มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1003: ผู้อาวุโสของนิกายหลัวซา
หลังจากที่หลัวหรูเมิ่งอยู่ในร่างครึ่งอสูร ในปากของเธอก็มีเขี้ยว
เสือที่แหลมคมคู่หนึ่งปรากฏขึ้น
เขี้ยวเสือของเธอนั้นแหลมคมอย่างหาที่เปรียบเปรยไม่ได้ มัน
ทำลายการป้องกันของพระสูตรหัวใจเพชรของฉินเฉา และทะลุเข้าไป
ในคอของเขา
ความเจ็บปวดที่รุนแรงแล่นเข้าสู่หัวใจของฉินเฉาทันที
เขาไม่ได้สัมผัสกับความเจ็บปวดแบบนี้มาเป็นเวลานานแล้ว คราว
นี้หลัวหรูเมิ่งทำให้ฉินเฉาได้รับรู้รสชาติของมันอีกครั้ง
ในเวลานี้ ทั้งร่างกายของฉินเฉา สามารถกล่าวได้ว่าลำคอคือส่วนที่
อ่อนแอมากที่สุด ตรงส่วนนี้ไม่มีทั้งเกราะหิน ไม่มีเกราะเก้ามังกรคอย
กำบัง มีเพียงการป้องกันของพระสูตรหัวใจเพชรเท่านั้น
ไม่รู้ว่าหลัวหรูเมิ่งซึ่งเป็นเซียนทองคำคนนี้ ได้ปรับแต่งทักษะของ
เขี้ยวคู่นี้มาแล้วกี่ปี มันถึงก้าวหน้าขึ้นไปเช่นนี้
หลังจากที่หลัวหรูเมิ่งกัดคอของฉินเฉา ก็เริ่มดูดเลือดของเขา
พลังเริ่มรั่วไหลออกจากร่างกายของฉินเฉา
“รีบหลบออกไปจากเธอเร็วเข้า!”
หลัวเต๋อรีบเอ่ยเตือนฉินเฉา “หากเจ้าสูญเสียพลังอีกครั้ง เธอได้
กลืนกินเจ้าเข้าไปแน่! เจ้าหนุ่ม!”
“แต่ ฉัน… ง่วงนอนนิดหน่อย…..”
ฉินเฉารู้สึกได้ถึงความง่วงที่เข้าจู่โจมตัวเขาอย่างต่อเนื่อง
“นั่นคือพิษอัมพาตจากเขี้ยวของหลัวหรูเมิ่ง!”
พิษทั่วไปไม่สามารถทำอะไรฉินเฉาได้ แต่ระดับของหลัวหรูเมิ่งนั้น
ก็ค่อนข้างสูงเช่นกัน เธอเป็นเซียนทองคำเหมือนกับฉินเฉา ดังนั้นพิษ
ของเธอจึงมีผลกับเขา
หลัวหรูเมิ่งยกมือขวาขึ้นมาในขณะที่กำลังดูดเลือด
มือข้างขวาของเธอกลายเป็นหัวเสือที่ดูดุร้าย
“เจ้าหนุ่ม รีบตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
หลัวเต๋อตะโกนออกมาเสียงดังภายในวิญญาณของฉินเฉา
แต่ฉินเฉาได้รับผลกระทบจากพิษของหลัวหรูเมิ่งค่อนข้างมาก เขา
เริ่มไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อเสียงตะโกนของหลัวเต๋อได้แล้ว
มือข้างขวาของหลัวหรูเมิ่งที่กลายเป็นหัวเสือ พุ่งเข้ามากลืนกิน
ร่างกายของฉินเฉาเข้าไป
“จงสลาย!”
ในช่วงเวลาอันเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ระฆังสีดำก็ลอยออกมาจาก
หน้าผากของฉินเฉา
ระฆังดังกล่าวพุ่งเข้าไปกระแทกที่หน้าอกของหลัวหรูเมิ่ง จนหลัว
หรูเมิ่งกระเด็นออกไปไกลกว่าสิบเมตร
“โฮก…..”
หลัวหรูเมิ่งมองระฆัง จากนั้นดวงตาสีแดงของเธอก็ค่อย ๆ กระจ่าง
ใสขึ้นมาเล็กน้อย
“ระฆังหยินหยาง… พี่ชาย…..”
ระฆังสีดำลอยขึ้นไปอยู่ด้านบนศีรษะของฉินเฉา แล้วครอบร่างทั้ง
ร่างของเขาเอาไว้
จากนั้นดวงตาของฉินเฉาที่ปิดสนิท ก็ค่อย ๆ เปิดขึ้นมาช้า ๆ
แต่สายตาที่มองออกไปนั้นเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
พลังของเขาก็พลันเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น
ไอปีศาจที่เข้มข้นนั้นลอยอบอวลอย่างหนาแน่น
“หรูเมิ่ง เจ้าควรจะตื่นขึ้นมาได้แล้ว”
หลัวเต๋อที่กำลังครอบครองร่างกายของฉินเฉาอยู่ กล่าวออกมา
“พี่ชาย…สินะ ข้าจะฆ่าเจ้า พี่ชายที่แสนดีของข้า…..”
หลัวหรูเมิ่งตะโกนออกมา ร่างกายของเธอปลดปล่อยเมฆสีขาว
ออกมารอบ ๆ พร้อมกันนั้น พลังของเธอก็ได้เพิ่มสูงขึ้น
“หรูเมิ่ง เจ้าไม่ควรจะออกมาจากหลุมใต้ดินเพลิงสวรรค์ และเจ้า
ไม่ควรที่จะมาหาผู้สืบทอดของข้า”
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง…..”
ราวกับว่าดวงตาข้างขวาของหลัวหรูเมิ่งกำลังหลั่งน˺าตาออกมา
เธอจับมือของตัวเองเอาไว้แน่น เล็บของเธอจิกเข้าไปในเนื้อจน
เลือดไหลออกมาเปื้อนฝ่ามือ
“ข้าได้คิดดูเกี่ยวกับสิ่งที่เจ้ากำลังคิดแล้ว… หากข้าไม่ได้เจอพี่ชาย
ที่แสนดีของข้า หากไม่ได้ดื่มเลือดกินเนื้อของเจ้า ข้าจะไปยอมได้ยังไง”
“ข้าได้ตายไปครั้งหนึ่งแล้ว”
หลัวเต๋อกล่าวว่า “เจ้าจะไม่ยอมยกโทษให้ข้างั้นเหรอ?”
“ข้าเกลียดชังเจ้ามาเนิ่นนานกว่าพันปี จะมาบอกให้มันจางหายไป
ได้ยังไง!”
ดวงตาของหลัวหรูเมิ่งกลายเป็นสีแดงอีกครั้ง “หนี้แค้นในคราวนี้
ชดใช้ได้ด้วยชีวิตของเจ้าเท่านั้น”
“โอ้ ข้าไม่เคยคิดที่จะขังเจ้านานกว่าพันปีเลย”
หลัวเต๋อรู้ดี ว่าถึงเขาจะอธิบายเรื่องเหล่านี้ไป น้องสาวของเขาก็จะ
ทำเป็นหูหนวกอยู่ดี
“ดี ถ้าอย่างนั้น ข้าก็มีแต่จะต้องโจมตีใส่เจ้าจนตื่นขึ้นมาเท่านั้น”
เมื่อกล่าวดังนั้น ร่างของหลัวเต๋อก็สั่นเล็กน้อย
จากนั้นเงาของปีศาจจำนวนหลายพันตนก็กระโดดออกมาจาก
ร่างกายของเขา พร้อมทั้งโผทะยานขึ้นไปบนอากาศ และจับจ้องหลัว
หรูเมิ่งอย่างมืดมน
“สามพันภูตผีหลัวซา วิชานี้ใช้ไม่ได้ผลกับข้าหรอก”
หลัวหรูเมิ่งเย้ยหยัน
“วิชานี้แตกต่างออกไปจากเมื่อหนึ่งพันปีก่อน”
เมื่อหนึ่งพันปีก่อน หลัวเต๋อเคยใช้วิชานี้กับหลัวหรูเมิ่ง
“หลังจากนั้นหนึ่งพันปี มันก็เปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย”
จากนั้นสามพันภูตผีหลัวซาก็อ้าปากออกมาทีละตน
ในปากของพวกมันมีลำแสงสีดำส่องที่ประกายอยู่ภายใน
ปืนใหญ่ราชันย์มาร!
นี่คือปืนใหญ่ราชันย์มารของฉินเฉา!
กลับกลายเป็นว่าหลัวเต๋อได้รวมวิชานี้เข้ากับสามพันภูตผีหลัวซา
สามพันภูตผีหลัวซายิงปืนใหญ่ราชันย์มารออกมาทันที ภาพที่เห็น
อยู่นี้น่าสะพรึงกลัวมาก
เป็นเพราะว่าภูตผีหลัวซาหันหน้าไปทางทิศเหนือ ตี้จ้างซ่างเหริน
แห่งยอดเขาทางเหนือก็ราวกับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขารีบหนีออกไป
ซ่อนที่ภูเขาทางใต้ของชิงอีซ่างเหรินทันที
“ไปเลย!”
หลัวเต๋อปรบมือ
สามพันภูตผีหลัวซายิงปืนใหญ่ราชันย์มารออกไปทันที
ปืนใหญ่ราชันย์มารสีดำสามพันลูกพุ่งตรงไปยังหลัวหรูเมิ่งอย่าง
รวดเร็ว
ทันใดนั้นลำแสงสีดำก็สาดส่องไปทั่วท้องฟ้า
สีหน้าของหลัวหรูเมิ่งพลันเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เธอรู้สึก
หวาดกลัวลำแสงสีดำเหล่านั้น
ถึงแม้ว่าเธอคิดจะหลบซ่อนตัว แต่ความเร็วของเธอก็ไม่สามารถ
เอาชนะแสงนี้ได้ เธอถูกปืนใหญ่ราชันย์มารเหล่านี้ถล่มทันที
“อ๊า!”
หลัวหรูเมิ่งกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บปวดนี้
ลุกลามไปตั้งแต่หัวจรดเท้า
เมื่อปืนใหญ่ราชันย์มารเหล่านี้โจมตีใส่ร่างของหลัวหรูเมิ่งแล้ว
จากนั้นมันก็ระเบิดใส่ภูเขาทางทิศเหนือ
ตูม!
ภูเขาทางทิศเหนือทั้งลูกพลันสั่นสะเทือน และระเบิดกลายเป็น
พื้นที่ราบไปในทันที
ที่พำนักของตี้จ้างซ่างเหรินถูกทำลาย
ผู้ฝึกตนทุกคนเหงื่อออกเต็มศีรษะ
น่ากลัวเกินไปแล้ว นี่คือพลังอำนาจของเซียน!
เมื่อมีเซียนอยู่ในนิกายหลัวซาเช่นนี้ ต่อไปใครจะกล้าไปยั่วยุพวก
เขาอีก!
แม้แต่แปดสำนักใหญ่ ต่อไปก็ต้องปฏิบัติต่อนิกายหลัวซาด้วย
ความเท่าเทียม!
ยิ่งไปกว่าในนั้นแปดสำนักใหญ่ก็ยังไม่มีปรมาจารย์ขั้นเซียน
ทองคำ!
แม้แต่ครึ่งเซียนเป่ยถัง เมื่อเห็นฉินเฉาก็ยังต้องหลบไปอยู่ข้าง ๆ
แล้วมองยอดเขาหมอกถูกระเบิดจนราบ!
