มรดกมารสวรรค์ - บทที่50 ทะลวงสู่เปลี่ยนลมหายใจขั้นกลาง
ช่วงกลางคืน
เรือนเซียนโอสถ
ในขณะที่ทุกคนนั้นกำลังนั่งรวบรวมลมปราณในห้องของตน ลั่วเหอเดินออกมาด้านนอกของเรือนเซียนเต่าเขียว ลั่วเหอเดินออกมาพร้อมกับสวมใส่ผ้าคลุมสีเขียว ซึ่งเป็นผ้าคลุมประจำเรือนเซียนโอสถ ลั่วเหอเดินมาด้านนอกและมองไปที่สวนสมุนไพร ลั่วเหอตั้งดัชนีสองนิ้วและถ่ายเทพลังปราณไปที่สมุนไพรด้านหน้าตน
ลมปราณของลั่วเหอถูกดูดเข้าไปเป็นปราณสีม่วงไหลผ่านค่ายกลเวทมากมาย จนไหลไปถึงม่านป้องกันที่มีอักษรเวทมากมายปรากฏขึ้น และนำพาลมปราณของลั่วเหอเมื่อครู่ออกไปด้านนอกม่านป้องกัน ลั่วเหอยิ้มมุมปากและนั่งรวบรวมลมปราณ
ก็เกิดค่ายกลเวทสีฟ้ารอบตัวของลั่วเหอ เขานั้นมองไปที่ค่ายกลรอบตัวของตนเอง และเริ่มคิดในใจ
“สุดยอด ในพื้นที่ที่มีค่ายกลกดทับการเดินลมปราณ กับแฝงด้วยค่ายกลบำเพ็ญเซียน ช่างเป็นวิชาค่ายกลเวทที่ซับซ้อนและน่าสนใจจริงๆ”
“ในเมื่อตอนนี้ไม่สามารถออกไปได้ ไอพลังชีวิตของค่ายกลบำเพ็ญก็ไม่ควรสูญเปล่า”
ลั่วเหอประสานมือทั้งสองข้าง และแยกออก เกิดหลุมดำสีดำม่วงดูดซับพลังฟ้าดิน ไอพลังวิญญาณที่แห่งนี้ทั้งหมดมาสร้างมุกบำเพ็ญ ครั้งนี้นั้นลั่วเหอสามารถดูดซับสร้างมุกบำเพ็ญได้ง่ายกว่าเดิม เพราะความช่วยเหลือจากยาของหลิวหรงหรง ลั่วเหอลืมตาขึ้น ปราณสีม่วงประทุออกจากร่างมากมาย
มุกบำเพ็ญสร้างขึ้นมา 3 เม็ด ลั่วเหอมองมันที่มือของตนเองและส่ายหัวออกมา
“น่าเสียดาย ยังไม่สามารถเทียบเท่ารูปปั้นนักบำเพ็ญระดับจิตเต๋า การสร้างมุกบำเพ็ญจึงได้เพียงเท่านี้ แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”
ลั่วเหอถอนหายใจ และเริ่มบำเพ็ญอีกครั้ง ปราณสีม่วงประทุออกจากร่างลั่วเหอ
“หลายเดือนแล้วที่ข้ารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน คงถึงเวลาที่ต้องฝืนเลื่อนขั้นจริงๆ…”
ลั่วเหอแตะไปที่ถุงมิติ เพื่อนำกระบี่มาบินรอบตัวของเขาเพื่อเป็นการปกป้อง จากนั้นก็นำมุกบำเพ็ญหลายสิบเม็ดออกมาและดูดซับ ลั่วเหอหลอมรวมมุกบำเพ็ญเป็นมุกบำเพ็ญขนาดใหญ่เม็ดเดียว และเริ่มการบำเพ็ญทันที ปราณสีม่วงรอบตัวลั่วเหอดูเหมือนจะมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่า
ลั่วเหอตั้งดัชนีสองนิ้ว ควบคุมกระบี่ของเขาให้ลอยอยู่หน้าตัว หยกที่อยู่ตรงกระบี่ส่องแสงขึ้น
“ท่านอาจารย์ ศิษย์คิดมาหลายเดือนแล้ว…ข้าสามารถควบคุมไอแค้นได้หลายส่วน ศิษย์จะทำการเลื่อนขั้นตบะ หวังว่าท่านอาจารย์จะไม่ขัดขวาง”
แก่นลมปราณของลั่วเหอ
ตอนนี้นั้น มุกวิญญาณสำหรับบำเพ็ญเซียนของลั่วเหอล้อมรอบด้วยพายุพลังบริสุทธิ์มากมาย ซึ่งรากวิญญาณระดับสามของลั่วเหอไม่อาจขจัดพวกมันได้หมด ทำให้ลั่วเหอรู้สึกจุกอกและเหงื่อไหลออกมามากมาย ลั่วเหอตั้งดัชนีสองนิ้ว รวบรวมพลังปราณไปที่สองนิ้ว และแตะไปที่หน้าผากของตน
ตรามารสวรรค์ปรากฏขึ้น ทำให้ลั่วเหอบำเพ็ญได้สบายขึ้น หากเป็นคนทั่วไปอาจสำเร็จอย่างง่ายดาย แต่เพราะเป็นลั่วเหอที่ยังขจัดไอแค้นไม่หมดจึงยากลำบากไม่น้อย เมื่อไอแค้นเริ่มปรากฏออกมาจากร่างลั่วเหอ กระบี่และหยกขาวส่องแสงสร้างม่านปกคลุมลั่วเหอ เก็บซ่อนไอแค้นทั้งหมด
มุกวิญญาณของลั่วเหอมีทั้งไอแค้นและไอพลังบริสุทธิ์ เป็นพายุที่โจมตีมุกวิญญาณของลั่วเหอ มันชนกันทำให้ลั่วเหอกดดันขึ้นไม่น้อย ลั่วเหอหายใจเข้าและหายใจออก และเร่งดูดซับพลังปราณบริสุทธิ์เข้ามุกวิญญาณให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ไอแค้นกัดกินมุกวิญญาณของเขาเป็นเวลานาน
1 ชั่วยามต่อมา
มุกบำเพ็ญสีทองขนาดใหญ่ตอนนี้เหลือขนาดเล็กลงประมาณ 1 ข้อนิ้ว แสงสีทองกระพริบอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงว่ามุกบำเพ็ญที่ลั่วเหอสร้างขึ้นเริ่มหมดพลังไอบริสุทธิ์แล้ว ทันใดนั้นมุกบำเพ็ญก็สลายหายไป พื้นที่บริเวณใกล้ลั่วเหอสั่นไหวเล็กน้อย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ใบไม้ร่วงจากกิ่งต้นไม้
ใบไม้ร่วงลงพื้น แต่น่าแปลกที่ก่อนจะตกถึงพื้นมันกลับถูกตรึงอยู่กลางอากาศ ปราณสีม่วงรอบร่างกายของลั่วเหอเริ่มหายไป กระบี่ของลั่วเหอเกิดไอน้ำแข็งเกาะ ลั่วเหอลืมตาขึ้น คลื่นพลังปราณประทุออกมา ดวงตาของลั่วเหอจ้องไปที่ใบไม้ที่ถูกตรึงกลางอากาศ ใบไม้นั้นระเบิดออก กลายเป็นละอองน้ำแข็งระยิบระยับ
(ลั่วเหอ – บรรลุระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นกลาง)
ลั่วเหอมองไปที่มือของตนเองที่มีไอเย็นค่อยๆ ปรากฏออกมาจำนวนมาก
“สำเร็จแล้ว! ปราณไอเย็นก็ถูกกำจัดได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ไอแค้นก็สามารถควบคุมได้ดียิ่งขึ้น”
ลั่วเหอมองไปที่หยกที่ห้อยกระบี่กำลังส่องแสง ทำให้ลั่วเหอแตะไปที่หยกนั้น และได้ยินเสียงของเมิ่งอู๋ดังขึ้น
“ลั่วเหอ นี่เจ้าอยู่ไหน? ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ การบำเพ็ญจะเร่งรีบไม่ได้!”
ลั่วเหอขยับหยกนั้นมาใกล้ปาก
“ท่านอาจารย์ โปรดอย่าใจร้อน ศิษย์ทำสำเร็จแล้ว ศิษย์สามารถเลื่อนขั้นตบะได้สำเร็จ พรุ่งนี้ศิษย์จะรีบไปหาท่านอาจารย์แน่นอนขอรับ!”
ลั่วเหอลุกขึ้นและมองไปที่หมู่ดาวเต็มฟ้า สีหน้าจริงจัง
“ท่านอาจารย์ โปรดพักผ่อนอย่างสบายใจ ช่วงเวลาที่ท่านหลับไหล ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีใครสามารถสังหารข้าได้อีก!”
………
ค่ายกลในช่วงกลางคืนหยุดทำงาน พร้อมกับแสงตะวันที่เริ่มสาดส่องมายังเรือนเซียนโอสถ ลั่วเหอลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกับลมปราณสีม่วงรอบตัวประทุออกมาซัดคลื่นพลังปราณไปรอบทิศทาง ลั่วเหอลุกขึ้นและแตะไปที่ถุงมิติของตน มุกบำเพ็ญออกมาจากถุงมิติสิบเม็ด
ลั่วเหอถอนหายใจและมองไปเห็นบ่อน้ำใกล้ๆ เดินไปตักน้ำมาครึ่งถังไม้ ล้างหน้าของตน จากนั้นหยิบผ้าขาวเช็ดหน้า และสวมหมวกปิดบังใบหน้า
หยกขาวที่กระบี่ส่องแสงสีขาว เสียงของเมิ่งอู๋ดังขึ้นพร้อมกับก้อนแสงสีทองบินมาที่หน้าเรือนเซียนโอสถ
“ลั่วเหอ!”
แสงสีทองแตกกระจาย กลายเป็นเมิ่งอู๋ รัศมีปราณกระจายไปทั่วทิศ ลั่วเหอรีบคำนับในทันที หลิวหรงหรงและอาจารย์ของนางออกมาพร้อมกัน เซียนเต่าเขียวสวมอาภรณ์ขาวอมเขียว แบกหีบกระบี่ไร้ช่องเปิด เป็นอาวุธเซียนระดับ 3 “หีบไร้กระบี่”
ทั้งสองคำนับเมิ่งอู๋พร้อมกัน
“คำนับผู้อาวุโส!”
เมิ่งอู๋คำนับกลับ
“ขอบคุณสหายเซียนที่ดูแลศิษย์ข้า ข้าขอลา”
เมิ่งอู๋สร้างค่ายกลปราณสีฟ้า เปลี่ยนผู้คุมค่ายกลเป็นตนเอง ลั่วเหอลอยเข้าไปหาเมิ่งอู๋ เขายิ้มและแตะไหล่ของลั่วเหอ
“ท่านอาจารย์ ศิษย์ขออภัย ศิษย์วู่วามในการเลื่อนขั้นตบะ…”
“ช่างเถอะ เจ้า做ได้ดีแล้ว ไปกันได้แล้ว!”
เมิ่งอู๋หันไปมองเซียนเต่าเขียวด้วยสายตาเย็นเยือก ก่อนคำนับเล็กน้อย
“ขอบคุณสหายเซียนที่ดูแลศิษย์ของข้า”
เซียนเต่าเขียวรีบคำนับตอบด้วยความปลื้มใจ
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชื่นชมขอรับ”
ลั่วเหอคำนับทั้งสอง ก่อนเงยหน้ามองหลิวหรงหรง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ คนที่ช่วยเขาคือคนเดียวกับที่เคยพบมาก่อน เมิ่งอู๋ไม่พูดมาก จับแขนลั่วเหอแล้วพาเหินฟ้าออกไปทันที
เมื่อทั้งสองจากไป เซียนเต่าเขียวตัวสั่น
“ท่านอาจารย์ คนผู้นั้นคือใครงั้นหรือ?”
“รองเจ้าสำนักระดับล่าง ผู้บำเพ็ญระดับสยบฟ้าคนที่หก เมิ่งอู๋… เด็กนั่นมีอาจารย์ที่ไม่ธรรมดา”
หลิวหรงหรงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพึมพำ
“เพียงหนึ่งลมหายใจ เขายึดค่ายกลของสำนักเราได้…”
“ช่างเถอะ อย่างน้อยเราก็ได้ช่วยศิษย์ของท่านเซียนเมิ่งอู๋ นี่อาจเป็นวาสนาก็ได้”