มรดกมารสวรรค์ - บทที่11 รักษา
ลั่วเหอเดินไปสักพัก เขาก็ล้มลง เมื่อมองไปที่ขาข้างซ้ายของตนเองก็พบว่ามีไอเย็นปรากฏขึ้น ลั่วเหอกำหมัดกับความไม่ระแวดระวังของตนเอง ปล่อยให้ตนเองเกิดอันตรายเช่นนี้
ลั่วเหอนั้นยังอยู่ในป่าล่าอสูร อันตรายอยู่รอบด้าน เขานั้นเลือกที่จะปีนต้นไม้เพื่อความปลอดภัย
ต้นไม้สูงใหญ่ที่ดูแข็งแรง ลั่วเหอนั้นได้นั่งรวบรวมลมปราณ เพื่อที่จะขจัดไอเย็นที่กัดเซาะขาซ้ายของเขา
“ใช่! วิชากลืนดารา ให้มันกลืนกินไอเย็นและเปลี่ยนเป็นมุกบริสุทธิ์”
ลั่วเหอใช้วิชากลืนดารา แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะวิชากลืนดารามีขอบเขตของมัน กลืนกินได้แค่พลังชีวิตและอำนาจธาตุ แต่ไอเย็นที่เกิดจากผลกระทบของพลังที่สัตว์อสูรปลดปล่อยออกมา ไม่สามารถขจัดหรือเปลี่ยนแปลงได้
ลั่วเหอนั้นไม่ยอมแพ้ เขานั้นยังคงใช้วิชากลืนดาราเรื่อย ๆ แต่ผลก็เป็นเหมือนเดิม ไม่สามารถทำได้ วิชากลืนดาราสลายออกทุกครั้ง
ไอเย็นนั้นเริ่มกัดเซาะขึ้นมาเรื่อย ๆ ทำให้ลั่วเหอนั้นรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก แต่พอลั่วเหอนึกถึงความแค้นที่มีต่อตระกูลลั่ว ก็ทำให้ลั่วเหอกำหมัดแน่น
ไอชั่วร้ายที่ไม่ได้ปรากฏมานานก็ออกมาจากร่างของเขา แต่ลั่วเหอนั้นส่ายหัวและจดจ่อกับเรื่องปัจจุบัน ลั่วเหอจับทวนประกายเพลิงขึ้นและทำการใช้วิชากลืนดารา
ลั่วเหอพยายามดูดกลืนอำนาจธาตุไฟ ทำให้ลั่วเหอกระอักเลือดออกมา
“ต้องยอมสละแก่นวิญญาณอสูรจริง ๆ เหอะ! ช่างเถอะ”
ลั่วเหอหยิบแก่นวิญญาณอสูรระดับกลางออกมาสี่มุก มุกขาวเหล่านั้นลอยวนอยู่รอบตัวลั่วเหอ เขานั้นดูดกลืนพลังบริสุทธิ์จากแก่นวิญญาณอสูรมาเพิ่มกำลังภายในชั่วคราว และใช้กำลังภายในนั้นปลุกความสามารถแท้จริงของทวนประกายเพลิง
เมื่อมุกแก่นวิญญาณอสูรหมดพลังไป มันก็ได้จางหายไป และมุกอีกอันก็จะมาแทนที่
ทวนประกายเพลิงลุกเป็นไฟ ลั่วเหอคิดในใจ
“ดูดกลืนอำนาจธาตุไฟเพียงเสี้ยวหนึ่งก็พอ!”
