มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 304 การมาถึงของ นักบุญยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่
เหนือฟากฟ้าทั้งเก้า
สีหน้าของจงหลินมืดครึ้มลง
แม้เขาจะรู้ว่าพลังต่อสู้ของซูเฉินนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด แต่ในยามนี้หลี่อวิ๋นเฟยบาดเจ็บสาหัส หากยังฝืนต่อสู้ ย่อมต้องพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ และอาจถึงขั้นเสียชีวิต
ทว่า เขาก็ยังไม่อาจยอมรับได้ที่หลี่อวิ๋นเฟยกับซุนฉีหยางต้องแตกตื่นหนีจากซูเฉินต่อหน้าต่อตา
โครม!
จงหลินไม่ปิดบังกลิ่นอายอีกต่อไป ปรากฏตัวจากห้วงสุญญากาศโดยตรง พลังสวรรค์ปฐพีพลันรวมตัวแน่นหนา เขาก้าวเพียงก้าวเดียวก็ปรากฏเบื้องหน้าหลี่อวิ๋นเฟย
“คารวะท่านเจ้านิกาย!”
“คารวะท่านเจ้านิกาย!”
หลี่อวิ๋นเฟยกับซุนฉีหยางตื่นตกใจยิ่งนัก พอเห็นจงหลินปรากฏตัวก็รีบคำนับทันที
“ไม่ต้องพิธีมาก!”
จงหลินกล่าวอย่างสงบ
“ท่านอาจารย์ ข้าทำให้ท่านขายหน้าแล้ว!”
หลี่อวิ๋นเฟยกล่าวอย่างอับอาย ดวงตาเต็มไปด้วยความละอาย
“ชัยชนะและความพ่ายแพ้เป็นเรื่องปกติ อย่ากังวลไป! ทว่าเจ้ากลับขโมยสมบัติของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าของข้า แล้วยังมาอวดดีในอาณาเขตของข้า เช่นนี้ย่อมสมควรตาย!”
แววตาของจงหลินปรากฏความเย็นเยียบ กล่าวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
ในขณะเดียวกัน กู่ถงเทียนก็มาปรากฏตัวข้างซูเฉิน
“ผู้อาวุโสกู่?”
ซูเฉินตกใจเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจทันที คาดว่าท่านเจ้านิกายต้องเป็นห่วงความปลอดภัยของเขาจึงให้กู่ถงเทียนแอบคุ้มกันอยู่
“ซูเฉิน เซี่ยวฟาน พวกเจ้าทำได้ดีมาก!”
กู่ถงเทียนยิ้มบาง ๆ
ยิ่งเขามองซูเฉินก็ยิ่งพึงพอใจ การมีซูเฉินอยู่ถือเป็นโชคใหญ่ของนิกายเทียนเต๋า
กู่ถงเทียนมองไปยังจงหลิน แล้วยิ้มกล่าวว่า “จงหลิน เจ้าจะลงมือกับเด็กพวกนี้อีกหรือ?”
เขารับรู้ได้ถึงเจตนาฆ่าอันน่าสะพรึงจากจงหลิน
“ส่งแท่นสังหารเทพคืนมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า!”
จงหลินกล่าวด้วยเสียงเย็นชา เจตนาฆ่าแฝงอยู่ในคำพูดอย่างไม่ปิดบัง
“เช่นนี้หรือที่หัวหน้านิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าทำผิดสัญญา?”
กู่ถงเทียนแค่นเสียงเยาะ
“ข้าเคยกล่าวไว้ว่า หากเขาชนะอวิ๋นเฟย ข้าจะไม่ลงมือกับเขา! แต่แท่นสังหารเทพคือสมบัติสูงสุดของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า ต่อให้ข้าไม่ลงมือ เขาก็ไม่มีทางจากที่นี่ไปได้!”
จงหลินกล่าวเสียงเย็นชา
โครม! โครม! โครม!
ทันใดนั้น ห้วงอากาศสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กลิ่นอายทรงพลังห้าสายฉีกห้วงอากาศปรากฏขึ้นในระหว่างฟ้าดิน
ทั้งห้าคือบุรุษวัยต่างกัน ทั้งชราและหนุ่ม ดวงตาเย็นเยียบ กลิ่นอายของพวกเขากลืนกลายเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน ลึกล้ำเหนือหยั่ง
ห้านักบุญยุทธ์!
เมื่อรวมกับจงหลินและซุนฉีหยาง ย่อมเป็นเจ็ดนักบุญยุทธ์ กลิ่นอายเจตนาฆ่าประสานกันปกคลุมทั่วฟ้าดิน
ในหมู่พวกเขามีนักบุญยุทธ์เฟิงหลิน
แววตาเขาเมื่อมองซูเฉินเต็มไปด้วยสีเลือด อาฆาตอย่างโจ่งแจ้ง
“ส่งแท่นสังหารเทพมา มิฉะนั้นเจ้าตายแน่!”
