มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1743: การรายงานภารกิจที่น่าขยะแขยง
“ฉินซาน ระวัง!”
เมื่อเห็นผู้ชายที่ชอบกำลังจะถูกหมาป่าจูบ ลิลลี่ก็ลุกพรวดพราด
ขึ้นมา
เปลวไฟได้ปรากฏอยู่บนร่างของเธอในทันที
จากนั้นจรวดสีแดงเพลิงก็พุ่งออกมาจากปลายนิ้วของเธอ และพุ่ง
ชนเข้าใส่ใบหน้าของอสูรหมาป่า
ตู้ม!
ทันใดนั้นเอง คลื่นเพลิงก็ระเบิดเข้าใส่ใบหน้าของมัน มันร้อง
โหยหวนออกมา กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนที่จะล้มลงไปบน
พื้นด้วยแรงระเบิดนั้น
“ข้าคือผู้ฝึกตนธาตุไฟ”
ลิลลี่ลดฝ่ามือขาวผ่องของเธอลงมา แล้วกล่าวออกมาพร้อมกับ
รอยยิ้ม
ธาตุไฟคือวิถีของการฝึกตนที่พบเจอได้บ่อยที่สุดในโลกของผู้ฝึก
ตนแห่งนี้ ลิลลี่เองก็เป็นหนึ่งในผู้ฝึกตนในเส้นทางนี้เช่นกัน
จรวดของเธอค่อนข้างทรงพลังมากทีเดียว
อสูรหมาป่าล้มลงและส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่หลายครั้ง ใบหน้า
ของมันมีควันดำลอยขึ้นมา
“ขอบใจมากลิลลี่…………”
อู๋ชิงเย่ไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะถูกลิลลี่ “ช่วย” เอาไว้ เธอจึงต้อง
แสร้งทำเป็นยิ้มออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ
“ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นหรอก แค่ได้ดูแลเจ้า ข้าก็มีความสุขแล้ว”
คำพูดของลิลลี่ฆ่าอู๋ชิงเย่ให้ตายอีกครั้งหนึ่ง
ลิลลี่เผยความในใจออกมาอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่ได้เก็บ
ซ่อนมันเหมือนแต่ก่อนแล้ว
เมื่อเป็นแบบนี้ อู๋ชิงเย่ก็ทำได้แค่ฝืนกลืนผลไม้รสขมลงไปในท้อง
เท่านั้น
“ระวังตัวกันด้วย อสูรหมาป่าตัวนั้นยังไม่ตาย”
ฉินเฉาจ้องมองไปยังอสูรหมาป่าที่กำลังนอนอยู่บนพื้น แล้วกล่าว
ออกมาอย่างอดไม่ได้
“กรรรร!”
ในขณะนั้นเอง อสูรหมาป่าก็ลุกขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหัน พร้อม
ทั้งปลดปล่อยสายลมสีดำทมิฬอันรุนแรงออกมาจากปากของมันเพื่อ
โจมตีเข้าใส่อู๋ชิงเย่และลิลลี่
“แย่แล้ว…………นี่มันลมปีศาจนี่…………”
สีหน้าของลิลลี่ดูไม่สู้ดีขึ้นมาอย่างฉับพลัน “หากถูกโจมตี พวกเรา
จะต้องตกอยู่ในปราณปีศาจไปด้วยแน่!”
“ไปเลย!”
