มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 149
“ซูเฉิน ข้าเอง!”
คนผู้นั้นที่อยู่ข้างหลังก็ดูจะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของซูเฉิน จึงรีบส่งเสียงถ่ายทอดพลังจิตมา
“หลินลั่วเว่ย?”
ซูเฉินชะงักเล็กน้อย หลังจากได้ยินเสียงนั้นก็จดจำได้ทันทีว่าเป็นองค์หญิงหลินลั่วเว่ย
นางมาที่นี่ได้อย่างไร?
เมื่อซูเฉินหันไปมอง ก็เห็นบุรุษหนุ่มรูปงามในชุดขาวคนหนึ่งในมือถือพัดพับ หน้าตาหล่อเหลาสง่างาม
ทว่าทั้งน้ำเสียง รูปลักษณ์ และกลิ่นอายล้วนแตกต่างจากหลินลั่วเว่ยโดยสิ้นเชิง
“การปลอมตัวช่างแนบเนียนนัก!”
ซูเฉินอดประหลาดใจไม่ได้
แม้ว่าบุรุษชุดขาวตรงหน้าจะดูไม่เหมือนหลินลั่วเว่ยเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยดวงเนตรเทพของเขาแล้วต่อให้ปลอมตัวแนบเนียนเพียงใด ก็ไม่มีวันรอดสายตาเขาไปได้
“ซูเฉิน เจ้าก็อยู่ในเมืองหลวงต้าหลินเช่นกันหรือ? สถานที่นี้ไม่เหมาะจะอยู่นาน รีบมากับข้าเร็ว!”
หลินลั่วเว่ยมองเขาด้วยความแปลกใจอยู่บ้าง แล้วก็มองซ้ายขวาอย่างระวัง ก่อนจะฉุดแขนซูเฉินพาเดินไปยังถนนเส้นหนึ่งเบื้องหน้า
หอฮุ่ยปิน
คือโรงเตี๊ยมและร้านอาหารของหอการค้าว่านเป่า ตั้งอยู่บนถนนสายกลางของนครหลวง ใกล้กับพระราชวังซึ่งมียามเฝ้าแน่นหนา จึงเห็นได้ชัดว่าหอการค้าผู้นี้ยิ่งใหญ่มั่งคั่งเพียงใด
หลินลั่วเว่ยพาซูเฉินเข้ามายังลานพักหลังหนึ่งในหอฮุ่ยปิน
“ซูเฉิน เจ้ามาทำอะไรในเมืองหลวงต้าหลิน? ระยะนี้ที่นี่คุมเข้มยิ่งนัก พวกคนจากแคว้นต้าหลี่กำลังถูกตามล่าตัว เจ้ากำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง!”
หลินลั่วเว่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“ข้ามาเพื่อสังหารจักรพรรดิต้าหลิน!”
คำพูดของซูเฉินทำให้หลินลั่วเว่ยถึงกับตกตะลึง!
“อะไรนะ?!”
นางมองซูเฉินตาค้าง หากนางไม่รู้จักเขาดี คงคิดว่าเขาสติฟั่นเฟือนไปแล้ว
คิดจะสังหารจักรพรรดิหลินหรือ?
แค่ตัวเขาคนเดียวที่อยู่เพียงขอบเขตขุนนางยุทธ์…
เดี๋ยวก่อนซูเฉิน…ทะลวงถึงขอบเขตขุนนางยุทธ์แล้วหรือ?!
“ว่าแต่ เจ้ามาที่นี่ทำไม?”
ซูเฉินถามกลับบ้างด้วยความอยากรู้ โดยไม่สนใจสายตาตกตะลึงของนางแม้แต่น้อย
ครั้งสุดท้ายที่เขาเจอหลินลั่วเว่ยคือในแดนลับเขาหว่อหลง ตอนที่หลินลั่วเว่ยกับหยวนฮ่าวหรันช่วยสกัดขุนพลราชายุทธ์สามคนจากนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าให้เขา
“ในแดนลับเขาหว่อหลง ตอนที่หยวนฮ่าวหรันกับข้าสกัดพวกขุนพลยุทธ์ไว้ ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น…”
หลินลั่วเว่ยระงับความอยากรู้ชั่วครู่ก่อนจะเริ่มเล่า
ขุนพลราชายุทธ์ทั้งสามจากนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า เหมือนจะเป็นดั่งนักรบพลีชีพ ทั้งเลือดเย็นและไม่กลัวตาย ก่อนสิ้นใจกลับเผาไหม้ทั้งร่างและจิตวิญญาณ ปลดปล่อยพลังอาคมต้องห้ามอันชั่วร้ายที่ส่งผลต่อดวงจิตโดยตรง
เพื่อช่วยชีวิตนาง หยวนฮ่าวหรันถึงกับยอมรับบาดแผลร้ายแรงในจิตวิญญาณ
โชคดีที่เซียนหญิงลั่วเสวี่ยนมาถึงทันการณ์ ใช้โอสถรักษาจากนิกายเทียนเต้าช่วยยื้อชีวิตของหยวนฮ่าวหรันไว้ได้
อย่างไรก็ตาม เซียนหญิงลั่วเสวี่ยนกลับรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของปีศาจนอกแดนจากนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า จึงไล่ตามจักรพรรดิเล่ยตงไป และก่อนจาก นางได้มอบหมายให้หลินลั่วเว่ยแฝงตัวเข้ามาในเมืองหลวงต้าหลินเพื่อสืบหาความลับของจักรพรรดิหลิน
ดังนั้นหลินลั่วเว่ยจึงปรากฏตัวอยู่ที่นี่
“อาจารย์ลั่วเสวี่ยนก็คงจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของจักรพรรดิต้าหลินเหมือนกันสินะ… แบบนี้ก็คงเป็นเพราะอาจารย์เฟิงเหวินส่งข่าวให้แน่แล้ว”
ซูเฉินคิดอยู่ในใจ
“ซูเฉิน ถึงข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าไปพบโชควาสนาอะไรมาบ้าง ถึงได้ทะลวงขอบเขตได้รวดเร็วนัก แต่อย่าลืมว่าจักรพรรดิต้าหลินคือยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์! พลังของเขาล้ำลึกเกินกว่าที่เจ้าจะต่อกรได้ เจ้าต้องอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามเด็ดขาด!”
