มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1571: เชิญท่านลงโอ่ง
“หา! มะ ไม่ใช่นะ!”
เฉินหยูผงะอยู่ในใจ เธอรีบกล่าวขึ้นมาทันที
“จะไม่ใช่ได้ยังไง? ดูเหงื่อเจ้าไหลเข้าสิ”
เฉินชิงชี้ไปยังหน้าผากของเฉินหยู แล้วถามขึ้นมา
“ขะ ข้าก็แค่เป็นห่วงท่านป้าเท่านั้น”
เฉินหยูรีบตอบ “ถึงยังไงตอนนี้ฉินเฉาก็ทรงพลังมาก อีกทั้งข้าง
กายของเขาก็ยังมีหุ่นเชิดปีศาจอีกแปดคน ใช่แล้ว! หากทุกคนเรียน…..
กายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจอะไรนั่นกันทั้งหมด….. มันจะไม่เป็นอันตรายต่อ
พันธมิตรเซียนหรอกเหรอ?”
“ฮิ ๆ เจ้ากังวลมากเกินไปแล้ว”
เฉินชิงที่นั่งอยู่ที่นั่นหัวเราะออกมาเบา ๆ “กายาสถิตหุ่นเชิดปีศาจ
เรียนรู้กันได้ง่าย ๆ ที่ไหน? หากไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่ใกล้ตายและไม่ได้
เข้าใจมันอย่างถ่องแท้ ก็จะไม่มีทางตระหนักถึงความสามารถนี้หรอก
ผู้หญิงที่อยู่ข้างกายฉินเฉา นอกจากข้าแล้ว ยังมีใครที่มีสติเหมือนอย่าง
ข้าอีกบ้าง?”
“จริงด้วย ท่านป้าจะต้องแบกรับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ของ
ฝ่ายธรรมะ”
เฉินหยูรีบกล่าวชมเชย เพื่อหาทางเปลี่ยนเรื่อง
“ไม่สิ เจ้ากำลังโกหกข้าอยู่”
เฉินชิงนั้นรู้ว่าเฉินหยูกำลังโกหก
“ขะ ข้าทำแบบนั้นที่ไหน…..”
เฉินหยูมองท่านป้าของเธอ และไม่รู้เธอถูกจับได้ได้ยังไง
“เจ้ามีนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ตอนที่เจ้ากำลังโกหก เจ้ามักจะ
ชอบเอามือจับหูและริมฝีปากของตัวเอง”
เฉินชิงชี้ไปยังมือของเฉินหยูที่กำลังสัมผัสใบหูข้างขวาของตัวเอง
แล้วกล่าวว่า “และตอนนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด หยูเอ๋อ เจ้ากำลัง
ปิดบังเรื่องอะไรอยู่กันแน่?”
“ขะ ข้ามีเรื่องปิดบังที่ไหนกัน!”
เฉินหยูรีบโบกมือ แล้วกล่าวออกมา “ข้าอยู่บนเขาซูซานทุกวัน จะ
ไปมีเรื่องอะไรได้”
“เมื่อครู่นี้ข้ารู้สึกแปลกใจมาก ทำไมพลังของเจ้าถึงเข้าสู่ขั้นกาย
ทองคำได้ล่ะ?”
เฉินชิงเอ่ยถาม ทันใดนั้นเธอก็ยื่นมือข้างหนึ่ง ปลดปล่อยปราณ
กระบี่ของตัวเองออกไป
ปราณกระบี่นี้มีพลังที่ไม่ธรรมดา ดูเหมือนว่าในระหว่างที่กำลัง
พูดคุยกันอยู่นั้น พลังของเธอจะฟื้นคืนกลับมาได้ไม่น้อย
การฟื้นฟูพลังของฟินิกส์ทมิฬทรงพลังมากจริง ๆ
“อ๊ะ!”
เฉินหยูรีบสร้างโล่ขึ้นมาป้องกันปราณกระบี่ของเฉินชิงทันที
ในเวลานี้ปราณกระบี่สีดำหยุดชะงักอยู่บนโล่ของเฉินหยู
สายตาของเฉินชิงส่องประกายคมปลาบมากขึ้น และกระตุ้นพลัง
ของปราณกระบี่อย่างต่อเนื่อง
แต่ในอีกสิบวินาทีต่อมา เคร้ง! โล่ของเฉินหยูพลันถูกทำลาย
“ขั้นประกายแสงงั้นเหรอ? ดีมาก”
เฉินชิงพยักหน้า แล้วตวัดสายตาดุดันไปจ้องมอง
“บอกมาว่าเจ้าไปทำอะไรมากันแน่?”
