มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 37: ฉันแค่จะยืมไฟแช็ก
เมื่อเห็นว่านายน้อยฟางจัดการกับเรื่องนี้ยังไง ผู้จัดการกลายเป็น
เยสแมน เขาก้มหัวลงแล้วถอยออกไปอย่างเงียบ ๆ แต่หลังจากนั้นไม่
นานเขาก็กลับเข้ามาอีกครั้ง ทำให้ฟางหัวรู้สึกไม่พอใจ
“อะไรอีกวะ ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังยุ่งอยู่ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
แล้วหรือไงแกน่ะ?”
“ไม่ใช่ครับ นายน้อยฟางคืออย่างนี้ครับ” ผู้จัดการโบกมือปฏิเสธ
แล้วอธิบาย “พี่น้องที่อยู่หน้าไนต์คลับบอกผมว่ามีเจ้าอ้วนคนหนึ่งมา
สอดแนมอยู่แถวที่จอดรถนอกคลับของเรา ถามหานายน้อยฟางไปทั่ว”
“ฮึ่ม เจ้าอ้วนอะไร” ฟางหัวหัวเสียนิดหน่อย ตอบกลับอย่างเย็นชา
ขณะที่หายใจอย่างหนักหน่วง “นี่ เรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ ทำไมแกต้องรอให้
ฉันบอก ไปทำอะไรที่แกคิดว่าเหมาะสมสิ อืมมม อ่าห์~”
“ครับ นายน้อยฟาง ผมรู้แล้วว่าต้องทำไง”
ผู้จัดการออกไปอย่างช้า ๆ แล้วปิดประตูอย่างระวัง ข้างนอกห้อง
ใบหน้าเย็นชาก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มอย่างสมบูรณ์ เขาส่งสัญญาณ
มือ ทันใดนั้นพี่น้องสองคนก็เข้ามา
“พี่หลี่ มีเรื่องอะไร?” หนึ่งในพี่น้องยื่นบุหรี่ฮวงเหอโล่วให้เขา
ผู้จัดการหลี่รับมาแล้วคาบไว้ที่ปาก
พี่น้องอีกคนเข้ามา พร้อมกับถือไฟแช็กจุดไฟให้กับผู้จัดการหลี่
“จัดการเจ้าเด็กข้างนอกนั่นซะ เขี่ยมันออกจากถนน จัดการ
สะอาด อย่าเอาปัญหามาให้นายน้อยฟาง”
“ไม่มีปัญหาพี่หลี่ พวกเราจะจัดการเอง”
สองพี่น้องพยักหน้าขณะที่ปรากฏแสงวาบผ่านดวงตาของพวกมัน
พวกมันทำเรื่องพวกนี้มาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง
ในตอนนี้เอง ลานจอดรถด้านนอกคลับ ชายอ้วนตัวเตี้ย ถือกระเป๋า
หนังใบเล็ก ๆ ไว้ในมือ มองไปรอบ ๆ เหมือนขโมย
ชายคนนี้วิ่งเข้าไปแล้วถาม ยาม 2 คนที่ทางเข้า
“สวัสดี ฉันมีอะไรจะถามหน่อย ฟางหัวอยู่ข้างในมั้ย?”
