มรดกมารสวรรค์ - บทที่10 สัตว์อสูรระดับสูง
ป่าใกล้ ๆ กับหมู่บ้านเหล็กดำ
โจวซินและพวกพ้องกำลังสำรวจร่องรอยเท้าสัตว์อสูร ก็พบว่ารอยเท้านั้นมีไอเย็นแผ่ออกมา ทำให้โจวซินเดินตามรอยไป แต่ไม่นานก็ต้องหยุดลง เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้านั้นแปลกประหลาดเกินไป ทุกอย่างถูกแช่แข็ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นดิน สัตว์อสูรระดับต่ำ หรือแม้แต่ต้นไม้
เสียงคำรามของสัตว์อสูรระดับสูงดังสะท้อนออกมา คลื่นพลังซัดร่างของโจวซินและพวกพ้องกระเด็นออกไป แม้โจวซินจะไม่เป็นอะไรมาก แต่คนอื่นกลับบาดเจ็บอย่างหนัก
ตอนนี้ สัตว์อสูรระดับสูงตัวนี้เหมือนจะหลุดจากการควบคุม มันเริ่มขยายอาณาเขตของตน ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้หมู่บ้านเหล็กดำอย่างช้า ๆ พื้นที่ทำกินที่ชาวบ้านต้องจ่ายค่าคุ้มครองให้เหล่าจอมยุทธ์ดูแลกลับถูกแช่แข็งเสียหายทั้งหมด สมุนไพรและผลผลิตต่าง ๆ กลายเป็นน้ำแข็งจนใช้การไม่ได้
โจวซินและพวกพ้องรีบกลับไปรายงานโจวเมิ่น ขณะเดียวกัน โจวเมิ่นก็อยู่ระหว่างการลาดตระเวน เขาเฝ้าระวังไม่ให้สัตว์อสูรระดับสูงออกนอกเขตควบคุม สัตว์อสูรตัวนี้มีความแปลก มันจะเคลื่อนไหวเฉพาะบริเวณที่มีน้ำแข็งและหิมะที่มันสร้างขึ้นเท่านั้น และช่วงหลัง ๆ มานี้ อาณาเขตของมันขยายออกเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง
“ท่านพ่อ สามวันมานี้ สัตว์อสูรตัวนี้ไม่ขยายอาณาเขตทางซ้าย แต่กลับขยายทางขวา และเริ่มเข้าใกล้เขตล่าสัตว์อสูรของหมู่บ้านเยี่ยนเผิง” โจวซินรายงาน
โจวเมิ่นพยักหน้า สีหน้าเคร่งขึ้นเล็กน้อย ช่วงนี้เขารู้สึกถึงแรงกดดันภายในร่าง คล้ายพลังปราณกำลังเอ่อล้น แสดงว่าเขาใกล้จะเลื่อนระดับจากจอมยุทธ์ขั้นสูงสุดไปสู่ระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นเริ่มต้น ซึ่งหากสำเร็จ เขาจะกลายเป็นผู้บ่มเพาะระดับนี้คนแรกในรอบสิบปี ในอดีตผู้ที่อยู่ระดับนี้ล้วนเป็นผู้อาวุโสรุ่นพ่อของเขาที่ล้มตายไปหมดแล้ว
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว… โจวซิน เจ้าไปถึงระดับไหนแล้ว” โจวเมิ่นถาม
โจวซินคำนับแล้วตอบ
“รายงานท่านพ่อ ข้าอยู่ระดับจอมยุทธ์ขั้นเริ่มต้นแล้ว”
โจวเมิ่นเดินเข้าไปตบไหล่ลูกชาย ก่อนหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆ ดีมาก งั้นหนึ่งเดือนนี้ เจ้ากับพ่อจะใช้เวลาบ่มเพาะเต็มที่”
โจวซินยิ้มออกมา เพราะเขาแทบไม่เคยได้รับคำชมจากบิดาเลย ปกติจะมีแต่คำตำหนิ แม้เขาจะมีพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ แต่ด้านการอ่านตำราและการวางแผนกลับอ่อนด้อยกว่ามาก ต้องอาศัยคนในกลุ่มโจวเมิ่นช่วยเหลือ
ขณะนั้น สัตว์อสูรระดับกลางตัวหนึ่งพุ่งออกมาจากที่ซ่อน มันหมายจะสังหารโจวเมิ่น แต่เพียงโจวเมิ่นกระทืบเท้า คลื่นพลังลมปราณก็แผ่ออกมา กดดันจนสัตว์อสูรตัวนั้นหยุดชะงัก ก่อนจะหันหลังหนีทันที
แต่โจวเมิ่นเพียงสะบัดมือ มีดบินใต้แขนเสื้อพุ่งออกไปทะลุร่างมันในทันที
โจวซินมองด้วยแววตาเป็นประกาย เขาอยากเป็นเช่นบิดา—แข็งแกร่งถึงขั้นสะบัดมือก็สังหารสัตว์อสูรได้
สองพ่อลูกเดินนำหน้า ส่วนคนอื่น ๆ ตามเก็บชิ้นส่วนสัตว์อสูรที่ถูกสังหาร
……….
