มรดกมารสวรรค์ - บทที่29 ถุงมิติ
ปราณของสองพี่น้องรุนแรงไปทั่วป่า ลั่วเหอก็ยังหลบซ่อนอยู่ แม้ตบะจะห่างกันเล็กน้อย แต่ก็นับว่ามีความลำบากไม่น้อย ลั่วเหอจับหินข้างตัวปาไปใส่สองพี่น้อง แต่ว่าพี่ใหญ่ได้ใช้ม่านพลังปราณหยุดหินและสลายหินออกเป็นผุยผง
น้องของพี่ใหญ่ได้ปลดปล่อยวิชาบอลเพลิง
ลูกบอลเพลิงที่ลุกเป็นไฟได้ลอยอยู่ด้านหลังถึงเจ็ดลูก ลั่วเหอเพ่งมองไปที่วิชาของคนผู้นั้นที่ดูน่าสนใจอย่างมาก
“วิชาไฟอะไรกัน?”
ลั่วเหอจับทวนประกายเพลิงและปลดปล่อยอำนาจธาตุไฟ จากนั้นวิ่งไปทางซ้ายจนเกิดเงาหลอก ทำให้สองพี่น้องตามหาลั่วเหอเจอ พี่ใหญ่ผู้นั้นพุ่งต่อยและง้างหมัดโจมตีลั่วเหอ แต่ว่าเงาที่เกิดขึ้น เสียงที่เกิดขึ้น และใบไม้ที่ขยับ ล้วนเป็นภาพลวงที่ลั่วเหอสร้างขึ้น
ลั่วเหอพุ่งไปหาน้องของพี่ใหญ่และฟาดทวนลงหนึ่งครั้ง คลื่นพลังของทวนอำนาจธาตุไฟทรงพลังอย่างมาก ทำให้น้องของพี่ใหญ่กระเด็นไปไกล ลั่วเหอสัมผัสได้ถึงความร้อนด้านหลัง จึงกระโดดไปข้างหน้า
“แย่แล้ว บอลไฟพวกนี้มีความสามารถติดตาม!”
พี่ใหญ่ที่โดนหลอกก็พุ่งร่างตนเองไปต่อยลั่วเหอ ทางซ้ายเป็นพี่ใหญ่ ด้านหลังเป็นลูกไฟมากมาย ด้านหน้าเป็นน้องของพี่ใหญ่ ลั่วเหอกระโดดลอยตัวขึ้น ชี้ทวนลงพื้นและหมุนตัว ไฟจากปลายทวนสร้างเป็นกำแพงพายุไฟ
ขณะที่ทั้งสองกำลังตกใจกับกำแพงพายุไฟตรงหน้า ลั่วเหอได้ชูดัชนีสองนิ้วควบคุมมีดบินระดับ 2 ทำลายบอลไฟทั้งหมด น้องของพี่ใหญ่ตกตะลึง
“พี่ใหญ่ มีดบินระดับ 2! เจ้านี่เป็นใครกันแน่?”
พี่ใหญ่มองไปที่อาวุธและความสามารถของลั่วเหอ ทำให้ใบหน้าเคร่งเครียด
“สมบัติมากมาย หรือว่าเราจะไปยุ่งกับตระกูลนักบำเพ็ญเซียนเข้าแล้ว!”
ลั่วเหอมองไปที่น้องของพี่ใหญ่ เพราะเขาอ่อนแอที่สุด ลั่วเหอสะบัดทวนจนเกิดประกายไฟไปทั่วทิศ ปลายทวนแหลมคมพุ่งไปที่น้องของพี่ใหญ่ ทำให้พี่ใหญ่หยิบดาบออกมาจากถุงมิติ น้องของพี่ใหญ่ใช้วิชาไฟต่อเนื่อง แต่ลั่วเหอไม่เกรงกลัว
บอลไฟมากมายต่างถูกกดทับด้วยทวนอำนาจธาตุไฟและมีดบินระดับ 2 ของลั่วเหอ พี่ใหญ่คนนั้นฟันดาบมาที่ลั่วเหอ แต่ก็ถูกมีดบินระดับ 2 ต้านคมดาบไว้อย่างง่ายดาย ทำให้พี่ใหญ่ผู้นั้นกระโดดถอยหลังไป
“พี่ใหญ่ช่วยด้วย!”
