มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 654: รีบกลับมา
ไม่รู้ทำไม ฉินเฉาถึงมักจะคิดว่าซูเหยามีกลิ่นอายของปีศาจติดตัว
อยู่เป็นประจำ บางที เพราะว่าเขาเป็นพี่ชายของซูจี ทำให้ซูจีชื่นชมเขา
ดังนั้น ในใจของเขาจึงรู้สึกอิจฉาอย่างงั้นเหรอ?
“คุณช่วยพูดเรื่องของเขาให้ผมฟังอีกหน่อยได้มั้ย”
ฉินเฉาพูด
“อืม ก่อนหน้านี้ เขาอาศัยอยู่อเมริกาเป็นเวลานาน” ซูเฟยพูด
“แต่ซูจีก็ยังชื่นชมพี่ชายของเธอคนนี้มาก”
“แล้วคุณล่ะ?”
ฉินเฉาอดถามอย่างอยากรู้ไม่ได้
“ฉันเหรอ?”
ซูเฟยเหมือนกำลังคิด
ผ่านไปสักพัก เธอก็ถอนหายใจออกมา แล้วพูดว่า “ฉันคิดว่าเขา
เปลี่ยนไป เขาไม่ใช่พี่ชายที่พวกเรารู้จัก ที่จะเอาตัวปกป้องพวกเราพี่
น้องจากแส้ของพ่อเหมือนในอดีตอีกแล้ว”
“ดวงตาของซูเหยาขุ่นมัว… เขาต้องใช้ชีวิตเจ้าสำราญอย่าง
แน่นอน”
“อืม”
ซูเฟยพยักหน้า “เขาไม่ได้อยู่ด้วยกันกับเรามาห้าปีเต็มแล้ว แม้ว่า
ปัจจุบันจะกลับมาซู่หนานบ้าง แต่ก็สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของ
เขาได้ ฟังจากที่พ่อพูด เขามักจะอยู่ในผับที่ไหนสักที่ ยิ่งกว่านั้น ดึกดื่น
ค˹าคืนยังไม่ยอมกลับบ้าน”
“บางทีเขาอาจจะยุ่งกับงานก็ได้”
ฉินเฉาอยากจะแก้ตัวแทนพี่เขยของเขา
“งานอย่างงั้นเหรอ?”
ซูเฟยยิ้มเยาะออกมา “อย่างเขาจะไปมีงานมีการอะไร หลายปีมา
นี้ เรื่องงานเขาไม่ได้ทำอะไรสักนิด นอกจากเงินที่เสียไปกับเขาในแต่ละ
ปี เขาก็แทบจะไม่เกี่ยวอะไรกับครอบครัวแล้ว”
“นี่…”
ฉินเฉารู้ว่าไม่ควรคุยเรื่องนี้กันต่อ ไม่อย่างนั้น ซูเฟยคงต้องโมโห
ออกมา
ดังนั้น เขาก็เก็บหัวข้อนี้ไว้ แล้วเปลี่ยนหัวข้อ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะคุย
เรื่องอะไร
คุยเรื่องงานเหรอ? เขาไม่เข้าใจอย่างแน่นอน
ไม่นาน ซูเฟยก็นั่งสัปหงก
“บอสซู คุณพักก่อนเถอะ อีกนานกว่าจะถึง”
“ฉันไม่พัก นั่งอย่างนี้ก็พอแล้ว”
ซูเฟยยิ้ม จากนั้นก็มองออกไปนอกหน้าต่าง
รถไฟวิ่งมาได้ชั่วโมงหนึ่งแล้ว ระหว่างทางมีผู้โดยสารลงไปบ้าง ที่
นั่งข้างซูเฟย ที่จริงมีหญิงสาวนั่งอยู่คนหนึ่ง แต่ตอนนี้ว่างแล้ว
“มานั่งสิ”
ซูเฟยบอกให้ฉินเฉามานั่งข้างเธอ
“อ่า? ไม่ดีหรอก ถ้ามีคนมา เขาจะหาที่นั่งไม่เจอเอา”
“ให้เขานั่งที่ของนายก็ได้ ที่นั่งของนายติดหน้าต่าง บางทีเขา
อาจจะเต็มใจแลกที่กับนายก็ได้”
ซูเฟยพูด “ถ้าเกิดคนที่มาใหม่เป็นผู้ชาย ฉันไม่ต้องการให้เขามานั่ง
ข้างฉัน”
ปัญหาเรื่องความเย็นชาของซูเฟย ดูท่าจะแก้ไม่หาย
“ก็ได้”
ฉินเฉาลุกขึ้น จะเข้าไปนั่ง แต่ในตอนนี้เอง ได้มีชายในชุดแจ็กเกต
หนัง เข้ามานั่งข้างซูเฟย
“ไม่มีคนนั่ง งั้นฉันนั่งก่อนล่ะ”
“คุณครับ ถ้าอยากจะนั่ง นั่งที่ของผมได้”
ฉินเฉาชี้ไปที่ฝั่งของเขาที่ว่างอยู่ พร้อมกับพูดอย่างสุภาพ
“แม่ง เจ้าบัดซบนี่ บิดาจะนั่งตรงไหนเกี่ยวอะไรกับแก ไสหัวไป
ซะ!”
