มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 121 ความโกรธเกรี้ยวของจักรพรรดิยุทธ์
“ในที่สุดเจ้าก็ปลุกพลังสายเลือดมังกรเพลิงได้แล้วสินะ!”
ดวงจิตหลงเหลือของนักบุญยุทธ์มังกรเพลิงปรากฏขึ้นอีกครั้ง จ้องมองหลินชิงชิงตรงหน้า ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีอย่างยิ่ง
ส่วนเรื่องที่ซูเฉินสังหารเล่ยหมิงกับพรรคพวก เขากลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาห่วงใยมีเพียงสิ่งเดียวสายเลือดมังกรเพลิงจะสามารถสืบทอดต่อไปได้หรือไม่
“ขอบคุณบรรพชนเจ้าค่ะ!”
หลินชิงชิงลุกขึ้นจากสระโลหิต ค้อมกายเคารพอย่างลึกซึ้งต่อดวงจิตนักบุญยุทธ์มังกรเพลิง
หญิงสาวในชุดแดง งดงามดั่งเทพธิดา เปี่ยมด้วยกลิ่นอายสูงส่งลึกล้ำ หลังจากปลุกสายเลือดมังกรเพลิงได้สำเร็จ บรรยากาศรอบกายเธอก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือระดับพลัง! จากขอบเขตแก่นแท้พลังขั้นต้น กลับทะยานถึงขอบเขตชำระลมปราณขั้นเก้าในพริบตา และยังทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจ้าวยุทธ์อีกด้วย!
ใบหน้าเธอยิ่งงามล้ำ มีอำนาจบารมีแผ่ออกมาเต็มเปี่ยม เปรียบเสมือนจักรพรรดินีผู้สง่างาม น่าเกรงขามจนไม่อาจสบตาโดยตรง
“เจ้าปลุกสายเลือดมังกรเพลิงสำเร็จ ในไม่ช้าจะมีผู้มาจากแผ่นดินจงโจวมาตามหาเจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ และนำพาเกียรติยศแห่งเชื้อสายมังกรเพลิงกลับคืนมาได้!”
นักบุญยุทธ์มังกรเพลิงกล่าวอย่างแผ่วเบา
“เจ้าค่ะ!”
หลินชิงชิงรับคำอย่างนอบน้อม
เมื่อสายเลือดมังกรเพลิงฟื้นคืน หลินชิงชิงก็เข้าใจทุกสิ่งต้นตอของนักบุญยุทธ์มังกรเพลิง เหตุผลที่เขาสิ้นชีพ ณ ที่แห่งนี้ และความหวังอันใหญ่หลวงที่เขามอบให้กับเธอ
เธอย่อมต้องแบกรับหน้าที่นี้ไว้
“ซูเฉิน เจ้าได้รับเพลิงกลืนสรรพสิ่งไว้ นี่คือโชควาสนาและพรหมลิขิตของเจ้า! ในวันข้างหน้า หากชิงชิงตกอยู่ในอันตราย ข้าหวังว่าเจ้าจะช่วยเหลือเธอด้วย ข้าจะซาบซึ้งยิ่งนัก!”
นักบุญยุทธ์มังกรเพลิงหันมามองซูเฉินอีกครั้ง กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“โปรดวางใจเถิดท่านผู้อาวุโส องค์หญิงชิงชิงคือสหายอันดีของข้า หากนางตกอยู่ในภัย ข้าย่อมไม่ละทิ้งนางเด็ดขาด!”
ซูเฉินพยักหน้า
จากออร่าของสายเลือดมังกรเพลิงที่หลั่งไหลออกมาจากหลินชิงชิงในตอนนั้น เขาก็พอคาดเดาต้นกำเนิดของนักบุญยุทธ์มังกรเพลิงได้แล้ว
และเขาที่ได้รับเพลิงกลืนสรรพสิ่งมา ก็เป็นเพราะความเมตตาของนักบุญยุทธ์มังกรเพลิงเช่นกัน
เขาย่อมไม่อาจปฏิเสธคำขอของท่านผู้อาวุโสผู้นี้ได้
“ตำหนักมังกรเพลิงกำลังจะปิดตัว ข้าก็จะสลายหายไปในไม่ช้า เอาล่ะพวกเจ้า…ไปเถิด!”
นักบุญยุทธ์มังกรเพลิงมองลึกลงในแววตาของซูเฉินกับหลินชิงชิง แววตาเต็มไปด้วยความยินดี ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปอย่างช้า ๆ
“ขอลาบรรพชนเจ้าค่ะ!”
หลินชิงชิงค้อมกายอีกครั้ง
แม้เธอจะรู้ว่าดวงจิตเบื้องหน้านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวที่หลงเหลืออยู่ของนักบุญยุทธ์มังกรเพลิงผู้ล่วงลับมานับพันปี แต่น้ำเสียง ท่าทาง และความอบอุ่นที่ได้รับ กลับทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างไม่อาจห้ามได้
ตูมมม!
คลื่นพลังมหาศาลพลันแผ่กระจายออกมา ซัดร่างซูเฉิน หลินชิงชิง จวินจื่อหลิง และจ้าวซวี่ให้ลอยออกจากตำหนักมังกรเพลิงในพริบตา
ผู้ที่ยังติดอยู่ภายในค่ายกลต่าง ๆ ก็ถูกแรงลึกลับเดียวกันนี้พัดออกมาทั้งหมด
ครืนนน!
