มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 482 กวาดล้างนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า แล้วค่อยไปกวาดล้างนิกายปราบอสูร
- Home
- มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ
- ตอนที่ 482 กวาดล้างนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า แล้วค่อยไปกวาดล้างนิกายปราบอสูร
พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและปรากฏรอยร้าว
หวังเถิงถูกซูเฉินเหวี่ยงขึ้นฟ้าแล้วกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง เกิดเสียงดังสนั่น ภูเขาทั้งลูกถล่มและระเบิดต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด กระดูกทั้งร่างของหวังเถิงก็แตกหัก เขานอนแน่นิ่ง เลือดกระอักจากปาก ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ลมหายใจแผ่วเบาสุดขีด
สายโลหิตเทพสงครามในร่างของเขาถูกแรงทุบทำลายจนป่นปี้ ไม่สามารถระเบิดพลังใดได้อีก
“แค่ก...ซูเฉิน เจ้า...เจ้า…เจ้าต้องตาย!!!”
หวังเถิงกระอักเลือดพร้อมคำรามด้วยความโกรธจัด
ในดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจและโทสะ
พลังต่อสู้ของซูเฉินนั้นน่าสะพรึงอย่างหาที่เปรียบมิได้ จนนำมาซึ่งความสิ้นหวัง!
แม้เขาจะปลุกสายโลหิตเทพสงคราม แต่พลังต่อสู้ของซูเฉินก็ราวกับไร้ขอบเขต กดขี่เขาด้วยพลังที่เหนือชั้นโดยสิ้นเชิง!
ต่อให้หวังเถิงหยิ่งยโสเพียงใด พอได้ประมือกับซูเฉินจริง ๆ ก็ยังอดรู้สึกสิ้นหวังไม่ได้
เพียะ!
ซูเฉินฟาดมือลงบนหน้าหวังเถิง ใบหน้าข้างหนึ่งของหวังเถิงบวมพองทันใด ซี่ฟันผสมเลือดกระเด็นกระดอนออกมา
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บแสบบนใบหน้า หวังเถิงถึงกับตัวสั่นด้วยโทสะ ดวงตาพุ่งเพลิงหมายจะฆ่าซูเฉินให้ได้
“หวังเถิง ข้ายังไม่ฆ่าเจ้าตอนนี้ เพราะข้าจะใช้เจ้าต่อรองชีวิตของแม่ข้า! หากเจ้าไม่รู้ดีรู้ชั่ว ข้าก็ไม่ลังเลที่จะตัดแขนขาเจ้าออกทั้งหมดเป็นบทเรียน!”
ดวงตาของซูเฉินเยียบเย็นถึงขีดสุด เขามองหวังเถิงพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
แม้หวังเถิงจะเดือดดาลเพียงใด แต่เมื่อสบตากับแววตาของซูเฉิน เขาก็อดสั่นสะท้านไม่ได้ ไม่กล้ากล่าวคำใดตอบโต้
พลังของซูเฉินได้เกินเลยขอบเขตที่เขาคาดคิดไว้ไปแล้ว
เขารู้ดี หากพูดพล่อยแม้แต่คำเดียว แขนขาของเขาคงไม่มีเหลือจริง ๆ
“หรือว่า…บรรพชนโจวเฉียนจะตายด้วยน้ำมือของเขาจริง?”
ภายในใจของหวังเถิงสั่นระรัว
ถึงแม้เขาจะไม่อยากเชื่อ ไม่สามารถยอมรับความจริงได้เลยก็ตาม ว่าซูเฉินซึ่งอยู่เพียงขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์สูงสุด จะสามารถสังหารยอดฝีมือระดับจักรพรรดิเทพยุทธ์ได้
แต่ในยามนี้ เขากลับเริ่มรู้สึกว่า บางทีซูเฉินอาจมิได้กล่าวลวงจริง
“ถ้าหากบรรพชนโจวเฉียนตายด้วยมือของซูเฉินจริง เช่นนั้นนิกายไร้เริ่มต้นของเราก็…”
ใบหน้าของหวังเถิงซีดขาวอย่างรุนแรง เขาไม่กล้าคิดต่อไปอีกแล้ว
ฟุ่บ!
