มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 205 นครเทียนไห่
“ขอบคุณมาก!”
ซูเฉินค้อมศีรษะให้ฉินมู่หยิง
ฉินมู่หยิงพยักหน้า มองซูเฉินลึกๆ หนึ่งครั้ง จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
ด้วยเหตุผลบางอย่าง นางรู้สึกถึงกลิ่นอายอันน่าหวาดหวั่นและอันตรายอย่างยิ่งจากตัวซูเฉิน ราวกับว่าเขาคือสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ที่กำลังหลับใหลอยู่
นางรู้สึกคลุมเครือว่าต่อให้นางไม่ปรากฏตัวขึ้น เจียงหรงหรงและจางเฉวียนก็คงทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี
บุรุษผู้นี้เป็นใครกันแน่?
หรือว่าเขาจะเป็นศิษย์อัจฉริยะจากสถานที่ฝึกยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งใดแห่งหนึ่ง?
“ข้าจะต้องได้เจ้าจิ้งจอกขาวนั่นมาให้ได้! รอถึงนครเทียนไห่เมื่อไร เจ้าจะได้รู้สึก!”
เจียงหรงหรงจ้องเขม็งไปยังซูเฉิน สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“เจ้าหนุ่ม เจ้าตายแน่! พอถึงนครเทียนไห่ มันก็เป็นอาณาเขตของนิกายเทียนเต๋าเราแล้ว ถึงตอนนั้นหอการค้าว่าเป่าเองก็ปกป้องเจ้าไม่ได้แน่นอน และเจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน!”
จางเฉวียนก็แค่นหัวเราะเยาะเช่นกัน
“ข้าจะรอ!”
ซูเฉินตอบเสียงเบา
เขาไม่ได้ใส่ใจกับคำขู่ของเจียงหรงหรงและจางเฉวียนเลยแม้แต่น้อย เขารู้ดีกว่าใครว่านิกายเทียนเต๋าเป็นอย่างไร
คนที่ชอบใช้อำนาจรังแกผู้อื่นเช่นนี้ ควรถูกกำจัด ไม่ควรให้ทำลายชื่อเสียงของนิกายเทียนเต๋า
ซูเฉินมีแผนอยู่ในใจเรียบร้อยแล้ว
“ดูเหมือนเจ้าหนุ่มผู้นี้จะเจอปัญหาเข้าให้แล้ว!”
“จริงสิ! ไยเขาต้องไปล่วงเกินคุณหนูตระกูลเจียงกับศิษย์นิกายเทียนเต๋าด้วย? พอเรือสมบัติข้ามมิติจอดถึงนครเทียนไห่แล้ว หอการค้าว่าเป่าเองก็คงช่วยอะไรไม่ได้!”
“ก็แค่จิ้งจอกขาวตัวเดียว ถ้าขายให้เจียงหรงหรงไป จะเป็นอะไรไป? ตอนนี้กลับทำให้ต้องสิ้นชีพเสียเปล่า!”
ผู้โดยสารหลายคนพากันวิพากษ์วิจารณ์ สายตาเต็มไปด้วยความเสียดาย
“นายท่าน เจ้าสองคนนั่นมันสมควรตายจริงๆ! ให้ข้าจัดการไหม? ด้วยวิธีของข้า ข้าสามารถทำลายจิตวิญญาณของพวกมันได้โดยไม่มีใครล่วงรู้เลย!”
เสียงของมังกรดำดังขึ้นในจิตของซูเฉิน
“ไม่จำเป็น!”
ซูเฉินส่ายหน้า
จากนั้นเขาก็ไม่มีอารมณ์ชมวิวอีกต่อไป หันหลังกลับไปยังห้องพักส่วนตัว ป้อนศิลาวิญญาณให้จิ้งจอกขาว แล้วนั่งลงบ่มเพาะต่อ
ไม่กี่วันถัดมา
นครโบราณขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ตั้งอยู่ริมทะเล บนเทือกเขาหักพัง ดูสง่างามและโอ่อ่า
เหมือนกับมีผู้ใช้กระบี่ตัดภูเขาเป็นฐาน แล้วใช้หินสร้างเมืองทับลงไป ทิ้งไว้เป็นนครโบราณแห่งนี้ เพียงแค่มองครั้งแรกก็ชวนให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
นครเทียนไห่ มาถึงแล้ว!
ฟึ่บ!