หลินลั่วเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อนางได้พบซูเฉินอีกครั้ง นางก็รู้สึกทั้งตกใจและตื่นตะลึง
จากวันที่ได้พบกันครั้งแรก ณ เทือกเขากู่เย่ว์ ซูเฉินยังเป็นเพียงผู้บ่มเพาะขอบเขตกายาที่ตันเถียนถูกทำลาย ไม่อาจบ่มเพาะได้
ทว่าในเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น กลับสามารถก้าวสู่ขอกกบเขตขุนนางยุทธ์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ!
ช่างเป็นความเร็วในการฝึกฝนที่สะเทือนสวรรค์นัก!
“ลั่วเว่ย…เจ้าห่วงข้าหรือ?”
ซูเฉินเอ่ยยิ้ม ๆ
หลินลั่วเว่ยคือสตรีคนแรกในชีวิตของเขา
แม้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเริ่มต้นจากความเข้าใจผิดที่เกิดจากพลังของเด็กวาสนา แต่เมื่อมีสัมพันธ์ทางร่างกายกันแล้ว ซูเฉินก็ถือว่านางเป็นของเขา
“เจ้า…พูดอะไรเพ้อเจ้อ!”
หลินลั่วเว่ยหน้าแดงก่ำ เงยหน้าขึ้นสบตาเขาไม่ได้เลย
“ไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้บุ่มบ่ามอย่างที่เจ้าคิด ข้าถึงได้บอกว่า ข้ามาเพื่อสังหารจักรพรรดิหลิน เพราะข้ามีแผน! แถมจักรพรรดิต้าหลินผู้นั้น…ก็น่าจะเป็นปีศาจนอกแดนจริง ๆ ด้วย”
ซูเฉินยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ แล้วจึงเล่าเหตุการณ์หลังจากออกจากแดนลับเขาอู่หลงให้หลินลั่วเว่ยฟัง รวมถึงแผนร่วมกับหยางเจิ้งด้วย
แม้เขาเล่าเพียงคร่าว ๆ แต่หลินลั่วเว่ยก็ถึงกับเบิกตากว้าง
ทำลายหอเฟิงอวี่?
สังหารขุนพลครึ่งก้าวราชายุทธ์สองคนติดกัน?
แม้กระทั่งสังหารหยางซา แม่ทัพเจิ้นเป่ย?
แววตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง จ้องมองซูเฉินอย่างลึกซึ้ง ราวกับได้รู้จักชายผู้นี้ใหม่อีกครั้ง
หยางซา แม่ทัพเจิ้นเป่ย คือแม่ทัพอันดับหนึ่งของราชวงศ์ต้าหลิน บัญชาทหารกว่าล้านนาย มีพลังยุทธ์ล้ำลึก และยังมีหยางเจิ้ง ราชาภูผามหานทีเป็นที่ปรึกษาอีก
แม้แต่นางที่อยู่ในขอบเขตราชายุทธ์ ยังไม่กล้าพูดว่าจะเอาชนะหยางซาได้ แต่ซูเฉิน…กลับฆ่าเขาได้?
นางเพิ่งตระหนักว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ซูเฉินได้เติบโตขึ้นจนสามารถยืนหยัดเคียงข้างนางได้แล้ว
…แค่ก!
คิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย!
ใบหน้าของหลินลั่วเว่ยแดงก่ำขึ้นอีกครั้ง และถึงกับไม่กล้าสบตาซูเฉินเลย
“ซูเฉิน หากเจ้าคิดจะฆ่าจักรพรรดิหลิน ข้า…อาจช่วยอะไรเจ้าได้บ้าง!”
หลินลั่วเว่ยกดความรู้สึกสับสนในใจลง และเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
นางย่อมรู้ดีว่า ปีศาจนอกแดนนั้นหมายถึงอะไร
หากจักรพรรดิต้าหลินเป็นปีศาจนอกแดนจริง โลกทั้งใบก็จะกลายเป็นขุมนรก และแคว้นต้าหลี่ก็คงเป็นเป้าหมายแรกที่จะต้องเผชิญหายนะ
แค่คิดถึงภาพนรกโลกันต์เช่นนั้นก็ทำให้นางไม่กล้าจินตนาการต่อ
จักรพรรดิหลินผู้นั้น…ต้องตาย!