กลางเวหา ตำหนักมังกรเพลิงโบราณลอยเด่นตระหง่าน พลันเปล่งเสียงคำรามของพญามังกร แล้วทะลุผ่านความว่างเปล่า หายวับไปจากสายตาทุกผู้คน
จางหายไปสิ้นไร้ร่องรอย
“เกิดอะไรขึ้น?! ทำไมตำหนักมังกรเพลิงถึงหายไป?!”
“หรือว่า…มีคนได้รับมรดกของนักบุญยุทธ์ไปแล้ว?”
“เป็นไปไม่ได้! ข้าเพิ่งจะฝ่าค่ายกลได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น!”
ผู้คนหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง สับสน และไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อครู่ พวกเขายังดิ้นรนเอาชีวิตรอดภายในค่ายกลมรณะ พยายามฝ่าฟันไปสู่มรดกของนักบุญยุทธ์มังกรเพลิง
แต่กลับถูกส่งออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว! แถมตำหนักมังกรเพลิงยังหายไปต่อหน้าต่อตา!
เบื้องนอกตำหนักมังกรเพลิง มีเงาร่างสามสายยืนลอยเด่นเหนือผืนฟ้า
คือจักรพรรดิยุทธ์ทั้งสาม!
“ตำหนักมังกรเพลิงหายไปแล้ว? เช่นนั้นแสดงว่ามีผู้สืบทอดมรดกแล้วสินะ!”
ซีจิ่งหลุนเปล่งแสงในดวงตา กล่าวเสียงเรียบ
“ข้าเองก็รู้สึกได้เช่นกัน พลังที่เคยอยู่ภายในตำหนักพลันจางหายไป ดูเหมือนว่าเศษเสี้ยวดวงจิตของนักบุญยุทธ์มังกรเพลิงจะสลายแล้ว หากไม่มีผู้สืบทอด มันย่อมไม่หายไปง่ายดายเช่นนี้!”
ลั่วเสวี่ยนพยักหน้าเห็นด้วย
ขณะนั้นเอง ใบหน้าของเล่ยตงกลับเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นดำคล้ำ
แววตาเขาวาวโรจน์ สอดส่ายมองหาผู้คนที่ทยอยออกมาจากตำหนักมังกรเพลิง แต่ไม่พบเงาของหลานชายตนเองเล่ยหมิงแม้แต่น้อย
ใจเขาเริ่มเต้นผิดจังหวะ
“มีใครเห็นหลานข้าเล่ยหมิงบ้าง?! หรือว่า…มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ใด?!”
เสียงของเล่ยตงดังก้องกังวาน พลังฆ่าฟันแผ่ซ่านออกมารอบกายอย่างไม่ปิดบัง
ทั่วทั้งลานถึงกับเงียบกริบ
แรงกดดันจากจักรพรรดิยุทธ์ทำเอาผู้คนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
แต่ว่า…เล่ยหมิงหายไป?
หรือว่าเขาตายแล้วจริง ๆ?
ทั้งที่เป็นถึงจ้าวยุทธ์ ฝึกเคล็ดวิชาระดับสวรรค์แท้ ๆ ไม่น่าเป็นไปได้…
แต่ในสายตาทุกคนเงียบ ไม่มีใครกล้าตอบ
“เล่ยหมิงตายแล้วงั้นหรือ?”
ลั่วเสวี่ยนเบิกตาเล็กน้อย คล้ายประหลาดใจ แต่ก็ไม่มากนัก
เฒ่าเล่ยตงพาหลานมาอย่างมั่นใจนักหนา คิดจะให้รับมรดกนักบุญยุทธ์ ท้ายที่สุด…กลับตายอยู่ในนั้นหรือ?
คงเดือดพล่านน่าดู!
สายตาลั่วเสวี่ยนลอบเหลือบมองซูเฉินในฝูงชน รู้สึกคล้ายมีบางอย่างเชื่อมโยงอยู่…
ดวงตาเล่ยตงแดงฉาน ลางสังหรณ์ร้ายชัดเจนขึ้นทุกขณะ
จากหลายพันคนที่เข้าไป ตอนนี้รอดกลับมาเพียงไม่ถึงสามร้อย
สายตาเขาหันไปจับจ้องกลุ่มผู้มีพลังมากที่สุดสิบกว่าคนทันที
“มีใครจะตอบข้าได้ไหม ว่าเล่ยหมิงอยู่ที่ไหน?!”
น้ำเสียงเล่ยตงเย็นยะเยือก แต่กลับแฝงเพลิงพิโรธดั่งภูเขาไฟปะทุ
ผู้ถูกจ้องหน้าซีดเผือดทันใด
หนึ่งในนั้นก้าวออกมาอย่างยากลำบาก พลางกล่าวว่า “ข้าน้อยไม่พบเห็นคุณชายเล่ยแม้แต่น้อย ไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาอยู่ที่ใด…”
“ไม่รู้? เช่นนั้นก็ไม่ต้องอยู่!”
ดวงตาเล่ยตงฉายแววสังหารทันใด ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงจากกลางอากาศ
ตูมมม!
ร่างของจ้าวยุทธ์ผู้นั้นระเบิดเป็นหมอกเลือดทันที ไม่ทันได้ร้องโอดครวญแม้แต่นิด!