มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 20
ซูเฉินประคองหลิวหันเยียนพร้อมกับซูหลิงเอ๋อร์เดินออกจากจวนตระกูลซูไป
“ใช่แล้ว! ทะเลปราณมังกรแท้ของคุณชายซูเฉินฟื้นคืนแล้ว แต่ก็ไม่ใช่เพราะข้าเลยสักนิด ความสามารถด้านโอสถของคุณชายซูเฉินเหนือกว่าข้าเสียอีก ตระกูลซูยอมสละมังกรแท้เพียงเพื่อซูเหยา ช่างโง่เขลา!
ซูไคซาน ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่คู่ควรกับโอสถชุนเฟิงหวี่อวี่ของข้า ลาก่อน!”
ปรมาจารย์กู่หยานหัวเราะเยาะแล้วหันหลังตามซูเฉินไปทันที
“ตระกูลซูช่างตาบอดโดยแท้! คุณชายซูเฉินเป็นอัจฉริยะถึงเพียงนี้ พวกเจ้ากลับมองว่าเขาเป็นเพียงขยะ? ในเมื่อเขาไปแล้ว ข้าก็ไม่มีเหตุผลจะอยู่ต่อเช่นกัน! คนของข้า เก็บภาพ ‘เทพธิดาเฉลิมฉลองวันเกิด’ คืนกลับ เรากลับจวนเมือง!”
เจ้าเมืองเติ้งกล่าวพลางลุกขึ้น เขามองไปรอบงานเลี้ยงอย่างเย้ยหยัน ก่อนหันหลังจากไป
ไม่มีใครคาดคิดว่าทั้งปรมาจารย์กู่หยานและเจ้าเมืองเติ้งจะถึงกับหันหลังให้ตระกูลซูเพราะซูเฉิน
แขกหลายคน โดยเฉพาะผู้นำตระกูลหวัง ล้วนมองซูไคซานด้วยสายตาสงสารปนเย้ยหยัน
ตอนนี้ตระกูลซูมีเรื่องใหญ่เสียแล้ว!
พวกเขาเองก็เคยได้ยินเรื่องของซูเฉิน
เดิมทีเขาเป็นถึงคุณชายของตระกูลซู มีพรสวรรค์ไร้ผู้เทียบ แต่กลับถูกฝูงอสูรล้อมโจมตีที่เขากู่เยว่จนทะเลปราณแตกดับ กลายเป็นคนไร้พลัง และถูกถอดจากตำแหน่ง
แม้การกระทำของตระกูลซูจะโหดร้าย แต่ในเมื่อเขากลายเป็นขยะแล้ว ก็ไม่มีใครใส่ใจจะยื่นมือช่วย
ทว่าในวันนี้ ซูเฉินกลับไม่ใช่ขยะอีกต่อไป ทะเลปราณของเขาฟื้นคืน แถมยังได้รับการยอมรับจากปรมาจารย์โอสถอย่างกู่หยาน อนาคตของเขาช่างไร้ขีดจำกัด
ตระกูลซูนี่มันเก็บงาแล้วทำแตงหายจริง ๆ!
“ซูเฉิน… ซูเฉิน…”
ใบหน้าซูไคซานซีดเซียวสลับแดงคล้ำ สุดท้ายกระอักเลือดพุ่งพรั่งพล่าน ก่อนจะล้มหมดสติไป
ทั่วทั้งตระกูลซูกลายเป็นความโกลาหล
ขณะนั้นเอง ซูเฉินได้พาหลิวหันเยียนและซูหลิงเอ๋อร์เดินห่างออกจากจวนซู
เบื้องหลัง ปรมาจารย์กู่หยานกับเจ้าเมืองเติ้งรีบตามมา
“คุณชายซูเฉิน ตระกูลซูช่างไร้คุณธรรม แต่ซูเหยาก็มีพรสวรรค์สูง ร่างวิญญาณน้ำแข็งลึกลับ อีกทั้งพลังยังไม่ธรรมดา ท่านมั่นใจจริงหรือว่าจะสู้พรุ่งนี้ได้?”
ปรมาจารย์กู่หยานถามขึ้น
เขารู้ดีว่าซูเฉินไม่ต้องการเปิดเผยความสัมพันธ์กับตนต่อหน้าผู้อื่น จึงเรียกว่าคุณชายซูเฉินเสมอ
“ซูเหยาไม่มีอะไรให้น่ากังวล!”