“ขะ ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย…..”
เฉินหยูส่ายหน้าอีกครั้ง “ขะ ข้าจะทำอะไรล่ะ… นะ นี่เป็นพื้นฐาน
การฝึกตนที่ข้าได้ฝึกฝนมา…..”
“ต้องฝึกฝนแบบไหน ถึงจะสามารถทำให้ขั้นความสามารถเทวะ
เข้าสู่ขั้นประกายแสงได้ทันทีแบบนี้?”
เฉินชิงไล่ซักถามต่อไป “ในเมื่อมีวิธีที่ดีแบบนี้ แล้วทำไมหยูเอ๋อถึง
ไม่แบ่งปันมันให้ศิษย์ในเขาซูซานได้รับโชคดีแบบนั้นบ้างล่ะ?”
“คะ คือว่า…..”
เฉินหยูพูดออกไปไม่ได้
เพราะวิธีการฝึกฝนนี้แปลกประหลาดมาก……
จะให้เธอบอกท่านป้าได้ยังไง ว่าหลังจากที่ฉินเฉาทำเรื่องอย่างว่า
กับเธอ พลังก็หลั่งไหลเข้ามาน่ะ?
หากท่านป้ารู้เรื่องนี้เข้า แล้วจะไม่โกรธเธอหรอกเหรอ?
เธอไม่สามารถพูดเรื่องนี้ออกไปได้
แต่ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ร่างของตงฟางอิ๋งก็เหาะเหินมาจากตำหนัก
จู่เสียน
“ผู้นำพันธมิตรเฉิน ข้ามาที่นี่เพื่อขออภัย”
ตงฟางอิ๋งบินเข้ามา ในขณะที่เอ่ยปากออกมาเช่นนั้น
เฉินหยูตื่นตระหนก ขนลุกไปทั่วทั้งตัวในทันที
ผู้หญิงคนนี้จะเข้ามายุ่งทำไมกัน!
“เจ้าสำนักตงฟาง มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ?”
เฉินชิงจ้องมองตงฟางอิ๋งด้วยความแปลกใจ
“ผู้นำพันธมิตรเฉิน ข้าต้องขออภัยจริง ๆ”
ตงฟางอิ๋งก้าวลงมายืนอยู่บนพื้นดินอย่างช้า ๆ แล้วกล่าวออกมา
“ขออภัย? จะขออภัยเรื่องอะไร?”
เฉินชิงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแปลกใจ
เธอกับตงฟางอิ๋งมีความแค้นเคืองอะไรต่อกันงั้นเหรอ?
“โอ้ ผู้นำพันธมิตรเฉินช่างใจกว้างเหลือเกิน!”
สีหน้าของตงฟางอิ๋งแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชม “คราวก่อนข้า
ต้องการที่จะฆ่าปีศาจฉินเฉา แต่กลับดึงผู้นำพันธมิตรเฉินและฉินอี้ สอง
แม่ลูกเข้ามาเกี่ยวข้องโดยที่ไม่ตั้งใจ เรื่องนั้นทำให้ข้ารู้สึกละอายใจมาก
จริง ๆ”
เธอจงใจไม่พูดถึงตำแหน่งของตัวเอง ดูเหมือนว่าเธอจะยอมแพ้
แล้วจริง ๆ
“ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้นี่เอง เจ้าสำนักตงฟางไม่ต้องกังวลใจไปหรอก”
เฉินหยูที่กำลังนึกกังวล เมื่อได้ยินแบบนั้น เธอก็ตื่นตระหนกขึ้นมา
มากกว่าเดิม
ท่านป้ารู้ว่ามันคือเรื่องอะไรงั้นเหรอ!
เป็นไปไม่ได้ คนที่รู้เรื่องนี้มีเพียงแค่เธอและฉินอี้เท่านั้น
หรือว่าฉินอี้จะพูดเรื่องนี้ออกไป?
นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่ เด็กคนนั้นกลัวถูกตียิ่งกว่าอะไร ถึง
ตายเขาก็จะไม่มีทางพูดแน่นอน
หากพูดออกไป เขาคงจะได้ถูกแม่ของเขา “ตีจนตาย” จริง ๆ แน่
หรืออย่างน้อยก็จะต้องเพิ่มความเข้มข้นของการฝึกฝนขึ้นเป็นสิบ
เท่า
“ในเมื่อผู้นำพันธมิตรเฉินไม่ถือสา ข้าเองก็รู้สึกโล่งใจ”
ตงฟางอิ๋งยิ้มออกมา แล้วกล่าวว่า “เพราะว่าข้าเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่อง
นี้อยู่ทุกวัน จนทำให้นอนไม่หลับเลยแม้แต่คืนเดียว”
“ฮิ ๆ ตราบใดที่เจ้าสำนักตงฟางไม่ได้ทำอะไรผิด เจ้าสำนักตงฟาง
ก็จะสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจ”
เฉินชิงที่กำลังนั่งอยู่กล่าวออกมา
ฝ่ายตงฟางอิ๋งรักษาสีหน้าของตัวเองไม่ได้ไปชั่วขณะ รอยยิ้มบน
ใบหน้าพลันแข็งค้างและกระตุกเล็กน้อย
“ฮิ ๆ ข้าเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น ในเมื่อไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ข้าขอ
เชิญเจ้าสำนักตงฟางเข้าไปรออยู่ในตำหนักจู่เสียนสักครู่หนึ่ง ข้ายังมี
บางเรื่องที่จะต้องแจ้งให้ทุกคนทราบอีกสักเล็กน้อย”
“งั้นข้าขอตัวก่อน”
ตงฟางอิ๋งหันหลังกลับไปด้วยความโกรธเคือง
ฮึ่ม! อวดดีนักนะ หากไม่ใช่เพราะว่ามีความสัมพันธ์กับฉินเฉา เจ้า
จะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้เหรอ!
แต่คิดเหรอว่าเป็นผู้นำของสำนักฝ่ายธรรมะแล้วจะอยู่ค˺าฟ้าใน
โลกใบนี้ได้?
หากเซียนลงมาบนโลกมนุษย์ได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นจะต้องเป็นวันตาย
ของนังผู้หญิงโง่คนนี้
และเมื่อถึงเวลานั้น เธอก็จะเข้ายึดครองกลุ่มพันธมิตรเซียนที่นังโง่
คนนี้ก่อตั้งขึ้นมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย
หึ ๆ นังโง่นี่คงจะยังไม่รู้ตัว ว่าสิ่งที่เธอได้พยายามทำมาอย่าง
ยากลำบาก สุดท้ายแล้วมันก็จะกลายเป็นการทำชุดเจ้าสาวให้กับคนอื่น
แทน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ตงฟางอิ๋งก็พลันอารมณ์ดีขึ้นมา มุมปากของเธอ
แสยะยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจ
หลังจากที่เธอเข้าไปในตำหนักจู่เสียนแล้ว เฉินชิงก็หันหน้ากลับมา
มองหลานสาวของตัวเองด้วยสายตาเย็นชาทันที
“หยูเอ๋อ เจ้ามีอะไรที่อยากบอกข้าหรือเปล่า?”
“ท่านป้า คะ คือว่าข้า…..”
“ก่อนหน้านี้เจ้าพาอี้เอ๋อไปยอดเขาหมอกแทนข้ามาใช่มั้ย?”
เฉินชิงนั้นฉลาดเป็นกรด เธอเข้าใจเรื่องทั้งหมดได้ในทันที “บอก
มาเดี๋ยวนี้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่ยอดเขาหมอก”
เฉินหยูรู้ดีว่าเธอปิดบังความจริงไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
แต่เรื่องบางเรื่อง เธอจะพูดออกไปไม่ได้เป็นอันขาด!
“ว่ายังไง? เจ้าไม่อยากบอกข้าเหรอ?”
เปลวไฟสีดำปะทุขึ้นมาในฝ่ามือของเฉินชิงทันที “เพลิงทมิฬของ
ข้าสามารถตรวจค้นจิตวิญญาณของเจ้าได้ มันจะทำให้เจ้าบอกข้ามา
แต่โดยดี เอาล่ะ เจ้าบอกมาสิ ว่าอยากจะพูดออกมาเอง หรือว่าจะให้ข้า
ช่วยเจ้า?”
“ขะ ข้าจะพูดแล้ว……”
เฉินหยูที่เห็นเพลิงทมิฬนั้นตัวสั่นสะท้านทันที
เฉินชิงพยักหน้ารับ ที่จริงแล้วเพลิงทมิฬมีความสามารถในการ
ตรวจค้นความทรงจำที่ไหน? เธอก็แค่ขู่จะให้กลัวเท่านั้นเอง
แต่เฉินหยูไม่รู้เรื่องนี้ เธอค่อย ๆ เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนยอดเขาหมอก
ในวันนั้นออกมาแต่โดยดี
อันที่จริงเธอคิดถึงเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้พูดมันออกไป
หากเรื่องแผนการสมคบคิดของยอดเขาหมอกถูกเปิดเผย นั่นไม่ได้
หมายความว่า เธอกำลังบอกท่านป้าว่าเธอไปยอดเขาหมอกแทนท่าน
ป้าหรอกเหรอ?
ด้วยอารมณ์ของท่านป้าแล้ว…..
เธอจะต้องแย่แน่ ๆ
แต่ในตอนนี้เมื่อเรื่องได้มาถึงจุดนี้แล้ว หากไม่พูดออกไปก็คงจะไม่
ดี
หากท่านป้าใช้วิชาตรวจสอบจิตวิญญาณของเธอจริง ๆ จะทำ
ยังไง?
และหากรู้เรื่องที่ไม่ได้พูดออกไป…..เธอได้ซวยจริง ๆ แน่
“เจ้าว่ายังไงนะ!”
หลังจากที่ได้ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นบนยอดเขาหมอกจากปากของ
หลานสาว เฉินชิงก็อดกลั้นต่อความโกรธไม่ได้ คิ้วเรียวสวยพลันขมวด
ติดกันแน่น เธอกำหมัดแล้วกล่าวออกมา
“เซียนคิดที่จะทำลายโลกมนุษย์งั้นเหรอ!”
“คิดไม่ถึงเลย คิดไม่ถึงเลย”
ถานไห่ถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า “ผู้อาวุโสเหล่านั้น
อุตส่าห์เฝ้าพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเหาะเหินขึ้นไปสู่โลกเซียน แต่
สุดท้ายกลับต้องกลายมาเป็นสารอาหารของจักรพรรดิสวรรค์ซะได้ ที่
แท้บนสวรรค์ก็มีแผนการสมคบคิดครั้งใหญ่ ศิษย์ข้า สิ่งที่เจ้าทำนั้น
ถูกต้องแล้ว เมื่อรวมแปดสำนักใหญ่ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันได้ พวก
เราก็จะสามารถรวมพลังกันต่อสู้กับสวรรค์ได้”
“สวรรค์ยังอยู่ห่างไกลเกินไป”
เฉินชิงกัดฟันกรอด แล้วจ้องมองเฉินหยู “งั้นเจ้าก็ได้รับเม็ดยาเก้า
สิบเก้าฟ้าดินมาจากฉินเฉา พลังของเจ้าก็เลยก้าวกระโดดขึ้นได้สินะ?”
“ใช่ค่ะ”
มือทั้งสองข้างของเฉินหยูไขว้กันไปมาอยู่ด้านหลัง “สถานการณ์
ในตอนนั้นเร่งด่วนมาก หากไม่ทำแบบนั้น พวกเราทุกคนก็อาจจะตาย
ได้ เขา…น่าจะเข้าใจผิดว่าข้าคือท่านป้า…..”
“พวกเราสองคนเหมือนกันมากขนาดนั้นเชียวเหรอ?”
เฉินชิงกล่าวขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ทำไมข้าถึงไม่คิดแบบนั้นเลย?”
“คือว่า… นี่เป็นเพราะความช่วยเหลือของฉินอี้… ไม่อย่างนั้นข้าก็
คงจะทำให้ความลับถูกเปิดเผยไปตั้งนานแล้ว…..”
เฉินหยูลนลาน และโพล่งขึ้นมาว่า “ข้ามีนิสัยเหมือนท่านป้าที่ไหน
กันล่ะ…..”
“ฮึ่ม แม้แต่คนโง่ที่ใช่ท่อนล่างคิดก็ยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ˺า!”
เฉินชิงเบ้ปาก
ส่วนเฉินหยูนั้นยิ่งลนลานมากขึ้นกว่าเดิม
ใช้ท่อนล่างคิด…..
คำพูดนี้ถูกต้องจริง ๆ
มันเป็นคำพูดที่เหมาะสมกับฉินเฉามากที่สุดแล้ว
“ต่อไปอย่าเข้าไปยุ่งกับฉินเฉาอีก หากอยู่กับเขานาน ๆ เจ้าจะ
เปลี่ยนไป”
เฉินชิงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน ในเวลานี้เธอกำลังคิดว่าจะต่อสู้
กับสวรรค์ได้ยังไง
“การเผชิญหน้ากับสวรรค์ใกล้เข้ามาถึงแล้ว”
ถานไห่ขมวดคิ้วมุ่น “ศิษย์ข้า เจ้ามีความคิดเห็นยังไงบ้าง?”
“ข้าไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น”
เฉินชิงกล่าวออกมา “ที่ข้าบอกให้ทุกคนเข้าไปในตำหนักจู่เสียนใน
ตอนแรก ก็เพื่อที่จะหารือกันว่าจะพัฒนาพันธมิตรเซียนยังไง แต่ตอนนี้
ดูเหมือนว่า หากไม่รวมกองกำลังในโลกมนุษย์ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน
การต่อสู้กับสวรรค์ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบาก”
“โอ้? แล้วเจ้าคิดว่ายังไงล่ะ?”
ถานไห่เอ่ยถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
“ข้าคิดที่จะเอาชนะพันธมิตรปีศาจให้ได้”
คำพูดของเฉินชิงสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน
“ท่านป้า แต่ว่านั่นคือพันธมิตรปีศาจที่ฉินเฉาเป็นผู้นำนะ!”
เฉินหยูรีบกล่าวออกมาทันที
“แล้วยังไง? เจ้าเกิดกลัวขึ้นมาเหรอ?”
เฉินชิงหันไปมองหลานสาวของตัวเอง
“ขะ ข้า…..”
เฉินหยูพูดอะไรไม่ออก
เธอไม่ต้องการที่จะเป็นศัตรูกับฉินเฉาอย่างไม่รู้ตัว
“ไม่จำเป็นต้องไปกลัวเขาหรอก ถึงแม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งมาก แต่
ว่าเขาก็ยังมีจุดอ่อน”
“จุดอ่อนเหรอ?”
“ใช่”
เฉินชิงพยักหน้า “จุดอ่อนอันดับแรกคือผู้หญิง ถึงแม้ว่าเขาจะมี
พลังเป็นล้าน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงก็จะเหลือเพียงแค่ร้อยเดียว
เท่านั้น”
จากนั้นเฉินชิงก็ชูสองนิ้วขึ้นมา “และจุดอ่อนอันดับที่สองก็คือ
ความอวดดี เขามั่นใจในตัวเองมากเกินไป ดังนั้นนี่จึงเป็นจุดอ่อนของ
เขาได้เหมือนกัน และสิ่งที่พวกเราจะต้องทำในเวลานี้ก็คือ เชิญเขาลง
ไปในโอ่ง”
“งั้นจะทำยังไงล่ะ?”
“ข้าจะจัดงานปราชุมวีรชนขึ้นมา และจะเชิญฉินเฉาให้มาพบกัน
ในฐานะที่เป็นสองผู้นำพันธมิตรใหญ่”
เฉินชิงกล่าวออกมา “เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็จะบีบบังคับให้เขาลงจาก
ตำแหน่ง และยอมจำนนต่อข้า นั่นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ถ้าหากเขาไม่
ยอมล่ะก็….. หึ ๆ”
ในขณะที่เฉินชิงกล่าวออกมา เธอก็พลันยกมือขึ้นและปลดปล่อย
เพลิงสีดำให้ลุกโชนอยู่บนฝ่ามือ
“เพื่อวิถีกระบี่ของข้า ข้าจะไม่เกรงใจอีกต่อไป…..”