หลังจากนี้ไป ชื่อเสียงของนิกายหลัวซาจะต้องเป็นที่ฮือฮาในหมู่ผู้
ฝึกตน
หลังจากที่ภูเขาทางทิศเหนือถูกถล่มราบคาบ ร่างร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ
ลอยขึ้นมาจากซากปรักหักพัง
ร่างนั้นคือหลัวหรูเมิ่ง
“ข้าไม่มั่นใจเลย ข้าจะต้องฆ่าเจ้า ฆ่าเจ้า…”
บนร่างกายของเธอเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผล แต่เธอยังคงกัด
ฟันพูดออกมา
“น้องสาวที่โง่เง่า…..”
แต่ในขณะนั้นเอง หลัวเต๋อได้ปรากฏตัวมาอยู่ตรงหน้าหลัวหรูเมิ่ง
อย่างกะทันหัน และโอบกอดเธอเอาไว้เบา ๆ
“เจ้าจะต้องตาย เจ้าจะต้องตาย!”
มือทั้งสองข้างของหลัวหรูเมิ่งที่กลายเป็นกรงเล็บ ฉีกทึ้งร่างของ
หลัวเต๋อไม่หยุด
หลัวเต๋อผู้มีกายวัชระไม่แตกหัก โอบกอดน้องสาวของตัวเองอย่าง
แนบแน่น
“สารเลว… ข้าจะฆ่าเจ้า…จะฆ่าเจ้า…..”
แรงในการฉีกทึ้งของหลัวหรูเมิ่งค่อย ๆ ลดลงไปทีละน้อย
“ข้าไม่เคยคิดอยากจะขังเจ้าเอาไว้นานกว่าหนึ่งพันปีเลย”
หลัวเต๋อกล่าวว่า “ข้าเพียงต้องการขังเจ้าเอาไว้สิบวัน ให้เจ้าได้
สงบสติอารมณ์ลง ใครจะคิดว่าหลังจากนั้น ข้าจะถูกฝูงชนต่อต้าน ญาติ
มิตรหลีกหนี ชวนจิ่วเหนียงผู้นี้เป็นผู้นำในการวางหลุมพราง ทำให้ข้า
ถูกผนึกอยู่เป็นพันปี ข้าที่อยู่ในผนึกจะพาเจ้าออกไปได้ยังไง”
“จะ จริง ๆ เหรอ?”
เมื่อหลัวหรูเมิ่งได้ยินดังนั้น ร่างกายของเธอก็สั่นเทาเบา ๆ “งะ งั้น
ทำไมตอนที่เจ้าออกมาจากผนึก ถึงไม่มาหาข้าล่ะ?”
“ข้าจะไปได้ยังไง?”
หลัวเต๋อกล่าวออกมาอย่างจริงจัง “ในอดีตที่ข้าผนึกเจ้าเอาไว้ด้วย
เพลิงวิบัติเก้าสวรรค์ หากไม่ได้เป็นเนื้อเซียนอย่างแท้จริงจะไม่สามารถ
ควบคุมเพลิงนั้นได้เลย ในร่างกายของเจ้าหนุ่มฉินมีเพลิงอยู่แปดชนิด
แต่มันกลับไม่สามารถรับเพลิงวิบัติเก้าสวรรค์เข้าไปได้ พลังที่แท้จริง
ของเขาอยู่ในขั้นกายทองคำเท่านั้น ความห่างชั้นยังมีอยู่มากเกินไป
ดังนั้นข้าจึงต้องรอคอย เจ้าเข้าใจหรือเปล่า”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้…”
ในพริบตานั้น วิญญาณของหลัวหรูเมิ่งก็คล้ายกับล่องลอยออกไป
“ข้า ข้าโดนชวนจิ่วเหนียงหลอกใช้…..”
“เจ้าตื่นขึ้นมาตอนนี้ มันก็ยังไม่สายเกินไป”
หลัวเต๋อกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าถูกช่วยออกมาตามที่ข้าปรารถนา
แล้ว เจ้าจะยังเกลียดชังข้าอยู่หรือเปล่า?”
“ไม่เลย พี่ชาย มันเป็นความผิดของข้าเอง….”
ความเข้าใจผิดมานับพันปีถูกสะสางแล้ว
หลัวหรูเมิ่งนั้นราวกับเด็ก เธอโผกอดหลัวเต๋อเอาไว้ และร้องไห้
ออกมาเสียงดัง
“พี่ชาย…พันปีมานี้ ข้าขมขื่นมากจริงๆ …..”
“ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจ….”
หลัวเต๋อตบหลังของหลัวหรูเมิ่งเบา ๆ “ข้าเองก็ถูกผนึกมามากกว่า
หนึ่งพันปีเหมือนกัน… ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีร่างกาย มีแต่วิญญาณ
เท่านั้น”
“พี่ชาย พวกเราจะต้องแก้แค้น!”
หลัวหรูเมิ่งเงยหน้าขึ้น เธอเช็ดน˺าตาและกล่าวกับหลัวเต๋อ
“จะต้องฆ่าพวกคนชั่วที่ฆ่าพี่ชายและพี่น้องของพวกเราไปในอดีตทีละ
คน!”
“ไม่มีทางหรอก”
หลัวเต๋อส่ายหน้า
“ทำไมล่ะ! หลังจากที่ข้ากลายเป็นครึ่งอสูร พื้นฐานการฝึกตนของ
ข้าก็อยู่ในขั้นเซียนทองคำ แม้แต่ในเวลาปกติ ข้าก็ยังเป็นครึ่งเซียน!
พื้นฐานการฝึกตนเช่นนี้นับว่าเป็นใหญ่ในใต้หล้า แล้วทำไมพวกเราถึง
จะฆ่ามันไม่ได้!”
“น้องสาวโง่เง่า เจ้ายังไม่เข้าใจ”
หลัวเต๋อถอนหายใจออกมา เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วกล่าวว่า
“ในอดีต ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการวางกับดักพี่ชายของเจ้าคือเซียนที่อยู่บน
ฟ้า หากพวกเขาไม่ได้วางแผนส่งอาร์ติแฟคชั้นเซียนอย่างสมบัติแห่ง
ธาตุทั้งห้าลงมาบนโลก ครึ่งเซียนเหล่านั้นจะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้ยังไง
หากจะกำจัดเซียนเหล่านั้นโดยมีเพียงเจ้าและข้า คงไม่ดีเป็นแน่”
“ถ้าอย่างนั้นพี่ชายจะทำยังไง? พวกเราจะต้องกล˺ากลืนลมหายใจ
นี้อย่างนั้นเหรอ?”
หลัวหรูเมิ่งกล่าวอย่างไม่ยินยอม
“แน่นอนว่าไม่!”
หลัวเต๋อตะโกนออกมา “ข้าจะพึ่งพาผู้สืบทอดของข้า เจ้าหนุ่มฉิน
มีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่ และจะต้องประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
ตราบใดที่พวกเราคอยให้การสนับสนุนเขา ความเกลียดชังนี้จะต้องถูก
สะสางอย่างแน่นอน!”
“เขา? ผู้สืบทอดของพี่ชายเหรอ?”
หลัวหรูเมิ่งเบ้ปาก “ไม่เอาหรอก ข้าเกลียดเขา”
“เจ้าอย่าเอาแต่ใจสิ”
หลัวเต๋อบีบจมูกน้องสาวของตน
“ข้าไม่อยากทำ ข้าไม่อยากทำ!”
เขามองท่าทีอ่อนแอของหลัวหรูเมิ่ง หัวหน้าปีศาจหญิงเมื่อครู่นี้ไป
อยู่ที่ไหนแล้ว
ผู้ฝึกตนที่เห็นดังนั้น ดวงตาก็แทบจะถลนออกมา
เสียงของชายหญิงคู่นี้เบามาก ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน แต่
เมื่อสักครู่คู่นี้เกือบจะฆ่ากันตายไปข้าง แล้วความใกล้ชิดนี้มันคืออะไร?
จะแปลกเกินไปหรือเปล่า?
“เชื่อฟังข้า ไม่อย่างนั้นพี่ชายจะไม่ชอบเจ้า”
“ข้าจะอดทนก็แล้วกัน….”
หลัวหรูเมิ่งให้สัญญา
“อืม จงสนับสนุนผู้สืบทอดของข้า ความหวังของการแก้แค้นครั้งนี้
อยู่ที่เขา ตอนนี้ข้าออกมาข้างนอกนานเกินไปแล้ว หากยังรั้งอยู่ต่อไป
น่ากลัวว่าจะทำให้วิญญาณของเจ้าหนุ่มฉินบาดเจ็บ เมื่อข้ากลับไปแล้ว
เจ้าจงอยู่ข้างกายเจ้าหนุ่มฉิน และต่อไปเจ้าจะเป็นผู้อาวุโสของนิกาย
หลัวซา!”
จากนั้นหลัวเต๋อก็หลับตาลง และทรุดตัวลงไป หลัวหรูเมิ่งจึงรีบเข้า
ไปคว้าอย่างชิดใกล้
ทันใดนั้นฉินเฉาก็ตื่นขึ้นมา เมื่อเขาเห็นหลัวหรูเมิ่งมองมาที่เขา
ด้วยความรักใคร่ หยดเหงื่อเย็นเยียบก็ไหลลงมาจากหน้าผาก
“เธอ เธอกอดฉันทำไม!”
“เหอะ!”
หลัวหรูเมิ่งผลักฉินเฉาออกไปจากอ้อมแขน “เจ้าคิดว่าข้าอยากจะ
กอดเจ้านักหรือไง ข้ากลัวว่าเจ้าจะตกลงไปตายเท่านั้น!”
เมื่อเห็นว่าผู้หญิงเสียสติคนนี้กลับมาเป็นปกติ ฉินเฉาก็รู้สึกโล่งใจ
การสนทนาของทั้งสองคน เขาที่อยู่ในร่างกายเมื่อสักครู่นี้ก็ได้ยิน
มันเช่นกัน
ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะเสียสติ แต่เธอก็เป็นปรมาจารย์ใหญ่ขั้นครึ่ง
เซียน และเป็นสิ่งที่นิกายหลัวซาต้องการมากที่สุด
สำนักใหญ่อื่น ๆ ต่างก็มีผู้อาวุโส
นิกายหลัวซาของเขาก็จะมีในอนาคต
“ยกเลิก”
หลังจากที่รู้ว่าไม่มีอะไรอีกต่อไปแล้ว ฉินเฉาจึงปลดสถานะสรรพ
สิ่งรวมเป็นหนึ่ง
แสงเจ็ดสีล่องลอยออกไปจากร่างกายของเขาทันที
หลังจากที่ลำแสงนั้นลอยอยู่ในอากาศก็แยกตัวออกจากกัน และ
กลายเป็นหุ่นเชิดปีศาจทั้งแปดคน
แต่ใบหน้าของพวกเธอดูค่อนข้างที่จะเหนื่อยล้า
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้า หลัวหรูเมิ่ง คือผู้อาวุโสของนิกายหลัว
ซา!”
หลัวหรูเมิ่งห่อหุ้มเสียงเอาไว้ด้วยลมปราณ ก่อนที่จะประกาศข่าวนี้
ออกไป
ผู้ฝึกตนทุกคนที่ได้ยินคำพูดนี้ต่างก็ตกตะลึง