ยามทั้งคู่ยืนกอดอก มองเจ้าอ้วนอย่างเย็นชา เหมือนกับมองคนที่
ตายไปแล้ว
ยามทั้งคู่ไม่สนใจเขา หลิวชวนทำได้แค่พิงรถ พยายามรอว่า
เมื่อไหร่ฟางหัวจะออกมา
มันถือกระเป๋าหนังสีดำใบเล็ก ๆ มีของบางอย่างอัดแน่นอยู่ด้านใน
มี ‘มีดมาเชเต้ 7 หลุม’ ที่เขาซื้อมาจากพวกเร่ร่อนจากทิเบต ซึ่งมีดมาเช
เต้นี้มี 7 หลุม เมื่อมันเข้าไปในร่างกายของมนุษย์ มันสามารถรีดอากาศ
ออกมา สามารถพูดได้ว่ามันเป็นเครื่องมือที่ชั่วร้าย
เพื่อแก้แค้นแล้ว หลิวชวนไม่ได้คิดมากแต่อย่างใด
เขาไม่ได้สังเกตว่ามือที่ถือถุงหนังอยู่นั้นกำลังสั่น
ในตอนนี้เอง มีพวกพั้งค์ 4 คนเดินฮัมเพลงเดินสูบบุหรี่เข้ามาใกล้
เขา
ลูกตาของหลิวชวนจ้องเขม็งอยู่ที่ทางเข้าของคลับ เขากลัวว่าเขา
จะคลาดกับฟางหัว เขาไม่ได้ระวังพวกพั้งค์ทั้ง 4 ปิดล้อมเขาไว้
จนเมื่อมีพั้งค์คนหนึ่งขว้างบุหรี่ใส่ก้นเขา เขาจึงเริ่มระวัง
“นาย พวกนายต้องการอะไร?” หลิวชวนหวาดกลัว เขาพบว่ามีคน
4 คนรอบตัวเขา พวกมันทั้ง 4 ยิ้มเป็นลางให้เขา มองดูร่างกายที่กำลัง
สั่น
“ต้องการอะไรงั้นเหรอ?” หนึ่งในนั้นยื่นมือออกมาแล้วตบหน้า
หลิวชวน “เจ้าหนู แกรู้มั้ยว่าที่นี่ของใคร? มาสร้างปัญหาที่นี่ ไม่รู้กำลัง
ของตัวเองหรือไง”
หลังจากนั้น ‘เพี๊ยะ’ มีเสียงดังออกมาจากหน้าของหลิวชวน หลิว
ชวนเป็นนักศึกษาที่ออกกำลังกายน้อยมาก เมื่อถูกตบหน้าทำให้เขา
เห็นดาว ที่มุมปากปรากฏรอยเลือด
“จัดการมัน! ให้บทเรียนเจ้าหนูนี่สักหน่อย!” ทันใดนั้นพวกพั้งค์ก็
เข้ามาทำร้ายเขา พวกมันไม่กังวลที่จะทำให้เขาเลือดออก แต่เจ้าเด็กนี่
ไม่ยอมแพ้ เขากอดกระเป๋าหนังไว้แน่น ไม่พูดอะไร
“ในกระเป๋าของเจ้าหนูนี่ บางทีอาจมีเงินซ่อนอยู่มากโขก็ได้!”
พวกพั๊งค์เห็นหลิวชวนกอดกระเป๋าไว้แน่น พวกมันจึงเดาว่าข้างในอาจ
มีเงิน
“เฮ้ย เอากระเป๋ามาให้ฉัน!” หัวหน้าพั้งค์ทันใดนั้นก็พยายามแย่ง
กระเป๋าจากหลิวชวน
“ไม่!” หลิวชวนเหมือนกับสัตว์ที่กำลังโกรธ ตาแดง แล้วเตรียมสู้
กลับ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ออกกำลังกาย แต่ด้วยร่างกายอ้วน ๆ ก็ยังมี
ความแข็งแกร่งอยู่ เขาสู้เพื่อเอากระเป๋ากลับมาจากหัวหน้าพวกพั้งค์
“ไอ้เวร ยังกล้าหืออีก!”
“มันต้องซ่อนเงินไว้ในนี้แน่นอน! รีบแย่งมา!”
พวกพั้งค์พากันตื่นเต้น พวกมันเพิ่มแรงเพื่อแย่งกระเป๋าจากหลิว
ชวน หลิวชวนในที่สุดก็มาถึงขีดจำกัด เขาไม่สามารถรอฟางหัวได้อีก
ต่อไป เขารีบเอา ‘เจ็ดหลุม’ มาเชเต้ ออกมาจากกระเป๋าหนัง ประกาย
เหล็กสาดแสงภายใต้ความมืดสลัว สาดเข้าหน้าพวกพั้งค์
“บัดซบ มันมีมีด!” พวกพั้งค์ตกใจ หลิวชวนตาแดง สะบัดมีดไปมา
ตรงหน้าเขา เตรียมฟันหนึ่งในคนเหล่านั้น
“อ๊าก!” พั้งค์ที่หวาดกลัวทรุดลงกับพื้น ง่ามขาเปียก หลิวชวน
สะบัดมีดอีกครั้ง เขารีบเปลี่ยนเป้าหมายเป็นหนึ่งในรถที่ขวางทางเขา
แกร็ง! รถโตโยต้า SUV ถูกฟัน ประกายไฟลอยออกมาทุกที่ สร้าง
รอยไว้บนตัวรถ
“เวรเอ๊ย เจ้าเด็กนี่บ้าไปแล้ว!” หลิวชวนคลั่งจริง ๆ สะบัดมีดไปทั่ว
ปากเอาแต่พ่นคำหยาบที่ไม่สามารถเข้าใจได้ เขาไล่ตามไปฟัน
พวกพั้งค์ไปทั่ว ในที่สุดยามที่เฝ้าหน้าทางเข้าก็มีปฏิกิริยา พวกมันเอา
กระบอง ASP ออกมาจากเสื้อ จากนั้นเดินช้า ๆ มาที่หลิวชวน
ยามทั้งคู่ต่างจากพวกพั้งค์นี่โดยสิ้นเชิง พวกมันเป็นมืออาชีพ
แม้ว่าหลิวชวนจะถือมีด แต่ในสายตาของพวกมันก็แค่เด็กตัวเล็ก ๆ ที่มี
มีดแค่นั้นเอง
ผัวะ! ยามคนหนึ่งเคลื่อนไหว เขาหลบมาด้านข้างหลิวชวน แล้ว
ฟาดกระบองใส่ท้อง
หลิวชวนรู้สึกเหมือนกับว่าช่วงท้องถูกรถชน มันเจ็บจนเขาแทบ
หายใจไม่ออก เขาทรุดลงกับพื้น มีดมาเชเต้หลุดจากมือไปนอนอยู่บน
พื้น
“บัดซบ บังอาจเอามีดมาขู่ฉัน จัดการมัน!” เมื่อเห็นว่าไม่มี
อันตรายอะไรแล้ว พวกพั้งค์รีบกรูเข้าไปรุมทำร้ายหลิวชวนอีกครั้ง
“ทำความสะอาดด้วย อย่าทิ้งรอยเลือดไว้ที่นี่” ยามที่เพิ่งฟาดหลิว
ชวนเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบแล้วพูดอย่างออกคำสั่ง
“พี่หน้าบากมั่นใจได้ เด็ก ๆ พวกนี้ค่อนข้างเป็นงาน” ยามคนนี้มี
รอยแผลบนใบหน้า พวกพั้งค์จึงเรียกมันว่าพี่หน้าบาก
“งั้นก็ดี” ยามที่ถูกเรียกว่าหน้าบากพยักหน้า จากนั้นก็เมินเฉยยืน
อยู่ด้านข้างมองดูพวกมันทำร้ายหลิวชวน
“เฮ้ คู่หู นายมีไฟแช็กมั้ย?” ในตอนนี้เอง น˺าเสียงที่เย็นชาก็ดัง
ออกมาจากข้างหลังเขา
หน้าบากนี้รู้สึกกลัว เขารีบหันหลังกลับไป แต่ความหวาดกลัวนี้
เขากลับเห็นชายคนหนึ่งสวมเสื้อหนัง ใบหน้าของชายคนนี้ปกคลุมไป
ด้วยเกล็ดสีดำ พร้อมกับตาที่เรืองแสงสีเขียวอย่างประหลาด กำลังมอง