ในเวลานี้กระบี่สีขาวเล่มหนึ่งได้ตกลงมาจากท้องฟ้า และแทงทะลุ
ศีรษะของอสูรหมาป่าเข้าอย่างจัง
อสูรหมาป่าตายคาที่ในทันที มันไม่สามารถคุกคามใครได้อีกต่อไป
แล้ว
อสูรหมาป่าที่น่าสงสาร อันที่จริงฉันรู้ตั้งนานแล้วว่านายกำลัง
เจ็บปวด แต่ฉันก็ยังปล่อยให้นายถูกโจมตีโดยเปล่าประโยชน์อยู่ดี
ฉินเฉาทำได้แค่แสดงความเห็นใจอสูรหมาป่าอยู่ภายในใจเท่านั้น
“ฉันคือผู้ใช้กระบี่”
ฉินเฉานำกระบี่ของตนกลับคืนมา นี่คือกระบี่ที่เขาสุ่มหยิบออกมา
จากแหวนมิติ เพื่อใช้เป็นอาร์ติแฟคในการป้องกันตัว
ส่วนกระบี่ปทุมพิสุทธิ์ กระบี่หยินหยางราชันย์มาร มีดราชันย์ภูต
เขาไม่สามารถใช้อาวุธเหล่านี้ได้เลย
ไม่อย่างนั้นมันจะต้องวุ่นวายมากแน่นอน หากตัวตนของเขาถูก
เปิดเผย
“โชคดีที่เจ้าเรียนรู้วิชากระบี่มาบ้าง ไม่อย่างนั้นพวกเราจะต้องแย่
แน่ๆ”
ลิลลี่ยกมือขึ้นมาลูบหน้าอกของตัวเองเบาๆ เธอรู้สึกดีใจมาก
ทีเดียว
“ไม่คิดเลยว่าอสูรหมาป่าจะตายยากขนาดนี้”
อู๋ชิงเย่ยังคงแสร้งทำสีหน้าหวาดกลัว แล้วกล่าวออกมาว่า “พี่ชาย
ใช้วิชากระบี่แบบนี้ คงจะสูญเสียพลังลมปราณไปมากเลยสินะ”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว! ฉันรู้สึกว่าพลังภายในร่างกายหายไปเยอะเลย
ล่ะ!”
ฉินเฉายกมือขึ้นเช็ดหยดเหงื่อเย็นๆ ที่ไหลลงมา แล้วกล่าวว่า “คน
ที่มีพื้นฐานการฝึกตนอย่างพวกเราต้องมาออกแรงกันขนาดนี้ มันเป็น
เรื่องที่ลำบากไม่น้อยเลย”
เมื่อเข้าสู่ขั้นความสามารถเทวะได้แล้ว ถึงจะสามารถเริ่มต้นฝึกฝน
วิชาอย่างเป็นทางการได้ ตามปกติแล้วคนที่อยู่ในขั้นสร้างรากฐานจะ
พึ่งพาอาร์ติแฟคหรือสิ่งของภายนอกในการแสดงพลังออกมา
ฉินเฉาสังเกตเห็นกำไลข้อมือสีแดงเพลิงของลิลลี่ มันน่าจะเป็นอาร์
ติแฟคที่เธอใช้แสดงพลังออกมา
ส่วนของเขา อืม แค่บอกว่ามันคือความสามารถของกระบี่ก็
พอแล้ว
“ถึงกับมีอสูรหมาป่ากระโจนเข้าใส่พวกเราแบบนี้ ภารกิจระดับ 1
ช่างยากมากจริงๆ ………….”
ลิลลี่ถอนหายใจออกมาซ˺าแล้วซ˺าเล่า
“ขอเพียงแค่พวกเราระวังตัวกันเอาไว้ ไม่วิ่งออกไปไหนมาไหน
ตามใจชอบ มันก็คงจะไม่อันตรายมากขนาดนี้หรอก…………”
ฉินเฉากล่าวออกมา พร้อมกับจ้องมองลิลลี่ไปด้วย
“ข้า ข้าขอโทษ……….”
ลิลลี่ก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ
“โธ่ เรื่องนี้โทษลิลลี่ไม่ได้หรอก………..”
ถึงยังไงอู๋ชิงเย่ก็เป็นผู้หญิง เมื่อเห็นว่าลิลลี่กำลังเสียใจและโทษ
ตัวเองแบบนั้นแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะแสดงน˺าใจ กล่าวคำพูดปลอบใจ
เธอออกมา
“เป็นข้าที่พูดจาแย่ๆ ออกไปจนไปกระตุ้นลิลลี่เอง ในเมื่อพวกเรา
ทุกคนเป็นสหายกันแล้ว พวกเราก็ควรจะช่วยเหลือกันและกัน จะได้ทำ
ภารกิจให้สำเร็จภายใน 6 ชั่วโมง และผ่านการทดสอบในรอบที่สองไป
ได้ยังไงล่ะ”
ลิลลี่จ้องมองอู่ชิงเย่ด้วยความซาบซึ้งใจในทันที
ฝ่ายฉินเฉาได้แต่ส่ายหน้าอยู่ภายในใจ ลิลลี่จะต้องวางใจในตัวอู๋
ชิงเย่มากขึ้นแน่นอน
เขาอุตส่าห์รับบทเป็นตัวร้ายไปแล้ว เธอเองก็ควรที่จะรับบทตัว
ร้ายตามน˺าไปกับเขาสิ มันถึงจะถูก
ไม่อย่างนั้นลิลลี่ละตัดใจจากอู๋ชิงเย่ได้ยังไง?