ป่าล่าสัตว์อสูร เขตหมู่บ้านเยี่ยนเผิง
หลังจากจักรพรรดิมารสวรรค์หลับใหลอีกครั้ง ลั่วเหอได้เข้าร่วมกลุ่มนักล่าสัตว์อสูรของเยี่ยนอวี้เจิน เป้าหมายยังคงเดิม คือสังหารสัตว์อสูรเพื่อเก็บแก่นวิญญาณมาใช้บ่มเพาะ รอบนี้เยี่ยนอวี้เจินไม่ได้มาด้วย ทำให้ลั่วเหอต้องรับหน้าที่เป็นผู้นำชั่วคราว จึงไม่อาจแยกตัวไปไหนได้นานนัก
เมื่อกลับมาถึงจุดรวมพล มีรถม้าบรรทุกซากสัตว์อสูรระดับกลางที่ลั่วเหอสังหารไว้ ทุกคนเมื่อเห็นเขาก็พากันคำนับด้วยความเลื่อมใส ลั่วเหอจึงคำนับตอบกลับเช่นกัน
“ทุกท่าน ไปล่าสัตว์อสูรต่อเถิด”
กลุ่มของเขาแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน มีคนสำรวจพื้นที่ คนตรวจจับสัตว์อสูร และผู้คุ้มกันด้านหลัง ส่วนลั่วเหอเป็นผู้นำทั้งหมด
เป้าหมายในแต่ละวันคือสัตว์อสูรระดับต่ำสามตัว และระดับกลางหนึ่งตัว ไม่นานนัก สัตว์อสูรระดับต่ำก็ปรากฏขึ้น และถูกจัดการอย่างง่ายดาย ลั่วเหอแทบไม่ได้ลงมือ เขาเพียงนั่งบนซากสัตว์อสูร ปล่อยให้คนอื่นจัดการ และค่อยใช้วิชากลืนดาราดูดซับแก่นวิญญาณ
ไม่นาน ลั่วเหอก็พุ่งเข้าไปในป่าลึก ไล่สังหารสัตว์อสูรระดับกลางอย่างรวดเร็ว เขาสังหารได้สองตัว ก่อนจะต้องหยุดหอบหนัก และนั่งพิงต้นไม้พัก
แต่ทันใดนั้น หางของสัตว์อสูรก็ฟาดเข้ามาจากด้านหลัง ผ่าต้นไม้ขาดเป็นสองท่อน ลั่วเหอก้มหลบได้ทัน
“มากพอแล้ว… คราวนี้คุ้ม”
เขาตวัดทวนโจมตีต่อ ใช้วิชาอสรพิษแดงสังหารสัตว์อสูร แต่เกล็ดของมันแข็งแกร่งผิดปกติจนต้านไว้ได้
“แค่ก… ฝืนเกินไปจริง ๆ”
ลั่วเหอรีบรวบรวมพลัง ใช้วิชากลืนดาราดูดซับแก่นวิญญาณทั้งหมด ก่อนเตรียมกลับออกจากป่า
แต่เขากลับรู้สึกถึงบางอย่าง จึงหยุดเดิน
หิมะเริ่มตกอีกครั้ง
ไอเย็นแผ่ผ่านร่างอย่างชัดเจน ลั่วเหอกำทวนแน่นและเดินตามความรู้สึกไปเรื่อย ๆ ยิ่งเข้าใกล้ คลื่นพลังยิ่งรุนแรงขึ้น จนพบว่าต้นไม้รอบ ๆ ถูกแช่แข็งทั้งหมด
“แปลกมาก… ที่นี่ไม่ใช่แดนเหนือ ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”
ทันใดนั้น คลื่นไอเย็นพุ่งเข้ามา ลั่วเหอกระโดดหลบได้อย่างหวุดหวิด ด้านหน้าคือสัตว์อสูรขนาดใหญ่ที่กำลังหนีอยู่ และถูกคลื่นน้ำแข็งไล่ตามมา
ลั่วเหอรีบพุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเล เขาก้าวเข้าสู่อาณาเขตของมันเต็มตัว
สัตว์อสูรระดับสูงปล่อยคลื่นไอเย็นโจมตีจากระยะไกล ลั่วเหอไม่มีทางเลือก ต้องหันกลับมาต้าน
“อสรพิษแดง!”
พลังปะทะกัน แต่ถูกแช่แข็งทีละน้อย ก่อนจะระเบิดออก ลั่วเหอกระเด็นไปกระแทกพื้น เลือดไหลออกจากมุมปาก
สัตว์อสูรระดับสูงปรากฏเต็มสายตา
ร่างมันเป็นอสรพิษสีขาวขนาดมหึมา มีไอเย็นล้อมรอบ เขาสองเขาคล้ายมังกร มันอ้าปาก และบอลน้ำแข็งมหึมาก็เริ่มก่อตัว
(ราชันย์อสรพิษหยกขาว ระดับสูง!)
“แย่แล้ว!”
ลั่วเหอรีบหนี แต่บอลน้ำแข็งเร็วกว่า เขากระโดดหลบได้เฉียดฉิว ก่อนกลิ้งหลบต่อเนื่องอย่างหวุดหวิด
สุดท้าย เขาพ้นจากอาณาเขตของมันได้สำเร็จ ทำให้ราชันย์อสรพิษหยกขาวหยุดไล่ตาม…
…แต่ลั่วเหอรู้ดีว่า เรื่องนี้ยังไม่จบลงง่าย ๆ