ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 70 ไข่เจียวตัวอ่อนผึ้ง
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 70 ไข่เจียวตัวอ่อนผึ้ง
ท้องของท่านอาเจ็ดก็ร้องโครกครากมาตั้งนานแล้ว
เมื่อครู่ตอนเห็นเถียนฮวนลงมือทำกับข้าวอย่างคล่องแคล่วทั้งที่ไม่มีห้องครัว กลิ่นหอมกระจายคลุ้งไปทั่ว พอมองดูอาหารที่นางทำก็ยิ่งอดใจไม่ไหว! เนื้อตัวอ้นฉ่ำน้ำผึ้ง กลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจ ไข่เจียวตัวอ่อนผึ้งก็ทอดได้เหลืองสวยทั้งสองด้าน กลิ่นหอมนั้นไม่ต้องพูดถึง แถมยังน่ากินเสียเหลือเกิน!
แม้แต่ท้องของเขาก็ทนไม่ไหว ร้องโครกครากอยู่เสียนาน
ตอนนี้เมื่ออาหารทุกอย่างขึ้นโต๊ะครบ เขาก็คว้าตะเกียบคีบเนื้อตัวอ้นเข้าปากทันที
“โห อร่อยมาก!”
พอได้กินคำแรก ท่านอาเจ็ดก็ร้องชมเปาะ พลางเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย แล้วจึงหันไปมองเถียนฮวน
“เจ้าปรุงอาหารยอดเยี่ยมยิ่งนัก หวานเค็มกำลังดี เนื้อเปื่อยยุ่ย! อืม ข้ารู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมของดอกไม้ ทั้งที่เป็นตัวอ้นเหมือนกัน แต่ภรรยาข้าเอาไปปรุงอาหารกลับไม่อร่อยเท่าเจ้าปรุง”
“ก็เพราะข้าใส่เครื่องปรุงเยอะกว่าเจ้าค่ะ! กลิ่นดอกไม้น่าจะมาจากน้ำผึ้ง” เถียนฮวนพูดพลางคีบชิ้นหนึ่งมาชิมเอง แล้วก็พยักหน้า “กลิ่นดอกมะลิ แสดงว่าช่วงนี้ผึ้งคงบินไปเก็บแต่น้ำหวานจากดอกมะลิ”
“อย่างนี้นี่เอง!” ท่านอาเจ็ดพยักหน้า ก่อนจะรีบคีบเนื้อตัวอ้นเพิ่มอีกสองสามชิ้น ใบหน้ายังคงเปื้อนรอยยิ้ม
แต่กู้ฉางสุ่ยกลับใช้ตะเกียบคีบเฉพาะไข่เจียวตัวอ่อนผึ้ง ผักลวก และถั่วลิสงคั่วเท่านั้น
แม้ว่าเนื้อตัวอ้นจะอร่อยแค่ไหน แต่เขาก็กินจนเบื่อแล้ว ตอนนี้ไม่อยากแตะอีก
เถียนฮวนเห็นเข้าก็หัวเราะเบาๆ “ไข่เจียวตัวอ่อนผึ้งอร่อยหรือไม่”
“อืม กรอบนอกนุ่มใน หอมอร่อยมาก” กู้ฉางสุ่ยตอบเสียงนุ่ม
“จริงหรือ” ท่านอาเจ็ดได้ยินก็สนใจ รีบคีบชิมบ้าง แล้วก็พยักหน้า “จริงด้วย! ภรรยาสุ่ยเกอเอ๋อร์ ข้าอยากรู้แล้วสิว่าเจ้าคิดตำรับอาหารพวกนี้ได้อย่างไร อ่า ใช่แล้ว ข้าลืมไปว่าเจ้าเคยเป็นคุณหนูจากตระกูลมั่งคั่งมาก่อน! เช่นนั้นก็คงเคยกินอาหารเลิศรสมานับไม่ถ้วน ย่อมรู้มากกว่าพวกสะใภ้บ้านนอก”
เถียนฮวนเพียงยิ้มบาง “ข้าแค่เคยเห็นสิ่งที่พวกท่านไม่เคยเห็น เคยกินหรือสวมใส่ของที่พวกท่านไม่เคยกินหรือไม่เคยใส่ก็เท่านั้น ตอนที่เพิ่งมาหมู่บ้านนี้ ข้าเองก็ยังไม่รู้จักของหลายอย่าง ทำเรื่องขายหน้าตั้งหลายครั้ง!”
“ฮ่าๆ ก็จริง ข้าวของในหมู่บ้านเราก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ถ้าอยากปักหลักอยู่ให้มั่นคง ก็ต้องลงแรงพอควรเลยละ!” ท่านอาเจ็ดพยักหน้า
เขาคีบถั่วลิสง เคี้ยวกรุบกรับ “แต่ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขนะ”
“จริงหรือเจ้าคะ เช่นนั้นข้าก็เบาใจแล้ว” เถียนฮวนยิ้มจนตาหยี
กู้ฉางสุ่ยก็ยิ่งดีใจ พยักหน้ารับ “เห็นหรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าภรรยาข้าทั้งฉลาดทั้งเก่ง แถมทำกับข้าวอร่อยกว่าสะใภ้บ้านอื่นอีกต่างหาก!”
“จริงด้วย ภรรยาเจ้าดียิ่งนัก ทั้งแปรรูปสมุนไพรเป็น ทำกับข้าวก็เก่ง เจ้าสุ่ยเกอเอ๋อร์ก็เป็นคนขยันมั่นคง ข้าว่าอนาคตของพวกเจ้าต้องไปได้ไกลแน่นอน” ท่านอาเจ็ดเอ่ย
“ขอให้เป็นตามคำอวยพรของท่านเถอะ แต่อันที่จริงเราสองคนก็คิดไว้แบบนั้นเหมือนกัน!” กู้ฉางสุ่ยหัวเราะตอบ
พอเห็นสองสามีภรรยามั่นใจขนาดนี้ ใจของท่านอาเจ็ดก็พลอยเบิกบาน กินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
อาหารทั้งโต๊ะถูกกวาดเกลี้ยงในพริบตา พอเห็นท่านอาเจ็ดชอบตัวอ้นราดน้ำผึ้ง เถียนฮวนก็หยิบตัวอ้นรมควันจากใต้ชายคาสองตัวให้เขา พร้อมน้ำผึ้งขวดเล็กๆ อีกหนึ่งขวด แล้วก็บอกตำรับตัวอ้นราดน้ำผึ้งให้เขาฟัง (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“หากกลับไปก็ให้ท่านอาสะใภ้เจ็ดทำตามตำรับนี้นะเจ้าคะ รับรองว่าอร่อยยิ่งนัก!”
กู้ฉางสุ่ยหยิบเงินจำนวนหนึ่งจะยื่นให้ท่านอาเจ็ด แต่ท่านอาเจ็ดรีบโบกมือปฏิเสธ
“วันนี้ข้ามาช่วยพวกเจ้าก่อเตาก็จริง แต่สุดท้ายกลับกินอาหาร ได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านก็นับว่าคุ้มแล้ว! ปกติข้าออกไปก่อเตาให้บ้านอื่นก็ได้แค่ห้าเหวินเท่านั้นเอง ลำพังน้ำผึ้งขวดนี้ก็เกินห้าเหวินแล้ว ไหนจะชาฤดูใบไม้ร่วงกับตัวอ้นที่พวกเจ้าเคยเอามาให้ก่อนหน้านี้ ถ้าข้ายังจะรับเงินอีก ข้าก็ไม่ใช่คนแล้ว!”
กู้ฉางสุ่ยคิดจะเกลี้ยกล่อมเขาอีกครั้ง แต่ท่านอาเจ็ดเอ่ยว่า “สุ่ยเกอเอ๋อร์ เจ้ากับข้าจำเป็นต้องเกรงใจกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ หากเจ้าไม่เห็นข้าเป็นคนกันเอง ต่อไปบ้านเจ้ามีธุระต้องให้ช่วยอะไร ข้าก็จะไม่มาอีกแล้ว”
กู้ฉางสุ่ยจึงได้แต่ชักมือกลับ
“จริงสิ ท่านอาเจ็ด ก่อนท่านจะกลับ ข้ามีเรื่องอยากขอร้องสักเล็กน้อย” เขาเอ่ยเสียงเบา “เรื่องน้ำผึ้งนี้ ขอท่านอย่าไปบอกคนอื่นในหมู่บ้านได้หรือไม่ ท่านก็เห็นแล้ว ข้าเก็บได้เพียงรังเดียว น้ำผึ้งที่ได้มา ลำพังพวกเราเองก็ยังแทบไม่พอใช้ หากข่าวแพร่ไปถึงท่านพ่อท่านแม่ข้า…ท่านก็รู้ดี”
“รู้แล้ว รู้แล้ว” ท่านอาเจ็ดรีบพยักหน้า “พวกเจ้าสองคนจัดเตรียมของกินแต่ละอย่างก็ไม่ง่าย แล้วยังแบ่งให้ข้ามากขนาดนี้ ของที่พวกเจ้าเก็บไว้เองก็ยิ่งเหลือน้อย ข้าเข้าใจพวกเจ้าดี เรื่องนี้ข้าจะไม่บอกใครทั้งนั้น จะบอกเพียงว่าข้าไปตีรังผึ้งเล็กๆ บนเขา คั้นน้ำผึ้งออกมาด้วยตัวเอง”
“ท่านอาเจ็ด ท่านใจดียิ่งนัก” กู้ฉางสุ่ยเอ่ย
เถียนฮวนเองก็โค้งคำนับให้เขา “ขอบคุณท่านอาเจ็ดที่เห็นใจพวกเรา”
เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสองรู้ความและมีมารยาทเช่นนี้ ท่านอาเจ็ดก็อดรู้สึกภูมิใจไม่ได้
“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ พวกเจ้าสองคนทำงานของตนต่อเถิด ข้าขอตัวลา”
เขาเก็บขวดน้ำผึ้งใส่อกเสื้อ หิ้วตัวอ้นแล้วเดินจากไป
เมื่อเห็นว่าท่านอาเจ็ดจากไปแล้ว เถียนฮวนจึงเอ่ยขึ้นว่า “สามี”
“หืม?” กู้ฉางสุ่ยขานรับ
“เมื่อครู่ข้าเห็นท่านลอบใส่เหรียญทองแดงห้าเหวินไว้ในกระเป๋าของท่านอาเจ็ด”
“ฮ่าๆ ท่านอาเจ็ดเองก็ลำบากไม่น้อย ครอบครัวเขามีคนมาก ที่นาแปลงเล็กๆ เก็บเกี่ยวแต่ละครั้งก็ไม่พอเลี้ยงคนทั้งครอบครัว ตลอดทั้งปีอาศัยเพียงฝีมือก่อเตามาหาเงินเสริมเลี้ยงคนในบ้าน วันนี้ในเมื่อพวกเราเชิญเขามาช่วยงาน เรื่องเงินก็ควรคิดให้ชัด ของที่ให้ไปก็เป็นของที่ให้ แต่เงินที่ควรจ่ายก็ต้องจ่าย ภรรยา เจ้าคิดเช่นไร”
“ท่านกล่าวได้ถูกต้อง”
สองสามีภรรยาพูดคุย สบสายตา และส่งยิ้มให้กันจนดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสียว
“ตอนนี้งานบ้านก็ไม่มีสิ่งใดต้องทำแล้ว พวกเราขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรดีหรือไม่ เมื่อคืนเจ้าพูดถึงหน่อไม้ดอง เช่นนั้นวันนี้เราขุดหน่อไม้กันเถิด”
เมื่อครู่เพิ่งกินข้าวจนอิ่มท้อง ตอนนี้กลับเตรียมการวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารมื้อต่อไปเสียแล้ว เถียนฮวนไม่เคยเจอผู้ใดเอาจริงเอาจังกับเรื่องกินได้เช่นเขา
“สองวันก่อนฝนตกทั้งวัน ตอนนี้ทางบนเขายังลื่นอยู่ วันนี้พวกเราไม่ขึ้นเขาดีกว่า จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายกันก่อนเถิด”