มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 28
“เจ้าหลินเสวียนปินนั่นมันช่างบังอาจ ทำให้ชื่อเสียงหอการค้าวั่นเป่อต้องมัวหมอง! ช่างน่าตายจริง ๆ!”
หลังจากฟังคำอธิบายจากหัวหน้าคนดูแลในชุดดำ ปรมาจารย์กู่หยานก็โกรธจนหน้าแดง
หอการค้าวั่นเป่อ แม้จะมีประธานและผู้อาวุโสใหญ่อยู่เบื้องหลัง แต่ก็มีปรมาจารย์หลอมโอสถประจำอยู่สี่คน และกู่หยานก็คือหนึ่งในนั้น
ส่วนเสวียนปิน เป็นปรมาจารย์หลอมโอสถอีกคนหนึ่ง ผู้มีชื่อเสียงว่าเป็นอัจฉริยะในเมืองหลวง เขาสอบเป็นปรมาจารย์ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสามสิบ
หลินชิงชิงได้ตำรับโอสถโบราณของโอสถหุนหยวนหลิงตันมา ซึ่งเป็นโอสถระดับสาม มีผลช่วยให้ผู้บ่มเพาะระดับชั้นที่เก้าแห่งขอบเขตชำระลมปราณสามารถกลั่นแก่นแท้และทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแก่นแท้พลังได้
หลินชิงชิงจึงมาขอให้หอการค้าวั่นเป่อช่วยกลั่นโอสถนี้ โดยหวังให้ผู้อาวุโสใหญ่เป็นผู้กลั่น แต่เมื่อเขาไม่อยู่ เสวียนปินที่แอบโลภอยากได้ตำรับ จึงเสนอเป็นผู้กลั่นโอสถให้
แต่แม้โอสถหุนหยวนหลิงตันจะเป็นเพียงโอสถระดับสาม ทว่าใช่ว่าจะกลั่นได้ง่าย เสวียนปินล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนกระทั่งถึงวันนัดที่ตกลงไว้กับหลินชิงชิง เขาก็ยังกลั่นไม่สำเร็จ จึงหนีหายไป
หลินชิงชิงจึงมาทำเรื่องถึงหอการค้าด้วยตนเอง!
เรื่องทั้งหมด ล้วนมีต้นเหตุจากเสวียนปิน
“องค์หญิง หากเป็นไปได้ ขอทรงโปรดให้หม่อมฉันดูตำรับโอสถหุนหยวนหลิงตันด้วยเถิด! เสวียนปินไม่สามารถกลั่นสำเร็จ หม่อมฉันรู้สึกละอายยิ่งนัก หากทรงอนุญาต หม่อมฉันยินดีลองกลั่นให้พระองค์เอง!”
ปรมาจารย์กู่หยานเอ่ยด้วยใบหน้าขื่นขม
“หึ! กู่หยาน เจ้าอย่าหาว่าข้าดูแคลน แต่ข้าคิดว่าแม้แต่เจ้าก็กลั่นโอสถนี้ไม่ได้ ยกเว้นแต่ผู้อาวุโสใหญ่ หากเจ้าอยากดูตำรับนัก ข้าก็จะให้ดู!”
หลินชิงชิงแค่นเสียงเย้ยหยัน แต่ก็ยังหยิบตำรับโบราณออกมายื่นให้ปรมาจารย์กู่หยาน
“หญ้าเทียนจิ่ง ต้นตั๋วตี้ฮวง เหมันต์บัวหมื่นกลีบ... สมุนไพรเหล่านี้ก็ไม่ได้หายากอะไร เสวียนปินก็น่าจะกลั่นได้สิ?”
กู่หยานอ่านพลางขมวดคิ้ว
“ไม่ใช่! สมุนไพรสองชนิดนี้ ตั๋วตี้ฮวงกับเถาวัลย์อู่หยาง จะใช้ร่วมกันได้อย่างไร?!”
ทันใดนั้น ดวงตาของกู่หยานก็เบิกโพลง
ด้วยประสบการณ์ของเขา เขามองออกในทันที
ตั๋วตี้ฮวงเป็นสมุนไพรธาตุไม้ ส่วนเถาวัลย์อู่หยางมีธาตุหยางเข้มข้นและแฝงพลังต้นกำเนิดธาตุไฟ
พลังของอู่หยางรุนแรง ใช้กลั่นโอสถธาตุหยางหรือไฟ แต่โอสถหุนหยวนหลิงตันนั้นเป็นโอสถไร้ธาตุ หากนำสมุนไพรสองชนิดนี้ลงหม้อพร้อมกันจะทำให้เกิดการหักล้างกันจนกลายเป็นผงในทันที
สมุนไพรสองชนิดนี้ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง!
นี่คงเป็นสาเหตุที่เสวียนปินล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้แต่กู่หยานเองก็จนปัญญา
“อะไรนะ? เจ้าแก่กู่หยาน เจ้าเองก็กลั่นไม่ได้งั้นหรือ?! ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าจะรื้อหอการค้านี่ทิ้งซะ!”
หลินชิงชิงเห็นสีหน้ากู่หยานก็แค่นเสียงเยาะ
“องค์หญิง… โอสถนี้มันช่างซับซ้อนนัก หม่อมฉัน…”
กู่หยานยังไม่ทันพูดจบ ก็มีเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นอย่างเรียบเฉย
“ข้ากลั่นโอสถหุนหยวนหลิงตันได้! ภายในสามชั่วโมง ข้าจะกลั่นให้เสร็จ!”
ซูเฉินกล่าวเสียงเบา
ทุกสายตาหันมามองเขาทันที
“เจ้าเป็นใคร? แม้แต่เจ้าแก่กู่หยานยังกลั่นไม่ได้ เจ้าคิดว่าเจ้าทำได้งั้นหรือ? หรือว่าเจ้าเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถ?”
หลินชิงชิงจ้องซูเฉินอย่างจับผิด
“เด็กคนนี้เป็นใคร? ช่างโอหังนัก!”
“แม้แต่ปรมาจารย์เสวียนปินกับกู่หยานยังล้มเหลว แล้วเด็กนี่จะเก่งไปกว่าทั้งสองคนงั้นหรือ?”
“เจ้านี่ซวยแล้ว! องค์หญิงหลินขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ร้าย หากอธิบายไม่ดี คงโดนฟาดน่วมแน่!”
ผู้คนโดยรอบวิพากษ์กันเสียงดัง
“ข้าชื่อซูเฉิน! หากภายในสามชั่วโมงข้ากลั่นโอสถหุนหยวนหลิงตันไม่สำเร็จ ท่านจะลงโทษอย่างไรก็ได้! แต่หากข้ากลั่นสำเร็จ ขอองค์หญิงมอบสิ่งหนึ่งให้ข้า!”
ซูเฉินกล่าวเรียบๆ
“สิ่งใด?” หลินชิงชิงถาม
“ปิ่นปักผมของท่าน!”
ซูเฉินยิ้มอย่างใจเย็น
เหตุผลที่เขาออกตัวมาช่วย นอกจากจะช่วยกู่หยานแล้ว ยังเพราะปิ่นปักผมของหลินชิงชิงนั้น ทำให้เขานึกถึงสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งที่เคยเห็นในอดีตชาติ
“เด็กบ้า เจ้าช่างกล้า!”
แววตาของหลินชิงชิงฉายแสงเย็นยะเยือก แส้สีแดงในมือแทบจะตวัดออกมา
“องค์หญิง โปรดใจเย็นลงก่อน!”
กู่หยานตกใจจนหน้าซีด รีบยืนขวางหน้า
“องค์หญิง คุณชายซูเฉินมีพรสวรรค์ด้านหลอมโอสถสูงส่ง ยิ่งกว่าหม่อมฉันเสียอีก เขากล่าวว่าสามารถกลั่นได้ ย่อมต้องไม่ใช่คำพูดลอย ๆ หม่อมฉันกล้ารับรอง!”
กู่หยานกล่าวอย่างจริงจัง
“จริงหรือ?”
แววตาหลินชิงชิงฉายความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลดแส้ลง
“ได้! ข้าจะให้เวลาเจ้าสามชั่วโมง หากเจ้ากลั่นได้ ปิ่นผมนี้จะเป็นของเจ้า! แต่หากเจ้ากลั่นไม่สำเร็จ ข้าจะให้เจ้าได้รู้ว่า การลงโทษของข้าเป็นเช่นไร!”
เสียงของหลินชิงชิงแฝงความเย้ยหยัน
ผู้คนรอบด้านพากันสั่นสะท้าน