มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1570: การโจมตีครั้งใหญ่ของหุ่นเชิดปีศาจ
ระหว่างหุ่นเชิดปีศาจมักจะมีการเชื่อมต่อกันอยู่เสมอ
เมื่อฮัวเหนียงรับการโจมตีที่รุนแรงนี้เอาไว้ ร่างกายของเธอก็เริ่ม
เกิดความเปลี่ยนแปลง
ดวงตาที่สว่างสดใสของเธอได้ปรากฏภาพของมังกรวารีสีขาวที่
กำลังว่ายวนเวียนอยู่ด้านใน
ในบรรดาหุ่นเชิดปีศาจทั้งเก้าชนิด ฟินิกส์ทมิฬนั้นคือเพลิง อีกทั้ง
ยังเป็นเพลิงทมิฬ
แต่มังกรอสูรคือน˺า ทั้งสองอย่างจึงเป็นเหมือนศัตรูของกันและกัน
หากน˺าไม่ชนะไฟ ไฟก็จะต้องชนะน˺า
ในขณะที่คนทั้งคู่กำลังหยุดยื้อกันไปมาอย่างต่อเนื่อง ฮัวเหนียงก็
ได้สติขึ้นมา
กายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจ…..
แท้จริงแล้วมันคือพลังจากต้นกำเนิดใช่มั้ย?
นับตั้งแต่ที่เธอกลายมาเป็นหุ่นเชิดปีศาจของคุณชายฉิน เธอก็
พยายามคงสติของตัวเองมาโดยตลอด
มังกรอสูรได้แฝงตัวอยู่ภายในส่วนลึกของร่างกาย ไม่เคยปรากฏตัว
ออกมาเลยสักครั้ง มีเพียงแค่มอบพลังให้ฮัวเหนียงได้ใช้งานเท่านั้น
แต่หากจะใช้วิชากายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจอันทรงพลัง เธอจะต้อง
ยอมให้วิญญาณของมังกรอสูรกลายเป็นผู้ควบคุมร่างใช่มั้ย?
เมื่อเป็นแบบนี้มังกรอสูรจะไม่มีอำนาจเหนือกว่า และกดข่มหุ่น
เชิดปีศาจจนทำให้เธอสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปหรอกเหรอ?
แต่ไม่ว่ายังไง การฝึกฝนกายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจก็มีเพียงแค่วิธีนี้
เท่านั้น
ฮัวเหนียงขมวดคิ้วมุ่น เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะพยายามให้
ดีที่สุด
ไม่อย่างนั้นทั้งเธอและเขาซูซานจะต้องกลายเป็นสถานที่ฝังศพ
ด้วยพลังของเฉินชิง
“จงออกมา มังกรอสูร ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเจ้า”
ฮัวเหนียงเปล่งเสียงตะโกนออกมาอย่างช้า ๆ “ชีวิตของข้าอยู่ใน
กำมือของเจ้าแล้ว!”
สิ้นเสียงนั้น เธอก็ได้ปลดผนึกภายในใจ และปลดปล่อยอสูรร้ายที่
อยู่ในใจออกมาอย่างสมบูรณ์
“กรรรรร!”
ในชั่วพริบตานั้นแสงสีขาวได้ปะทุออกมาจากดวงตาของฮัวเหนียง
จากนั้นริมฝีปากก็พลันเปล่งเสียงคำรามของมังกรออกมา
แสงสีขาวพวยพุ่งออกไปทุกทิศทาง และก่อตัวขึ้นเป็นพลังสาย
หนึ่งที่ช่วยเพิ่มพลังป้องกันให้กับกำแพงของเธอ
และในเวลานี้ ร่างกายของฮัวเหนียงก็เริ่มเปลี่ยนไป
เขามังกรสีขาวคู่หนึ่งยื่นออกมาจากศีรษะของเธอ
ในเวลาเดียวกัน เกล็ดสีขาวก็ปรากฏขึ้นตามร่างกาย มังกรไม่ได้
ลดทอนความงดงามของฮัวเหนียงลงเลยแม้แต่น้อย หากแต่ดูสวยสง่า
ขึ้นมาแทน
มือทั้งสองข้างของเธอได้กลายเป็นกรงเล็บมังกรที่แหลมคม และ
พร้อมจะฉีกกราชากทุกสิ่งทุกอย่าง
กายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจ?
