มหาจักรพรรดิสวรรค์ - ตอนที่ 16 จำต้องทำ
เลือดสด ๆ กระจายกลางอากาศอย่างน่าสะพรึงกลัว
โม่อี้รับร่างโม่เซินเอาไว้ได้ ทว่าน่าเสียดาย…สิ่งที่เขารับไว้ได้กลับเป็นเพียงศพ!
หัวใจของโม่เซินถูกแทงทะลุ เขาตายทันทีในที่เกิดเหตุ!
“นี่มัน…!”
ทั่วทั้งลานประลองพลันชะงักค้าง หลินเทียนฆ่าโม่เซินต่อหน้าโม่อี้อย่างไม่เกรงกลัว!
“สารเลว!”
ใบหน้าของโม่อี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด พลังอำนาจอันน่าหวาดหวั่นระเบิดออกมา กดใส่หลินเทียนทันที
“ไอ้แก่นี่!”
หลินเทียนคาดไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เขาจึงใช้เคล็ดวิชาก้าวสวรรค์ปฐพีถอยกลับไปด้านหลังทันที พร้อมยกกระบี่ยาวขึ้นป้องกันไว้ตรงหน้า
แต่อนิจจา…ความเร็วของโม่อี้นั้นเร็วเกินไป!
เพล้ง!
กระบี่ยาวในมือของเขาถูกโม่อี้บดขยี้จนแตกกระจาย พลังอันมหาศาลซัดเขาลอยกระเด็นไปทันที แม้ยังลอยอยู่กลางอากาศก็ยังสำลักเลือดออกมาอีกหนึ่งคำ
ตึง!
ร่างของเขาร่วงลงพื้น หลินเทียนรู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนภายในอวัยวะทั้งห้า ลุกขึ้นมายืนได้อย่างยากลำบาก เวลานี้ทั้งร่างของเขาแทบไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่เลย ไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย หากโม่อี้โจมตีมาอีกเพียงครั้งเดียว เขาต้องตายแน่นอน!
ขณะนั้นเอง โม่อี้ก็เหยียบย่างเข้ามาอีกครั้ง
“ตายซะเถอะ!”
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ร่างสองร่างก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าเขาเอาไว้ได้ทันเวลา
“โม่อี้ เจ้าอย่าทำเกินไปนัก!”
ทั้งสองคนคือมู่ชิงและสือตง
เมื่อเห็นว่ามีคนมาขวางไว้ หลินเทียนก็รู้สึกเบาใจลงในทันที
“หลีกไป!”
โม่อี้ตะโกนลั่น
มู่ชิงกล่าวเสียงเรียบ “โม่อี้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเวลานี้เจ้ากำลังทำอะไรอยู่!”
“มันฆ่าโม่เซิน สมควรตาย!”
โม่อี้ก้าวเข้าไปอีกหนึ่งก้าว
สือตงขมวดคิ้วแน่น “โม่อี้ อย่าลืมสิว่านี่คือการประลองเป็นตายที่เจ้าก็อนุญาตด้วยตัวเอง แม้พวกเราจะรู้สึกเสียดายชีวิตของโม่เซิน แต่หลินเทียนฆ่าเขาในระหว่างการประลองเช่นนี้ เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ฆ่าเด็กคนนี้!”
ผู้เข้าสอบทุกคนเริ่มได้สติกลับมา แล้วหันไปมองหลินเทียน หลายคนถึงกับกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ นี่มันอัจฉริยะโดยแท้! เด็กหนุ่มผู้นี้สามารถใช้พลังขอบเขตหลอมกายขั้นที่ 3 ต่อสู้กับศิษย์ที่มีพลังขอบเขตหลอมกายขั้นที่ 4 พร้อมเคล็ดวิชาวรยุทธ์ได้อย่างสูสี และยังเป็นฝ่ายฆ่าคู่ต่อสู้ได้อีกด้วย!
เมื่อเห็นโม่อี้คิดจะลงมือสังหารหลินเทียน ผู้คนไม่น้อยก็เริ่มรู้สึกชื่นชมในตัวเขา เพราะเห็นชัดว่าโม่อี้ไม่คิดรักษาเกียรติของนิกายแม้แต่น้อย
“หลีกไป!”
ดวงตาของโม่อี้แดงก่ำ ขณะก้าวขึ้นมาอีกก้าว พร้อมจ้องหลินเทียนด้วยสายตาอาฆาต
สีหน้าของมู่ชิงเย็นเยียบ กล่าวอย่างเฉียบขาด
“ผู้อาวุโสโม่ ได้โปรดตระหนักในสถานะของตนเอง ระวังคำพูดและการกระทำให้ดี! ท่านในเวลานี้ไม่ใช่แค่ตัวแทนของตัวเอง แต่เป็นตัวแทนของนิกายยุทธ์เก้าหยางทั้งนิกาย! อย่าให้ทั้งนิกายต้องขายหน้าเพราะท่านเพียงผู้เดียว!”
การประลองเป็นตายเป็นสิ่งที่โม่เซินเสนอ และโม่อี้ก็เป็นผู้อนุญาตด้วยตนเอง หลินเทียนฆ่าโม่เซินต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย มิหนำซ้ำโม่เซินยังเป็นฝ่ายได้เปรียบทุกประการด้วยซ้ำ
หากปล่อยให้โม่อี้ฆ่าหลินเทียนในเวลานี้ แล้วนิกายยุทธ์เก้าหยางจะมีหน้าวางตนในฐานะนิกายชั้นนำในอนาคตได้อย่างไร?
ที่สำคัญ มู่ชิงกับสือตงเองก็สังเกตเห็นพฤติกรรมของโม่เซินมาตลอด แม้จะมีพรสวรรค์แต่จิตใจกลับเลวทรามอย่างยิ่ง กล่าวได้ว่าแม้รู้สึกเสียดายชีวิต แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเสียใจนัก
ในทางกลับกัน หลินเทียนนั้นไม่เพียงเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับเก้าดาว ยังมีจิตใจแน่วแน่ กล้าหาญ และมีไหวพริบ หากเด็กหนุ่มเช่นนี้ต้องตายไป นั่นคือความสูญเสียครั้งใหญ่ของนิกาย!
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร พวกเขาก็ต้องปกป้องหลินเทียนเอาไว้ให้ได้!
“มู่ชิง สือตง พวกเจ้าคิดจะปกป้องสัตว์เดรัจฉานนี่จริง ๆ งั้นหรือ? คิดจะเป็นศัตรูกับข้าจริง ๆ เหรอ?!”
โม่อี้กล่าวเสียงเย็น
มู่ชิงกับสือตงไม่ได้พูดอะไร เพียงยืนขวางหน้าหลินเทียนอย่างเด็ดเดี่ยว คำตอบชัดเจนในตัวของมันเอง
“ดี! ดีมาก!”
โม่อี้กล่าวเสียงเคียดแค้น พลังสังหารแผ่ออกมาทั่วร่าง ขณะจ้องหลินเทียนด้วยสายตาโกรธแค้น
“วันนี้เจ้าเด็กสารเลว โชคดีไป ข้าจะจดจำเรื่องนี้เอาไว้ให้ดี!”
พลังฝึกฝนของมู่ชิงกับสือตงไม่ด้อยกว่าเขา ทั้งสองคนยังยืนอยู่ข้างหลินเทียนอย่างชัดเจน เขาย่อมไม่อาจทำอะไรได้มากกว่านี้
หลังมองหลินเทียนด้วยสายตาอาฆาต โม่อี้ก็อุ้มร่างไร้วิญญาณของโม่เซินจากไปทันที
จนกระทั่งโม่อี้จากไป ผู้เข้าสอบทุกคนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
หลินเทียนเองก็รู้สึกโล่งอกไม่แพ้กัน เขาถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วค้อมตัวคำนับมู่ชิงกับสือตงทันที
“ขอบคุณผู้อาวุโสทั้งสองมากครับ!”
เขากล่าวด้วยความจริงใจ หากไม่มีทั้งสองคนช่วยไว้ เขาคงไม่มีทางรอดจากเงื้อมมือของโม่อี้เป็นแน่
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของพวกเราต่างหาก”
มู่ชิงส่ายหน้าเบา ๆ แล้วมองหลินเทียนอย่างปลงใจ “ว่าแต่เจ้าเด็กน้อย เจ้าถึงกับลงมือฆ่าโม่เซินจริง ๆ หรือนี่? เวลานี้ดีแล้ว โม่อี้นั่นคงตามจองล้างจองผลาญเจ้าไปตลอดชีวิตแน่…แถมยังมีโม่จี้อีกคนด้วย”
“โม่จี้แข็งแกร่งมากหรือครับ? แล้วโม่อี้ล่ะ?”
หลินเทียนถาม
“โม่จี้้อยู่ที่ขอบเขตชีพจรเทพ 3 ส่วนโม่อี้อยู่ที่ขอบเขตชีพจรเทพ 9”
มู่ชิงตอบ
หลินเทียนขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด คนทั้งสองนี้…แข็งแกร่งเกินไป!
สือตงกล่าวยิ้ม ๆ “ทำไมล่ะ เจ้าหนู เริ่มรู้สึกเสียใจแล้วหรือ?”
“ไม่เสียใจครับ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ข้าก็จะฆ่าเขาอีกอยู่ดี”
“หืม?” สือตงถึงกับประหลาดใจเล็กน้อย “ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าการฆ่าโม่เซินจะสร้างปัญหาใหญ่ให้ตัวเอง แต่เจ้าก็ยังยืนยันจะฆ่าเขาอีก ทำไมกัน?”
มู่ชิงเองก็มองหลินเทียนอย่างสงสัย
ท่ามกลางสายตาของทั้งสอง หลินเทียนยังคงสงบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ลูกผู้ชาย เมื่อจำต้องทำ…ก็ต้องทำ!”
โม่เซินเคยโยนเขาลงหน้าผา คนที่มีชีวิตอยู่ยังกล้าทำให้หลินซี่อับอายถึงเพียงนั้น คนเช่นนี้…เมื่อมีโอกาสฆ่าได้ เขาย่อมไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เพียงเพราะอีกฝ่ายมีอำนาจหนุนหลัง จะให้เขากล้ำกลืนความแค้นงั้นหรือ?
ไม่มีทาง!
ในเมื่อรอดชีวิตมาได้ เขาย่อมไม่ยอมเป็นคนขี้ขลาด!