พี่ใหญ่ผู้นั้นมีสีหน้าจริงจัง จ้องมองลั่วเหอด้วยความแค้นใจและตะโกนออกมา
“น้องข้า!”
ทวนของลั่วเหอแกว่งอย่างรวดเร็ว แต่น้องของพี่ใหญ่ก็ใช่ว่าจะอ่อนแอ เขากลิ้งหลบอย่างรวดเร็ว แต่แขนซ้ายของเขาถูกทวนตัดขาด เขานอนกลิ้งไปมาพร้อมร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด เพราะไม่ใช่เพียงแขนที่ขาด แต่ยังมีเปลวไฟที่แผดเผาบาดแผลของเขา
พี่ใหญ่ผู้นั้นวิ่งไปแบกร่างของน้องตนเองและวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว ลั่วเหอยิ้มออกมา เพราะสามารถทำให้ทั้งสองคนนั้นหวาดกลัวได้โดยไม่ตั้งใจ พี่ใหญ่ผู้นี้กลัวลั่วเหออย่างมาก เพราะคิดว่าลั่วเหอเป็นลูกหลานของตระกูลนักบำเพ็ญ ซึ่งหายากมาก และส่วนใหญ่คนของตระกูลนักบำเพ็ญ หากไม่ใช่มีวิชาเซียนที่แข็งแกร่ง
“ก็มีสมบัติหายากมากมาย ข้าต้องรีบหนี”
พี่ใหญ่ผู้นั้นวิ่งนำหน้าโดยแบกร่างน้องของตน และหันไปด้านหลังเล็กน้อยก็ไม่พบลั่วเหอแม้แต่น้อย ทำให้พี่ใหญ่ผู้นั้นถอนหายใจ แต่เพียงไม่นาน มีดบินระดับ 2 ก็บินอย่างรวดเร็วมายังด้านหลังของพี่ใหญ่ แต่ว่าเขาสติยังดีมาก สามารถจับดาบมาปัดป้องได้ทัน
ทั้งคู่ล้มลงและกลิ้งไปไกล น้องของพี่ใหญ่กลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวดและเรียกพี่ใหญ่ของตนไม่หยุด
“พี่ใหญ่ ข้าเจ็บเหลือเกิน พี่ใหญ่!”
พี่ใหญ่ผู้นั้นกำลังเดินถอยหลังไปอยู่ใกล้น้องของตนเอง แต่ว่ามีดบินระดับ 2 พุ่งตัดคอน้องของพี่ใหญ่จนสำลักเลือดออกมา เขาพยายามชูมือเรียกพี่ใหญ่ เมื่อพี่ใหญ่หันมาก็พบว่าน้องของตนใกล้ตายแล้ว พี่ใหญ่รีบวิ่งไปจับมือน้องของตนและร้องไห้ออกมา
ก่อนที่จะหันไปหาลั่วเหอที่เดินออกมาจากมุมมืดด้านขวา ถือทวนประกายเพลิง ส่วนรอบตัวมีมีดบินระดับ 2 บินวนอยู่อย่างรวดเร็ว แววตาของลั่วเหอช่างไร้ความรู้สึก พี่ใหญ่ผู้นั้นกำดาบในมือแน่นและมองลั่วเหออย่างเคียดแค้น
“แกเจ้าปีศาจ ตายซะ!”