ลั่วเหอใช้วิชากลืนดาราดูดพลังของทวนประกายเพลิงที่ลุกเป็นไฟ กลายเป็นมุกแดงที่ร้อนระอุอยู่บนฝ่ามือของลั่วเหอ
“สำเร็จ! มุกอำนาจธาตุไฟ”
ลั่วเหอได้ควบคุมมุกอำนาจธาตุไฟ ส่งพลังคลื่นความร้อนและพลังไฟที่บริสุทธิ์ชำระล้างไอเย็นที่ขาข้างซ้าย ซึ่งมันได้ผล ไอเย็นได้ค่อย ๆ หายไป
ลั่วเหอนั้นปวดหัวอย่างมาก และเริ่มมองอะไรเบลอไปหมด แรงกำทวนก็ไม่มีแล้ว ลั่วเหอนั้นได้ร่วงตกจากต้นไม้ แต่ด้วยสติสุดท้าย เขาได้ซัดพลังปราณที่ได้จากมุกวิญญาณอสูรลงพื้น จนเกิดลมช่วยลดแรงกระแทกของร่างลั่วเหอ
เขานั้นได้สลบไป ทวนประกายเพลิงที่ไม่มีผู้จับทวนนั้นก็ร่วงลงพื้น ปักลงดินอยู่ใกล้หัวของลั่วเหอ มุกอำนาจธาตุไฟได้สลายไป มุกวิญญาณอสูรก็ได้ตกลงใส่ร่างลั่วเหอ
ร่างกายของลั่วเหอนั้นถึงขีดจำกัดแล้ว แม้ลมปราณจะเต็มเปี่ยม แต่ร่างกายของลั่วเหอก็ยังมีขีดจำกัด
ในขณะที่ลั่วเหอนั้นสลบลงไป มีสัตว์อสูรมากมายต้องการโจมตีลั่วเหอ แต่ว่าจักรพรรดิมารสวรรค์ก็ปรากฏตัวออกมา และปลดปล่อยจิตสังหาร ทำให้สัตว์อสูรเหล่านั้นต่างวิ่งหนีไปด้วยความเกรงกลัว
จักรพรรดิมารสวรรค์นั้นมองลั่วเหอและส่ายหัว จักรพรรดิมารสวรรค์ได้สร้างตำราเซียนมาหนึ่งเล่ม และใส่ไว้ในอกใต้เสื้อของลั่วเหอ จากนั้นเขาก็สลายหายไป
ผ่านมาไม่นาน เยี่ยนอวี้เจินและกลุ่มของเขาก็มาพบลั่วเหอเข้า
ทุกคนนั้นต่างตามหาลั่วเหอ เพราะลั่วเหอนั้นหายไปนานอย่างมาก ในขณะที่ทุกคนกลับมาหมู่บ้านและจัดการซากสัตว์อสูรเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงลั่วเหอที่ยังไม่กลับมายังหมู่บ้าน
คนที่เจอนั้นเดินตามรอยซากสัตว์ที่ตายลงด้วยฝีมือลั่วเหอ เพราะเขานั้นออกตามล่ามุกวิญญาณอสูรมาเพื่อบ่มเพาะ
ทุกคนนั้นจึงคิดว่าลั่วเหอนั้นเหนื่อยล้าและหมดแรง จากการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับกลางที่มีจำนวนมาก และอาจจะรุมโจมตีลั่วเหอพร้อมกัน
เยี่ยนอวี้เจินนั้นรีบตรวจเช็กชีพจรของลั่วเหอ เมื่อรู้ว่าแค่เหนื่อยและสลบไป จึงแบกร่างของลั่วเหอกลับ ส่วนคนอื่นนั้นก็แยกย้ายกลับบ้านของตน
ผ่านไปไม่นานก็มาถึงหมู่บ้านเย่เผิง
……….
บ้านคนแซ่เยี่ยน
เย่เซียนฮวาและเยี่ยนเผิงรีบมาดูอาการของลั่วเหอ ทุกคนดูตื่นตกใจอย่างมากที่เห็นลั่วเหอนั้นไม่ยอมฟื้น
เย่หนิงเอ๋อร์นั้นได้รีบไปต้มน้ำ เพื่อให้เยี่ยนอวี้เจินนั้นเช็ดตัวของลั่วเหอ แม้ชีพจรจะไม่เป็นอะไร แต่ลมปราณนั้นไหลเวียนผิดปกติอย่างมาก
เยี่ยนเผิงจับไหล่เยี่ยนอวี้เจินและกล่าวออกมา
“ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้นกับพี่ชาย”
เยี่ยนอวี้เจินยิ้มและลูบหัวเยี่ยนเผิงเบา ๆ ก่อนกล่าว
“ไม่ต้องห่วง พี่เขาแค่สลบไปเท่านั้น ไม่เป็นอะไรหรอก เจ้าไปรอด้านนอกก่อนนะ”
เยี่ยนอวี้เจินหันไปหาเย่เซียนฮวาและกวักมือเรียก ส่วนเยี่ยนเผิงนั้นก็ออกไปด้านนอก และนั่งรอลั่วเหออย่างกังวล
“ลูกช่วยพ่อปรับลมปราณในกายเขา”
“เข้าใจแล้ว”
สองพ่อลูกพยุงร่างของลั่วเหอขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง และถ่ายพลังลมปราณช่วยปรับสมดุลลมปราณในร่างกายของลั่วเหอ