ชายคนนั้นสบถออกมาอย่างหยาบคาย ด้วยท่าทางราวกับนักเลง
“คุณครับ พูดเบาๆ หน่อย ขณะที่ผมกำลังอารมณ์ดี คุณรีบไสหัว
ออกไปให้เร็วจะดีกว่านะ”
ฉินเฉาไม่อยากทำให้ซูจีตื่น ดังนั้น จึงได้ข่มความโกรธไว้
“ไสหัวไปซะ ไอ้เชี่ย!” ชายกักขฬะไม่สนใจฉินเฉา เขาเบียดตัวเข้า
ใส่ซูเฟย ทำให้ซูเฟยต้องขมวดคิ้ว ชายกักขฬะได้กลิ่นหอมของสาวงาม
ในดวงตาก็เปล่งประกายหยาบโลนขึ้น เขาหมุนตัว ยื่นมือทั้งสองข้าง
ต้องการสัมผัสต้นขาของซูเฟย
ฉินเฉารู้ว่าไม่ต้องเกรงใจแล้ว เขาเดินเข้าไป ภายใต้เสียงกรีดร้อง
ของคน ยื่นมือคว้าเข้าที่คอของชายกักขฬะ ยกเขาขึ้นจากที่นั่ง
เหมือนกับจับลูกไก่อยู่ก็ไม่ปาน
“ไสหัวไป!”
ฉินเฉายกเท้าขึ้น เตะเข้าที่ร่างของชายกักขฬะในชุดแจ็กเกตดำคน
นี้
ชายกักขฬะราวกับเป็นลูกบอล ทันทีที่ถูกเตะ ตัวเขาก็กระเด็นไป
ไกลกว่าสิบเมตร สุดท้ายก็ปัง ชนเข้ากับประตูโบกี้
“ไม่เป็นไรใช่มั้ย?”
ฉินเฉาตบมือ พร้อมกับถามซูเฟย
“ไม่เป็นไร” ซูเฟยมองไปที่ฉินเฉา ไม่รู้ทำไม ใจเธอถึงได้เต้นแรง
ขึ้น “เสียงดังจนแทบจะทำให้ซูจีตื่น”
“มีผมอยู่ ไม่เป็นไรหรอก”
ฉินเฉาพูด พร้อมกับเดินไปนั่งข้างเธอ
ซูเฟยได้ยินคำนี้ ความทรงจำก็ถูกดึงกลับไปช่วงสิบปีก่อน พี่ชาย
ของเธอ นอนอยู่บนเตียง มองมาที่น้องสาวทั้งสองที่กำลังร้องไห้ พร้อม
กับพูดคำนี้ออกมา
เธออดไม่ได้ ต้องมองไปที่ฉินเฉาอีกครั้ง
และในตอนนี้เอง ผู้โดยสารในโบกี้ มองมาที่ฉินเฉาด้วยสายตาที่
ราวกับมองสัตว์ประหลาด
แค่เตะก็ส่งคนคนหนึ่งไปได้ไกลขนาดนั้น สวรรค์ เขาแข็งแกร่ง
ขนาดไหนกัน?
