มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 31
“ขอบคุณท่านอาจารย์ ที่ช่วยหอการค้าว่านเป่าให้พ้นจากสถานการณ์ลำบากครั้งนี้!”
ปรมาจารย์กู่หยานมองซูเฉินด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเคารพและซาบซึ้ง
เขายิ่งแน่ใจว่าการตัดสินใจหนก่อนของเขา ที่ยอมหน้าด้านขอซูเฉินเป็นอาจารย์นั้น ถูกต้องที่สุดแล้ว
ความเข้าใจในวิถีหลอมโอสถของซูเฉินนั้น ลึกล้ำจนทำให้เขาต้องตกตะลึง!
เดิมทีเขาเคยสิ้นหวังที่จะกลายเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถในชาตินี้ แต่ด้วยทักษะควบคุมเปลวเพลิง “มังกรหยอกไข่มุก” ที่ซูเฉินถ่ายทอดให้ เขาก็กลับมามีความหวังอีกครั้ง
“ไม่ต้องเกรงใจ ฝึกฝนทักษะควบคุมเปลวเพลิงมังกรหยอกไข่มุกให้ดี รีบก้าวขึ้นสู่ระดับปรมาจารย์หลอมโอสถให้ได้โดยเร็ว! หลังจากที่หลอมโอสถให้หลินชิงชิงในวันพรุ่งนี้แล้ว พวกเราจะมุ่งหน้าไปยังสถาบันศักดิ์สิทธิ์เซินหวู่!
นอกจากนี้ หากหอการค้าว่านเป่ามีศิลาวิญญาณอยู่บ้าง ก็ขอให้นำมาให้ข้าสำหรับฝึกฝนด้วย!”
ซูเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มสงบนิ่ง
“ศิลาวิญญาณ? ไม่ต้องห่วงเลยอาจารย์ ถึงแม้ศิลาวิญญาณจะมีค่าเพียงใด แต่หอการค้าว่านเป่าของเราก็สามารถจัดหาให้ได้ตามต้องการ!”
ปรมาจารย์กู่หยานยิ้มอย่างมั่นใจ
จากนั้นเขาก็สั่งให้ยามหลายคนติดตามเขาไปยังคลังสมบัติ และนำศิลาวิญญาณจำนวนหนึ่งหมื่นก้อนมามอบให้ซูเฉินสำหรับใช้ฝึกฝน
ซูเฉินกับพวกพ้องพำนักอยู่ในหอการค้าว่านเป่าเป็นการชั่วคราว
ยามราตรี ดวงจันทร์ส่องสว่างทั่วนภา
ซูเฉินหยิบปิ่นที่ได้จากหลินชิงชิงออกมา
“ไม่ผิดแน่ นี่คือผลึกไขกระดูกมังกร! ไม่คิดเลยว่าจะได้พบสมบัติเช่นนี้?”
ซูเฉินจ้องอัญมณีสีแดงด้วยแววตาเป็นประกาย
เมื่อเขาปล่อยพลังปราณเข้าไปในอัญมณีนั้น มันก็เปล่งแสงเรืองรองออกมาทันที เผยให้เห็นภาพมังกรตัวเล็กว่ายวนอยู่ภายใน
ผลึกไขกระดูกมังกร เป็นสมบัติสวรรค์ที่สามารถก่อตัวขึ้นได้หลังจากสัตว์อสูรมังกรระดับเจ็ดขึ้นไปตายลง และต้องบ่มเพาะในไขกระดูกเป็นหมื่นปี
สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยให้สัตว์อสูรทะลวงขอบเขตได้เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการฝึกเคล็ด “เก้าหลงทะยานนภา” ของซูเฉินอีกด้วย
“ด้วยผลึกไขกระดูกมังกรและศิลาวิญญาณเหล่านี้ ข้าจะสามารถเติมเต็มทะเลปราณเก้ามังกรได้ครบ และยกระดับพลังฝึกตนสู่ชั้นที่เก้าของขอบเขตชำระลมปราณอย่างแท้จริง จากนั้นจึงเตรียมทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแก่นแท้พลัง!”
ซูเฉินนั่งขัดสมาธิบนเตียง แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ตูม!
พลังปราณรุนแรงแผ่ออกมาจากร่างของซูเฉิน พลังแห่งมังกรแผ่กระจายทั่วห้อง พลังลมปราณของเขาหมุนวนราวกับกระแสน้ำวนที่ดูดกลืนทุกสิ่ง
ศิลาวิญญาณรอบตัวเขาเปล่งประกาย ส่งไอพลังออกมาไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา ทำให้พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
……
เมืองหลวงต้าลี่ ตระกูลจาง
ตระกูลจางเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวง หัวหน้าตระกูลจางหง ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ และเป็นยอดผู้ฝึกยุทธ์ผู้แข็งแกร่ง!
ขณะนี้ข่าวหนึ่งได้ถูกส่งมาถึงยังตระกูลจาง
ภายในหอประชุมใหญ่ของตระกูลจาง จางหงและผู้อาวุโสของตระกูลจางนั่งประชุมกัน แววตาทุกคนเต็มไปด้วยความเย็นเยียบและมืดมน
มีสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่ง นัยน์ตาแดงกล่ำ น้ำตาคลอเบ้า สีหน้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
“…ท้ายที่สุด ซูเฉินก็เป็นผู้สังหารคุณชายจางคุน นี่คือทั้งหมดที่เกิดขึ้นขอรับ!”
องครักษ์ผู้หนึ่งที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้ารายงานเหตุการณ์จากเมืองหยุนเจียงด้วยความเคารพ
“ท่านพี่ ท่านต้องล้างแค้นให้กับลูกของเรา! คุนเอ๋อร์ยังหนุ่มแน่นเพียงยี่สิบปีเท่านั้น ซูเฉินผู้นั้นโหดเหี้ยมเกินไป! ท่านต้องฆ่ามันให้ได้!”
สตรีวัยกลางคนผู้นั้น ดวงตาเต็มไปด้วยความแค้น กล่าวทั้งน้ำตาพลางคุกเข่าต่อหน้าจางหง
“ซูเฉิน… ซูเฉิน…”
ใบหน้าของจางหงเยียบเย็นถึงขีดสุด เขาตบโต๊ะลุกพรวดขึ้นมา
“เจ้ามดปลวก กล้าดียังไงมาฆ่าลูกข้า! ข้าจะทำให้ชีวิตของเจ้าทุกข์ยิ่งกว่าความตาย!”
แววตาของจางหงเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ
เขาเป็นบุรุษที่สุขุมแทบไม่เคยโกรธ แต่เมื่อลูกชายคนคนเล็กถูกฆ่า เขาก็ปะทุด้วยความเดือดดาล
“ท่านผู้นำตระกูล ใจเย็นก่อน! ซูเฉินผู้นั้นสมควรตายก็จริง แต่จากข่าวที่ได้รับมา ขณะนี้เขามาถึงเมืองหลวงแล้ว และกำลังพักอยู่ในหอการค้าว่านเป่า!
ซูเฉินอาจจะเป็นแค่มดปลายเท้า แต่ดูเหมือนเขาจะมีความเกี่ยวข้องแนบแน่นกับปรมาจารย์กู่หยาน อีกทั้งหอการค้าว่านเป่าก็ยังเป็นอำนาจที่ไม่ควรมองข้าม!”
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งกล่าวเตือนด้วยความระมัดระวัง
“ปรมาจารย์กู่หยานหรือ? ก็แค่คนแก่ที่อยู่รอวันตาย! แต่หอการค้าว่านเป่านั้น…ช่างน่ารำคาญยิ่งนัก!”
จางหงกล่าวด้วยแววตาเย็นชา
เขาไม่เห็นปรมาจารย์กู่หยานอยู่ในสายตา แต่หอการค้าว่านเป่านั้น แม้แต่ราชสำนักยังต้องให้ความเคารพ ตระกูลจางแม้จะเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ ก็ยังไม่กล้าแตะต้องโดยพลการ
“ส่งคนไปยังสถาบันศักดิ์สิทธิ์เซินหวู่ ขอพบท่านผู้อาวุโสโม่หลัว! คุนเอ๋อร์เป็นศิษย์ของเขา เขาย่อมไม่ยืนดูเฉย ๆ แน่นอน ตระกูลจางของข้าอาจแตะต้องหอการค้าว่านเป่าไม่ได้ แต่หากท่านโม่หลัวลงมือ ซูเฉินผู้นั้นย่อมหนีไม่พ้น!”
จางหงแค่นเสียงเย็น
“ท่านผู้นำตระกูลกล่าวได้ถูกต้อง! ท่านโม่หลัวไม่เพียงเป็นผู้อาวุโสแห่งนิกายเทพศาสตรา แต่ยังเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของหอการค้าว่านเป่าอีกด้วย ปรมาจารย์ซวนปินก็เป็นศิษย์ของเขา หากเขาลงมือ หอการค้าว่านเป้าก็ไม่อาจเอ่ยอะไรได้!”
เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลจางต่างพยักหน้าเห็นด้วย
“ซูเฉิน เจ้ากล้าสังหารบุตรข้า ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าความเจ็บปวดจนอยากตายเป็นเช่นไร! ข้าจะให้เจ้าเห็นกับตาว่าแม่กับน้องสาวของเจ้าต้องตายต่อหน้า และข้าจะให้เจ้ารู้จักกับคำว่าทรมานแท้จริง!”
แววตาของจางหงเยียบเย็นเต็มไปด้วยโทสะและเจตนาฆ่าฟัน