แต่เป็นทางเลือกที่ผิดอย่างมาก เพราะในกายของลั่วเหอนั้นมีวิชากลืนดารา การที่สองพ่อลูกมาทำเช่นนี้ในตอนที่ลั่วเหอนั้นไม่ได้สติ เหมือนเป็นการเปิดวิชากลืนดาราโดยที่ลั่วเหอนั้นไม่รู้ตัว
เมื่อลมปราณแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายของลั่วเหอ ตรามารสวรรค์กลางหน้าผากก็ปรากฏออกมา และกลืนกินลมปราณของสองพ่อลูก
เยี่ยนอวี้เจินที่รู้สึกแปลก ๆ พยายามเก็บลมปราณ แต่ก็ทำไม่ได้ เยี่ยนอวี้เจินพยายามยืดตัวไปด้านหลัง แต่ก็ไม่อาจสู้แรงดึงดูดของวิชากลืนดาราได้
เย่เซียนฮวานั้นแย่กว่า มือของนางติดอยู่ที่หลังของลั่วเหอ
“ท่านพ่อ เหมือนข้าจะมึนหัวเล็กน้อย”
เยี่ยนอวี้เจินมองหน้าของเย่เซียนฮวา และพยายามช่วยลูกสาวของตน แต่ก็ทำไม่ได้
“ตั้งสติไว้ลูกข้า เจ้าอย่าหลับ เก็บลมปราณของเจ้าซะ”
ในห้วงความฝันของลั่วเหอนั้น เขานั้นมองเห็นลั่วเวินที่กำลังมองเขาด้วยรอยยิ้ม กลางอกของลั่วเหอนั้นมีเลือดไหลออกมา
ลั่วเวินนั้นยิ้ม ลั่วเหอเห็นซูมู่หรงกำลังถูกลั่วเวินสังหาร ดาบนั้นทิ่มเข้ากลางอกของซูมู่หรง เขานั้นล้มลง ดวงตาไม่ปิด มองลั่วเหอ เลือดนั้นไหลออกจากปาก
ลั่วเวินยิ้มออกมา ลั่วเหอพยายามดิ้นรน
เพียงกระพริบตา ครอบครัวแซ่เยี่ยนก็ปรากฏตัว ถูกเชือกมัดไว้
“หยุดซะ ลั่วเวิน ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ลั่วเหอเมื่อเห็นก็ตะโกนไม่หยุด พยายามดิ้น แต่เขานั้นก็ไม่สามารถขยับตัวได้
ลั่วเวินนั้นชี้ดาบไปที่เยี่ยนเผิง และแกว่งดาบไปชี้ที่เย่เซียนฮวาแทน
“ลั่วเวิน อย่า!”
คลื่นพลังชั่วร้ายออกจากร่างของลั่วเหอ ทำให้ลั่วเหอสามารถขยับตัวได้ เขานั้นระเบิดพลังปราณโจมตีลั่วเวิน ก่อนที่ดาบนั้นจะแทงทะลุอกของเย่เซียนฮวา
ส่วนโลกของความจริง เยี่ยนอวี้เจินพยายามเรียกลั่วเหอให้ตื่น
“ลั่วเหอ เจ้ารีบตื่นเร็วเข้า!”
คลื่นพลังปราณระเบิดออกมา เยี่ยนอวี้เจินเก็บพลังลมปราณ เย่เซียนฮวาก็เช่นกัน เก็บพลังลมปราณและนางก็สลบไป
ลั่วเหอนั้นลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบว่าเย่เซียนฮวาสลบซบหลังของลั่วเหอ เขานั้นสัมผัสถึงวิชากลืนดารา จึงรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
ลั่วเหอจับไหล่ของเย่เซียนฮวาและพานางนอนลง ลั่วเหอหันไปหาเยี่ยนอวี้เจิน
“นี่! หรือว่าลมปราณของนาง?”
เยี่ยนอวี้เจินพยักหน้าและตอบกลับ
“ร่างกายเจ้าแปลกประหลาด ดูดกลืนลมปราณของพวกข้าแทบเกลี้ยง”
ลั่วเหอทำหน้านิ่ง เขานั้นก้มมองพื้น เพราะเขานั้นก็ไม่สามารถบอกเรื่องวิชากลืนดาราได้
เยี่ยนอวี้เจินยิ้มและไม่ได้ถามอะไรต่อ
“ช่างเถอะ เจ้าไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวข้าดูนางเอง”
ลั่วเหอพยักหน้าและเดินจากไป แต่เขานั้นได้หยิบมุกวิญญาณอสูรระดับต่ำ และโยนลอยอยู่บนหน้าผากของเย่เซียนฮวา
จากนั้นได้ใช้สองนิ้วมือข้างขวาควบคุมมุกวิญญาณอสูรระดับต่ำ ถ่ายทอดพลังบริสุทธิ์ให้กับเย่เซียนฮวา….