ชายกักขฬะลุกขึ้นมาด้วยอาการตัวสั่น ด้านข้างของเขามีชายสอง
คนเข้ามาพยุง
ชายกักขฬะมองไปที่ฉินเฉาอย่างชั่วร้าย พร้อมกับส่งสายตาให้
เพื่อนทั้งสอง
ทั้งสองคนพยักหน้า จากนั้น ทั้งสามคนก็เดินเข้ามาหาฉินเฉา
ฉินเฉาเห็นพวกเขา เขามองไปที่ซูจีที่กำลังหลับอย่างน่ารัก อด
ไม่ได้เอามือบีบจมูกของเธอเบาๆ จากนั้นก็พูดกับซูเฟยว่า
“ผมไปสูบบุหรี่ข้างนอกแป๊บนะ ตั๋วนี้ให้คุณไว้ เผื่อมีคนมา คุณจะ
ได้จองที่ไว้ให้ผม”
“อืม” ซูเฟยรับตั๋วมา จากนั้นก็พยักหน้า “กลับมาให้เร็วหน่อยล่ะ”
“ทำไมเหรอ หรือว่าห่างผมไม่ได้?”
ฉินเฉายิ้ม ยั่วซูเฟยจนต้องถลึงตาใส่
“ฉันกลัวว่าถ้านายมาช้า จะมีคนมานั่งก่อน!”
“รู้แล้ว”
ฉินเฉาพยักหน้า จากนั้นก็หมุนตัว เดินไปที่อีกฝั่งของโบกี้
ชายกักขฬะและพวกคิดว่าฉินเฉาจะหนี ดังนั้นจึงรีบตามไป
“เอ่อใช่ ฉินเฉา!”
ซูเฟยมองตามหลังฉินเฉา แล้วตะโกนเรียกเบาๆ
“มีอะไรครับ?”
ฉินเฉาหันมา มองไปที่ซูเฟย
“อย่าไปมีเรื่องกับใครเข้าล่ะ”
“นี่ก็… ต้องแล้วแต่สถานการณ์”
ฉินเฉายิ้ม พร้อมกับเดินไปอีกฝั่งของโบกี้
ระเบียงตู้โดยสาร มีพนักงานรถไฟกำลังสูบบุหรี่อยู่
ฉินเฉาไปยืนข้างเขา หยิบบุหรี่แม่น˺าแดงของตัวเองออกมา พร้อม
กับหยิบไฟแช็กออกมา แต่จุดไม่ติด บางที น˺ามันอาจจะหมด
“เอานี่ ใช้ของฉันก็ได้”
พนักงานรถไฟ หยิบบุหรี่ออกมา จุดให้ฉินเฉาอย่างสุภาพ
“ขอบคุณ” ฉินเฉาพูดขอบคุณ จากนั้นก็สูบบุหรี่ของตัวเอง
“เจ้าหนุ่ม กลับบ้านปีใหม่เหรอ”
พนักงานรถไฟ อยู่ในเวลาพัก จึงชวนฉินเฉาคุย
“อืม กลับบ้านปีใหม่” ฉินเฉาพยักหน้า “ไปอยู่ข้างนอกมานาน
คิดถึงบ้านเกิด”
“ใช่ กลับมาเยี่ยมบ้านน่ะถูกแล้ว” พนักงานรถไฟพยักหน้า ชาย
กลางคนคนนี้ อดพูดอย่างใส่อารมณ์ไม่ได้ “ลูกชายของฉันก็ไปเรียน
ต่างเมือง โอ้ แม้ว่าจะไม่ไกล แต่คนเป็นพ่อก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แม้ว่าลูก
จะโตแล้ว แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ยังคิดว่าลูกยังเด็กอยู่วันยังค˹า”
“คุณยังดูไม่แก่เลย” ฉินเฉาพูด
“คนจะห้าสิบแล้ว แก่แล้ว” พนักงานรถไฟยิ้ม “ดูท่านายก็หล่อ
แถมยังดูฉลาด ครั้งนี้คงจะพาแฟนกลับบ้านล่ะสิ”
“อืม” ