ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 52 เป็นเจ้าจริงๆ น่ะหรือ
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 52 เป็นเจ้าจริงๆ น่ะหรือ
“ไม่ต้องห่วง ตัวนี้ไม่ใช่ของท่านหรอก วันนี้เรากินเกี๊ยวไส้ไข่นกกระทากับผูกงอิง ส่วนตัวอ้นตุ๋นหม้อนี้ ข้าจะนำไปให้หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ย ข้าจะฝากให้เขาช่วยหาคนที่ก่อเตาเป็น เตาดินที่บ้านเรามีตอนนี้เล็กเกินไป”
“อืม! ดี!” กู้ฉางสุ่ยรีบตบอก เขารีบรับหม้อใส่ตัวอ้นใบนั้นมาทันที “ข้าจะเอาไปให้หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยเดี๋ยวนี้เลย!”
พูดจบก็ยกหม้อวิ่งออกไปอย่างไว เหมือนกลัวว่าถ้าช้าไปนิดเดียว เถียนฮวนจะเปลี่ยนใจเก็บหม้อไว้ แล้วจับตัวอ้นยัดใส่ปากเขาแทน!
เถียนฮวนเห็นแล้วก็ทั้งโมโหทั้งขำ
“เฮอะ! ก็แค่ให้ท่านกินตัวอ้นทุกมื้อไม่กี่วันเอง บังคับให้กินเพิ่มอีกนิดหน่อยก็แค่นั้น ท่านถึงกับต้องตกใจขนาดนี้เชียวหรือ”
แต่ว่า…
นางยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ
“ข้าไม่มีวันบอกท่านหรอก ว่าในไส้เกี๊ยววันนี้ข้าก็ใส่เนื้อตัวอ้นไปด้วยเหมือนกัน!”
พอดีตอนนั้น น้ำในหม้อก็เริ่มเดือดปุดๆ นางรีบเปิดฝาหม้อ ใส่เกี๊ยวที่ปั้นไว้ลงไป
เติมฟืนใส่เตาอีกหน่อย เติมน้ำในหม้อไปสามรอบ จนกระทั่งเกี๊ยวกลมๆ อ้วนๆ หลายสิบชิ้นลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ กลิ้งไปกลิ้งมาในน้ำเดือด นางก็รีบช้อนเกี๊ยวขึ้นมา แล้วแอบหยิบมาชิมคำหนึ่ง
“อืม! หอม สด อร่อย!”
ไม่นาน กู้ฉางสุ่ยก็กลับมาหลังจากนำของไปส่งเสร็จ
พอเห็นเถียนฮวน เขาก็รีบพูดว่า “หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยบอกว่า ท่านอาเจ็ดเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องก่อเตาเลยนะ เตาของหลายบ้านในหมู่บ้านก็ล้วนแต่เป็นฝีมือของเขาทั้งนั้น! เขาบอกว่า เรื่องเล็กน้อย เขาจะไปบอกท่านอาเจ็ดว่าถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็ให้มาช่วยก่อเตาให้พวกเรา”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย” เถียนฮวนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วดันเกี๊ยวที่เพิ่งต้มเสร็จมาไว้ตรงหน้าเขา “มาเถอะ กินเกี๊ยวกัน!”
กู้ฉางสุ่ยรีบหยิบตะเกียบมากินเกี๊ยวคำหนึ่งทันที ใบหน้าเขาก็ฉายแววพึงพอใจ “เกี๊ยวไส้ผักล้วน! ในที่สุดก็ไม่ใช่ตัวอ้นแล้ว! เยี่ยมไปเลย!”
นี่ท่าน!
ถ้าวาจาหลุดไปถึงหูชาวบ้านละก็ ไม่รู้จะโดนต่อแถวตบหรือไม่!
ในหมู่บ้านนี้ก็มีแค่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยกับบ้านตระกูลกู้ที่พอจะได้กินเนื้อบ้างเป็นบางเวลา ส่วนคนอื่นแม้แต่ช่วงเทศกาลจะได้ลิ้มรสเนื้อสักคำก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว
มีคนตั้งกี่คนที่ฝันอยากกินเนื้อ แต่เขากลับเบื่อที่จะกินเนื้อเต็มที ถ้าไม่โดนตบก็แปลกแล้ว!
เถียนฮวนแกล้งถลึงตาใส่เขาอย่างขุ่นเคือง “รีบกินเถอะ! กินเสร็จแล้วยังมีอีกหลายอย่างต้องทำนะ!”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้าแล้วรีบกินเกี๊ยวต่อคำแล้วคำเล่า
ระหว่างกินก็นั่งชมไม่หยุด แต่พอกินไปได้ไม่กี่คำ เขากลับขมวดคิ้วจ้องมองเกี๊ยวที่กัดค้างไว้ครึ่งหนึ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นพูดว่า “ภรรยา หลายวันมานี้ข้ากินตัวอ้นมามากเกินไปงั้นหรือ เหตุใดพอกินเกี๊ยวเยอะๆ แล้ว ข้ากลับรู้สึกว่าได้กลิ่นตัวอ้นเล่า”
พรืด!
ในที่สุดเถียนฮวนก็กลั้นหัวเราะไม่ไหว
กู้ฉางสุ่ยเห็นนางหัวเราะจนตัวงอ เขาก็เบิกตากว้างทันที!
“ลิ้นข้าไม่ผิดแน่! ในนี้มีเนื้อตัวอ้นจริงๆ ด้วย!”
“ข้าใส่เนื้อตัวอ้นไปนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ นะ” เถียนฮวนรีบกลั้นหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “ข้าสับละเอียดแล้วคลุกลงไปในไส้ จุดประสงค์ก็เพื่อให้ไส้เกี๊ยวหอมขึ้นแค่นั้นเอง ท่านไม่รู้สึกเหรอว่าเกี๊ยววันนี้ทั้งหอมทั้งสดใหม่กว่าทุกวัน”
“ก็จริง” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า แต่ทันใดนั้น เขาก็ลืมตาโพลงขึ้น “โธ่! แสดงว่าเจ้ากำลังใช้ข้าเป็นหนูลองชิมอาหารจากตัวอ้นที่เจ้าคิดตำรับเองอีกแล้วสินะ!”
“ใช่!” เถียนฮวนผงกหัวรับ ดวงตาวาววับจ้องเขาอย่างไม่หลบซ่อน สีหน้าดูราวกับจะบอกว่า ‘ข้าทำแล้ว แล้วต่อไปยังจะทำอีกด้วย ท่านจะทำอะไรข้าได้’
กู้ฉางสุ่ยรู้ตัวทันทีว่า…เขาไม่มีทางทำอะไรนางได้เลย!
ก็ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นภรรยาของเขานี่นา!
ว่ากันตามตรง เกี๊ยววันนี้ก็อร่อยดียิ่งนัก! ถึงจะมีเนื้อตัวอ้นผสมอยู่บ้าง แต่รสชาติและกลิ่นหอมของมันกลับไม่ได้กลบความอร่อยของไส้หลัก กลับช่วยเสริมให้เด่นขึ้นต่างหาก วันนี้ไส้หลักผูกงอิงคือที่เก็บมาจากป่ากับไข่นกกระทา
เพราะฉะนั้น ลิ้นที่ถูกรสชาติของตัวอ้นหลอกหลอนมาหลายวันจึงไม่ได้ต่อต้านนัก ตรงกันข้าม เขากลับกินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยซ้ำ!
เดี๋ยวสิ! นี่ไม่ใช่ประเด็น! ประเด็นสำคัญอยู่ที่…เขาถูกภรรยาตัวเองหลอกอีกแล้วนะ!
พอคิดได้ดังนั้น ใบหน้ากู้ฉางสุ่ยก็พลันถมึงทึง “เจ้าทำเกินไปแล้ว! เดี๋ยวกินเกี๊ยวเสร็จ ข้าจะต้องสะสางเรื่องนี้กับเจ้าให้ได้!”
“ย่อมได้!” เถียนฮวนหัวเราะพลางส่ายหน้า
ท่าทางของเขาได้พิสูจน์แล้วว่าวันนี้ไส้เกี๊ยวที่นางปรุงนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!
ส่วนเรื่องที่เขาจะมาเอาเรื่องนางในภายหลังนั้น…ฮึ่ม! คนผู้นี้ก็แค่พยัคฆ์กระดาษ[1] นางไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะเอาเรื่องนางได้จริงๆ!
แต่ไม่นาน พวกเขาก็ไม่มีเวลามาคิดเรื่องนี้อีก เพราะเมื่อทั้งสองกินเกี๊ยวเสร็จ ก็มีแขกมาเยือนถึงบ้าน!
ผู้ที่มาคืออาจารย์เกาจากโรงหมอในตัวตำบล
แต่พอเขารั้งบังเหียนรถเทียมล้อจนจอดที่หน้าบ้าน แล้วเห็นกระท่อมมุงฟางเก่าๆ หลังเล็กเบื้องหน้า กับสองสามีภรรยาที่นั่งอยู่หลังอาหารอย่างอิ่มเอมและมีความสุข ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ที่นี่…คือบ้านของพวกเจ้า? จริงๆ แล้วในบ้านมีแค่พวกเจ้าสองคนงั้นหรือ”
“ท่านก็เห็นด้วยตาตัวเองแล้วมิใช่หรือ ถ้าไม่เชื่อ ท่านจะเข้าไปตรวจดูด้วยตัวเองก็ได้” เถียนฮวนตอบอย่างใจเย็น
นางแค่พูดไปอย่างนั้น แต่ใครจะรู้ว่าอาจารย์เกาจะกระโดดลงจากรถเทียมล้อ แล้วเดินตรวจตราทุกซอกทุกมุมของบ้านอย่างละเอียดจริงๆ
พอตรวจเสร็จ สีหน้าของเขาก็หม่นหมองลงทันตา
ตอนนั้นเอง กู้ฉางสุ่ยก็ยกเก้าอี้ออกมาตัวหนึ่ง “ฝนตกหนักแบบนี้ พวกเราก็ไม่คิดว่าจะมีแขกมา บ้านเราก็เรียบง่ายไม่มีอะไรเลิศหรูนัก หากต้อนรับไม่ดี ขอท่านโปรดยกโทษให้ด้วย”
อาจารย์เกานั่งลง แล้วก็จ้องมองสองสามีภรรยาอย่างถี่ถ้วน จากนั้นก็หันไปมองพื้นที่หน้าบ้านที่มีสมุนไพรปลูกเรียงรายอยู่บนที่ดินหนึ่งหมู่ พืชพวกนี้ดูออกได้ทันทีว่าเป็นสมุนไพรที่ขุดมาจากภูเขา แต่กลับเติบโตได้ดีเสียด้วย!
นอกจากสมุนไพรที่อยู่ในแปลงแล้ว ยังมีสมุนไพรอีกหลายอย่างที่แขวนตากอยู่ใต้ชายคา หรือกองเป็นหย่อมๆ ตามมุมบ้าน ทั้งดอกเบญจมาศป่า ทั้งแผ่นซานจา[2] ไหนจะยังมีเครื่องมือขุดสมุนไพรวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบแนบผนัง ทั่วทั้งบ้านหลังเล็กเกือบครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยของเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าในบ้านหลังนี้มีนักปรุงยาอาศัยอยู่
ถัดมา สายตาของเขามองไปยังมือของเถียนฮวนที่แนบอยู่ข้างลำตัว
ต่างจากมือของหญิงสาวทั่วไปที่ขาวเนียนนิ้วเรียวยาว มือของนางกลับหยาบกระด้างอย่างเห็นได้ชัด
ปลายนิ้วและกลางฝ่ามือหยาบกร้าน ปลายนิ้วยังเห็นผิวออกเหลืองจางๆ…สิ่งเหล่านี้เขาย่อมรู้ดีว่าเป็นลักษณะเฉพาะของนักปรุงยา
“เป็นเจ้าจริงๆ น่ะหรือ”
แม้หลักฐานจะชัดเจนมากมายขนาดนี้ แต่อาจารย์เกาก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามย้ำอีกครั้ง
[1] พยัคฆ์กระดาษ หมายถึง คนที่ภายนอกดูน่ากลัว แต่ความจริงอ่อนแอไร้พิษสง
[2] ซานจา คือ ผลไม้ลูกเล็กสีแดงในตระกูลฮอว์ธอร์น (Hawthorn) มีรสเปรี้ยวจัดอมหวาน นิยมนำมาแปรรูปเป็นขนมหวานแผ่นกลมๆ