มหาจักรพรรดิสวรรค์ - ตอนที่ 1 เด็กหนุ่มหลินเทียน
แดนสวรรค์ทั้งสิบ แบ่งชั้นฟ้าออกเป็นสิบชั้น แต่ละชั้นล้วนเป็นโลกกว้างใหญ่ไพศาลในตนเอง ดินแดนแห่งนี้ยึดถือวิถีแห่งยุทธ์เป็นรากฐาน ตั้งแต่ชั้นฟ้าแรกจรดชั้นฟ้าที่สิบ ล้วนมีประตูซึ่งเชื่อมโยงกาลเวลาและมิติเอาไว้ หากไร้พลังอันแข็งแกร่งพอ ย่อมยากจะฝ่าข้ามประตูเหล่านั้นไปได้ การฝึกฝนอย่างไม่หยุดยั้ง จึงเป็นเส้นทางเดียวที่จะก้าวสู่ชั้นฟ้าที่สูงกว่า
ตำนานเล่าขานว่า ภายในแดนสวรรค์ทั้งสิบมีความลับอันสะเทือนฟ้าดินซ่อนอยู่ หากผู้ใดก้าวเข้าสู่ชั้นฟ้าที่สิบได้สำเร็จ ผู้นั้นจะบรรลุขอบเขตอมตะนิรันดร์ กลายเป็นตัวตนไร้วันดับสูญ ดำรงอยู่เหนือกาลเวลา และขึ้นสู่ตำแหน่งราชันเทพแห่งแดนสวรรค์ทั้งสิบ!
……
จักรวรรดิเปลวเหนือ เมืองคุกเฟิง
ท้องฟ้ายามนี้มืดครึ้ม ราตรีกำลังคืบคลานลงมาอย่างเชื่องช้า
หลินเทียนสะพายกระบี่เหล็กสีดำไว้บนหลัง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เปรอะเปื้อนทั้งดินและโลหิต ใบหน้าอ่อนเยาว์ยังมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ ทว่าแม้อยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ เด็กหนุ่มกลับแหงนหน้าหัวเราะเสียงดังลั่น
“ฮ่าๆๆๆๆ! ปู่คนนี้ยังมีชีวิตอยู่! ฟ้าบัดซบ อย่างน้อยเจ้าก็ยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง!”
ผู้คนบนถนนต่างชะงักฝีเท้า หันมองเขาเป็นตาเดียว ก่อนเสียงกระซิบกระซาบจะดังระงมขึ้นโดยรอบ
“บ้าไปแล้วหรือเปล่า?”
“พ่อแม่หายสาบสูญ สมบัติครอบครัวถูกยึด เขาคงเสียสติไปแล้วล่ะ”
“หลีกไปให้พ้น อย่าให้โชคร้ายติดตัว!”
เสียงวิจารณ์ถากถางดังมาจากทุกทิศ แต่หลินเทียนหาได้ใส่ใจแม้แต่น้อย เขาเพียงก้มหน้าเดินต่อไปอย่างเงียบ ๆ
เดิมทีหลินเทียนเป็นคนจากโลกมนุษย์ เมื่อสิบกว่าวันก่อน เขาประสบอุบัติเหตุจนวิญญาณหลุดมาสู่โลกประหลาดแห่งนี้ และเข้าสิงร่างคุณชายตระกูลหนึ่งซึ่งมีชื่อเดียวกับเขา แม้ตระกูลนี้มิใช่ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์โดยตรง แต่บิดาของเจ้าของร่างกลับเป็นพ่อค้าอันดับหนึ่งแห่งเมืองคุกเฟิง มีทรัพย์สินมากมายจนน่าตกตะลึง
หลังได้รับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หลินเทียนถึงกับพูดไม่ออก เจ้าของร่างนี้ช่างโง่งมเกินเยียวยา เมื่อสองปีก่อนบิดามารดาหายตัวไป ภายใต้คำล่อลวงของผู้จัดการแซ่กู้ เขากลับมอบอำนาจบริหารกิจการทั้งหมดให้คู่หมั้นนามเซียวหยุนดูแล ผลสุดท้าย สมบัติทั้งตระกูลถูกกัดกินจนหมดสิ้น และตัวเขายังถูกเซียวหยุนสังหารอีกด้วย ในช่วงเวลานั้นเอง วิญญาณของหลินเทียนจึงบังเอิญเข้ามาสถิตในร่างนี้
ที่น่าอนาถยิ่งกว่านั้นคือ หลังฟื้นคืนชีพ เขายังไม่ทันได้ทำความเข้าใจกับโลกใหม่นี้ด้วยซ้ำ เพียงก้าวออกจากบ้านครั้งแรก ก็พบเซียวหยุนกับโม่เซินกำลังเกี้ยวพาราสีกันกลางถนน หลังตื่นตะลึงอยู่ชั่วครู่ โม่เซินก็พุ่งเข้ามาลงมือกับเขาทันที
หลินเทียนคนก่อนเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดา ไม่มีภูมิหลังเกี่ยวข้องกับตระกูลผู้ฝึกยุทธ์เลยสักนิด ย่อมไม่อาจเทียบกับโม่เซินผู้เป็นลูกหลานของตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ได้เลย เขาถูกโม่เซินจับตัวมัดไว้ นำไปนอกเมืองทุบตีอย่างโหดเหี้ยม และโยนลงหน้าผา โชคยังดีที่ใต้หน้าผามีสระน้ำ ทำให้เขารอดตายมาได้
“ไอ้สารเลว… หนี้แค้นนี้ ข้าจะทวงคืนให้หมดแน่!”
หลินเทียนสบถอย่างโกรธแค้น
เวลานี้ท้องฟ้ามืดสนิท อากาศเริ่มเย็นลง
เสื้อผ้าของหลินเทียนเปียกปอน ร่างกายสั่นสะท้านท่ามกลางลมหนาว ที่ปลายด้ามกระบี่เหล็กบนหลังมีระฆังสีม่วงห้อยอยู่ มันไหวเอนตามแรงลม ส่งเสียงกริ๊งแผ่วเบา กระบี่เล่มนี้เขาได้มาจากถ้ำใต้หน้าผา และก็เป็นเสียงระฆังยามลมพัดนี่เองที่นำทางให้เขากลับบ้านได้สำเร็จ
“หลินซี่จะเป็นอย่างไรบ้างนะ…”
หลินเทียนพึมพำกับตัวเอง
ในโลกใบนี้ เขายังมีน้องสาวอีกคนหนึ่ง นางชื่อหลินซี่ เป็นเด็กสาวเฉลียวฉลาดและว่านอนสอนง่าย ตลอดสิบกว่าวันที่เขายังปรับตัวกับโลกใหม่นี้ไม่ได้ ก็มีเพียงหลินซี่ที่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง
เพียงแค่คิดถึงหลินซี่ รอยยิ้มอ่อนโยนก็ปรากฏบนใบหน้าของหลินเทียนทันที
แม้จะหนาวเหน็บและเจ็บไปทั้งตัว แต่เขาก็เดินเร่งฝีเท้าต่อไป ไม่นานก็ถึงเรือนหลังหนึ่งที่ดูทรุดโทรม นี่คือบ้านเก่าของตระกูลหลิน
“กลับมาถึงสักที… ออกไปตั้งนาน หลินซี่คงเป็นห่วงแย่”
หลินเทียนหัวเราะเบา ๆ
เขายื่นมือออกไปผลักประตูบ้าน
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงกรีดร้องของเด็กสาวก็ดังลอดออกมาจากด้านใน! เสียงนั้นสั่นพร่า เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทั้งยังมีเสียงหัวเราะต่ำหยาบโลนของชายสองคนปะปนอยู่ด้วย สีหน้าของหลินเทียนพลันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง!