินบ้างสิ! ข้ากินพอแล้ว”
กู้ฉางสุ่ยไม่เกรงใจ รีบรับไปแล้วก็กินอย่างเอร็ดอร่อย
กลิ่นหอมของไม้ไผ่ยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ เถียนฮวนเห็นเขากินอย่างเอร็ดอร่อยเช่นนั้น นางก็พลอยนึกถึงรสชาติของตัวอ้นย่างขึ้นมาอีกครั้ง
“ท่านย่างตัวอ้นเช่นนี้ทุกครั้งเลยหรือ” นางถามเสียงเบา
“ใช่ วิธีนี้ง่ายที่สุดแล้ว แต่ตัวอ้นจับยากนัก กว่าจะได้กินสักครั้งต้องลำบากไม่น้อย เพราะงั้นข้าเลยไม่ค่อยได้กินบ่อย” กู้ฉางสุ่ยพูดพลางเคี้ยวเนื้อตัวอ้นเต็มปาก เสียงอู้อี้ไม่น้อย
เถียนฮวนได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างขึ้น
กู้ฉางสุ่ยมองเห็นเข้า รีบกลืนเนื้อในปากลงแล้วเอนตัวเข้ามาใกล้ “เจ้าคิดวิธีปรุงเนื้อตัวอ้นออกแล้วใช่หรือไม่”
เถียนฮวนพยักหน้า “อืม พรุ่งนี้ก็ต้องเข้าตัวตำบลอยู่แล้ว เช่นนั้นเราก็ซื้อเครื่องปรุงกลับมาเพิ่มอีกหน่อย ข้าจะลองดูว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้ตัวอ้นอร่อยที่สุด”
“ดีเลย!” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้ารับ “วันนี้ท่านพ่อให้ข้ามาสองร้อยยี่สิบเหวิน แค่นี้ก็น่าจะพอใช่หรือไม่”
“แน่นอนว่าพอ” เถียนฮวนพยักหน้า
พวกเขาพูดคุยกันจนกระทั่งกู้ฉางสุ่ยกินเนื้อตัวอ้นที่เหลือจนหมดเกลี้ยง
น้ำมันตัวอ้นในขวดกระเบื้องก็เย็นลงแล้ว ทั้งสองจึงรีบเก็บข้าวของ ปูที่นอนให้เรียบร้อย แล้วเอนตัวลงนอนหลับไปทันที
รุ่งเช้า ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี พวกเขาก็ลืมตาตื่นเกือบพร้อมกันด้วยความเคยชิน
สองสามีภรรยารีบแต่งตัว ล้างหน้าแปรงฟันแล้วหยิบแผ่นแป้งที่ชาวบ้านให้ไว้เมื่อวานติดตัวไปเป็นเสบียง ก่อนจะพากันมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวตำบล โดยไม่ลืมหยิบขวดกระเบื้องที่ภายในมีน้ำมันตัวอ้นไปด้วย
คหบดีหวังเป็นคนมีชื่อเสียงในตัวตำบล ที่ตั้งของจวนคหบดีหวังหาได้ไม่ยากนัก เพียงถามทางชาวบ้านแถวนั้นก็ทราบแล้ว
เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยเดินทางมาถึงหน้าประตูจวนคหบดีหวัง เห็นหมอผู้หนึ่งถูกขับไล่ออกมา
หมอชราผู้นั้นไว้เครายาว ผมหงอกไปทั้งศีรษะ เขาล้มลุกคลุกคลานออกมา เมื่อยืนทรงตัวได้ก็หันกลับไปตะโกนด่าเสียงดัง “พวกท่านปฏิบัติต่อหมอแบบนี้ ต่อไปจะไม่มีใครกล้ามารักษาให้คนในบ้านท่านอีก! แผลถูกลวกต้องค่อยๆ รักษา จะเร่งรัดกันได้อย่างไร โลกนี้ไม่มีหรอกนะยาอัศจรรย์ที่กินแล้วหายปวดทันที ผ่านไปสิบวันครึ่งเดือนก็กลับมาเหมือนเดิมไม่ได้หรอก!”
“หมอเฒ่าไร้ฝีมือ ถ้าไม่มีปัญญารักษาก็อย่ามาพล่ามให้มากความ ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้!” คนเฝ้าประตูตระกูลหวังเองก็ไม่ยอมใคร ด่ากลับไม่ยั้งปาก
หมอชราโกรธจนตัวสั่น รีบหันไปเรียกผู้ติดตามให้แบกหีบยาเดินจากไป
กู้ฉางสุ่ยเห็นเข้าก็รีบดึงเถียนฮวนหลบไปอีกด้านหนึ่ง “ดูเหมือนคนในตระกูลหวังจะไม่ใช่คนที่รับมือได้ง่ายๆ นะ เจ้าจะเข้าไปจริงหรือ”
“แน่นอน ย่อมต้องเสี่ยงเพื่อโชคลาภ หากอยากได้เงินก้อนใหญ่ไว้ใช้ตลอดทั้งปี วันนี้ต้องลงมือคว้าโอกาสนั้นมาให้จงได้!” เถียนฮวนพยักหน้าแน่วแน่ แล้วคว้ามือเขาไว้แน่น
“ไปกันเถอะ!”