มาที่เขา
“แกเป็นใคร?” มันตกใจ แต่ขณะเดียวกันก็เหวี่ยงกระบองในมือใส่
หน้าชายคนนี้
ผัวะ! กระบองฟาดใส่หน้าของชายคนนั้นอย่างแรง แต่หัวของฝ่าย
ตรงข้ามกับเอียงแค่เล็กน้อยเหมือนกับไม่รู้สึกเจ็บอะไร ตรงกันข้ามชาย
คนนั้นกลับส่งสายตาดูถูกให้กับหน้าบาก
หน้าบากงงเป็นไก่ตาแตก มันมั่นใจว่าต้องฟาดจนหัวชายคนนั้น
แตกอย่างแน่นอน แต่กับชายลึกลับตรงหน้าเขากลับไม่เป็นอะไรเลย
“ฉันแค่ถามหาไฟแช็ก ทำไมต้องทำร้ายกันด้วย” ชายคนนั้นแสยะ
ยิ้ม เขายื่นกรงเล็บเหมือนกับสัตว์สีดำออกมา กำคอของหน้าบากแล้ว
ยกเขาขึ้นอย่างง่ายดาย
“ย้ากกกก!” ยามอีกคนก็ไม่ใช่ง่าย เขาหยิบมาเชเต้ 7 หลุมของ
หลิวชวนจากพื้น แล้วเหวี่ยงมันเพื่อหั่นเนื้อของชายคนนั้นจากด้านหลัง
แต่ชายคนนั้นใช้แค่มือซ้ายหรือเรียกอีกอย่างว่ากรงเล็บข้างซ้าย
กำคมมีดของมาเชเต้เอาไว้
“เตรียมรับฝันร้ายได้เลย!” เขาส่งเสียงอู้อี้ออกมา กราชากยาม
หน้าบากขึ้นมาแล้วฟาดเขาใส่หัวของยามอีกคน ยามที่ชั่วร้ายทั้งคู่สลบ
ไปในเวลาเดียวกัน
พวกพั้งค์พากันตกใจ พวกยามทั้งคู่เป็นนักสู้ที่มีชื่อเสียง แต่ทันใด
นั้นพวกมันทั้งคู่กับถูกคนอื่นจัดการอย่างง่ายดาย
“วิ่ง! เร็วรีบกลับไปหานายน้อยฟาง!” ทันใดนั้นหัวหน้าพั้งค์ก็
ตะโกนออกมา
พวกพั้งค์ทั้งสี่ต่างฉลาด พวกมันวิ่งแยกกัน
ชายชุดดำคนนี้เป็นฉินเฉาอย่างแน่นอน เขายิ้มเล็กน้อย เขาแค่ยืน
อยู่ที่นี่ไม่ได้ไล่ตามไป เขาเอาโซ่จับวิญญาณออกมาจากแหวนเก็บของ
แล้วขว้างใส่พวกพั้งค์ที่กำลังวิ่งหนี
หลังจากโซ่จับวิญญาณนี้ได้ยกระดับขึ้นไประดับมนุษย์ ขั้น 6
ความสามารถของมันได้เพิ่มขึ้น โซ่ลอยออกไปแล้วรวบรัดพวกมันทั้งสี่
จากนั้นลากมาด้านข้างฉินเฉา
“พวกแกหลับไปพร้อมกันซะ” ฉินเฉาเหวี่ยงโซ่แล้วขว้างพวกมัน
ทั้งหมดเข้าไปที่ใต้รถ SUV คันที่ถูกหลิวชวนฟันอย่างจัง
พวกพั้งค์ผู้น่าสงสารต่างหมดสติไปในที่สุด ขณะที่พวกลูกน้องถูก
ฟาดอัดกับรถ
ยกเว้นก็แต่หัวหน้าพั้งค์ ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม มันจึงไม่หมดสติ แต่
มันก็ไม่สามารถหลบพ้นจากการถูกฟาด มันกำลังทนทุกข์ทรมานตกอยู่
ในความเจ็บปวด
ฉินเฉาเดินเข้าไป จับผมของพั้งค์คนนั้นถามด้วยเสียงต˹า
“รถของฟางหัวคือคันไหน?”