ดาบพุ่งไปด้านหน้า ลั่วเหอกระโดดถอยหลังหลบวิถีดาบของพี่ใหญ่ พี่ใหญ่มองลั่วเหอและถ่ายพลังปราณลงไปที่ดาบ จากนั้นฟาดลงพื้น คลื่นพลังปราณกระจายตัวกระแทกร่างของลั่วเหอ แต่ว่าในเวลาเพียงชั่วครู่ ลั่วเหอสามารถสร้างม่านปราณปกป้องตนเองไว้ได้
แต่ดาบนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก ทำให้ม่านปราณของลั่วเหอแตกกระจายอย่างง่ายดาย ลั่วเหอกระอักเลือดออกมาและคิดในใจ
“แย่แล้ว! เสียพลังไปมาก หากเป็นเช่นนี้ต่อไป…ไม่! ต้องจบได้แล้ว”
พี่ใหญ่ผู้นั้นหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ และปักดาบลงพื้น คลื่นพลังปราณกระแทกร่างของลั่วเหออีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ม่านปราณของลั่วเหอสามารถป้องกันคลื่นพลังปราณของพี่ใหญ่ไว้ได้
“คงไม่ได้มีเพียงเท่านี้ใช่หรือไม่? ฮ่า ๆ ข้าจะบดร่างและวิญญาณของแกซะ!”
มุกพลังได้ลอยอยู่รอบตัวลั่วเหอและถ่ายทอดพลังให้กับลั่วเหอ เขากำทวนประกายเพลิงแน่น เปลวไฟปรากฏขึ้นอีกครั้ง ลั่วเหอครั้งนี้ไม่รีรอ เป็นฝ่ายบุกพุ่งเข้าไปแกว่งทวนโจมตีพี่ใหญ่
ทั้งสองนั้นสูสีกันมาก หากไม่มีมุกพลัง ลั่วเหอคงแพ้ไปแล้ว แต่เมื่อมีพลังเต็มเปี่ยม ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างทรงพลังไม่หยุดยั้ง วิชาทวนที่แข็งแกร่งและประสบการณ์มากมายในการจัดการสัตว์อสูร ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป ลั่วเหอกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ
พี่ใหญ่ผู้นั้นตีทวนของลั่วเหอจนชี้ขึ้น และกระโดดถอยหลังไปไกล พร้อมรวบรวมพลังปราณไปที่ดาบ คลื่นพลังปราณสีเขียวปรากฏขึ้นรอบดาบ ส่วนลั่วเหอก็ชูดัชนีสองนิ้วควบคุมมีดบินระดับ 2 และควบคุมโล่ด้านหลังให้ลอยห่างจากหลังเล็กน้อย
“วิชาดาบสังหารเซียน! ย้า!”
พี่ใหญ่ผู้นั้นวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ลั่วเหอก็วิ่งเข้าไปเช่นกัน ทั้งคู่รวบรวมพลังไปที่อาวุธของตนอย่างเต็มเปี่ยม พลังปราณมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากอาวุธทั้งสอง ดาบของพี่ใหญ่รวดเร็วและใกล้จะถึงตัวของลั่วเหอ
“ฮ่า ๆ ตายซะ!”
“ควรจบได้แล้ว….”
ลั่วเหอควบคุมโล่มาต้านดาบของพี่ใหญ่ เกิดระเบิดขนาดใหญ่ คลื่นระเบิดซัดร่างทั้งคู่ไปคนละทิศคนละทาง กลุ่มควันสีดำบดบังการมองเห็น แต่ว่ามีดบินของลั่วเหอบินทะลุผ่านควันดำและทะลุกลางอกของพี่ใหญ่
ลั่วเหอได้หยิบถุงมิติของทั้งคู่ และหลับตาตรวจดู ก็พบกับยาฝึกปราณ 8 เม็ด ศิลาวิญญาณ 50 ก้อน รวมถึงผ้าคลุมดำปกปิดตัวตน ลั่วเหอจึงหยิบผ้าคลุมดำนั้นมาสวมใส่ และเก็บทวนประกายเพลิงกับมีดบินระดับ 2 เข้าถุงมิติ
“เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้ว น่าเสียดาย ไม่มีคัมภีร์ฝึกวิชาเซียนเลย”