มหาจักรพรรดิสวรรค์ - ตอนที่ 7 ของเน่า กับ หนุ่มรูปงาม
หลินเทียนอยากสังหารหลิวเอ้อเสียตรงนี้เต็มทน ทว่าวันนี้เป็นวันสำคัญที่นิกายยุทธ์เก้าหยางจัดคัดเลือกศิษย์ หากเขาฆ่าคนกลางลานแห่งนี้ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วม จึงจำต้องกดเจตนาฆ่าเอาไว้ก่อน
ฝูงชนรอบด้านพากันนิ่งอึ้ง สีหน้าตะลึงงันไปตาม ๆ กัน
“โหดเหี้ยมจริง!”
บางคนกระซิบ
หลายคนมีสีหน้าแปลกประหลาด พวกเขาล้วนเป็นเยาวชนจากเมืองคุกเฟิง จึงรู้จักชื่อ ‘หลินเทียน’ เป็นอย่างดี ในความทรงจำของพวกเขา หลินเทียนเป็นคนสุภาพ หรือจะว่าไปก็เหมือนเด็กอ่อนแอไร้วิญญาณ ทว่าบัดนี้ หลินเทียนกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ราวกับกลายเป็นคนละคน ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ทุกคนประหลาดใจ
“หลีกทาง!”
เสียงอึกทึกดังขึ้นจากด้านหลัง
ฝูงชนถูกแหวกออก ชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามา ชายหนุ่มสวมชุดม่วง คาดดาบยาวไว้ที่เอว ใบหน้าองอาจ ส่วนหญิงสาวผิวขาว ผมยาวประบ่า หน้าตางดงามสะดุดตา นับเป็นสาวงามหายากผู้หนึ่ง
เมื่อหลินเทียนเห็นทั้งคู่ รอยยิ้มเย้ยหยันก็ยิ่งปรากฏชัดขึ้น
ชายหญิงคู่นี้ คือ โม่เซิน กับ เซียวหยุน
เซียวหยุนมองหลินเทียน แววตาฉายความแปลกใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเย็นชาเฉยเมย ราวกับหงส์ขาวผู้หยิ่งทะนง
โม่เซินเหลือบมองหลิวเอ้อและพรรคพวก แววตาเย็นเยียบ จ้องมาที่หลินเทียน
“ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะตายยาก ข้าไม่เจอแค่ไม่กี่วัน เจ้ากลับแข็งแกร่งขึ้นเสียแล้ว”
ตระกูลโม่เป็นตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงในเมืองคุกเฟิง โม่เซินหลงใหลเซียวหยุนเป็นทุนเดิม จึงย่อมไม่พอใจหลินเทียนเป็นธรรมดา ถึงแม้ตระกูลหลินจะล่มสลายแล้ว และเซียวหยุนก็เลือกเดินเคียงข้างเขา แต่ตราบใดที่หลินเทียนยังมีชีวิต เขาก็รู้สึกเหมือนมีก้อนขวางคออยู่เสมอ
“สวรรค์คงเบื่อหน้าเจ้าขยะนี่ ถึงได้ปล่อยให้ข้ามีชีวิตรอด ทั้งยังมอบของขวัญชิ้นงามไว้ส่งเจ้าลงนรกโดยเฉพาะ”
หลินเทียนยิ้มเย็น
โม่เซินขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความว่าใครคือขยะ?”
“ก็เจ้าน่ะสิ” หลินเทียนยักไหล่ พลางเหลือบมองเซียวหยุนด้วยหางตา “หญิงคนนี้ข้าไม่เอาแล้ว ของเน่าที่ข้าทิ้งไป เจ้ายังอุตส่าห์อยากได้ ถ้าไม่เรียกว่าขยะ แล้วจะเรียกว่าอะไร?”
ทันใดนั้น สีหน้าของโม่เซินก็มืดครึ้มลงทันที
ผู้หญิงที่ผู้ชายคนก่อนทิ้ง เจ้ายังอุตส่าห์เก็บมาเลี้ยง คำพูดเช่นนี้สำหรับผู้ชายแล้วร้ายแรงนัก
“เจ้าว่าอะไรนะ!”
เซียวหยุนร้องเสียงแหลม
นางเติบโตมาในฐานะคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ไม่เคยมีใครกล้าดูหมิ่นเยี่ยงนี้มาก่อน
หลินเทียนเหลือบมองนางอีกครั้ง “ยังฟังไม่ชัดหรือ? เช่นนั้นข้าจะพูดให้ชัดอีกครั้ง… เซียวหยุน เจ้าคือของเน่าไร้ยางอาย ข้าไม่ต้องการเจ้าอีกต่อไป! จากนี้ไป ถือว่าเราขาดกันโดยสิ้นเชิง! ขอให้เจ้ากับไอ้หนุ่มรูปงามคนนั้นจูงมือกันลงนรกไปเสียที!”
เฮือกก!
เหล่าคนหนุ่มสาวแห่งเมืองคุกเฟิงที่ยืนอึ้งอยู่พากันสูดลมหายใจเย็น นี่คือหลินเทียนคนเดิมจริงหรือ? เหตุใดจึงพูดจาเฉือนคมได้ถึงเพียงนี้?
เซียวหยุนโกรธจนหน้าแดง โม่เซินก็รู้สึกราวกับถูกตบหน้า
“เจ้ากำลังหาที่ตาย!”
โม่เซินชักดาบยาวออกจากฝัก ฟันเข้าใส่หลินเทียนทันที
แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงฆ้องก็ดังขึ้นจากด้านหน้าลานกว้าง หลินเทียนหันไปมองทันที เสียงฆ้องนี้คือสัญญาณเริ่มต้นการคัดเลือกศิษย์ของนิกายยุทธ์เก้าหยางอย่างเป็นทางการ
“ฆ้องดังพอดี เจ้าถึงรอดตัวไปได้!”
โม่เซินจ้องหลินเทียนด้วยแววตาอำมหิต
หลินเทียนแสยะยิ้ม “เมื่อการคัดเลือกเริ่มขึ้น ที่นี่ห้ามส่งเสียงหรือประลองกันเอง เจ้าควรจะดีใจ เพราะฆ้องนั่นช่วยชีวิตเจ้าไว้ ไม่งั้น เจ้าคงเละยิ่งกว่าพวกขยะเมื่อครู่นี้”
“เจ้าว่าอะไรนะ!”
สีหน้าโม่เซินเย็นเยียบ
“ทำไมล่ะ? หรือเจ้ากับเซียวหยุนมันพวกเดียวกัน เลยไม่เข้าใจภาษาคนเหมือนกัน? เหมาะสมกันดีนี่ คู่ที่สวรรค์จัดมาเลยล่ะ”
หลินเทียนประชดกลับ
พูดจบ เขาก็ไม่สนใจโม่เซินอีก เดินแทรกไปกับฝูงชน มุ่งหน้าสู่ด้านหน้าลาน ทิ้งให้โม่เซินกับเซียวหยุนยืนเดือดดาลอยู่เบื้องหลัง