ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 69 ตัวอ้นราดน้ำผึ้ง
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 69 ตัวอ้นราดน้ำผึ้ง
นางเริ่มจากใช้มีดผ่ารังผึ้งแล้วแยกส่วนต่างๆ ออกจากกันอย่างมีระเบียบ
หญิงสาวคีบตัวอ่อนผึ้งออกทีละตัวใส่ในถ้วยใบใหญ่ ใช้มือบีบคั้นน้ำผึ้งออกมา
นางลงแรงไปไม่น้อยเพื่อให้ได้น้ำผึ้งมากที่สุด จากนั้นจึงแยกไขผึ้งออกจากน้ำผึ้ง กว่าจะทำเสร็จก็ปวดเมื่อยไปทั้งตัว
เถียนฮวนมีสติจดจ่อกับการแปรรูปสมุนไพรจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
ท่านอาเจ็ดกับกู้ฉางสุ่ยพักเหนื่อยหลังจากก่อเตามาได้ครู่ใหญ่ เขาเห็นนางหยิบอุปกรณ์มากมายขึ้นมาจัดการรังผึ้งอย่างพิถีพิถันแล้วหันไปพูดกับกู้ฉางสุ่ยว่า “ภรรยาเจ้าทำงานละเอียดเกินไปแล้ว ถ้าเป็นคนในหมู่บ้านทั่วไปได้รังผึ้งมาก็แค่ตัดแบ่งกิน เคี้ยวเสร็จก็คายทิ้ง ไม่มีผู้ใดทำเรื่องยุ่งยากเช่นภรรยาเจ้า”
“หากเป็นเรื่องที่นางสนใจ นางมักจะทุ่มเทเช่นนี้เสมอ” กู้ฉางสุ่ยเหลือบมองเถียนฮวนที่ยังตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ดวงตาเต็มไปด้วยความพอใจ
ท่านอาเจ็ดได้ยินก็ชะงักไป ก่อนจะส่ายหน้า “แค่เจ้าชอบก็พอแล้ว”
“ข้าชอบนางยิ่งนัก!” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยอย่างหนักแน่น
เขาลอบมองภรรยาอยู่หลายครั้ง มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างเผลอตัว
ท่านอาเจ็ดเห็นแล้วก็จนปัญญานัก “ข้าไม่ได้ชมนางสักคำ เหตุใดเจ้า…” เขาส่ายหัว “ช่างเถอะ ชีวิตของพวกเจ้า ขอแค่มีความสุขก็พอ”
“ข้ามีความสุขมากๆ” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า
เฮ้อ! แล้วเขายังจะพูดอะไรได้อีกเล่า
ท่านอาเจ็ดพบว่าตัวเองก็อายุมากแล้ว แต่พอได้เห็นภาพหวานชื่นของสามีภรรยาคู่นี้ก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้
สมัยที่เขาเพิ่งแต่งงานกับภรรยา ยังไม่เคยรักใครกลมเกลียวกันเช่นนี้เลยนะ
เขารีบเบือนหน้าหนี “รีบทำงานต่อเถอะ!”
ทั้งสองคนง่วนอยู่กับการก่อเตาตลอดครึ่งวันเช้า ในที่สุดก็สร้างเตาสำเร็จ
เถียนฮวนจัดการรังผึ้งเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
“เสร็จแล้ว” ท่านอาเจ็ดโบกมือปาดปูนขาวแล้ววางเครื่องมือลง ก่อนปัดฝุ่นออกจากมือ “ก่อเตาเสร็จแล้ว ตอนนี้ปล่อยให้แห้งก่อน สักสามวันพวกเจ้าก็ใช้เตาได้แล้ว ถึงตอนนั้นเวลาทำอาหารก็จะสะดวกขึ้นมาก”
“ขอบคุณท่านอาเจ็ด” กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนรีบกล่าวขอบคุณพร้อมกัน
เถียนฮวนกล่าวอย่างกระตือรือร้น “ลำบากท่านอาเจ็ดเสียแล้ว เชิญนั่งพักดื่มน้ำก่อนเถิด”
นางรินน้ำให้ท่านอาเจ็ดและกู้ฉางสุ่ยคนละถ้วย ท่านอาเจ็ดยกขึ้นจิบอึกหนึ่งพลันร้องอุทานขึ้นมา
“หวานชื่นใจนัก ผสมน้ำตาลหรือ!”
“น้ำผึ้งเจ้าค่ะ” เถียนฮวนตอบ “น้ำผึ้งที่ข้าเพิ่งคั้นออกมาจากรังผึ้งเมื่อครู่ ผสมน้ำอุ่น เพียงแต่ว่าข้างในยังมีสิ่งเจือปนมาก ต้องรอข้าจัดการให้สะอาดเสียก่อน ตอนนี้ทำได้เพียงแค่นี้ เชิญดื่มเจ้าคะ”
“พอแล้ว พอแล้ว” ท่านอาเจ็ดรีบพยักหน้า “น้ำจากลำธารบนเขาก็ใสสะอาดอยู่แล้ว พอเติมน้ำผึ้งเข้าไป รสชาติก็ดีขึ้นทันที บอกไม่ถูกว่าดีอย่างไร รู้แต่ว่าดื่มแล้วอร่อย”
“เช่นนั้นท่านอาเจ็ดอยากดื่มเพิ่มอีกสักถ้วยไหมเจ้าคะ” เถียนฮวนถาม
“ได้หรือ เจ้ามีน้ำผึ้งไม่มากมิใช่หรือ” ท่านอาเจ็ดถามอย่างประหลาดใจ
ในยุคนี้ น้ำผึ้งถือเป็นของล้ำค่า พวกเขาได้มาก็มักจะแค่ชิมไม่กี่คำ ที่เหลือก็นำไปขายที่ตัวตำบล
“เหตุใดจะไม่ได้เล่า วันนี้ท่านอาเจ็ดช่วยก่อเตาให้พวกเราจนเหน็ดเหนื่อย ให้ดื่มน้ำสักถ้วยจะเป็นอะไรไป อีกอย่าง ไม่ใช่แค่น้ำ ข้ายังจะขอเชิญท่านอยู่กินข้าวด้วยเจ้าค่ะ” เถียนฮวนยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
ดวงตาของท่านอาเจ็ดพลันเปล่งประกายวาววับ “ทำงานมาครึ่งค่อนวัน ตอนนี้ข้าก็หิวจริงๆ ในเมื่อพวกเจ้าชวน ข้าก็จะไม่เกรงใจแล้ว อีกทั้งครั้งก่อนที่พวกเจ้าส่งตัวอ้นรมควันให้ภรรยาข้า รสชาติดียิ่งนัก ครอบครัวข้ากินกันจนติดใจเลย” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“ถ้าเช่นนั้น วันนี้ข้าจะใช้ตัวอ้นปรุงอาหารให้ท่านลองชิม” เถียนฮวนเอ่ย
คำพูดของนางยังไม่ทันจบ ก็เห็นมุมปากของกู้ฉางสุ่ยกระตุกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
เถียนฮวนรีบยกมือปิดปากหัวเราะเบาๆ สองครั้ง จากนั้นก็หันไปเก็บรังผึ้งที่จัดการเรียบร้อยแล้วเริ่มเตรียมทำอาหาร
กู้ฉางสุ่ยก็ล้างมือแล้วเข้ามาช่วยนางทันที
เนื่องจากเตาใหม่ยังใช้ไม่ได้ ตอนนี้พวกเขาจึงยังต้องใช้เตาเก่ากับเตาดินชั่วคราว
หลายวันที่ผ่านมาพวกเขาก็ใช้จนชินแล้ว ดังนั้นกู้ฉางสุ่ยจึงรีบตักข้าวไปล้างให้สะอาด แล้วจุดไฟตั้งหม้อหุงข้าว
เถียนฮวนก็ไปหยิบตัวอ้นรมควันตัวหนึ่งที่แขวนไว้ตรงประตู ใช้มีดใหญ่สับเป็นชิ้นๆ
เวลานี้กู้ฉางสุ่ยได้ก่อไฟที่เตาฝั่งนี้เรียบร้อยแล้ว เถียนฮวนเชี่ยวชาญยิ่งนัก นางล้างกระทะให้สะอาด พอน้ำในกระทะระเหยแห้ง ก็เทน้ำมันช่ายจื่อใส่ลงไปหนึ่งช้อนเล็ก จากนั้นใส่น้ำผึ้ง ซีอิ๊วขาว น้ำส้ม และน้ำสะอาดอีกสองช้อน
นางกำชับให้กู้ฉางสุ่ยใช้ไฟอ่อน มือนางก็ไม่หยุดผัดด้วยตะหลิว จนของทุกอย่างในกระทะละลายเข้ากันดี จากนั้นจึงใส่เนื้อตัวอ้นที่หั่นไว้ลงไป ผัดต่อไม่หยุด
ผัดไปผัดมาราวครึ่งถ้วยชา จนเครื่องปรุงที่ละลายแล้วเคลือบชิ้นตัวอ้นอย่างทั่วถึง นางก็โรยต้นหอมซอยลงไปเล็กน้อยเป็นอันเสร็จสมบูรณ์!
เถียนฮวนตักตัวอ้นราดน้ำผึ้งใส่จาน ก่อนหยิบตัวอ่อนผึ้งที่เก็บออกมาจากรังในวันนี้มาล้างให้สะอาด สะเด็ดน้ำไว้
หญิงสาวหยิบไข่ไก่ป่าจากตะกร้าสี่ฟองตอกใส่ถ้วย เติมแป้งหนึ่งกำมือ เกลือสองช้อน ใช้ตะเกียบคนอย่างรวดเร็ว
เมื่อผสมเสร็จ นางใช้ปลายตะเกียบแตะขึ้นมาชิมเล็กน้อย รสชาติกำลังดี จึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วเทตัวอ่อนผึ้งลงไป คลุกให้เข้ากัน
เตรียมวัตถุดิบเสร็จแล้ว นางก็หันกลับไปเทน้ำมันสองช้อนลงในกระทะที่ล้างสะอาด ตั้งไฟจนร้อนราวเจ็ดถึงแปดส่วน จากนั้นเทไข่ผสมตัวอ่อนผึ้งลงในกระทะ ใช้ตะหลิวเกลี่ยให้แผ่ทั่ว ตั้งไฟอ่อนทอดช้าๆ
พอด้านหนึ่งสุกได้ที่ นางก็ใช้ตะหลิวพลิกกลับ ทอดอีกด้านให้ไข่สุกเช่นกัน
ทำเช่นนี้ซ้ำอีกสองรอบ จนไข่ทั้งสองด้านทอดจนเป็นสีเหลืองทอง มีความกรอบนิดๆ นางก็ยกไข่ขึ้นจากกระทะ จากนั้นก็ไปเด็ดผักในแปลงผักมาหนึ่งกำ หักเป็นท่อนๆ ลวกในน้ำเดือดจนสุก แล้วตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำ คลุกเกลือเล็กน้อย
เดิมทีเถียนฮวนยังคิดจะทำกับข้าวเพิ่ม แต่ท่านอาเจ็ดรีบร้องห้าม
“พอแล้วๆ พวกเรามีกันแค่สามคน สามอย่างก็พอแล้ว!”
“แต่สามอย่างดูจะน้อยไปหน่อยนะเจ้าคะ” เถียนฮวนกล่าวเสียงเบา
กู้ฉางสุ่ยกลอกตาคิดทันที ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน หยิบห่อถั่วลิสงคั่วที่เหลือจากเมื่อคืนออกมา
“ท่านอาเจ็ด นี่คือถั่วลิสงที่ภรรยาข้าคั่วเมื่อคืน ถึงจะเป็นของเหลือ แต่รสชาติอร่อยจริงๆ หากท่านไม่รังเกียจ ลองชิมดูไหมขอรับ”
ท่านอาเจ็ดหัวเราะเสียงดัง “เจ้าเด็กนี่! พวกเราล้วนเป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องเช่นนี้หรอก สำหรับข้า ขอแค่มีอะไรกินก็พอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ข้าชอบกินถั่วลิสงเป็นที่สุด!”
“เช่นนั้นก็ดีเลย!”
กู้ฉางสุ่ยรีบนำถั่วลิสงคั่วไปวางบนโต๊ะด้วยความยินดี
เมื่อเห็นดังนั้น เถียนฮวนก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนจะยกกับข้าวทั้งสามอย่างขึ้นโต๊ะ
ข้าวในหม้อก็สุกได้ที่แล้ว ขณะที่เถียนฮวนจัดถ้วยตะเกียบ กู้ฉางสุ่ยก็จัดแจงตักข้าวสามถ้วยโตๆ แจกจ่ายให้ครบสามคน
“ท่านอาเจ็ด เชิญกินเถิดขอรับ”