มรดกมารสวรรค์ - บทที่56 การประลองทั้งสองกลุ่มใกล้เริ่มต้น
พื้นที่แอ่งน้ำกลางหุบเขาอันเงียบสงบ ที่ใจกลางมีดอกบัวสีขาวขนาดใหญ่โตกำลังปิดอยู่ ที่นี่นั้นคือพื้นที่บำเพ็ญเซียนของเหล่าอาจารย์สำนักศึกษาชี้ฟ้า ดอกบัวนั้นมีด้วยกัน 11 ดอกบัว แต่ว่าสามถึงสี่ดอกบัวเริ่มแห้งเหี่ยวและแตกสลายไป ดอกบัวที่ปิดอยู่ได้บานออก แสงสีขาวพวยพุ่งออกมา ชายผมดำยาวมีหนวดเล็ก ๆ รอบปากและคาง เขานั้นก้าวเท้าออกมา สายน้ำสั่นสะเทือน คนผู้นี้ก็คืออาจารย์เหยียน
อาจารย์เหยียนนั้นแตกต่างจากเมื่อสองปีก่อนเล็กน้อย เขานั้นเริ่มมีผมขาวออกมาหลายเส้นและเริ่มมีหนวดเคราเล็ก ๆ แต่ความน่าเกรงขามดูจะมีมากกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า ผู้อาวุโสจงเหมินได้ก้าวออกมาจากที่มืด แววตาของผู้อาวุโสจงเหมินไม่ค่อยดูดีนัก แววตาเหมือนมีอะไรในใจที่ยากจะกล่าว
“เหยียนเฉา คือว่า…”
อาจารย์เหยียนกำมือขวาของตน เกิดรัศมีพลังปราณสร้างคลื่นประทุไปทั่วทิศ
“ข้าเข้าใจแล้ว!”
ผู้อาวุโสจงเหมินทำใบหน้าโศกเศร้าเสียใจ อาจารย์เหยียนลอยตัวออกมาจากแอ่งน้ำมายืนตรงหน้าผู้อาวุโสจงเหมิน และคำนับด้วยความเคารพ
“ท่านผู้อาวุโส โปรดรับสั่งให้ศิษย์ไปช่วยเหลือ…เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องด้วย!”
ผู้อาวุโสจงเหมินส่ายหัวและชี้ไปที่จุดที่ดอกบัวทั้งสามเคยอยู่ อาจารย์เหยียนคำนับ แต่ไม่หันไป
“เหยียนเฉา นักพรตระดับก่อกำเนิดขั้นเริ่มต้น 3 คนตายพร้อมกัน เจ้าคิดว่าศัตรูควรมีระดับใด?”
“ผู้ที่สามารถทำเช่นนี้ได้ ต้องมีสูงกว่าระดับก่อกำเนิดขั้นกลาง”
ผู้อาวุโสจงเหมินพยักหน้าตอบกลับ
“ถูกต้อง…ยังไม่รวมกับศิษย์ระดับก่อกำเนิดจากสำนักอื่น ๆ ที่ตายลงในภารกิจครั้งนี้ สำนักเราแม้มีท่านผู้อาวุโสเมิ่งอู๋ที่มีระดับสยบฟ้า แต่เจ้าอย่าลืมว่าเราไม่ได้รับการคุ้มครองจากสำนักใด เราอยู่ที่แจ้ง ศัตรูอยู่ที่ลับ หากพวกมันเลือกโจมตีสำนักเราขึ้นมา ใครจะปกป้อง?”
ผู้อาวุโสจงเหมินถอนหายใจและหันหลัง
“เห่อ…พูดตามตรง ผู้อาวุโสเมิ่งอู๋ใกล้เลื่อนขั้นตบะ หากเป็นเช่นนั้น สำนักเราก็ไม่นับว่าเป็นอะไร”
อาจารย์เหยียนทำหน้าไม่พอใจ และเขานั้นกำหมัดอย่างแน่น แต่พอนึกถึงความเป็นจริง อาจารย์เหยียนก็ปล่อยวาง ผู้อาวุโสจงเหมินเมื่อเห็นอาจารย์เหยียนสงบลง จึงเดินออกจากถ้ำ ส่วนอาจารย์เหยียนก็หยิบยันต์ส่งสารขึ้นมา และนำมาแตะที่หน้าผากของตน ก่อนกล่าวบางอย่างในใจ จากนั้นยันต์นั้นได้บินจากไป
……….
ค่ายในป่าใกล้หอพักศิษย์ใหม่
ค่ายนี้นั้นเป็นค่ายเต็นท์ขาวธรรมดา แต่ว่ามีคนมากมายที่คอยเดินตรวจรอบ ๆ เต็นท์ คนพวกนี้นั้นล้วนมีตบะระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นเริ่มต้นทั้งหมด เต็นท์ขาวที่ใหญ่ที่สุดเกิดคลื่นปราณที่แข็งแกร่งขึ้น ทำให้คนนอกเต็นท์ที่กำลังทำงานของตนหันไปมองด้วยความตกใจ และสงสัยว่าด้านในเกิดสิ่งใดขึ้น
ตานเจาเขานั้นกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ถูกสลักอย่างพิเศษสวยงาม ส่วนซานเปียวก็กำลังจับหัวของชายคนหนึ่งที่พ่ายแพ้ในการจัดการลั่วเหอ ซานเปียวหน้าตาหงุดหงิดอย่างมาก และยังปลดปล่อยรัศมีพลังระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นปลายกดดันชายที่ถูกซานเปียวบีบหัวอยู่ เพียงไม่นานเขานั้นก็โยนชายคนนั้นออกไปไกล
“แค่คน ๆ เดียว ทำไมจัดการไม่ได้”
ชายคนนั้นกระอักเลือดออกมาด้วยความเจ็บปวด
“ท่านซานเปียว…เป็นเพราะโม่อิงที่มาช่วยเหลือพวกมัน ไม่งั้นแค่เจ้านั่นคนเดียว จะจัดการพวกเราได้อย่างไร!”
ซานเปียวหยุดคิดและหันไปมองตานเจาที่กำลังนั่งอยู่ และหยิบองุ่นข้างตัวมากินอย่างสบายใจ เมื่อตานเจารู้สึกตัว เขานั้นก็จ้องมองไปด้านหน้า และเกิดรัศมีพลังที่น่ากลัวเป็นวงกว้าง ข่มร่างกายของทั้งซานเปียวและชายคนนั้นจนกระอักเลือด (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ตานเจายืนขึ้นและเดินไปข้างหน้า พร้อมจับไหล่ซานเปียว
“ซานเปียว เจ้าติดตามข้ามาหลายปี เจ้าน่าจะรู้ว่าคนไร้ประโยชน์ควรทำเช่นไร…ฮ่า ๆ ดูเหมือนกลุ่มของหลินเทียน นอกจากไป๋อวิ๋นจะมีอัจฉริยะอีกคน ช่างน่าสนใจ”
ซานเปียวพยักหน้า และรวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือ ก่อนวิ่งไปซัดกลางอกจนชายคนนั้นหมดลมหายใจ
“ไปเถอะ! ซานเปียว ไปจบปัญหากันได้แล้ว โม่อิงช่างน่าสนใจ…ฮ่า ๆ”
ตานเจายิ้มและเดินออกจากเต็นท์ พร้อมกับมีซานเปียวที่เดินตามหลัง…
……….
ศาลาหออาวุโส
พื้นที่ลับในสำนักศึกษาชี้ฟ้าเป็นถ้ำที่มีม่านอาคมปราณสีฟ้าปกคลุม ด้านในนั้นเป็นถ้ำธรรมดา ที่ด้านในสุดมีรูปปั้นหินสามรูปที่แผ่ออร่ารัศมีพลังอันน่าเกรงขาม รอบด้านมีรายชื่อเหล่าศิษย์สำนักศึกษาชี้ฟ้าทั้งหมด รวมถึงเหล่าผู้อาวุโสรุ่นก่อน ๆ อยู่บนแผ่นป้ายที่มีรอยร้าว
ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยรัศมีพลังที่แข็งแกร่ง ทุกย่างก้าวล้วนมีพลังที่หนักแน่น คนผู้นั้นก็คือเมิ่งอู๋
เขานั้นมองเหล่าป้ายชื่อที่ลอยอยู่และบินวนไปรอบตัวของเขา ก่อนมองไปยังป้ายชื่อที่เกิดรอยร้าวและตกลงพื้น ยันต์ส่งสารใบหนึ่งบินเข้ามาหาเมิ่งอู๋ ยันต์ส่งสารนั้นคือของอาจารย์เหยียน เมิ่งอู๋มองเพียงครู่ และเสกไฟเผายันต์นั้นจนกลายเป็นผุยผง
“เห่อ…พี่เทียนจื่อ ขอโทษด้วย สำนักเรามีทั้งปัญหาภายในและภายนอก สำนักเราคงยากที่จะเฟื่องฟู เมื่อไหร่พี่จะกลับมา”
เมิ่งอู๋แตะที่ถุงมิติ กำไลลูกปัดสีน้ำตาลได้ปรากฏออกมา กำไลนี้เป็นของที่ไม่ธรรมดา เนื่องจากมีออร่ารัศมีพลังระดับสยบฟ้าไหลเวียนอยู่ เมิ่งอู๋กำมันแน่น
จากนั้นเมิ่งอู๋เงยมองไปที่รูปปั้นหิน มันคือรูปปั้นของสวีเทียนจื่อ เมิ่งอู๋ยิ้มและหันหลังเดินจากไป รูปปั้นนั้นส่องแสงสีทองเพียงชั่วครู่
……….
เรือนลับของอาจารย์ซู
เรือนไม้ธรรมดาที่แสนร่มรื่น ด้านหน้ามีบ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ ที่นี่นั้นเป็นเรือนของอาจารย์ซู แต่ตอนนี้เป็นที่รักษาตัวของไป๋อวิ๋น หลินเทียนมักมาที่นี่ ด้านในเรือนนั้นมีเตียงไม้ธรรมดา เป็นเตียงที่ไป๋อวิ๋นกำลังนอนพักฟื้นอยู่
หลินเทียนเดินไปข้าง ๆ เตียง และเอื้อมมือจับมือของไป๋อวิ๋น น้ำตาของหลินเทียนหยดลงบนมือของไป๋อวิ๋น แต่ใบหน้าของหลินเทียนนั้นเรียบเฉยอย่างมาก
“เสี่ยวอวิ๋น ตอนนี้ลั่วเหอกลับมาแล้วนะ พวกเรารอเจ้าตื่นมาเจอกันอีกครั้ง”
หลินเทียนมีแววตาดุร้าย เขานั้นกำหมัดด้วยรัศมีไอแค้นที่ดูรุนแรงพอ ๆ กับลั่วเหอ
“เพราะเจ้านั่น…ตานเจา!”
เสียงฝีเท้าของชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในเขตเรือนของอาจารย์ซู หลินเทียนเดินออกมาพร้อมมองไปด้านหน้า ก็พบกับโม่อิงที่ยืนกอดอกอยู่ มองหลินเทียนอยู่ โม่อิงโบกมือและยิ้มให้