มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 26
“ซูไคซาน เจ้ากำลังหาที่ตาย!”
ซูเฉินหันกลับมาทันที ดวงตาเย็นเยียบ พลังปราณแท้มหาศาลปะทุออกมาจากฝ่ามือ ฟาดสวนไปทันที
ตูม!
ฝ่ามือทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ เสียงระเบิดดังกึกก้อง
ร่างของซูเฉินยืนนิ่งไม่ไหวติง ส่วนซูไคซานกลับถูกแรงสะท้อนซัดกระเด็น เลือดกระอักทะลักจากปาก อวัยวะภายในถูกแรงกระแทกจนได้รับบาดเจ็บหนัก
“ในเมื่อเจ้าเป็นบิดาบุญธรรมของบิดาข้า วันนี้ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า! แต่จากนี้ไป ข้า ซูเฉิน จะตัดขาดกับตระกูลซู ไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป!”
ซูเฉินมองสบตาซูไคซาน กล่าวเสียงเย็น ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
“ซูเฉิน ซูเฉิน…”
ซูไคซานคำรามอย่างเดือดดาล ดวงตาเต็มไปด้วยแววซับซ้อน ไม่รู้ว่าเป็นความหวาดกลัวหรือเสียใจ สุดท้ายก็พ่นเลือดออกมาอีกคำรบหนึ่งแล้วสลบไป
“ท่านผู้นำตระกูล!”
“ท่านพ่อ!”
ทุกคนในตระกูลซูต่างพากันตกใจวุ่นวาย
แต่ทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับซูเฉินอีกต่อไป
หลังจากสังหารซูเหยา ซูเฉินรู้สึกราวกับความเคียดแค้นสองชาติถูกชำระล้างจนหมดสิ้น เขารู้สึกโล่งใจจนแทบอยากเงยหน้าตะโกนอย่างสุดเสียง
ความแค้นกับตระกูลซูได้สิ้นสุดลงแล้ว
ส่วนซูไคซานและพวกจะอยู่หรือตาย เขาไม่สนใจอีก
จากนี้ ซูเฉินจะต้องปกป้องมารดาและน้องสาวให้ดี และมุ่งสู่จุดสูงสุดแห่งวิถียุทธ์!
เขาเชื่อว่า ในชาตินี้เขาจะสามารถก้าวข้ามจุดสูงสุดในชาติก่อนของเขาได้ และอาจทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทพ หรือ แม้แต่ขอบเขตเซียน!
“อีกไม่นาน อาจารย์ข้าก็คงจะปรากฏตัวที่นิกายเทพศาสตรา ข้าต้องเร่งเดินทางไปให้ถึงนิกายให้เร็วที่สุด!”
ซูเฉินครุ่นคิดอยู่ในใจ
เมื่อนึกถึงบุคคลนั้น หัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความสำนึกในพระคุณ
ชาติที่แล้ว หากไม่มีอาจารย์ผู้นั้นช่วยดึงเขาขึ้นจากขุมนรก สร้างรากฐานอันสูงส่งให้แก่เขา เขาคงไม่มีวันกลายเป็นจักรพรรดิยุทธ์เก้ามังกรที่ยิ่งใหญ่!
นั่นคือบุญคุณแห่งการให้ชีวิตใหม่ เขาต้องตอบแทนให้ได้!
“คุณชายซูเฉิน ท่านฆ่าจางคุน ผู้อาวุโสแห่งนิกายเทพศาสตราและตระกูลจางในเมืองหลวงไม่มีทางปล่อยท่านแน่!
แต่โชคยังดีที่ท่านมีตราศักดิ์สิทธิ์เทพยุทธ์ รีบเดินทางไปนิกายให้เร็วที่สุด ใช้ตรานั้นเข้าพบจ้าวนิกาย พยายามเป็นศิษย์ของท่านจ้าวนิกายให้ได้ ท่านจะได้ปลอดภัย!”
เจ้าเมืองเติ้งตามมาทัน เอ่ยเตือนด้วยความเคร่งขรึม
“ใช่แล้ว! คุณชายซูเฉิน จ้าวนิกายเทพศาสตราคือราชายุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักต้าหลี่ เป็นเสาหลักของแผ่นดิน หากท่านได้เป็นศิษย์ของเขา ไม่เพียงปลอดภัย แต่ยังถือเป็นโชควาสนาอันยิ่งใหญ่! ข้ายินดีคุ้มกันท่านตลอดทางสู่เมืองหลวง!”
ปรมาจารย์กู่หยานก็พูดอย่างหนักแน่น
“พวกท่านไม่กลัวการล้างแค้นของผู้เชี่ยวชาญนิกายเทพศาสตรา กับตระกูลจางแห่งเมืองหลวงหรือ? ตอนนี้ใคร ๆ ก็หลีกเลี่ยงข้าไม่ใช่หรือ?”
