ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 63 ข้าจะฉีกหน้าเจ้าซะ
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 63 ข้าจะฉีกหน้าเจ้าซะ
กล่าวจบ เถียนฮวนก็หันหลังเดินจากไปทันทีด้วยความเดือดดาล
ถังหรูฉินกับกู้ฉางสุ่ยตะลึงงันไปชั่วขณะ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ถังหรูฉินทำท่าจะวิ่งตามนางไป กู้ฉางสุ่ยรีบขวางทางไว้ทันที “ภรรยาข้ากล่าวไว้ชัดเจนแล้ว ญาติผู้พี่วางตัวให้เหมาะสมด้วย”
“เจ้าหลบไป!” ถังหรูฉินตะคอกพร้อมกับผลักเขาออกไป
กู้ฉางสุ่ยไม่ยอมปล่อย เขาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของถังหรูฉินไว้แน่น ไม่ให้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ถังหรูฉินดิ้นสุดแรงอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่สามารถสะบัดหลุดได้ เขายิ่งโมโหจนแทบเสียสติ
“ปล่อยข้านะ!”
กู้ฉางสุ่ยแค่นเสียงเย็นชา “สู้ข้าไม่ได้ ยังคิดจะแย่งภรรยาข้าอีกหรือ”
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงกรีดร้องของหวังซื่อก็ตั้งขึ้น “อย่าแตะต้องลูกชายข้า!”
กู้ฉางสุ่ยเหม่อไปชั่วขณะ โดนหยิกแขนแรงๆ หลายครั้ง
เขาร้องโอดโอยอยู่ครู่หนึ่ง ความเจ็บปวดทำให้เขาเผลอปล่อยมือจากถังหรูฉิน หวังซื่อวิ่งผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วราวสายลมพัด
“เถียนฮวน นังปีศาจเจ้าเล่ห์ ออกเรือนไปแล้วแท้ๆ ยังจะกล้ามายั่วยวนฉินเกอเอ๋อร์ ข้าจะฉีกหน้าเจ้าซะ!”
“ท่านแม่!”
ถังหรูฉินหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อได้ยิน รีบพุ่งเข้าไปขวาง
หวังซื่อกำลังโกรธจัด เขาจะห้ามอย่างไรได้เล่า
หวังซื่อผลักเขาออกอย่างแรงแล้วพุ่งตรงไปยังเถียนฮวนด้วยท่าทีดุดัน
เถียนฮวนที่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงร้องของป้าสะใภ้ตัวเองดังขึ้น เมื่อนางหันกลับไปมองก็พบว่าหวังซื่อกำลังวิ่งเข้ามาหาตน เงื้อมือขึ้นมากางเล็บแหลมคมทำท่าจะข่วนหน้านาง
หญิงสาวตกใจ ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ขณะเดียวกันกู้ฉางสุ่ยก็รีบก้าวเข้ามา เขาคว้าคอเสื้อด้านหลังของหวังซื่อแล้วลากนางออกไป
แต่หวังซื่อจะยอมเลิกราได้อย่างไร กู้ฉางสุ่ยเพิ่งปล่อยมือ นางก็โวยวายพลางพุ่งเข้าใส่เถียนฮวนอีกครั้ง
กู้ฉางสุ่ยต้องรีบฉุดนางถอยหลัง ทว่าหวังซื่อกลับบิดตัวหันไปข่วนใบหน้าของเขาอย่างเกรี้ยวกราด เขาไม่ทันตั้งตัว แก้มซ้ายพลันปรากฏรอยเล็บเป็นเส้นเลือดห้ารอย
“สามี!”
เถียนฮวนเห็นดังนั้น ความโกรธก็พลุ่งขึ้นทันที
นางก้าวฉับๆ เข้าไป ใช้นิ้วกดลงที่ต้นคอด้านหลังของหวังซื่อ คนที่เมื่อครู่ยังอาละวาดไม่หยุด พลันเหมือนถูกสูบแรงไปจนหมด ร่างทรุดลงนั่งกับพื้นในพริบตา
“ท่านแม่!”
ถังหรูฉินรีบเข้ามาประคองนางขึ้น
หวังซื่อลุกขึ้นยืนได้อย่างยากลำบาก แต่ปากก็ยังไม่ยอมหยุด “ปล่อยข้า! ข้าจะไปสั่งสอนนังหญิงแพศยา! ยั่วยวนลูกชายข้า ถ้ากล้าทำร้ายเขา ข้าจะตีพวกเจ้าให้ตาย!”
