มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 444 ลาก่อน เทพเจ้าโบราณทองคำ
โครม!
แสงแห่งควาโกลาหลพวยพุ่งออกมา พร้อมหมอกมงคลลอยสูงขึ้น
ซูเฉินยืนอยู่บนจุดสูงสุดของภูผา กลิ่นอายพลังที่เปล่งออกมาจากร่างนั้นรุนแรงเกินต้าน ราวกับสามารถกวาดล้างเก้าชั้นฟ้าสิบชั้นดิน ครอบงำสวรรค์และพิภพได้ในพริบตา
กลิ่นอายอันสูงส่งเช่นนั้น เทียบได้กับจักรพรรดิเทพยุทธ์ ทำให้ทั้งฟ้าและดินต่างสั่นสะเทือน
ณ ขณะนี้ บันไดหยกขาวสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เปล่งแสงเจิดจ้าออกมา
เก้าสิบเก้าขั้นหินดูราวกับแปรเปลี่ยนกลายเป็นแสงเซียนเก้าสิบเก้าสาย เจาะทะลุฟ้าดิน ห่อหุ้มร่างของซูเฉินไว้โดยสมบูรณ์
สายฝนแห่งแสงอันเจิดจ้าตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แทรกซึมเข้าสู่ร่างของซูเฉิน
ทั่วทั้งร่างของเขางดงามดุจแก้วเคลือบ พลังเลือดลมมหาศาลไหลเวียนอย่างรุนแรง กระดูกทั้งร่างราวกับหล่อขึ้นจากทองคำเซียน มีอักขระลึกลับปรากฏขึ้นและสานถักกับระลอกคลื่นของกลิ่นอายเซียน
เขารู้สึกราวกับล่องลอยอยู่กลางอากาศ พร้อมจะหลุดเข้าไปในห้วงสุญญะได้ทุกเมื่อ!
พร้อมกันนั้น เตาหลอมฟ้าดินในทะเลจิตของซูเฉินก็เปล่งแสงลึกลับออกมา ราวกับกำลังดูดซับร่องรอยกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินจากบันไดหยกขาวอย่างโลภตะกละ ลวดลายและอักขระบนตัวเตาหลอมฟ้าดินยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ
โครม!
ราวกับว่ามันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสถานที่แห่งนี้ เตาหลอมฟ้าดินจึงสั่นสะเทือนและเปล่งเสียงหึ่งออกมา แสงประหลาดพวยพุ่งออกไปรอบทิศ
พระราชวังเทพเจ้าโบราณดูราวกับสั่นสะเทือนตอบรับกัน
แล้ว ในขณะที่สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความตะลึงงันและไม่อยากเชื่อ แสงทองเจิดจ้าก็ห่อหุ้มซูเฉินไว้ ก่อนจะหายตัวไปจากเบื้องหน้าทุกคนในพริบตา
“อะไรนะ?! ซูเฉินหายไป?!”
“หรือว่าเขาได้รับมรดกสืบทอดของเทพเจ้าโบราณแล้ว?!”
“บัดซบ! เป็นไปไม่ได้ ซูเฉินจะได้รับมรดกของเทพเจ้าโบราณได้อย่างไร?!”
ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ โดยเฉพาะหวังเถิง หลี่หยุนเฟย และคนอื่น ๆ สีหน้าของพวกเขาดูบิดเบี้ยวอย่างยิ่ง
“ทุกคน หากซูเฉินได้รับมรดกของเทพเจ้าโบราณจริง ๆ พวกเราก็จะถูกส่งออกจากพระราชวังเทพเจ้าโบราณไปแล้ว! เพราะฉะนั้น แม้เราจะไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ใดในตอนนี้ แต่อาจเป็นไปได้ว่าเขายังไม่ได้รับมรดกนี้ เรายังมีโอกาสอยู่!”
แววตาของเสิ่นโหลวเปล่งประกาย เขากล่าวขึ้นอย่างช้า ๆ
จากนั้น เขาก็ก้าวขึ้นสู่ขั้นที่เก้าสิบเจ็ด
เขาเหลือเพียงสามโลกสุดท้ายเพื่อจะถึงยอดเขา เขาย่อมไม่ยอมแพ้
“จริงด้วย! ยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครจะเป็นผู้ชนะ!”
ประกายเย็นวาบผ่านแววตาของหวังเถิง ขณะที่เขายังคงไต่ขึ้นสู่ยอดบันไดต่อไป
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนต่างเดินหน้าทดลองด่านต่อไป
แท้จริงแล้ว ในใจพวกเขาต่างมีความคิดอื่นซ่อนอยู่ อย่าว่าแต่ซูเฉินยังไม่ได้รับมรดกเลย แม้เขาจะได้รับมันแล้วก็ตามที แล้วอย่างไรเล่า?
สังหารเขา ก็สามารถแย่งชิงมรดกเทพเจ้าโบราณมาได้อยู่ดี!
“ซูเฉิน แม้เจ้าจะได้รับมรดกของเทพเจ้าโบราณแล้ว แล้วยังไง? ท้ายที่สุด เจ้าก็แค่เตรียมชุดแต่งงานให้กับจักรพรรดิผู้นี้! จักรพรรดิผู้นี้จะรอเจ้าอยู่ตรงนี้แหละ!”
ประกายเย็นและเจตนาฆ่าเต็มเปี่ยมในดวงตาของโจวเฉียน
เขาไม่ไต่บันไดต่อ แต่กลับนั่งขัดสมาธิเพื่อรักษาบาดแผล พร้อมรอให้ซูเฉินปรากฏตัว
เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า แม้ซูเฉินจะได้รับมรดกของเทพเจ้าโบราณ เขาก็จะฆ่าซูเฉินแล้วแย่งมาครอบครองให้จงได้!
…
โครม!
ซูเฉินถูกห่อหุ้มด้วยแสงทองเจิดจ้า ดุจทะเลทองคำกว้างใหญ่
เมื่อภาพเบื้องหน้าเริ่มชัดเจนขึ้น ซูเฉินก็พบว่าตนเองปรากฏอยู่ในท้องฟ้ากลางดาราจักรอันประหลาด
เบื้องหน้าซูเฉิน คือจักรวาลกว้างใหญ่ที่สว่างไสว ดวงดาวขนาดมหึมากำลังโคจรอยู่และเปล่งแสงประหลาดออกมา
ทว่า ณ ใจกลางของจักรวาลไร้ขอบเขตนั้น ดูเหมือนจะมีดวงตะวันสว่างไสว สาดแสงแปลกประหลาดออกมา คลับคล้ายคลับคลาว่ามีเงาลึกลับนั่งขัดสมาธิอยู่กลางดวงอาทิตย์
“นั่นมันอะไรกัน?!”
ทั่วทั้งร่างของซูเฉินสั่นสะท้าน ภาพเบื้องหน้าค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
“นั่นคือ… เทพเจ้าโบราณงั้นหรือ?!”
ในดวงตาของซูเฉินฉายประกายตื่นตระหนกสุดขีด
ตรงหน้าของเขา ปรากฏร่างสูงใหญ่เกินหมื่นจั้ง นั่งขัดสมาธิอยู่กลางดวงอาทิตย์ ถูกห้อมล้อมด้วยแสงทองเจิดจ้า แผ่กลิ่นอายเก่าแก่และกว้างใหญ่ไร้ที่เปรียบ
ดวงตาซ้ายของเขาเปรียบดั่งตะวัน ดวงตาขวาราวกับจันทรา แสงทองเจิดจ้าเปล่งประกายจากหว่างคิ้ว แผ่รัศมีเซียนอันทรงพลัง
เขานั่งขัดสมาธิอยู่นั้น ราวกับทุกสรรพสิ่งในโลกได้หยุดนิ่งไปแล้ว
“ผู้สืบทอดของข้า เจ้ามาแล้ว!”
ในตอนนั้นเอง เสียงชราดังขึ้น
แววตาของซูเฉินสะท้อนประกาย ร่างเงาเลือนรางหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาในทันใด พร้อมแสงทองเจิดจ้า
ร่างนั้นคือชายกำยำผู้หนึ่ง สวมชุดหนังสัตว์ พลังชีวิตและพลังปราณทะลักออกมาเต็มเปี่ยม ดวงตาทั้งคู่ส่องประกายด้วยดวงดาวทองคำเจ็ดดวง และกลิ่นอายลึกลับจับต้องไม่ได้
ดวงตาของเขามองไปยังซูเฉิน เปี่ยมด้วยความเมตตาและความหวัง
“เทพเจ้าโบราณทองคำเจ็ดดวง? เจ้า…เจ้าเป็นกู่จวิน?!”
ทั่วทั้งร่างของซูเฉินสั่นไหวรุนแรง เพียงเห็นดวงดาวทองคำเจ็ดดวงบนหว่างคิ้วของบุรุษตรงหน้า เขาก็นึกออกในทันทีและอุทานด้วยความตื่นตะลึง