นี่คือพลังของกายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจงั้นเหรอ?
จู่ ๆ ฮัวเหนียงก็รู้สึกได้ว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมาก เธอเริ่มมองโลก
ใบนี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม
กายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจนั้นเป็นวิชาต้องห้าม ซึ่งจะสามารถใช้ได้
หลังจากที่ปลดปล่อยหุ่นเชิดปีศาจไปแล้วเท่านั้น
ด้วยวิชาต้องห้ามนี้ มันจะสามารถทำให้พลังของหุ่นเชิดปีศาจ
แข็งแกร่งขึ้นไปได้อีกหนึ่งระดับ
หากเป็นหุ่นเชิดปีศาจที่ไว้ใจได้ก็ดีไป แต่ถ้าหากเป็นกบฏขึ้นมา ผู้
เป็นนายอาจจะต้องพบกับโศกนาฏกรรม
หุ่นเชิดปีศาจแต่ละคนของฉินเฉานั้นมีความสามารถในการฝึกฝน
กายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจด้วยกันทั้งสิ้น
แต่คนที่สามารถฝึกฝนมันได้อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยมาก
หากฮัวเหนียงไม่ถูกผลักดันให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง รวม
ไปถึงมีกระแสจิตที่รับรู้ถึงความรู้สึกในใจของเฉินชิง เธอก็จะฝึกฝนและ
พัฒนาวิชานี้ต่อไปไม่ได้
“ข้าเองก็จะต้องใช้การโจมตีที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน”
ทันใดนั้นเอง มังกรสีขาวขนาดมหึมาที่มีความยาวกว่าสี่ร้อยเมตรก็
พุ่งทะยานออกมาที่ด้านหลังฮัวเหนียง
มังกรสีขาวทะยานไปรอบตัวของฮัวเหนียงอยู่หลายครั้ง จนในที่สุด
ก็กลายเป็นไอน˺าที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเธอ
“ไปเลย!”
ฮัวเหนียงเปล่งเสียงคำรามใส่ไอน˺าที่อยู่ตรงหน้า
และแล้วไอน˺านั้นก็ก่อตัวขึ้นเป็นเสาวารีรูปมังกรขนาดยักษ์ ที่พุ่ง
ตรงเข้าโจมตีใส่เสาเพลิงที่ตกลงมาจากท้องฟ้า
หนึ่งน˺า หนึ่งไฟกำลังต่อต้านซึ่งกันและกัน
พลังสองสายที่ปะทะกันอยู่บนอากาศได้ส่งผลกระทบไปทั่วบริเวณ
เพียงไม่นานพลังทั้งสองสายก็ปะทะกันจนถึงขีดสุด
ถึงแม้ว่าน˺าจะยับยั้งไฟได้ แต่ฮัวเหนียงที่เพิ่งจะเข้าใจการใช้กายา
สถิตหุ่นเชิดปีศาจจะมาสู้กับเฉินชิงผู้ฝึกฝนมาเป็นเวลานานได้ยังไง?
“เจ้าควบคุมพลังของกายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจได้แล้วงั้นเหรอ?”
ดวงตาของเฉินชิงนั้นราวกับคบเพลิง ถึงเธอจะอยู่นอกชั้น
บรรยากาศ แต่เธอก็ยังสามารถมองเห็นภาพที่เกิดขึ้นด้านล่างได้
“แต่ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ซึ้งถึงความห่างชั้นของพลังเอง!”
หลังจากที่พูดจบ แสงสีดำก็พุ่งออกมาจากปีกของเธอ และส่งพลัง
ครั้งสุดท้ายไปยังเสาเพลิง
ตูม ตูม ตูม!
เปลวเพลิงลุกไหม้ออกมาจากเสาเพลิงต้นนั้นอย่างต่อเนื่อง จนดู
ราวกับแสงอาทิตย์ที่น่าสะพรึงกลัวมาก
ฮัวเหนียงที่อยู่ด้านล่างสัมผัสได้ถึงพลังของมัน
แรงกดดันได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ดูเหมือนว่าเฉินชิงที่อยู่ข้างบนจะ
ทุ่มสุดตัวแล้ว
แต่เธอจะแพ้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแผนการของคุณชายฉินจะไม่สำเร็จ
เพื่อคุณชายฉิน ถึงแม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิต ฮัวเหนียงก็ยินดีที่จะ
ทำ
อสูรงูผู้ฝึกตนมามากกว่าพันปีเกิดความคิดนี้ขึ้นมาในใจ
ทันใดนั้นร่างอวตารวารีก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเธอ
ร่างอวตารวารีของเธอสะบัดแขนเสื้อม่านหมอกเมฆาทั้งสองข้าง
เพื่อแสดงกระบวนท่าหนึ่งออกมา
“นั่นมันห้าทัณฑ์สายฟ้านี่!”
ตงฟางอิ๋งที่ซ่อนตัวดูเรื่องสนุกอยู่ในระยะไกลมองเห็นท่าทางของ
เธอ แล้วอุทานออกมาด้วยความตกใจ
นังอสูรงูตนนั้นเสียสติไปแล้วหรือไง ถึงได้ใช้ห้าทัณฑ์สายฟ้า?
เธอจะใช้มันผ่าใคร?
เฉินชิงอยู่เหนือชั้นบรรยากาศโน่น!
“ห้าทัณฑ์สายฟ้า!”
ในเวลานี้ ร่างอวตารของเธอก็ร่ายวิชาจนเสร็จสิ้น
เมฆครึ้มลอยไปทั่วท้องฟ้าในทันที
เปรี้ยง! จากนั้นสายฟ้าสีน˺าเงินขนาดใหญ่ก็ผ่าลงมายังร่างของฮัว
เหนียง
“อ๊าาา!”
ฮัวเหนียงส่งเสียงร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด
แต่มือของเธอก็ยังคงยืนหยัดที่จะใช้วิชานี้ ไม่ยอมคลายมันออกไป
โชคดีที่เขตระดับของเธอเหนือกว่าขั้นครึ่งเซียน เธอจึงไม่ตายไป
เพราะพลังของสายฟ้า
ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ฮัวเหนียงทำก็คงจะเป็นการทำร้ายตัวเองไปแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ฮัวเหนียงก็ยังรู้สึกเจ็บปวดมากอยู่ดี
แต่ในขณะเดียวกัน เสาวารีในมือของเธอก็หลอมรวมเข้ากับพลัง
สายฟ้า
เมื่อสายฟ้าและน˺าเติมเต็มซึ่งกันและกัน จู่ ๆ เสาเพลิงที่พุ่งลงมา
จากอากาศ ก็พุ่งทะยานกลับไปหาเฉินชิงนอกชั้นบรรยากาศทันที
ตูม!
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเฉินชิง เธอถูกเสาวารีและสายฟ้าพุ่ง
เข้าโจมตีจนร่างกายแหลกเป็นผุยผง
นี่คือพลังของกายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจ
เสาวารีและสายฟ้าต้นนั้นยังคงพุ่งทะยานออกไป จนในที่สุดก็พุ่ง
ชนดวงจันทร์ที่อยู่ในระยะไกลและทะลุผ่าไปด้านในจนกลายเป็นรู
“ในที่สุด ในที่สุดก็จบลงสักที…..”
ในที่สุดพลังสายฟ้าของฮัวเหนียงก็สลายไป ร่างกายของเธอพลัน
อ่อนแรงและทรุดตัวลงไปกับพื้น พลางจ้องมองท้องฟ้าไปด้วย
“เฉินชิงถูกข้าสังหารไปแล้วเหรอ? ไม่ใช่สิ….. ทำไมความรู้สึกของ
หุ่นเชิดปีศาจถึงยังคงอยู่ล่ะ…..”
ในขณะที่เธอกำลังนึกสงสัยอยู่นั้น เปลวเพลิงสีดำก็พุ่งลงมาจาก
ท้องฟ้า และกระแทกเข้าใส่ก้อนหินที่อยู่ข้าง ๆ อย่างกะทันหัน
ในเปลวไฟนั้นมีเงาของคนที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมาอย่างช้า ๆ
ในที่สุดเฉินชิงก็ก้าวเดินออกมาจากเปลวไฟท่ามกลางสายตาตก
ตะลึงของฮัวเหนียง
“ความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุดของฟินิกส์นั้นไม่ใช่เปลวไฟ”
เสียงของเฉินชิงดังขึ้นในหูของเธอ “แต่ว่ามันคือการฟื้นคืนชีพ หุ่น
เชิดปีศาจฟินิกส์ทมิฬมีโอกาสฟื้นคืนชีพได้วันละครั้ง และหลังจากที่ข้า
ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา พลังของข้าก็จะเพิ่มขึ้นชั่วคราว”
ความสามารถของหุ่นเชิดปีศาจฟินิกส์ทมิฬนั้นนับว่าเป็นการ
ต่อต้านเจตจำนงสวรรค์อย่างแท้จริง
“ดูเหมือนว่าวันนี้ข้าจะเอาชนะเจ้าไม่ได้จริง ๆ สินะ…..”
สีหน้าของฮัวเหนียงพลันเศร้าหมองลงทันที
“ช่างเถอะ วันนี้ถือว่าเจ้าเป็นฝ่ายชนะ”
คำพูดของเฉินชิงสร้างความประหลาดใจให้ฮัวเหนียงได้เป็นอย่าง
มาก
“เจ้าเพิ่งจะเรียนรู้วิชากายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจ และยังควบคุมพลัง
ที่แท้จริงของมังกรอสูรไม่ได้ ข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายไปรังแกเจ้า”
เฉินชิงกล่าวต่อไปว่า “รอให้เจ้าพัฒนาพลังของมังกรอสูรได้อย่าง
แท้จริงได้เมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นมันก็ยังไม่สายที่จะมาตัดสินแพ้ชนะกันอีก
ครั้ง ส่วนสำนักบู๊ตึ๊งกับพวกนักพรตเฒ่าเหล่านั้น ข้าไม่สนใจพวกเขาอีก
ต่อไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นพันธมิตรปีศาจก็จะเป็นศัตรูกับพันธมิตร
เซียนของข้าตลอดไป ไม่ว่ายังไงเส้นทางของทั้งเจ้าและฉินเฉาก็
แตกต่างไปจากเส้นทางของข้า”
“แต่ข้าก็ยังคงหวัง… ว่าเจ้าจะยังกลับมาอยู่เคียงข้างคุณชายฉินได้
ในสักวัน…..”
ฮัวเหนียงกล่าวขึ้นมาด้วยความคาดหวัง
“มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก”
เฉินชิงยิ้มเยาะ “ข้าและฉินเฉาจะเป็นศัตรูกันตลอดไป….. มีแต่
จะต้องเป็นศัตรูกันเท่านั้น”
“ทำไมล่ะ…..”
ฮัวเหนียงส่ายหน้า “ระหว่างเจ้ากับคุณชายฉิน ไม่มีทางที่จะคืนดี
กันได้เลยเหรอ?”
“เมื่อหนทางต่างกันก็ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้”
เฉินชิงกล่าวกับฮัวเหนียง “ข้ายึดมั่นในวิถีกระบี่ของข้าเท่านั้น ไม่
ว่าใครก็มาหยุดข้าไม่ได้ วันนี้ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ดังนั้นจงพาตัวคนของเจ้า
กลับไปซะเถอะ”
เธอโบกมือ การแสดงออกของเธอเป็นไปด้วยความหนักแน่น
ฮัวเหนียงนั้นได้แต่ทอดถอนหายใจ
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ข้าก็จะไม่พูดอะไรให้มากความ ผู้อาวุโสมู่ชิง
พวกเรากลับไปกันเถอะ”
“อืม”
มู่ชิงพยักหน้ารับ “สหายบู๊ตึ๊ง อย่าลืมว่าพวกเราเป็นพันธมิตร หาก
พวกเจ้าเผชิญปัญหาใด ขอให้ใช้ยันต์คาถานี้ได้ทันที”
เธอมอบยันต์คาถาสีทองให้กับไท่ชิง
“ขอบคุณผู้อาวุโสมู่ชิง”
ไท่ชิงรับยันต์คาถานั้นเอาไว้
หลังจากนั้นฮัวเหนียงก็พามู่ชิงออกไปจากที่นี่
คนของบู๊ตึ๊งก็ล่าถอยออกไปจากเขาซูซานด้วยเช่นกัน
ตอนนี้บนเขาซูซานเหลือเพียงแค่คนของพันธมิตรเซียนเท่านั้น
“ขอเชิญทุกคนไปรวมตัวกันที่ตำหนักจู่เสียนก่อน”
เฉินชิงกล่าวออกมา “หลังจากนี้ข้ามีบางอย่างที่จะต้องหารือกับ
ทุกคน”
ผู้คนจากสำนักอื่น ๆ พยักหน้ารับ ก่อนที่จะมีคนของเขาซูซานนำ
ทางไปยังตำหนักจู่เสียน
คนที่เหลืออยู่ที่นี่จึงมีเพียงแค่คนของเขาซูซานเท่านั้น
“ท่านป้า ทำไมท่านถึงไม่ฆ่าเธอล่ะ?”
เฉินหยูที่ยืนอยู่ในระยะไกลคอยมองดูการต่อสู้ทั้งหมดเช่นกัน
หลังจากที่การต่อสู้จบลง เธอจึงเดินเข้ามาเอ่ยถามท่านป้าของเธอ
“……”
แต่ในเวลานี้ควันสีเขียวได้ปรากฏออกมาจากร่างของเฉินชิง ก่อนที่
กายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวจะหายไปในชั่วพริบตา
สีหน้าของเธอนั้นดูอ่อนแรงและไร้สีเลือด
“ท่านป้า เกิดอะไรขึ้นกับท่าน!”
เฉินหยูตกใจมาก เธอรีบเอ่ยถามท่านป้าทันที
“เมื่อครู่นี้… ข้าเพียงแค่ข่มขู่ให้เธอกลัวเท่านั้น”
เฉินชิงกล่าวออกมาอย่างช้า ๆ น˺าเสียงของเธอดูอ่อนแรงเป็นอย่าง
มาก
“นิพพานฟินิกส์ของข้า….. ใช้ไม่ได้ผลกับมังกรอสูรแค่เพียงตน
เดียว หลังจากที่ข้าดับสูญไปแล้ว ถึงแม้ว่าข้าจะยังมีชีวิตอยู่ แต่พลังก็
จะไม่ฟื้นคืนกลับมา พลังของข้าในตอนนี้ อย่าว่าแต่ต่อสู้เลย แม้กระทั่ง
เรี่ยวแรงที่จะยืนก็ยังไม่มีเลยด้วยซ˺า”
เธอทรุดตัวนั่งลงบนก้อนหินในขณะที่กล่าวออกมา
“เป็นเช่นนี้เอง…..”
เฉินหยูพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
“ศิษย์ของข้า… ตอนนี้ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ของเขาซูซานได้
กลายเป็นของเจ้าไปแล้ว”
ถานไห่จ้องมองศิษย์ของตัวเอง พลางหันไปมองศีรษะของหลี่เจิ้น
ที่ตกอยู่ข้าง ๆ แล้วกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้ “ภาระของเจ้ามันช่าง
หนักหนาเสียเหลือเกิน…..”
“ไม่เลยค่ะ อาจารย์”
เฉินชิงส่ายหัว “ข้ารู้ตัวมาตั้งนานแล้ว สาเหตุที่ข้าก่อตั้งกลุ่ม
พันธมิตรเซียนขึ้นมาในวันนี้ ก็เพื่อที่จะรวมแปดสำนักใหญ่ให้เป็นหนึ่ง
เดียวกันและโค่นล้มพันธมิตรปีศาจให้หมดสิ้น ในเมื่อบู๊ตึ๊งและคุนหลุน
เลือกที่จะอยู่กับพันธมิตรปีศาจ ชะตากรรมของพวกเขาก็จะต้องจบสิ้น
ลงไปด้วย”
“ท่านป้า… ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่?”
ท่าทีของเฉินหยูดูวิตกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย
“หยูเอ๋อ ทำไมเจ้าถึงได้ดูกังวลมากขนาดนั้น?”
เฉินชิงที่เห็นแบบนั้นเอ่ยถามขึ้นมาทันที