“ท่านแม่ ท่านพูดเหลวไหลยิ่งนัก!” ถังหรูฉินทนฟังไม่ไหว “ลูกกับญาติผู้น้องต่างบริสุทธิ์ใจต่อกัน ไม่เคยมีอะไรเกินเลย ลูกกับน้องเขยไม่ได้ทะเลาะกัน ท่านมองผิดไปแล้ว!” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ถุย! แม่จะมองผิดได้อย่างไร!” หวังซื่อตะโกนลั่น “นังหญิงแพศยา ตอนอยู่บ้านตระกูลเถียนก็เอาแต่ยั่วยวนเจ้า พอตระกูลเถียนล่มสลาย นางกลัวว่าตนต้องใช้ชีวิตลำบาก ทุกครั้งที่เจ้ากลับจากสำนักศึกษา นางก็ทำอาหารให้ หาเรื่องพูดคุยกับเจ้า แทบจะกระโจนเข้าหาเจ้าอยู่แล้ว! แม่อุตส่าห์ไล่นางออกจากเรือนได้ นางเสแสร้งว่าชีวิตแต่งงานมีความสุขดี แต่ลับหลังกลับยั่วยวนเจ้า! นังสารเลว ข้าจะข่วนหน้าเจ้าให้เละ ดูซิว่าหน้าอัปลักษณ์เช่นนี้ ยังจะกล้ายั่วยวนบุรุษอีกหรือไม่!”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เถียนฮวนพยักหน้า “ท่านลุงท่านป้าสะใภ้ ที่พวกท่านไม่อยากให้ข้ามางานหมั้นหมายนี้เพียงเพราะไม่ต้องการให้ญาติผู้พี่พบหน้าข้า เมื่อครู่พวกท่านจงใจแยกเราสองคน ท่านแม่ข้าก็เร่งรีบไล่ข้ากลับ…ล้วนเป็นเพราะเรื่องของญาติผู้พี่ ทำให้พวกท่านหวาดกลัว”
“ใช่ ข้ากลัว ลูกชายที่ข้าเลี้ยงดูทะนุถนอมมาหลายปี วันหน้าอาจได้แต่งงานกับองค์หญิงกลายเป็นราชบุตรเขย หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องได้แต่งงานกับบุตรีจากตระกูลขุนนางใหญ่ ข้าจะปล่อยให้หญิงต่ำช้าเช่นเจ้าทำลายอนาคตเขาได้อย่างไร”
“ท่านแม่ เหตุใดท่านจึงดุด่าญาติผู้น้องเช่นนี้เล่า” ถังหรูฉินทนฟังไม่ได้อีกต่อไป
“ข้ากล่าวผิดเสียเมื่อไหร่ นางเป็นคนต่ำต้อย ตระกูลล่มสลาย ไร้ชื่อเสียงเงินทอง ญาติฝ่ายพ่อไม่มีผู้ใดยื่นมือช่วยเหลือ ผู้ที่แต่งกับนางย่อมอาภัพนัก” หวังซื่อพูดอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
“พูดอีกครั้งสิ” เสียงเยียบเย็นพลันดังมาจากด้านหลังทันทีที่นางเอ่ยจบ
หวังซื่อตกใจ รีบหันกลับไป ก็เห็นเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยยืนอยู่ด้านหลังแล้ว
“ป้าสะใภ้ เมื่อครู่ท่านพูดว่าอย่างไร รบกวนพูดอีกครั้ง” เถียนฮวนกล่าวเสียงเรียบ
“ย่อมได้!” หวังซื่อกัดฟันกรอด กำลังจะอ้าปากพูด
ถังหรูฉินเห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาห้ามทันที
หวังซื่อเห็นบุตรชายปกป้องเถียนฮวนถึงเพียงนี้ก็ยิ่งโกรธ นางตะโกนเสียงดังลั่น
“สิ่งที่ข้าพูดคือความจริงทั้งสิ้น! ฉะนั้นข้ามีสิทธิ์พูด บุรุษบ้านตระกูลเถียนตายหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่นางกับแม่ของนาง หญิงม่ายกับเด็กกำพร้าจะไปมีประโยชน์อันใด เถียนฮวนได้แต่งกับผู้ใดย่อมเป็นตัวถ่วงความเจริญรุ่งเรือง ข้าไม่มีวันปล่อยให้ลูกชายข้าถูกนางลากลงเหว! เพราะฉะนั้นอย่าหวังเลยว่าจะได้แตะต้องลูกชายข้าแม้แต่ปลายเส้นผม!”
คำพูดของนางทำให้โดยรอบเงียบสงัดลงอย่างประหลาด
ไม่เพียงเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ย แม้แต่ถังหรูฉินเองก็จ้องมองนางด้วยแววตาเย็นชา
หวังซื่อถูกมองเช่นนั้น พลันรู้สึกหนาวยะเยือกไปทั้งร่าง
“ขอโทษเสีย”
ผ่านไปครู่ใหญ่ กู้ฉางสุ่ยเอ่ยขึ้น
หวังซื่อไม่ยอม “เหตุใดข้าต้องขอโทษด้วย ข้าไม่ได้พูดผิด!”
“ท่านพูดผิดและผิดมากด้วย” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยเสียงเรียบ “ภรรยาข้ายอดเยี่ยมยิ่ง ต่อให้นางไม่มีบิดาหรือพี่น้องช่วยเหลือ แค่อาศัยความสามารถของนางเพียงอย่างเดียวก็พอแล้ว นางไม่เคยเป็นตัวถ่วง การได้แต่งกับนางนับเป็นวาสนาของที่ข้าสั่งสมมาหลายภพชาติ”
“นั่นเพราะเจ้าไม่มีเงินต่างหาก! สตรีใดยอมแต่งกับเจ้า เจ้าก็คงอยากกราบขอบคุณฟ้าดินทุกเช้าเย็นเสียด้วยซ้ำ เช่นนั้นเจ้าจึงเข้าข้างนางทุกเรื่อง ลูกชายข้าไม่เหมือนเจ้า!” หวังซื่อตะโกนลั่น
“ท่านแม่ ท่านรู้หรือไม่ว่าคำพูดของท่านเมื่อครู่นี้ ไม่เพียงดูหมิ่นญาติผู้น้องกับน้องเขย แต่ยังดูหมิ่นลูกด้วย” เส้นความอดทนของถังหรูฉินขาดสะบั้น “ท่านควรขอโทษญาติผู้น้อง ท่านพูดเกินไปแล้ว!”
“เหอะ! แม่พูดเกินไปงั้นหรือ เช่นนั้นตอนที่นางยั่วยวนเจ้าเล่า นั่นไม่เรียกว่าเกินไปหรือไร พวกเขาสองคนรุมรังแกแม่ เจ้าเป็นลูกแม่ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของแม่นะ! มีลูกที่ไหนเข้าข้างคนนอกเช่นนี้!” หวังซื่อเอ่ยตัดพ้อ “เรื่องทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของพวกเจ้า พวกเจ้าทำให้ลูกข้ากลายเป็นคนเช่นนี้ ชั่วช้ายิ่งนัก ไม่รู้จักสำนึกผิด เห็นทีวันนี้ข้าคงต้องสั่งสอนพวกเจ้าเสียบ้าง ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้จักจำ”
เอ่ยจบ นางก็จะพุ่งเข้าใส่เถียนฮวนอีกครั้ง
แต่ถังหรูฉินรีบคว้าแขนนางไว้แน่น “ท่านแม่ พอเถิด! ญาติผู้น้องไม่เคยยั่วยวนลูก เรื่องทั้งหมดมีเพียงลูกที่คิดไปเอง ท่านอย่าได้ใส่ร้ายนางเช่นนี้!”
“ดูเอาเถิด เจ้าพูดเข้าข้างนาง! เจ้าถูกนางวางยาแล้วแน่ๆ!” หวังซื่อตะโกน “หญิงชั่วผู้นี้บอกว่าปรุงยาเป็น ผู้ใดจะรู้ว่านางปรุงยาใดได้บ้าง สุ่ยเกอเอ๋อร์ถูกนางปั่นหัวจนเสียสติ ถึงขั้นแตกแยกกับคนในตระกูลกู้ คนเช่นนี้ต้องรีบไล่ออกไป อย่าปล่อยให้อยู่ในบ้าน ไม่อย่างนั้นครอบครัวดีๆ ก็จะต้องพังพินาศเพราะนาง!”
“วันนั้นพ่อสามีข้ามาเยือนบ้านตระกูลถัง พวกท่านพูดอะไรกับเขาบ้าง” เถียนฮวนเอ่ยถามขึ้นทันที