ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 64 ก้มหัวขอโทษ
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 64 ก้มหัวขอโทษ
“เรื่องของพวกข้า…เจ้ามายุ่งอะไรด้วย อย่างไรเราก็พูดความจริงอยู่แล้ว!” หวังซื่อยังคงมองนางด้วยสายตาเย็นชา
“เห็นทีท่านลุงท่านป้าสะใภ้คงเห็นด้วยกับพ่อสามีข้า คงไม่เอ่ยถ้อยคำดีๆ ออกมาเป็นแน่ ในสายตาของพวกท่าน ข้าคงเป็นคนเช่นนั้น”
“ท่านแม่ ลูกเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าท่านกับท่านพ่อพูดอะไรกับคนตระกูลกู้” ถังหรูฉินก็กล่าวขึ้นบ้าง
“เจ้ารู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า!” หวังซื่อเอ่ยพลางผลักลูกชาย “กลับไปรับรองแขกเสีย เรื่องตรงนี้แม่จัดการเอง!”
“ไม่ทันแล้ว” กู้ฉางสุ่ยกล่าวเสียงเย็น
หวังซื่อสะดุ้ง รีบหันกลับไปดู ก็เห็นถังซานกับชาวบ้านหลายคนพากันเดินมาทางนี้อย่างพร้อมเพรียง
ในหมู่คนเหล่านั้นมีญาติตระกูลเฉิน
สีหน้าของหวังซื่อพลันซีดเผือด ทันใดนั้นก็มีคนผู้หนึ่งวิ่งพรวดออกมาจากฝูงชน
“เถียนฮวน ข้ารู้ว่าเจ้าต้องไม่ยอมปล่อยข้าเป็นแน่! หากเจ้ากล้าทำร้ายแม่ข้า ข้าจะสู้กับเจ้า!”
ถังหรูอี้ตะโกนลั่น พลันถลันกายเข้าหาเถียนฮวน ทว่าวิ่งมาได้แค่ครึ่งทาง ก็ถูกถังหรูฉินขวางเอาไว้เสียก่อน
ถังซื่อก็มาถึงแล้ว นางยืนอยู่ในฝูงชนตะโกนเสียงดัง “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์! พวกเจ้าหนีไปเร็ว!”
เสียงนั้นทำให้ถังหรูอี้พบเป้าหมายใหม่ นางหันกลับไปลากถังซื่อออกมาจากฝูงชน ผลักให้นางล้มลง จากนั้นก็ทั้งชกทั้งเตะไม่ยั้ง
หวังซื่อเห็นเช่นนั้นก็เข้ามาสมทบ ร่วมกันทำร้ายถังซื่อ
เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็โกรธจนระเบิดอารมณ์
“อย่าแตะต้องท่านแม่ข้า!”
นางร้องลั่นก่อนจะถลันเข้าไปผลักหวังซื่อกับถังหรูอี้ออกไป ทว่าทั้งสองแม่ลูกกำลังรอให้นางเข้ามาอยู่พอดี! พอเถียนฮวนเข้ามาใกล้ ทั้งสองก็หันกลับมารุมเล่นงานนางทันที
ถังซื่อเห็นดังนั้น นางรีบลุกขึ้น “ปล่อยฮวนเจี่ยเอ๋อร์ของข้า!”
กู้ฉางสุ่ยกับถังหรูฉินเห็นแล้วก็เดือดดาล
ถังหรูฉินร้องเสียงดัง “ท่านแม่! น้องสาว! พวกท่านหยุดทำร้ายญาติผู้น้องกับท่านอาหญิงเดี๋ยวนี้!”
กู้ฉางสุ่ยไม่เอ่ยวาจาใด ปรี่เข้าไปคว้าตัวแต่ละคน ยกพวกนางเหวี่ยงออกไปคนละทิศละทาง
หวังซื่อกับถังหรูอี้กลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นในสภาพเปรอะเปื้อนไปทั้งร่าง
เหตุการณ์เบื้องหน้าทำให้ถังซานเดือดดาลยิ่งนัก
“บังอาจ! เจ้าเป็นเพียงผู้น้อย ไร้ความเคารพนอบน้อม กล้าลงมือทำร้ายผู้อาวุโส เกิดเป็นบุรุษกลับทำร้ายสตรีต่อหน้าผู้คนมากมาย เจ้ายังนับว่าตนเองเป็นบุรุษอีกงั้นหรือ !”
ถังซานทำได้เพียงหลบอยู่ในฝูงชนและแหกปากตะโกนเท่านั้น ไม่อาจก้าวออกมาได้แม้แต่ก้าวเดียว
กู้ฉางสุ่ยได้ยินดังนั้น ก็เหยียดยิ้มเย็นใส่ถังซาน “ท่านลุงจะรู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็นบุรุษหรือไม่เป็น เช่นนั้นท่านลองออกมาเถิด”
ถังซานเผลอถอยหลังไปอีกก้าวอย่างไม่รู้ตัว ถังหรูฉินเห็นดังนั้น สีหน้าก็มืดหม่นไปถนัดตา
“น้องเขย วันนี้เจ้าทำร้ายท่านแม่กับน้องสาวข้า แต่พวกนางก็ทำร้ายอาหญิงกับญาติผู้น้อง เรื่องนี้นับว่าหายกัน วันนี้เป็นวันมงคลของน้องสาวข้า เรื่องราวไม่ควรบานปลายไปมากกว่านี้ พวกเรายุติเพียงเท่านี้เถิด เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“ไม่ได้” กู้ฉางสุ่ยส่ายหน้าทันที (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
สีหน้าของถังหรูฉินพลันมืดครึ้ม กู้ฉางสุ่ยเอ่ยต่อว่า
“เรื่องทั้งหมดเกิดจากเจ้า ภรรยาข้ากลับมาเยี่ยมท่านแม่และท่านตาของนาง พูดคุยกับเจ้าตามมารยาทแค่ไม่กี่คำ เจ้ากลับหลงตัวเองคิดว่านางมีใจให้ ไม่ยอมห่างจากภรรยาข้า ข้าไล่เจ้ากี่ครั้งเจ้าก็ไม่ไป สุดท้ายป้าสะใภ้เข้าใจผิดเพราะการกระทำของเจ้า นางจึงใส่ร้ายว่าภรรยาข้าล่อลวงเจ้า
“พวกเจ้าแม่ลูก คนหนึ่งหลงตัวเอง คนหนึ่งใส่ร้ายผู้อื่น โยนความผิดให้ภรรยาข้า ทำร้ายแม่ยายข้า ไร้ความเป็นธรรม ภรรยาและแม่ยายข้าเคราะห์ร้ายยิ่งนัก แม่กับน้องสาวเจ้าต่างหากที่สมควรรับกรรม เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีกว่าทั้งสองฝ่ายต่างลงมือกัน นับว่าหายกัน ข้าปล่อยให้เรื่องนี้จบเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด”
ถังหรูฉินที่เป็นถึงบัณฑิตกลับไม่อาจโต้แย้งคำพูดของกู้ฉางสุ่ยได้ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มศีรษะลง
“เจ้าพูดถูก เรื่องนี้ข้าเป็นฝ่ายผิด เช่นนั้นข้าควรทำเช่นไรจึงจะยุติเรื่องในวันนี้ได้”
“ง่ายยิ่งนัก แค่ก้มหัวขอโทษ”
“อะไรนะ!”