โอ้ ถึงบางครั้งอู๋ชิงเย่จะชาญฉลาด แต่บางครั้งเธอก็ซื่อบื้อจนทำให้
เขารู้สึกปวดหัวขึ้นมา
ฉินเฉาไม่มีทางเลือกอื่น มีแต่จะต้องพูดออกไปเท่านั้น
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็จะต้องระวังตัวกันให้มากขึ้น ข้างล่าง
ยังมีปีศาจระดับต˹าให้ฆ่าอีก 9 ตัว ฉินซาน นายไปเก็บหัวใจของอสูร
หมาป่ามาสิ…………….”
“หา! ข้าไม่ทำหรอก ทำไมข้าถึงต้องทำด้วย? สกปรกจะตายไป!”
อู๋ชิงเย่ทำหน้ามุ่ยและร้องตะโกนออกมาทันที
“นายเป็นผู้ชายนะ จะไม่ถูกกับของสกปรกแบบนี้ได้ยังไง?”
เมื่อเห็นรอยยิ้มของฉินเฉา อู๋ชิงเย่ก็นึกอยากจะยกเท้าถีบหน้าเขา
เหลือเกิน
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้ยิ้มได้น่าเกลียดเกินไปแล้ว!
“ฉินซานยังเด็กอยู่เลย……….เจ้าเป็นพี่ชายนะ เจ้าควรจะเป็นคนที่
ทำเรื่องแบบนี้มันถึงจะถูก”
ลิลลี่จะต้องเข้าข้างอู๋ชิงเย่อย่างไม่ต้องสงสัย นั่นทำให้ฉินเฉา
อยากจะร้องไห้แต่ดันไม่มีน˺าตา
“ใช่ๆ! ลิลลี่พูดถูกแล้ว เป็นพี่ชายจะรังแกน้องชายได้ยังไงล่ะ?”
เมื่อมีคนมาเข้าข้าง อู๋ชิงเย่ก็พยักหน้ารับในทันที
เชี่ย จะไม่ให้คนอื่นได้มีชีวิตอยู่เลยใช่ไหม!
ทำไมจู่ๆ สองคนนี้ถึงได้เข้าขากันดีแบบนี้!
ยัยอู๋ชิงเย่น่าตาย เพื่อที่จะได้เล่นงานเขา เธอถึงกับยอมเสียสละ
ตัวเองเพื่อให้ลิลลี่มาช่วยเธอเชียวเหรอ!
เวรเถอะ!
“เอาล่ะ ฉันทำเองก็ได้ พวกเธอถอยออกไปห่างๆ หน่อย เลือดจะ
ได้ไม่กระเด็นไปโดน”
ฉินเฉายังคงถือกระบี่เล่มเดิม แล้วเดินไปข้างๆ อสูรหมาป่าตัวนั้น
พลางกล่าวออกมา
“พี่ชายมัวแต่พูดอะไรอยู่น่ะ? ยังไม่รีบลงมืออีกเหรอ?”
อู๋ชิงเย่กับลิลลี่ถอยห่างออกไป 20 เมตรตั้งนานแล้ว พวกเธอ
กระพริบตามองฉินเฉาแล้วกล่าวออกมา
แม่งเอ๊ย!
จะหลบไวเกินไปไหม!
ฉินเฉาต้องเริ่มทำงานอันขมขื่นนี้อย่างไม่มีทางเลือก เขาหั่นร่าง
ของอสูรหมาป่า ก่อนที่จะหยิบหัวใจที่เปื้อนเลือดของมันออกมาเก็บลง
ไปในถุง
ทันทีที่เขาลุกขึ้นยืน เขาก็พบว่าทั้งอู๋ชิงเย่และลิลลี่ต่างก็ยืนอยู่ห่าง
จากตัวเขาไปมากกว่าเดิม
ฉินเฉา: “…………”
“บนตัวของพี่ชายมีแต่เลือดทั้งนั้น………..พี่ชายจะไม่อาบน˺าสัก
หน่อยเหรอ…………”
อู๋ชิงเย่หัวเราะพร้อมกับกล่าวออกมา
“น้องสาวเธอเถอะ เธอจะพาฉันไปโรงอาบน˺าหรือไง………….”
ฉินเฉาพูดอะไรไม่ออกจริงๆ
เขาไม่สามารถใช้พลังเทพมาชำระล้างคราบสกปรกเหล่านี้ออกไป
ได้ อย่างนั้นลิลลี่จะต้องสังเกตเห็นอย่างแน่นอน
โอ้ พาตัวภาระมาด้วยแบบนี้ อะไรๆ ก็ไม่สะดวกไปซะทุกอย่าง
เรื่องง่ายๆ เพียงแค่นี้ ทำไมถึงต้องทำให้ยุ่งยากขึ้นด้วย!
น่าหดหู่ชะมัด!
เวรจริงๆ!
ฉินเฉาได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า “ไม่ต้อง
อยู่ห่างจากฉันขนาดนั้นก็ได้…………แบบนั้นจะทำภารกิจได้ยังไงกัน
ล่ะ?”
“จริงด้วย……….”
สาวน้อยทั้งสองคนจำเป็นต้องกลับมายืนอยู่ข้างๆ ฉินเฉาอีกครั้ง
อย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก
เชี่ย พวกเธอใช่คนที่จะต้องรู้สึกแย่งั้นเหรอ?
คนที่รู้สึกหดหู่จริงๆ มันก็คือเขาต่างหากล่ะ!
ฉินเฉาหดหู่จะตายอยู่แล้ว
ทั้งสามคนเดินวนรอบหอคอยสกัดกลั่นมารอย่างต่อเนื่อง หลังจาก
ที่ระมัดระวังตัวกันเป็นอย่างดีแล้ว พวกเขาก็สามารถกำจัดปีศาจระดับ
ต˹าที่อยู่รอบหอคอยแห่งนี้ได้อย่างราบรื่น
ต้องมาถือถุงหัวใจของปีศาจแบบนี้ ฉินเฉารู้สึกเหมือนว่าตัวเอง
เป็นปีศาจกระหายเลือดเลย
มันแทบจะทำให้เขากลายเป็นบ้าแล้วจริงๆ ……………
เนื่องจากไม่ต้องมาพะวงว่าจะถูกปีศาจโจมตีอีกต่อไป สาวๆ ทั้ง
สองคนจึงอยู่ห่างจากฉินเฉาถึงสิบเมตรในระหว่างที่กำลังเดินทางกลับ
“ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะใช้มันทำเป็นอาหารเย็นได้นะ”
ฉินเฉาจงใจทำให้สาวๆ สองคนนี้รู้สึกขยะแขยงขึ้นมา
“หยึย ไม่เอาด้วยหรอก………….”
อู๋ชิงเย่น˺าตานองหน้าในทันที
“นั่น……….มันกินได้เหรอ………..แต่ถึงยังไงข้าก็ไม่กินมันแน่
………..ข้าไม่หิวน่ะ แหะๆๆๆ …………”
ลิลลี่เปล่งเสียงหัวเราะอันแหบแห้งออกมา
“ทำไมจะกินไม่ได้? เธอใช้ธาตุไฟไม่ใช่เหรอ? ลองใช้ไฟของเธอ
ย่างมันให้สุกสักแปดรอบสิ”
“มะ ไม่เอาหรอก……….”
ลิลลี่ทำสีหน้าหวาดกลัวในทันที
ให้ใช้เปลวไฟย่างหัวใจมากินเนี่ยนะ………….
สวรรค์ ผู้ชายคนนี้เสียสติไปแล้ว!
“ข้าว่ามันน่าขยะแขยงเกินไป…………”
“เหอะ รู้ว่ามันน่าขยะแขยงก็ยังจะให้ฉันไปทำอีก”
ฉินเฉาจ้องมองพวกเธอด้วยความโกรธ ก่อนที่จะสาวเท้าเดินต่อไป
จะมาทะเลาะกันให้เสียเวลาไม่ได้ ยังมีภารกิจอีกมากที่พวกเขา
จะต้องทำให้สำเร็จ
ทั้งสามคนเดินไปตามทางเพื่อกลับไปหาศิษย์พี่เซียงเหอ
และบนสนามประลองก็มีศิษย์พี่เซียงเหอที่กำลังนั่งขัดสมาธิ ทำ
สมาธิอยู่บนนั้นจริงๆ
ร่างของเธอกำลังลอยอยู่บนอากาศ เรือนร่างที่แผ่พลังเซียน
ออกมา ทำให้ทุกคนจ้องมองด้วยสายตาชื่นชม
“ว้าว! ต่อไปพวกเราก็จะเข้าสู่เขตระดับนี้กันได้ใช่ไหม?”
ลิลลี่จ้องมองศิษย์พี่เซียงเหอจากในระยะไกล พร้อมทั้งเอ่ยถาม
ออกมาด้วยความกระตือรือร้น
“ได้สิ ต้องทำได้อยู่แล้ว”
อู๋ชิงเย่จะกล่าวอะไรออกมาได้อีก? เธอทำได้เพียงตอบรับออกมา
เท่านั้น
เมื่อเซียงเหอรู้สึกได้ถึงการมาเยือนของพวกเขา ดวงตาคู่สวยของ
เธอก็พลันเปิดออกมา ก่อนที่ร่างอันบอบบางจะลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ
เรือนร่างอันเพรียวบางนี้ช่างสะดุดสายตามากจริงๆ
“พวกเจ้ากลับมาถึงที่นี่กันเป็นกลุ่มแรก………….ว่ายังไง ยอมแพ้
กันแล้วเหรอ?”
“เปล่าเลย เรียบร้อยแล้วต่างหากล่ะ”
ฉินเฉากล่าวออกมา แล้วชูถุงเปื้อนเลือดในมือขึ้นมาตรงหน้าเซีย
งเหอ
“นะ นี่มันอะไรกันน่ะ…………”
ใบหน้าสวยๆ ของเซียงเหอซีดเผือดในทันที
“หัวใจของปีศาจระดับต˹าที่อยู่รอบๆ ภูเขา พวกเรานำมันมาส่ง
ภารกิจ”
ฉินเฉายิ้มออกมา “ศิษย์พี่จะเปิดถุงออกมาตรวจสอบดูก็ได้นะ”
“พะ พวกเจ้าไม่ต้องเปื้อนเลือดกันขนาดนี้ก็ได้…………”
เซียงเหอขมวดคิ้วสีดำขลับ ก่อนที่จะเอ่ยออกมา “แค่เอาแก่นพลัง
ของมันออกมาก็พอแล้ว……….”
“เชี่ย ทำไมฉันถึงคิดเรื่องนี้ไม่ออกเลยล่ะ!”
ฉินเฉาลืมไปเลยว่าปีศาจมีแก่นพลังอยู่ด้วย…………..
ย่ามันเถอะ ลืมไปเสียสนิท!
ท่าทางของอู๋ชิงเย่ดูแปลกไปมาก ฉินเฉารู้สึกได้ว่าผู้หญิงคนนี้กำลัง
กลั้นยิ้มอยู่
เชี่ย ไม่ใช่ว่าเธอจงใจหลอกเขาใช่ไหม?
ยัยนี่จะต้องรู้เรื่องแก่นพลังอยู่แล้วแน่ๆ ………….
ย่ามันเถอะ!
ยัยอู๋ชิงเย่น่าตาย ไว้กลับไปแล้ว เขาจะต้องไปคิดบัญชีกับเธอ!
“ถึงแม้ว่าหัวใจจะดูน่าขยะแขยงไปหน่อยก็ตาม…………แต่ข้าก็
รู้สึกทึ่งในความสามารถของพวกเจ้ามากทีเดียว”
เซียงเหอกล่าวออกมา เธอไม่ได้สนใจมองถุงที่เปื้อนเลือด แต่กล่าว
กับฉินเฉาว่า
“พวกเจ้าทุกคนได้คะแนนจากข้าไปมากกว่า 5 คะแนนกันแล้ว จะ
ทำภารกิจต่อไปเลยหรือไม่?”
เธอเอ่ยถามออกมา
“เอ่อ จะไม่ตรวจสอบภารกิจสักหน่อยเหรอ?”
ฉินเฉากระพริบตาปริบๆ
“พวกเจ้าทุกคนล้วนเป็นว่าที่ศิษย์ผู้มีจิตใจงดงาม ในฐานะที่ข้า
เป็นศิษย์พี่ ข้าย่อมต้องเชื่อใจพวกเจ้าอยู่แล้ว”
เซียงเหอกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“กลัวว่าจะสกปรกน่ะสิไม่ว่า…………..”
ฉินเฉาพลันเบ้ปากอย่างอดไม่ได้
“แค่กๆ พวกเจ้าไม่อยากทำภารกิจต่อไปกันแล้วเหรอ?”