ซูเฉินไม่สนใจว่าหวังเถิงจะคิดสิ่งใดอีกต่อไป เขาคว้าตัวหวังเถิงซึ่งถูกมัดแน่นไว้อย่างแนบแน่น แล้วทะยานเหินฟ้ากลับสู่เขาเทียนเต๋าทันที
เขาเทียนเต๋า
สองผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายไร้เริ่มต้นได้เสียชีวิตลงแล้ว
เพื่อช่วยหวังเถิงหลบหนี พวกเขายอมเผาไหม้เลือดและวิญญาณ ใช้เคล็ดลับต้องห้ามหมายยื้อชีวิตเพื่อขัดขวางจอมยุทธ์แห่งนิกายเทียนเต๋า
แม้จะสามารถถ่วงเวลาได้ช่วงหนึ่ง ทว่าเมื่อหวังเถิงหลบหนีไป พลังปราณโลหิตของทั้งสองก็ค่อย ๆ เหือดแห้งลง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ท้ายที่สุด จ้านเหยียนและกู่ถงเทียนต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาล ก่อนจะสังหารทั้งสองได้เหนือฟ้าเหนือยอดเขาเทียนเต๋า
ส่วนบรรดายอดฝีมือของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าและนิกายปราบอสูร เมื่อผู้นำพ่ายสิ้นใจก็หมดใจต่อสู้ เว้นเสียแต่บางคนที่ตายกลางสนามรบ ส่วนใหญ่ล้วนถอยหนีกลับนิกายของตน
เมื่อซูเฉินกลับถึงเขาเทียนเต๋า บรรดาผู้อาวุโสและศิษย์ล้วนกำลังเก็บกวาดสนามรบที่ยอดเขาเทียนเต๋า กลิ่นคาวเลือดยังคละคลุ้งในอากาศ
ยอดเขาทั้งแปดซึ่งถูกเผาไหม้ และร่องรอยการต่อสู้นานัปการเหนือเขา ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาเทียนเต๋าเพิ่งผ่านพ้นหายนะอันดุเดือดมา
และในตอนนี้ ภัยพิบัติแห่งความเป็นความตายนี้ก็สิ้นสุดลงเสียที
บนใบหน้าของทุกผู้คนล้วนปรากฏความโล่งใจ
“นั่นมัน…บุตรศักดิ์สิทธิ์ซูเฉิน?!”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์กลับมาแล้ว ขอต้อนรับศิษย์ศักดิ์สิทธิ์!”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์เหนือผู้ใด!”
เมื่อเห็นซูเฉินปรากฏตัวเหนือยอดเขาเทียนเต๋า บรรดาผู้อาวุโสและศิษย์ต่างแสดงความยินดีและศรัทธาอย่างเปี่ยมล้น พากันคารวะเขาโดยพร้อมเพรียง
“ไม่ต้องมากพิธี!”
ซูเฉินยิ้มอย่างสงบนิ่ง
จากนั้น เขาก็นำหวังเถิงเข้าสู่มหาวิหารเทียนเต๋า
“ท่านเจ้านิกาย ท่านผู้อาวุโส ข้าทำภารกิจสำเร็จแล้ว นำตัวหวังเถิงกลับมาได้!”
ซูเฉินค้อมกายต่อจ้านเหยียนและผู้อาวุโสทั้งหลาย กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง
จ้านเหยียนและผู้อาวุโสเดิมกำลังหารือกันอยู่ ครั้นเห็นซูเฉินพาตัวหวังเถิงกลับมา ทุกคนต่างแสดงความปลาบปลื้มยินดี
“บุตรศักดิ์สิทธิ์กลับมาแล้ว?”
“ดีมาก! หากเราจับหวังเถิงได้ พวกเดนสวะในนิกายไร้เริ่มต้นก็หมดทางเลือก ต้องยอมจำนน แล้วเราจะได้ช่วยชีวิตมารดาศิษย์ศักดิ์สิทธิ์คืนมา!”
“หวังเถิงเป็นผู้มีสายโลหิตเทพสงคราม มีความหมายต่อพวกมันอย่างมาก หากใช้เขาเป็นเครื่องต่อรอง พวกเราย่อมไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกต่อไป!”
เมื่อเห็นหวังเถิง ทุกคนต่างพากันถกเถียงด้วยความตื่นเต้น
ขณะเดียวกัน แววตาที่มองซูเฉินก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงและยินดี
พลังต่อสู้ของซูเฉินแข็งแกร่งเกินพรรณนา!
พวกเขายังจดจำภาพตอนที่ซูเฉินแสดงพลังเทพเหนือยอดเขาเทียนเต๋า สังหารทั้งจงหลินและไป่เสี่ยวซานได้อย่างชัดเจน
พลังเช่นนี้ ต่อให้เป็นจ้านเหยียนหรือกู่ถงเทียนก็ยังมิอาจเทียบเทียมได้
ซูเฉินคือบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเทียนเต๋า กล่าวได้ว่าเป็นยอดคนสูงสุดของนิกายในยามนี้โดยไม่เกินเลย!
หากซูเฉินไม่กลับมาทันเวลา วันนี้นิกายเทียนเต๋าคงถูกทำลายจนสิ้น
“ท่านเจ้านิกาย! ศึกครั้งนี้ที่นิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า นิกายปราบอสูร และนิกายไร้เริ่มต้น ร่วมมือกันหวังล้างบางพวกเรา เป็นการกระทำที่ล้ำเส้นเกินไปนัก! ในเมื่อพวกมันหมายจะทำลายเรา เช่นนั้นนิกายเทียนเต๋าของพวกเราก็สามารถเปิดศึกเพื่อล้างบางพวกมันได้เช่นกัน!
เริ่มจากกวาดล้างเทพสุริยัน ต่อด้วยฆ่าล้างปราบอสูร แล้วค่อยยกทัพฆ่าถึงไร้เริ่มต้น ฆ่าให้สิ้นซาก!”
ดวงตาของซูเฉินเปล่งแสงเย็นเยียบ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเด็ดเดี่ยว