นักบุญยุทธ์เฟิงหลินคำรามก้อง
สีหน้าของกู่ถงเทียนเปลี่ยนไปทันที เขารู้ว่าแย่แล้ว
นิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าเห็นว่าศักยภาพของซูเฉินน่ากลัวเกินไป อีกทั้งเพื่อแย่งชิงแท่นสังหารเทพ พวกเขาจึงส่งนักบุญยุทธ์ถึงเจ็ดคนมา ชัดเจนว่าพวกเขาจะฆ่าซูเฉินไม่ว่าต้องแลกด้วยสิ่งใด
“ผู้ใดกล้าทำร้ายศิษย์ของข้า จงมาประลองกับกระบี่ในมือข้าก่อน!”
ทันใดนั้น เสียงเย็นเฉียบเสียงหนึ่งดังก้องห้วงเวหา
แครก!
ห้วงอากาศฉีกออกเป็นเสี่ยง ๆ ร่างสองร่างปรากฏออกมาพร้อมกลิ่นอายทรงพลัง
คือลั่วเสวียนและเจ้านิกายจ้านหยวน!
กระบี่โบราณในมือของลั่วเสวียนสั่นสะเทือน เปล่งเสียงหึ่ม ร่างของนางปลดปล่อยเจตกระบี่ไร้เทียมทาน ประหนึ่งสามารถฉีกฟ้าทะลายดิน
ส่วนเจ้านิกายจ้านหยวนยืนกลางอากาศ แม้ท่าทีสงบนิ่ง แต่ทันทีที่เขาปรากฏ ราวกับเป็นศูนย์กลางของฟ้าดินโดยพลัน
แม้แต่จงหลินยังเผยแววหวาดเกรงเล็กน้อยเมื่อเห็นเจ้านิกายจ้านหยวน
เขาไม่คิดเลยว่าเพียงเพื่อซูเฉิน นิกายเทียนเต๋าจะส่งนักบุญยุทธ์ถึงสามคนออกมา!
โครม!
เหนือหุบเขาราชันย์ แสงเจิดจ้าแห่งนักบุญยุทธ์สิบคนประหนึ่งดวงตะวัน สิบดวง แขวนอยู่กลางหาว แผ่พลังปกคลุมโลกา กลายเป็นบรรยากาศกดดันอย่างที่สุด
“เจ้านิกายจงหลิน ซูเฉินคือศิษย์ของนิกายเทียนเต๋า หากเจ้าคิดจะสังหารเขา เช่นนั้นนิกายเทียนเต๋าจะยอมเปิดศึกทำลายนิกายกับเจ้า!”
จ้านหยวนกล่าวอย่างช้า ๆ
แม้คำพูดเขาจะสงบ แต่ในหูของจงหลินแฝงไว้ด้วยความแน่วแน่
เพียงเพื่อซูเฉิน ถึงขั้นเปิดศึกทำลายนิกายเลยหรือ?
“เปิดศึกทำลายนิกาย? จ้านหยวน เจ้าเห็นว่านิกายเทียนเต๋าเหมาะจะเป็นศัตรูกับนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าของข้ารึ? วันนี้ หากซูเฉินส่งแท่นสังหารเทพออกมา ข้าจะละเว้นชีวิตเขา ไม่เช่นนั้น นิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าไม่เกรงกลัวศึกใดทั้งสิ้น!”
จงหลินแค่นเสียงเยาะ
เมื่อนักบุญยุทธ์ทั้งเจ็ดเผชิญหน้ากับนักบุญยุทธ์ของนิกายเทียนเต๋าเพียงสามคน ย่อมเห็นชัดว่าใครเหนือกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือเขตแดนของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า!
“ถ้าเช่นนั้นก็เปิดศึกกัน! ไม่มีผู้ใดจะยัดเยียดสิ่งใดให้ศิษย์ของข้าได้! เจ้านิกาย ท่านเห็นว่าอย่างไร?”
ลั่วเสวียนแค่นเสียง เจตกระบี่รอบตัวพลันรุนแรงยิ่งขึ้น
“แม้นิกายเทียนเต๋าจะอ่อนแอ แต่ไม่เคยยอมให้ผู้ใดรังแก!”
จ้านหยวนกล่าวอย่างช้า ๆ
โครม!
จ้านหยวน กู่ถงเทียน และลั่วเสวียน ต่างปลดปล่อยกลิ่นอายทรงพลัง ประจันหน้ากับนักบุญยุทธ์ทั้งเจ็ดเบื้องหน้า
ศึกแห่งนักบุญยุทธ์ จวนปะทุแล้ว!