มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 161 ระดับใหม่ของเคล็ดวิชาหมัดมังกรสะท้านปฐพี
ครืน!
ภายในร่างของซูเฉิน แสงแห่งโกลาหลระเบิดออก ดุจดั่งโลกถูกสร้างขึ้นใหม่
พลังลี้ลับอันยิ่งใหญ่แฝงเร้นในสายฟ้าห้าสี พุ่งทะลวงเข้าสู่แขนขาและกระดูกของเขาอย่างรุนแรง ฉีกเส้นชีพจร เยื่อหุ้ม และกระดูกให้แตกร้าว แม้กระทั่งโลหิตทั่วร่างก็เดือดพล่าน
สายฟ้ากลืนร่างของเขาทั้งตัว ความเจ็บปวดแทรกลึกถึงกระดูก ทำให้วิญญาณถึงกับสั่นสะท้าน
เจ็บเหลือเกิน!
แม้ซูเฉินจะรับรู้ได้ว่าสายฟ้าห้าสีนั้นไม่เป็นอันตรายต่อเขา กลับกันยังแฝงพลังแห่งการสร้างสรรค์บางอย่าง
แต่พลังสายฟ้าห้าสีนี้กลับฉีกทำลายร่างของเขา ทรมานเขาจากภายใน สู่ภายนอก ตั้งแต่เส้นชีพจร กระดูก ไปจนถึงอวัยวะทุกส่วน และหลอมรวมเข้าสู่ทะเลลมปราณในจุดตันเถียน
ครืน!
สายฟ้าสายแล้วสายเล่าไขว้ผสานกัน แสงวุ่นวายลี้ลับผุดขึ้นในทะเลลมปราณของซูเฉิน สายแสงศักดิ์สิทธิ์ห้าสีหลั่งไหล ราวกับจักรวาลกำลังแปรเปลี่ยน พลังลมปราณที่เคยมีอยู่ ถูกทำลายสิ้นในพริบตา
ร่างของซูเฉินสั่นสะท้าน ราวกับทะเลลมปราณระเบิดออกในขณะนั้น
พลังลมปราณทั่วร่างภายใต้การหลอมของสายฟ้าห้าสี ค่อย ๆ บริสุทธิ์ล้ำลึกยิ่งขึ้น ดุจดั่งมังกรทองขนาดเล็กไหลเวียนอยู่ภายใน
แม้ร่างของเขาจะทรมานถึงขีดสุด แต่กลับคล้ายว่าร่างกายได้ผ่านการเปลี่ยนแปลง พละกำลังทางกายยิ่งแข็งแกร่งและน่าหวาดหวั่นขึ้นทุกขณะ
ไอพลังลี้ลับบางส่วนเริ่มควบแน่นขึ้นในทะเลลมปราณของเขา
“นั่นคือ…พลังโกลาหลงั้นหรือ?!”
ทั้งร่างของซูเฉินสั่นไหว ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
แต่เดิม เขาอาศัยเพลิงกลืนสรรพสิ่ง จึงสามารถควบแน่นพลังโกลาหลได้เพียงเล็กน้อย แม้กระนั้นก็ส่งผลให้พละกำลังกายทะยานขึ้นจนสามารถต่อกรกับผู้บ่มเพาะครึ่งก้าวสู่ขอบเขตราชายุทธ์ได้
ทว่าตอนนี้ พลังโกลาหลกลับเริ่มควบแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง แผ่คลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมา เพียงชั่วพริบตาก็ทะลวงผ่านหลักร้อยแล้ว
หนึ่งร้อย!
สองร้อย!
สามร้อย!
…
ความเร็วในการควบแน่นพลังโกลาหลของซูเฉินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กลิ่นอายของเขายิ่งน่าสะพรึง เพลิงกลืนสรรพสิ่งแผ่กระจายออกมาคลุมร่าง สายฟ้าห้าสีไขว้สานพุ่งออกจากทุกอณูของร่าง
สิ่งเจือปนในร่างเขาถูกกลั่นออกอย่างต่อเนื่อง ผิวกายเปล่งแสงทองนวล ราวกับสารอมตะกำลังควบแน่นขึ้น
“เป็นเพราะเตาหลอมฟ้าดินหลอมศิลาทวยเทพงั้นหรือ? สายฟ้าห้าสีนี้คงเป็นพลังโกลาหล ทำให้กายาโกลาหลของข้าได้รับการยกระดับต่อเนื่อง?”