เรือสมบัติข้ามมิติค่อยๆ ร่อนลงด้านนอกนครเทียนไห่
นครเทียนไห่หันหน้าสู่ทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา เบื้องหลังพิงเทือกเขาปี้เซี่ยซึ่งทอดตัวยาวหลายหมื่นลี้
นิกายเทียนเต๋าตั้งอยู่บนเทือกเขาปี้เซี่ยนี้เอง
นครเทียนไห่ก็อยู่ภายใต้การปกครองของนิกายเทียนเต๋าเช่นกัน กินพื้นที่หลายสิบลี้ ประชากรนับล้าน เต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรือง เป็นนครยักษ์ที่เก่าแก่ที่สุดในแคว้นเทียนไห่
ผู้คนต่างทยอยลงจากเรือสมบัติข้ามมิติ สายตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
หลายคนไม่เคยมาเยือนนครเทียนไห่มาก่อน
ในหมู่พวกเขายังมีผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาวจำนวนมากที่หวังจะลองเสี่ยงโชค เข้าร่วมนิกายเทียนเต๋าและกลายเป็นศิษย์ของนิกาย
ซูเฉินตื่นจากการบ่มเพาะ แล้วลงจากเรือสมบัติข้ามมิติเช่นกัน
ไม่ไกลนัก เจียงหรงหรงกับจางเฉวียน พร้อมผู้คุ้มกันระดับราชายุทธ์สองคน ยืนรอซูเฉินด้วยสีหน้าชิงชัง
“พวกเจ้าช่างตามตื๊อเสียจริง!”
ซูเฉินกล่าวเรียบๆ
“หยุดพูดไร้สาระ! เจ้าหนุ่ม! หากเจ้ามอบจิ้งจอกขาวให้พวกเราตอนนี้ แล้วคุกเข่าขอขมา บางทีข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้า!”
จางเฉวียนแสยะยิ้ม
“ตอนนี้เจ้าออกมาจากเรือสมบัติแล้ว ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าใครจะมาช่วยเจ้าได้อีก!”
เจียงหรงหรงก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ทั้งสองต่างเก็บความแค้นไว้เต็มอก ตอนนี้เมื่อได้ลงจากเรือสมบัติ มาถึงเขตอิทธิพลของนิกายเทียนเต๋า พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจหอการค้าว่าเป่าอีกต่อไป จึงรีบรุดมาหาเรื่องซูเฉินทันที
“ข้าเองก็จะให้โอกาสพวกเจ้า! หากพวกเจ้าคุกเข่าต่อหน้าข้า แล้วสำนึกผิด ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า ในนามของนิกายเทียนเต๋า!”
ซูเฉินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“หึ! อยากตาย!”
“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ยังกล้าบอกว่าตัวแทนนิกายเทียนเต๋า? ข้าว่าเจ้านี่มันพวกปลอมตัวชัดๆ!”
เจียงหรงหรงกับจางเฉวียนต่างเผยแววอำมหิต สายตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
พวกเขาคิดว่าซูเฉินคงถูกข่มขู่จนเสียสติไปแล้วกระมัง?
แทนนิกายเทียนเต๋า?
หรือว่าเป็นผู้อาวุโส? หรือศิษย์แท้จริง?
จางเฉวียนไม่เคยเห็นหน้าซูเฉินมาก่อน จึงไม่เชื่อว่าเขาจะเป็นคนของนิกายเทียนเต๋า
“จับมันซะ จะเป็นหรือตายก็ได้! แต่อย่าทำร้ายเจ้าจิ้งจอกขาวของข้า!”
เจียงหรงหรงตะโกนขึ้นทันที
ตูม!
ชายชราระดับราชายุทธ์ทั้งสองเบื้องหลัง ปลดปล่อยลมปราณมหาศาลพุ่งเข้าหาซูเฉินจากกลางอากาศ แววตาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า
“ไสหัวไป!”
ดวงตาของซูเฉินเย็นเยียบ เปล่งเสียงออกมาดังฟ้าร้อง
เขาต่อยหมัดหนึ่งออกไป!
โอ้กกก!
คล้ายเสียงคำรามของมังกรโบราณดังก้องกลางอากาศ พลังหมัดอันมหาศาลแฝงด้วยอำนาจทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง พุ่งทะลุม่านพลังอันแน่นหนาและกระแทกใส่ชายชราทั้งสองระดับราชายุทธ์
“อ๊ากกก...!”
“พรวด!”
เสียงกรีดร้องดังลั่น ชายชราระดับราชายุทธ์ทั้งสองราวกับถูกสายฟ้าฟาด ร่างสะท้านอย่างรุนแรง อกยุบลงทันที ก่อนจะถูกส่งลอยกระเด็นออกไปด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าเดิม!
ตูม!
ร่างทั้งสองกระแทกพื้นด้านไกลอย่างรุนแรง กระดูกแหลกละเอียด เลือดสาดกระเซ็น ลมหายใจรวยรินใกล้สิ้นใจ
หมัดเดียวของซูเฉิน ทำลายหัวใจของพวกเขาจนหมดสิ้น!
“อะไรกัน?!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงหรงหรงและจางเฉวียนแข็งค้าง
พวกเขาช็อกจนตัวแข็ง!…
**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม