มรดกมารสวรรค์ - บทที่55 ผู้ช่วยเหลือ
คนของตานเจาทั้งเจ็ดคนตามลั่วเหออย่างต่อเนื่อง ในบางจังหวะลั่วเหอก็จะควบคุมมีดบินโจมตี ขัดจังหวะการไล่ล่าของทั้งเจ็ดคน ลั่วเหอได้กระโดดไปอยู่ที่โล่ง ก่อนจะเรียกมีดบินมาไว้ที่มือขวาของเขา คนของตานเจาได้ล้อมตัวของลั่วเหอ
ทั้งเจ็ดคนเรียกกระบี่ออกจากถุงมิติของตนมาไว้ในมือ และชี้ไปที่ลั่วเหอ พร้อมปลดปล่อยรัศมีตบะกดดันลั่วเหอ ด้วยจำนวนคนที่มาก ทำให้ร่างกายของลั่วเหอรู้สึกหนักขึ้น ลั่วเหอตั้งดัชนีสองนิ้วที่มือซ้าย สร้างม่านปราณป้องกันขึ้น
ทั้งเจ็ดคนยิ้ม และหนึ่งในนั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข
“อย่าโทษกันเลยนะ นี่คือผลลัพธ์ของคนที่เข้าร่วมกับหลินเทียน ฮ่าๆ”
“พวกเจ้าคิดจะสังหารข้างั้นหรือ? น่าขัน พวกเจ้าทั้งเจ็ดมีดีแค่บำเพ็ญได้รวดเร็ว ข้าจะให้โอกาสหนีไปตอนนี้ ไม่งั้น…ตาย!”
หนึ่งในเจ็ดคนคิ้วขมวด และทำหน้าไม่พอใจ ทุกคนล้วนมีสีหน้าไม่ต่างกัน
“งั้นก็ตายซะเถอะ!”
ทั้งเจ็ดพุ่งกระบี่โจมตีลั่วเหอพร้อมกัน ลั่วเหอมองรอบตัวแล้วกระโดดลอยขึ้นฟ้า แตะที่หน้าผากหนึ่งครั้ง และใช้วิชาทำนองคลื่นพยัคฆ์ เสกร่างวิญญาณพยัคฆ์ทองคำ มันกระทืบอากาศและคำรามออกมา คลื่นพลังสีทองซัดร่างทั้งเจ็ดคนกระเด็นไปไกล
พวกเขาพยายามตั้งกระบี่ป้องกัน และสร้างม่านป้องกัน แต่คลื่นพลังนั้นทรงพลังอย่างมาก ลั่วเหอเรียกกระบี่บินออกมา และเก็บมีดบินกลับไป ลั่วเหอตั้งดัชนีสองนิ้วมือขวา ชี้ไปที่หนึ่งในเจ็ดคน กระบี่บินพุ่งโจมตีทันที
ลั่วเหอลำบากอย่างมาก ต้องควบคุมกระบี่บินโจมตีอีกฝ่าย และต้องระวังการโจมตีสวนกลับ เขากำหมัดซัดคนที่พุ่งเข้ามาพอดี ชายคนนั้นกระเด็นไปไกลและกระอักเลือด ลั่วเหอปาดเหงื่อ และคิดในใจ
“ถึงจะตบะสูงกว่า 1 ขั้น แต่พวกนี้ก็มีฝีมืออยู่บ้าง ช่างเถอะ ทุ่มสุดตัว!”
กระบี่บินฟาดฟันปะทะกับชายคนหนึ่งอย่างดุเดือด ลั่วเหอปลดปล่อยรัศมีไอสังหาร ทำให้ทุกคนตื่นตกใจและถอยหนีด้วยความกลัว
ลั่วเหอพุ่งไปจับกระบี่บิน ถ่ายพลังปราณลงไป และฟันสวนกลับจนอีกฝ่ายกระเด็นไปไกล ไม่นานนักชายคนนั้นก็สลบลง
อีกหกคนตั้งท่าป้องกันด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นเช่นนั้น ลั่วเหอจึงกระทืบเท้า ปลดปล่อยรัศมีตบะกดดันอีกครั้ง เขาพุ่งเข้าไปพร้อมร่ายรำกระบี่ แต่เป็นท่วงท่าคล้ายวิชาทวน ปราณสีม่วงไหลคุมกระบี่ ก่อนจะฟาดลงพื้น ก่อเกิดอสรพิษพลังปราณสีม่วงขนาดใหญ่พุ่งโจมตี
อสรพิษปราณม่วงกวาดใส่ศัตรูที่อยู่ในทิศทางนั้น ในจังหวะที่อีกฝ่ายตั้งรับ ลั่วเหอก็พุ่งเข้าโจมตีคนที่เหลือ แม้จะถูกล้อม แต่เขากลับเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว
นี่ไม่ใช่วิชาเซียนแต่อย่างใด แต่เป็นพื้นฐานการฝึกฝนร่างกายตั้งแต่ก่อนเข้าสู่เส้นทางผู้บำเพ็ญเซียน
ทันใดนั้น ลั่วเหอถูกคลื่นกระบี่ซัดเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัว ร่างกระเด็นไปไกล กระอักเลือดออกมา
ทั้งหกคนเดินเข้ามาหา พร้อมสร้างม่านป้องกันตนเอง ลั่วเหอยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว
“แค่กๆ… ถือว่าข้าเตือนพวกเจ้าแล้ว วันนี้พวกเจ้าทั้งหกคนต้องตายที่นี่… แค่กๆ”
ลั่วเหอพยายามพยุงตัวขึ้น โดยใช้กระบี่บินเป็นไม้ค้ำ ส่วนมือซ้ายไขว้หลัง ทั้งหกคนหมุนกระบี่ในมือ ถ่ายพลังปราณเข้าไปอย่างเข้มข้น
ชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามา
“ตายซะเถอะ!”
ทันใดนั้น ร่างของเขาชะงัก
ปราณสีม่วงมหึมาระเบิดออก กระแทกร่างเขาจนแหลกกระเด็น และคลื่นพลังสีม่วงก็ซัดใส่อีกห้าคนรวมถึงลั่วเหอจนกระเด็นไปไกล
ชายคนนั้นล้มลง ดวงตาขาวโพลน ในมือซ้ายของลั่วเหอมี “ตราประทับดาวมาร” ปรากฏขึ้นกลางหน้าผาก
ทุกคนบาดเจ็บจนแทบลุกไม่ขึ้น
ลั่วเหอหัวเราะเบา ๆ มองมือของตนเอง
“ท่านอาจารย์… ขอโทษด้วย ข้าไตร่ตรองก่อนใช้แล้วขอรับ”
เขากระโดดลอยขึ้นฟ้า และแบมือขวาชูขึ้น ตราประทับดาวมารขนาดใหญ่ปรากฏเหนือฝ่ามือ สีม่วงดำแผ่กระจาย ดวงตาทั้งสี่ของสัญลักษณ์ยังคงปิดสนิท
ปราณสีม่วงไหลออกมา และตราประทับเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ลั่วเหอฟาดมือลงพื้น
ตราประทับดาวมารพุ่งกระแทกพื้น เกิดแรงระเบิดมหาศาล คลื่นพลังแผ่กว้าง
จี้หยกขาวสร้างม่านป้องกันระดับสยบฟ้าปกป้องร่างลั่วเหอไว้ และเกิดรอยร้าวเล็กน้อย
“โทษตัวพวกเจ้าเอง… ที่ฝืนบังคับข้า”
ลั่วเหอหันหลังเดินจากไปโดยไม่รับผลกระทบใด ๆ ราวกับวิชานั้นไม่เคยถูกใช้กับเขา (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ลั่วเหอในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าเมื่อเทียบกับอดีต
ทางด้านองครักษ์ของหลินเทียน กลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างหนัก บอลไฟพุ่งกระแทกกลางอก ทำให้เขากระเด็นไปชนต้นไม้
คนของตานเจาสองคนเดินเข้ามาด้วยสายตาดูถูก
“ที่แท้ก็แค่นี้เอง ไม่เห็นจะแข็งแกร่งกว่าพวกเราตรงไหน”
“ใช่ ไม่ต่างจากพวกเรา เหตุใดจึงได้รับคำชื่นชมจากเหล่าอาจารย์?”
องครักษ์ของหลินเทียนยิ้ม และยกมือทั้งสองขึ้น
“ถูกต้อง ข้าอาจฝึกวิชาสำเร็จ แต่ถ้าโดนรุมเช่นนี้ก็ไม่ไหว ตานเจาแค่ใช้พวกเจ้าเป็นเครื่องมือเท่านั้น”
ทั้งสองพุ่งกระบี่จะสังหารในเสี้ยววินาที
แต่ทันใดนั้น ม่านปราณสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นปกคลุมร่างองครักษ์ และกระบี่แดงสายหนึ่งพุ่งลงจากฟ้า ปักลงพื้นสกัดการโจมตีไว้
คลื่นปราณระเบิดออกจนทั้งสองถอยหลังไปไกล
องครักษ์ยิ้มออกมา ก่อนที่สายตาจะพร่าเลือนลง
“โม่อิง…”
ชายผมดำยาวสวมหน้ากากเงินครึ่งหนึ่งที่ปิดตาซ้ายยืนอยู่ตรงนั้น สายตาเย็นชา แต่รอยยิ้มกลับสวนทางอย่างน่าขนลุก
เขาปล่อยแรงกดดันกวาดทั่วพื้นที่
กระบี่แดงสั่น ก่อนจะกลับมาลอยอยู่ในมือเขา
(โม่อิง – ระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นปลาย)
“เจ้า… เจ้าโม่อิง?!”
อีกฝ่ายเบิกตากว้าง
โม่อิงยิ้มบาง
“เข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่คนเดียวกับโม่อิงเสียหน่อย”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ข้าไม่ค่อยชอบฆ่าศิษย์สำนักเดียวกัน โดยเฉพาะพวกที่หลงทาง”
เขายกมือขึ้นเล็กน้อย
“ให้เวลาพวกเจ้าหกสิบลมหายใจ หนีไปให้พ้นระยะกระบี่ข้า”
“หนึ่ง”
ทั้งสองเริ่มวิ่งทันที
“หกสิบ”
โม่อิงยกกระบี่แดงขึ้น ดวงตาหลับลง ก่อนดัชนีสองนิ้วจะชี้ไปข้างหน้า
กระบี่แดงแยกออกเป็นสายแสง ก่อนรวมเป็นหนึ่งพลังคมเดียว
“ไป”
กระบี่พลังพุ่งทะลุร่างทั้งสองอย่างแม่นยำ ก่อนระเบิดเป็นคลื่นปราณสลายเส้นเอ็นทั่วร่าง ไม่สังหาร แต่ทำลายความสามารถในการต่อสู้จนสิ้น
เสียงของโม่อิงดังตามมาอย่างเย็นชา
“ในสนามรบ พวกเจ้าจะไม่มีวันได้รับโอกาสเช่นนี้ ใช้ชีวิตให้ดีเถอะ”