ความเข้าใจผุดขึ้นในใจซูเฉิน
สายฟ้าห้าสีคือพลังทำลายล้างที่อยู่ในศิลาทวยเทพ เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นแก่นแท้ แม้แต่ผู้บ่มเพาะระดับนักบุญยุทธ์หรือแม้แต่จักรพรรดิยุทธ์เองก็ยากจะดูดซับ
แต่ในเตาหลอมฟ้าดิน ศิลาทวยเทพกลับถูกหลอมละลาย พลังบริสุทธิ์แห่งโกลาหลไหลทะลักเข้าสู่ร่างของซูเฉิน ทำให้กายาโกลาหลของเขายกระดับอย่างต่อเนื่อง
นี่คือโชควาสนาอันหาที่เปรียบมิได้ นำพาให้เขาเกิดใหม่โดยสิ้นเชิง!
“แม้แต่ศิลาทวยเทพยังหลอมละลายได้ ดูท่าเตาหลอมฟ้าดินนี้จะมิใช่อาวุธเทพธรรมดาแน่!”
ซูเฉินครุ่นคิดในใจ
ครืน!
เขารวบรวมจิตใจ มุ่งฝึกฝนเคล็ดกายาโกลาหลอย่างเต็มที่ หลอมกลืนพลังโกลาหล ควบแน่นพลังอย่างต่อเนื่อง กลั่นร่างให้แกร่งกล้ายิ่งขึ้น
ม่านแสงศักดิ์สิทธิ์พลุ่งพล่านออกจากร่างซูเฉิน แสงห้าสีและเพลิงกลืนสรรพสิ่งประสานกัน เผยภาพลวงตาลึกลับประหลาด ดุจดั่งเทพเจ้าจุติลงสู่พื้นพิภพ น่าตกตะลึงถึงขีดสุด
ปรากฏการณ์ประหลาดของการบ่มเพาะของซูเฉิน ทำให้หลินลั่วเว่ยรู้สึกตัว
“เขาได้ครอบครองเพลิงกลืนสรรพสิ่งจริง ๆ งั้นหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น…เขากำลังฝึกฝนเคล็ดกายาที่ยากจะหยั่งถึง ข้าเกรงว่าเบื้องหลังเขาจะไม่ได้มีแค่เพียงนักบุญโอสถเท่านั้น”
หลินลั่วเว่ยมองซูเฉินซึ่งกำลังมุ่งมั่นฝึกฝน ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
แม้นางไม่รู้ว่าเขากำลังฝึกฝนวิชายุทธ์ใด แต่พลังอำนาจอันน่าสะพรึงที่แผ่ออกมาจากร่างซูเฉิน กลับทำให้นางหวาดหวั่นในใจ
เกรงว่าเคล็ดวิชาของซูเฉินจะไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาสืบทอดของตระกูลนางเลย
“ซูเฉิน ข้าหวังว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด”
แววตาของหลินลั่วเว่ยเต็มไปด้วยความซับซ้อน
นางมีความรู้สึกหลากหลายต่อซูเฉิน แม้ร่างกายจะเคยใกล้ชิดกัน เพราะนางตกเป็นเหยื่อของแผนการของจี้เล่อทงจื่อ
แต่นางไม่เคยคาดคิดเลยว่า ซูเฉินที่ดูเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดา กลับเติบโตขึ้นจนถึงจุดที่น่าตกตะลึงเช่นนี้ในเวลาอันสั้น
พรสวรรค์ของเขา อาจไม่ด้อยไปกว่าผู้เยาว์อัจฉริยะในแดนศักดิ์สิทธิ์จงโจวเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ซูเฉินไม่เพียงช่วยชีวิตนางไว้ แต่ยังช่วยเหลือหลายต่อหลายครั้ง การได้เห็นเขาเดินมาถึงจุดนี้ นางเข้าใจดีว่าเขาต้องจ่ายด้วยความพยายามและราคาที่มากกว่าคนทั่วไปหลายร้อยพันเท่า
โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกของนางต่อเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป
แต่ไม่นานนางก็ต้องจากที่นี่ไป
“ซูเฉิน หากเจ้ามาถึงจงโจวได้จริง เช่นนั้นข้า…ข้าก็…”
หลินลั่วเว่ยมองเขาด้วยแววตาเลื่อนลอย แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ ดุจว่าได้ตัดสินใจบางอย่างจนใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
แต่นางกลับคืนสติในทันที
กดเก็บความรู้สึกหลากหลายในใจ แววตาของหลินลั่วเว่ยกลับมาเย็นชาอีกครั้ง ก้าวเดินอย่างสงบมาที่หน้าประตูคลังสมบัติหลวง เพื่อปกป้องซูเฉิน
จักรพรรดิหลินและจักรพรรดิชราสิ้นชีพแล้ว ไม่ว่าใครก็อยากเข้ามาชิงสมบัติในคลังสมบัติหลวง
หลินลั่วเว่ยสามารถสัมผัสได้ว่า พลังลึกลับหลายสายกำลังมุ่งหน้าเข้ามาใกล้