ถังซานกับหวังซื่อพูดออกมาพร้อมกัน
ชาวบ้านที่ตามมาถึงกับส่งเสียงอื้ออึงด้วยความตื่นตะลึง นับว่ากู้ฉางสุ่ยใจกล้าไม่เบาที่เอ่ยคำขอเช่นนี้ออกมา
ถังซานรีบตั้งสติได้ทันที เขาตะโกนลั่น “เหลวไหล! ลูกชายข้าเป็นถึงซิ่วไฉ เจอขุนนางยังไม่ต้องคุกเข่า! เจ้าก็แค่ชาวบ้านธรรมดา มีสิทธิ์อะไรสั่งให้เขาคุกเข่ายอมรับผิด”
“ข้าก็ไม่ได้ให้เขาคุกเข่า ข้าแค่ให้เขาขอโทษก็เท่านั้น กฎหมายใดบอกว่าซิ่วไฉทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิดชอบ”
กู้ฉางสุ่ยย้อนถามกลับอย่างตรงไปตรงมา ถังซานถึงกับพูดไม่ออก
ถังหรูอี้รีบแทรกขึ้นมา “ไม่ได้! พี่ข้าเป็นซิ่วไฉ เขาจะไปก้มหัวให้เจ้าได้อย่างไร เรื่องทั้งหมดก็เป็นพวกเจ้าที่เริ่มก่อนทั้งนั้น! เถียนฮวน เจ้าทำอะไรไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ!”
“แน่นอน ข้าย่อมรู้ดี สิ่งที่ญาติผู้พี่ทำกับข้า ข้าล้วนจำได้อย่างชัดเจน ท่านอยากให้ข้าเอ่ยออกมาต่อหน้าผู้คนหรือไม่” เถียนฮวนพยุงถังซื่อลุกขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ถังหรูอี้ถลึงตาใส่นาง “เจ้ากล้าพูดหรือ!”
นางยิ่งมีท่าทีปิดบังเช่นนี้ ผู้คนกลับยิ่งสนใจใคร่รู้
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฮวนเจี่ยเอ๋อร์เล่าให้พวกเราฟังเถิด!”
“ห้ามพูด ห้ามพูดเด็ดขาด! นี่เป็นเรื่องระหว่างข้ากับนาง ไม่เกี่ยวกับพวกท่านทั้งนั้น!” ถังหรูอี้รีบร้องห้าม
มีหรือที่ชาวบ้านจะสนใจคำพูดของนาง ยิ่งนางโวยวายเท่าใด พวกเขากลับอยากรู้มากขึ้นเท่านั้น
เสียงอื้ออึงเร่งเร้าให้เถียนฮวนเล่าเรื่องนี้ออกมา ถังหรูอี้ร้อนรนจนหลั่งน้ำตา
“เถียนฮวน เจ้าจะทำร้ายข้าหรือ วันนี้เป็นวันมงคลของข้านะ ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมปล่อยข้าไป ข้าเป็นญาติผู้พี่ของเจ้า เมื่อก่อนข้าให้ของเจ้ามากมาย ตอนครอบครัวเจ้าล่มจม ข้ากับท่านพ่อท่านแม่ก็เลี้ยงดูเจ้าและแม่เจ้ามาอย่างดีตั้งสามปี เสื้อผ้าเครื่องประดับข้าก็ให้เจ้าไปตั้งเท่าไหร่ เหตุใดเจ้าจึงไม่รู้จักพอ เจ้าจะทำร้ายข้าไปถึงเมื่อใด”
“น้องสาว เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหล!” ถังหรูฉินรีบตะโกนห้ามนาง จากนั้นก็หันไปทางกู้ฉางสุ่ย “เจ้าพูดถูก ข้าควรกล่าวขอโทษ”
เอ่ยจบ เขาก็โค้งคำนับต่อหน้าสองสามีภรรยา “เรื่องในวันนี้เกิดจากข้า ข้าผิดเอง ขอให้ญาติผู้น้องและน้องเขยอภัยให้ข้า อย่าได้ถือโทษ”
พลันสีหน้าของถังซาน หวังซื่อ และถังหรูอี้ซีดเผือดราวกระดาษ
ถังหรูอี้ถึงกับหยุดร้องไห้ นางทำได้เพียงจ้องเถียนฮวนด้วยความโกรธแค้น “ตอนนี้เจ้าพอใจแล้วหรือไม่ ทำลายวันมงคลของข้า ทำให้พี่ข้าต้องเสียหน้า พวกเจ้าคงสบายใจยิ่งนัก ถ้าอย่างนั้นก็ไสหัวไปเสียที!”
“ไม่” เถียนฮวนส่ายหน้าทันที