ซูเฉินตอบเรียบ ๆ
ตอนนี้เขาเปิดทะเลปราณมังกรแท้ถึงเก้าสาย บรรลุขั้นเก้าของขอบเขตชำระลมปราณ แม้แต่ซูไคซานที่อยู่ในระดับแก่นแท้พลัง ยังมิใช่คู่มือสำหรับเขา
สำหรับการประลองในวันพรุ่งนี้ เขาไม่มีสิ่งใดต้องกังวล
“ด้วยพรสวรรค์และพลังของคุณชายซูเฉิน คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะชนะซูเหยา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังไว้!”
เจ้าเมืองเติ้งกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“อะไรหรือ?” ซูเฉินถาม
“ข้าได้ยินมาว่า มีผู้มีอำนาจจากนิกายเทพศาสตราสนใจร่างน้ำแข็งลึกลับของซูเหยาและตั้งใจจะรับเป็นศิษย์ หากท่านฆ่านางเข้า เกรงว่าจะไปล่วงเกินผู้อาวุโสผู้นั้นเข้า!”
น้ำเสียงเจ้าเมืองเติ้งเต็มไปด้วยความหนักแน่น
เมื่อเอ่ยถึงนิกายเทพศาสตรา แม้แต่เขายังอดรู้สึกเกรงใจไม่ได้
นิกายเทพศาสตรานั้นก่อตั้งโดยจักรพรรดิแห่งแคว้นต้าลี่ มีฐานะสูงส่ง เป็นที่รวมของจอมยุทธ์มากมาย
เหล่าหนุ่มสาวล้วนใฝ่ฝันอยากเข้าสำนักแห่งนั้น
ตราศักดิ์สิทธิ์เทพศาสตราที่บิดาของซูเฉินได้มาในอดีต จึงล้ำค่ายิ่งนัก
แม้แต่ซูเหยาเองยังอยากได้
“ผู้มีอำนาจจากนิกายเทพศาสตรางั้นหรือ? ข้าอยากเห็นนักว่าใครกันจะกล้ารับหนุนหลังนาง! คนที่ข้าคิดจะฆ่า ไม่มีใครช่วยไว้ได้!”
แววตาซูเฉินเย็นเยียบ
นิกายเทพศาสตรางั้นหรือ? ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในนั้นก็เป็นเพียงจ้าวยุทธ์เท่านั้น ในอดีตแม้แต่จักรพรรดิยุทธ์ยังต้องคารวะเขา แล้วจ้าวยุทธ์จะนับเป็นอะไร!
ขอเพียงให้เขาเวลา เขาจะสามารถทะลวงถึงระดับจ้าวยุทธ์ และก้าวข้ามอดีตของตนเอง กลายเป็นเซียนผู้เหยียบย่างเหนือฟ้า
“คุณชายซูเฉิน ท่านช่างกล้าหาญยิ่งนัก! หากท่านไม่คิดกลับไปยังตระกูลซูอีก ข้าอยากเชิญท่านพักที่จวนเจ้าเมือง ข้ายังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณที่ท่านช่วยชีวิตบุตรสาวข้าเลย ขอได้โปรดอย่าปฏิเสธ!”
จู่ ๆ เติ้งจื่อเฉินที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตาราวดวงดาวเต็มไปด้วยความเลื่อมใส
“จื่อเฉินพูดถูก! คุณชายซูเฉิน เชิญพักที่จวนข้าก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะไปกับท่านด้วย ข้ายังรู้จักกับผู้อาวุโสบางท่านในนิกายเทพศาสตรา เผื่อจะช่วยพูดจาได้บ้าง!”
เจ้าเมืองเติ้งพูดด้วยสีหน้าหนักแน่น
แม้เขารู้ว่าการให้ซูเฉินล่วงเกินซูเหยาอาจก่อปัญหาใหญ่ แต่ซูเฉินช่วยชีวิตบุตรสาวเขาไว้ เขาจึงไม่อาจนิ่งเฉย
อีกทั้ง เขามีลางสังหรณ์ว่าซูเฉินไม่ใช่คนธรรมดา วันหนึ่งจะต้องผู้แข็งแกร่งได้อย่างแน่นอน!
ให้ถือว่าเป็นการเดิมพันครั้งหนึ่ง!
“ขอบคุณท่านเจ้าเมืองเติ้งมาก!”
ซูเฉินยิ้มบาง ๆ