พั้งค์คนนี้กลัวจนถึงแก่น เขาชี้ไปที่ออดี้ A6L แล้วพูดว่า “นั่น คัน
นั้น!” ออดี้ A6L คันนั้น ช่างน่าประทับใจจริง ๆ มันแขวนป้ายทะเบียนสี
ดำ ป้ายทะเบียนชนิดนี้เป็นพาหนะที่ลงทะเบียนกับบริษัทข้ามชาติ เป็น
สัญลักษณ์แห่งพลังของบริษัท ตำรวจจราจรต่างไม่กล้าที่จะหยุดหรือให้
ใบสั่งรถคันนี้
“ดีมาก” ฉินเฉาพยักหน้า จากนั้นเขาผลักหัวของพั้งค์คนนั้นทำให้
หัวของมันฟาดกับประตูรถ แล้วมันก็สลบไป
“คุณเป็นใคร?” หลิวชวนค่อนข้างสับสน เขามองไปที่ผู้ชายชุดดำ
เขาคิดว่าน˺าเสียงของชายคนนี้ช่างคุ้นเคย
ฉินเฉามองไปที่หลิวชวนที่ยังนอนอยู่บนพื้น เขาไม่พูดอะไร เขาแค่
ชี้ไปที่ถนนด้านนอก ความหมายช่างชัดเจน ‘ออกไปจากที่นี่ซะ’
“ฉันไม่ไป ฉันต้องช่วยอวี๋เชี่ยนล้างแค้น!” หลิวชวนพูด ยังคง
พยายามคว้ามาเชเต้จากพื้น
ฉินเฉาขมวดคิ้วแล้วเตะมาเชเต้ไปที่ใต้ท้องรถ จากนั้นก้มตัวลง ตบ
ไหล่หลิวชวนแล้วเอาบุหรี่แม่น˺าแดงใส่ปาก
“นายฆ่ามันไม่ได้ มันเป็นของฉัน” ฉินเฉาพูดคำนั้นด้วยน˺าเสียง
แหบพร่า
ฟางหัวไม่รู้ว่ามีการต่อสู้ใหญ่ข้างนอก เขากำลังรับบริการอย่างสุข
กายสบายใจโดยหญิงสาวที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของผู้จัดการหลี่ แม้ว่าเขา
จะสามารถจัดการกับเธอในห้องคาราโอเกะได้ แต่เขายังคงชอบที่จะหา
โรงแรมหรู อาบน˺า แล้วเล่นกับสาวสวยในห้องสูทมากกว่า
ฉะนั้นชายคนนี้จึงดื่มไวน์เข้าไปมาก วาดแขนกอดรัดหญิงสาวแล้ว
เดินโซเซไปข้างนอก
“นายน้อยฟางให้ผมไปเป็นเพื่อนคุณ!” ผู้จัดการหลี่ตามไปอย่าง
ไม่ลังเล
“ไม่ต้อง! นายน้อยคนนี้ไปเองได้!” ฟางหัวผลักผู้จัดการหลี่ จับก้น
ของหญิงสาวแล้วเดินออกจากคลับ
ฟางหัวไม่ได้ขับรถเอง เขามีความเคยชินที่จะมีหนึ่งในยามเป็น
คนขับให้ เมื่อเขาต้องการไปที่ไหนก็ตาม
ครั้งนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ผู้ชายในชุดยามเตรียมพร้อมสตาร์ทรถไว้
รอ เขาเปิดประตูให้ฟางหัว