ซูเฉินยิ้มอย่างสงบ
“คุณชาย ท่านพูดอะไรเช่นนั้น? แม้จะเกิดเรื่องกับจางคุน แต่เขาก็สมควรตาย! พวกคนเหลวแหลกเช่นนั้นควรถูกกำจัดมานานแล้ว! ข้า กู่หยาน แม้จะอ่อนด้อย แต่ก็มีมิตรอยู่บ้างในเมืองหลวง ไยต้องกลัวตระกูลจางด้วย?”
กู่หยานกล่าว
เขาเลื่อมใสในความสามารถด้านโอสถของซูเฉินมานาน อยากได้ซูเฉินเป็นอาจารย์เสียด้วยซ้ำ จะให้เขาทอดทิ้งซูเฉินได้อย่างไร?
และเขาเชื่อมั่นว่า ด้วยเวลาและพรสวรรค์ของซูเฉิน อีกไม่นานต้องเปล่งประกายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแน่นอน!
เจ้าเมืองเติ้งยิ้มขมขื่นและกล่าวว่า “แม้คุณชายซูเฉินจะทำเกินไปบ้าง แต่ก็เข้าใจได้สำหรับเลือดร้อนวัยหนุ่ม! อีกอย่าง ท่านคือผู้มีพระคุณของบุตรสาวข้า หากข้าทอดทิ้งท่าน คงไม่ต่างจากคนอกตัญญู!”
“ถ้าเช่นนั้น ขอบคุณท่านเจ้าเมืองเติ้งมาก”
ซูเฉินมองเขาด้วยแววตาลึกซึ้ง พยักหน้ารับ
เจ้าเมืองเติ้งผู้นี้ เป็นคนดีจริง ๆ
หากมีโอกาสในภายหน้า เขาอาจช่วยตอบแทนได้บ้าง
“คุณชายซูเฉิน ท่านอย่าพึ่งกล่าวเช่นนั้น! ข้ายังมีเรื่องหนึ่ง อยากขอร้องจากใจจริง!”
เจ้าเมืองเติ้งเอ่ย
“เชิญท่านเจ้าเมืองพูดมาได้เลย” ซูเฉินกล่าว
“บุตรีของข้า จื่อเฉิน ก็จะเดินทางไปฝึกที่นิกายเทพศาสตรา ขอให้คุณชายช่วยพานางเดินทางไปด้วยได้หรือไม่?”
เจ้าเมืองเติ้งกล่าวอย่างจริงใจ
“ได้!”
ซูเฉินครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนพยักหน้า
เขาเห็นได้ชัดว่าแม้ตอนนี้เติ้งจื่อเฉินเพิ่งหายจากโรคเย็น และยังไม่มีพลังยุทธ์ แต่ก็มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ร่างกายคล้ายจะเป็นหนึ่งในสายเลือดพิเศษในตำนาน หากได้ฝึกฝนในนิกาย จะต้องพัฒนาอย่างรวดเร็วแน่นอน
และเจ้าเมืองเติ้งก็กล้าหาญไม่น้อย ที่กล้าปล่อยบุตรสาวเดินทางร่วมกับเขา
“ขอบคุณมากค่ะ คุณชายซูเฉิน!”
ใต้ผ้าคลุมหน้าของเติ้งจื่อเฉิน ดวงตาคู่งามเปล่งประกายสดใส ยิ้มขอบคุณอย่างจริงใจ
“อย่าชักช้า ออกเดินทางจากเมืองหยุนเจียงตอนนี้เลย ข้าจะพยายามนำท่านไปถึงนิกายเทพศาสตราให้ทันก่อนข่าวจะไปถึงเมืองหลวง!”
ปรมาจารย์กู่หยานเร่งเร้า
“ตกลง!”
ซูเฉินพยักหน้า
แม้เขาไม่หวั่นต่อผู้อาวุโสนิกายเทพศาสตรา หรือแม้แต่ตระกูลจางแห่งเมืองหลวง แต่เขายังมีมารดาและน้องสาวต้องปกป้อง หากสามารถเข้าสู่นิกายได้เร็ว ก็เสมือนหาที่พักพิงให้พวกนาง
พวกเขากลับไปยังจวนเจ้าเมืองเพื่อเก็บสัมภาระ จากนั้นขี่ม้าเขียวเกล็ดวิญญาณ ระดับสอง ที่เจ้าเมืองจัดเตรียมไว้ มุ่งหน้าออกจากเมืองหยุนเจียง มุ่งสู่เมืองหลวงของอาณาจักรต้าหลี่!