มรดกมารสวรรค์ - บทที่60 ค้นพบรังอสูร
3 เดือนต่อมา
ป่าเขตสัตว์อสูรสำนักศึกษาชี้ฟ้า
ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในป่าด้วยความรีบร้อน ชายคนนี้นั้นเป็นหนึ่งในแปดคนที่ลั่วเหอข่มขู่เพื่อให้ทำงานให้กับเขา ชายคนนี้นั้นดูรีบร้อนอย่างมาก ในมือซ้ายของเขากำกระดาษใบหนึ่งแน่น เขานั้นวิ่งอย่างไม่สนสิ่งใด ใบหน้าปรากฏความสุขอย่างมาก
ที่ใจกลางป่า ที่โขดหินขนาดใหญ่แต่แบนเรียบราวกับถูกผ่าครึ่ง มีชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ ชายคนนี้เริ่มมีหนวดเล็กๆ ที่รอบปาก ชายคนนี้ก็คือลั่วเหอ เขานั้นกำลังนั่งบำเพ็ญเพื่อจัดการเวลาของตนเอง ลั่วเหอสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของชายคนนั้น จึงแตะถุงมิติสวมใส่หมวกปิดบังตัวตนและสวมใส่ผ้าคลุมดำ
ชายคนนั้นเดินและก้มหัวให้กับลั่วเหอ
“ท่านปรมาจารย์นี่ขอรับแผนที่ของสัตว์อสูรตัวนี้ พวกข้าน้อยทั้งแปดคนใช้เวลา 1 อาทิตย์ในการไล่ติดตามการเคลื่อนไหวของมันจนพบรังของมันขอรับ!”
ลั่วเหอลืมตาขึ้น ลั่วเหอปลดปล่อยรัศมีพลังปราณกระจายไปทั่วทิศ ลั่วเหอมองไปที่กระดาษนั้นและใช้พลังปราณหยิบมันขึ้นมาดู เป็นแผนที่ที่วาดอย่างเรียบง่าย
“ด้านนอกป่าเป็นอย่างไรบ้าง ผู้คุมกฎในตอนนี้เป็นอย่างไร?”
ชายคนนั้นก้มหัวคำนับและกล่าวออกมา โดยที่มองพื้นไม่กล้าเงยหน้า
“รายงานท่านปรมาจารย์ ผู้คุมกฎหลังจากสู้กับศิษย์พี่ถังเซ่อจนได้รับบาดเจ็บ ก็พักฟื้นอยู่ที่ตำหนักปรุงโอสถจนถึงตอนนี้”
ลั่วเหอพยักหน้าโยนศิลาวิญญาณ 10 ก้อนและกวักมือไล่ ชายคนนั้นรับเงินและคำนับลั่วเหอด้วยความเคารพอย่างมาก จากนั้นเขาก็หันหลังวิ่งจากไป
เมื่อชายคนนั้นไปไกลแล้ว ลั่วเหอก็เก็บผ้าคลุมดำและหมวก สีหน้าของลั่วเหอเขานั้นมองไปที่แผนที่และดีดนิ้วข้างทำลายค่ายกลกับดักมากมายที่ลั่วเหอสร้างไว้เพื่อปกป้องตนเองตอนนั่งบำเพ็ญ
ลั่วเหอตั้งดัชนีสองนิ้วมือข้างขวา กระบี่บินได้มาอยู่ใต้เท้าและลอยขึ้นเหนือพื้นดิน แผนที่ได้ลอยขึ้น ลั่วเหอกล่าวในใจ
“แมงมุมมารขนขาว เจ้าต้องมาเป็นวิญญาณอสูรของข้า!”
ลั่วเหอขี่กระบี่บินมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ล้อมด้วยต้นไม้ที่ดูเหี่ยวแห้ง สัตว์อสูรในเขตนี้นั้นล้วนเป็นสัตว์อสูรที่สามารถสร้างพิษได้ ไม่ว่าจะกบพิษหรือดอกไม้ปีศาจ สภาพแวดล้อมที่ยากต่อการเข้าไปถึงรังอสูร
ลั่วเหอมองไปด้านล่างด้วยสายตาเย็นชา ลั่วเหอแตะที่หน้าผากและตั้งดัชนีสองนิ้ว ปราณสีทองออกมาจากตัวลั่วเหอก่อร่างเป็นพยัคฆ์ทองคำที่คำรามคลื่นปราณสีทองไปทั่วทิศ สัตว์อสูรระดับต่ำถึงสัตว์อสูรระดับกลางต่างวิ่งหนีลั่วเหอ มีเพียงสัตว์อสูรระดับสูงที่เลือกจะโจมตีลั่วเหอ
อีกาปีศาจตัวขนดำดวงตาสีโลหิต ตรงท้องนั้นผอมจนเห็นกระดูกขาว ขนาดตัวนั้นใหญ่เท่ากับพยัคฆ์ที่โตเต็มตัว ที่ปากของมันนั้นน้ำลายไหลหยดไม่หยุด น้ำลายหยดลงพื้นราวกับน้ำกรดที่มีความสามารถในการกัดกร่อนที่รุนแรง มันนั้นบินโจมตีลั่วเหอ
ลั่วเหอมองด้วยสายตาดูหมิ่น เขานั้นแตะถุงมิติและกระโดดออกจากกระบี่บิน ทวนประกายเพลิงปรากฏที่มือขวาพร้อมกับเพลิงไฟที่ปะทุขึ้น ไฟเพียงแค่รัศมีไฟออร่าความร้อนที่ปะทุออกมาก็ทำให้เจ้าอีกาปีศาจบินหลบทวนของลั่วเหอ
“อีกาปีศาจ เจ้าฝึกฝนตบะจนถึงระดับสูงช่วงกลางแล้ว หากเจ้าไม่หลบทางให้ข้าก็อย่าเสียดายชีวิตของตนเองเลย!”
อีกาปีศาจบินพุ่งโจมตีลั่วเหออย่างรวดเร็ว แต่ว่าลั่วเหอก็ตั้งดัชนีสองนิ้วที่มือขวาสร้างม่านปราณป้องกัน จากนั้นลั่วเหอก็สะบัดทวนจนเกิดอสรพิษม่วงโจมตีอีกาปีศาจ มันนั้นบินหนีอสรพิษม่วง มันนั้นหลบอสรพิษม่วงที่พุ่งโจมตีและสะบัดปีกสร้างบอลม่วงทำลายอสรพิษม่วง
อีกาปีศาจคำราม มันนั้นสะบัดปีกรอบตัวจนเกิดพายุดำ กลายเป็นอีกาดำตัวขนาดเท่านกปกติแต่ความเร็วไอพิษรอบตัวยังเหมือนเดิม ลั่วเหอตั้งดัชนีสองนิ้วที่มือข้างซ้าย กำไลแปรวิถีส่องแสง
ค่ายกลกักขังรูปแบบกรงนกธาตุสายฟ้าเกิดขึ้น 10 กรง กักขังอีกาปีศาจทั้งหมด มันนั้นระเบิดตนเองจนหนีออกจากค่ายกลลั่วเหอได้ มันนั้นกลายร่างเป็นไอควันสีดำและหนีหายไป ลั่วเหอกระอักเลือดออกมาและนำมือขวามาปิดปาก (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ลั่วเหอมองมือขวาตนเองที่เต็มไปด้วยเลือด
“พลังสะท้อนกลับ ไม่คิดว่าจะรุนแรงเช่นนี้… ข้าดูถูกมันมากเกินไป”
ลั่วเหอตั้งดัชนีสองนิ้วที่มือซ้าย สร้างค่ายกลตาข่ายปราณสีม่วงและค่ายกลกักขังอีกชั้นหนึ่ง ปิดรูของแมงมุมมารขนขาวเอาไว้ ลั่วเหอตั้งดัชนีสองนิ้วที่มือข้างขวาควบคุมกระบี่บินออกจากจุดนั้น
………
เมืองสะพานชี้ฟ้า
ศาลาภารกิจสำนัก
ลั่วเหอสวมใส่อาภรณ์ขาวผ้าคลุมฟ้าอ่อนมาที่นี่อีกครั้ง เขานั้นเดินไปหาชายชราที่กำลังนั่งนับสมุนไพรที่มีคนมาส่งมอบให้กับเขา ชายชราเมื่อนับเสร็จก็ยื่นศิลาวิญญาณ 5 ก้อนให้ชายคนหนึ่งที่เป็นศิษย์สำนักเดียวกับลั่วเหอ ชายคนนี้คำนับชายชราและเดินจากไป
ลั่วเหอเห็นดังนั้นจึงเดินไปหาชายชราและคำนับด้วยความเคารพ
“ท่านอาจารย์ ภารกิจของข้ามีคนรับหรือไม่?”
ชายชรายิ้มและยื่นกล่องไม้น้ำตาลขนาดเล็กให้กับลั่วเหอ จากนั้นชายชราได้กล่าวออกมา
“มี! เจ้าดูเองเถอะ”
ลั่วเหอรับกล่องนั้นและเปิดออก ก็พบกับโอสถรูปร่างกลมสีน้ำตาล 10 เม็ดอยู่ในกล่องนั้น ลั่วเหอมองดูก็รู้ว่าโอสถนี้ไม่ธรรมดา คนกลั่นมันขึ้นมีฝีมืออย่างมาก
“ขอบคุณท่านอาจารย์ ศิษย์พอใจมาก ศิษย์ขอทราบชื่อคนรับภารกิจของศิษย์ได้หรือไม่?”
ชายชราส่ายหัวและยื่นป้ายไม้ที่มีขนาดเล็ก มันนั้นสลักไว้หนึ่งคำ ‘ใต้’ ลั่วเหอยื่นมือไปรับและเงยหน้าไปหาชายชรา
“นี่คือ?”
“คนผู้นั้นไม่ให้ข้าบอกชื่อแซ่ เขาบอกข้าว่าเมื่อเจ้าอยากให้กลั่นยาอีกครั้ง ไปที่ตำหนักโอสถและยื่นป้ายนี้ จากนั้นก็บอกความต้องการและค่าตอบแทน”
“ศิษย์เข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านอาจารย์ ศิษย์ขอลา”
ชายชรายิ้มและมองลั่วเหอ ชายชรากล่าวขึ้นมาทำให้ลั่วเหอหยุดเดิน
“ช่วงนี้เจ้าพักผ่อนเถอะ พลังสะท้อนกลับไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”
ลั่วเหอหันมาหาชายชราและคำนับหนึ่งครั้ง จากนั้นเขาก็หันหลังสะบัดแขนเสื้อคลุมและเดินจากไป ที่นั่นศิษย์สาวที่อยู่ที่นั่นต่างตกตะลึงในความงามของลั่วเหอ แม้แต่ศิษย์ชายยังยิ้มให้ ลั่วเหอมองและส่ายหัว จากนั้นลั่วเหอจึงขี่กระบี่บินออกจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว