มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 204 ฉินมู่หยิง
เจียงหรงหรงและชายหนุ่มชุดขาวชะงักไปทันที
ซูเฉินถึงกับกล้าปฏิเสธพวกเขาอย่างตรงไปตรงมา!
ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่พวกเขาเห็นคืออะไร?
ซูเฉินถึงกับใช้ศิลาวิญญาณระดับสูงป้อนให้จิ้งจอกขาวกิน ช่างสิ้นเปลืองเสียจริง!
ชายหนุ่มในชุดขาวสีหน้าดูไม่จืด ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านเต็มดวงตา ในความคิดของเขา ซูเฉินจงใจทำให้เขาเสียหน้า จึงใช้ศิลาวิญญาณระดับสูงป้อนจิ้งจอกขาวต่อหน้าผู้คน
ไม่อย่างนั้น ใครเล่าจะสิ้นเปลืองถึงเพียงนี้?
แม้แต่ตระกูลเจียงแห่งนครเจียงฮั่นก็ยังไม่กล้าใช้ศิลาวิญญาณระดับสูงเลี้ยงสัตว์อสูร!
“เจ้าหนุ่ม! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่? น้องสาวของข้าอยากได้จิ้งจอกขาวตัวนี้ ข้าแนะนำว่าเจ้าควรมอบมันให้นางแต่โดยดี มิเช่นนั้นอย่าโทษว่าข้าจะไร้ปรานี!”
ชายหนุ่มในชุดขาวจ้องซูเฉินด้วยแววตาเย็นชา น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่
“พี่ชาย ท่านมิใช่ศิษย์นิกายเทียนเต๋าหรอกหรือ? เจ้าคนผู้นี้ช่างไม่รู้ดีรู้ชั่วเลยสักนิด ข้าว่า…สังหารเขาเสียเถอะ แล้วโยนศพทิ้งจากเรือสมบัติไปก็สิ้นเรื่อง!”
เจียงหรงหรงแค่นเสียงเยาะ
ชายหนุ่มชุดขาวคือจางเฉวียน ญาติพี่ชายของนาง เป็นศิษย์นิกายเทียนเต๋า
เป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ของนางคือการติดตามจางเฉวียนเข้าสู่นิกายเทียนเต๋า ซึ่งจางเฉวียนก็ให้คำมั่นว่านางจะต้องได้เข้าสู่สำนักแน่นอน
เจียงหรงหรงในฐานะบุตรีคนโตของตระกูลเจียง เติบโตมาด้วยนิสัยเอาแต่ใจและชินกับการออกคำสั่ง ทุกสิ่งต้องเป็นไปตามใจนางเสมอ ไม่มีใครกล้าขัดใจ
ตอนนี้ นางหมายตาจิ้งจอกขาวไว้ แต่ซูเฉินกลับไม่ยอมมอบให้ ทำให้นางโมโหถึงขีดสุด
“ศิษย์นิกายเทียนเต๋า?”
เสียงอุทานดังขึ้นจากผู้คนรอบข้าง
ไม่มีใครคาดคิดว่าไม่เพียงแต่เจียงหรงหรงจะเป็นบุตรีสายตรงของตระกูลเจียง จางเฉวียนยังเป็นศิษย์ของนิกายเทียนเต๋าด้วย!
นิกายเทียนเต๋านั้นเป็นผู้ปกครองโดยแท้ของแคว้นเทียนไห่
หากซูเฉินล่วงเกินพวกเขา คงได้พบจุดจบเป็นแน่!
ทุกสายตาในตอนนี้ล้วนมองซูเฉินด้วยความเวทนา
“ศิษย์นิกายเทียนเต๋า? คนประเภทที่รู้แต่ใช้อำนาจรังแกผู้อื่นเช่นนี้ มีแต่ทำลายชื่อเสียงของนิกายเท่านั้น เช่นนี้จะเรียกได้ว่าเป็นศิษย์แห่งนิกายเทียนเต๋าได้อย่างไร?”
ซูเฉินกล่าวอย่างเย้ยหยัน
เดิมทีเขาไม่คิดจะสนใจคนพวกนี้ เพียงแค่ไม่คิดจะขายจิ้งจอกขาวก็เท่านั้น
แต่แม้เจียงหรงหรงจะมีรูปโฉมงดงามเพียงใด จิตใจกลับต่ำช้าเลวทราม ส่วนจางเฉวียนก็ไม่ต่างจากคนข่มเหงรังแกผู้อื่น
คนเช่นนี้จะยอมให้มาทำลายชื่อเสียงของนิกายเทียนเต๋าได้อย่างไร?
“เจ้ากล้าเหรอ! กล้าดูหมิ่นนิกายเทียนเต๋าของข้าเช่นนี้ หากข้าไม่สั่งสอนบทเรียนให้เจ้าวันนี้ เจ้าคงไม่รู้ว่าใครคือเจ้าแห่งแคว้นเทียนไห่!”
ดวงตาของจางเฉวียนเต็มไปด้วยความเย็นชา แผ่รังสีอาฆาตออกมาอย่างชัดเจน
“พี่ชาย จะมัวชักช้าไปไย? รีบจับจิ้งจอกขาวมาเถิด ฆ่าเจ้าหนุ่มนี่แล้วโยนทิ้งไปเสีย!”
เจียงหรงหรงเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
สายตาของนางจับจ้องอยู่แต่ที่จิ้งจอกขาว ยิ่งมองยิ่งรู้สึกถูกใจ
นางสะบัดมือเบาๆ ชายชราในชุดดำทั้งสองที่ยืนอยู่เบื้องหลังพลันเผยแววตาเย็นเยียบ พลังปราณพวยพุ่ง เตรียมลงมือสังหารซูเฉิน
แววตาของซูเฉินสะท้อนความอาฆาตชัดเจน
“หยุด!”
ขณะนั้นเอง เสียงตะโกนเย็นเยียบพลันดังขึ้น
หญิงสาวในชุดดำรูปร่างงดงามสง่างาม ใบหน้าคมคายแต่งแต้มความองอาจ เดินออกมาจากห้องในเรือสมบัติ ด้านหลังนางมีชายชราในชุดดำหลายคนติดตาม ทุกคนล้วนแผ่รังสีลึกล้ำจับต้องไม่ได้
และเครื่องแบบของพวกเขาทั้งหมดมีตราสัญลักษณ์ของหอการค้าว่านเป่า!
“ห้ามก่อเหตุทะเลาะวิวาทบนเรือสมบัติ! หากยังดื้อรั้น อย่าโทษข้าที่จะโยนพวกเจ้าทิ้งไปเสีย!”
หญิงสาวในชุดดำจ้องมองเจียงหรงหรง จางเฉวียน และซูเฉินด้วยสายตาเย็นชา เต็มไปด้วยคำเตือน
ชายชราในชุดดำด้านหลัง แม้ใบหน้าจะชรา แต่พลังอันยิ่งใหญ่ดุจสวรรค์และปฐพีแผ่พุ่งออกมา กดดันจนทุกผู้คนสั่นสะท้าน
“จักรพรรดิยุทธ์?”
เจียงหรงหรงและจางเฉวียนพลันสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
พวกเขารู้ดีว่าเบื้องหลังหอการค้าวั่นเป่าคือหอว่านเป่า และหญิงสาวชุดดำตรงหน้า ดูจากกิริยาท่าทางแล้วไม่ธรรมดาเป็นแน่ แถมยังมีจักรพรรดิยุทธ์คอยคุ้มกันอยู่บนเรือสมบัติลำนี้
ความกร่างของพวกเขาถูกกดทับลงทันที
“เจ้าหนุ่ม! ข้ายอมให้เกียรติหอการค้าวั่นเป่า วันนี้จะไม่แตะต้องเจ้า! แต่พอถึงนครเทียนไห่ ข้าจะให้เจ้ารู้ว่านิกายเทียนเต๋านั้นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะมาลบหลู่ได้!”
จางเฉวียนแค่นเสียงเยาะ จ้องมองซูเฉินด้วยแววตาเยียบเย็น
“งั้นหรือ? ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะเป็นเช่นไร!”
ซูเฉินกล่าวอย่างไร้อารมณ์
แต่เดิมเขาคิดจะลงมือสังหารพวกแมลงรบกวนทั้งสองเสียเดี๋ยวนั้น
แต่เมื่อคนของหอการค้าวั่นเป่าออกมา เขาก็รู้ว่าการลงมือในตอนนี้คงเป็นเรื่องยาก
โดยเฉพาะหญิงสาวในชุดดำผู้นี้ เขาเคยรู้จักนางในอดีตชาติ
“ฉินมู่หยิง?”
ซูเฉินพึมพำเบาๆ
หญิงสาวในชุดดำชื่อว่าฉินมู่หยิง เป็นประธานหอการค้าวั่นเป่าสาขานครเทียนไห่ อีกทั้งยังเป็นบุตรีของผู้นำหอว่านเป่า
เมื่อครั้งซูเฉินยังอยู่ในนิกายเทียนเต๋าชาติปางก่อน เขาเคยติดต่อซื้อของบ่มเพาะกับฉินมู่หยิงอยู่บ่อยครั้ง
จะกล่าวว่านางเคยช่วยเหลือเขาไว้มากก็มิผิด
เมื่อฉินมู่หยิงอยู่ตรงนี้ เขาคงไม่อาจลงมือได้โดยสะดวก
“ห้ามก่อเหตุทะเลาะวิวาทบนเรือสมบัติ! ท่านโปรดวางใจ หากไม่คิดจะขายจิ้งจอกขาวตัวนี้ ก็ไม่มีใครบนเรือสมบัติลำนี้บังคับท่านได้!”
ฉินมู่หยิงหันมามองซูเฉินแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
สีหน้าของเจียงหรงหรงและจางเฉวียนพลันเปลี่ยนไปอย่างสุดขีด
โดยเฉพาะจางเฉวียน แววตาที่มองซูเฉินนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
เขาไม่กล้าระรานฉินมู่หยิง จึงลงความโกรธทั้งหมดใส่ซูเฉินแทน
**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม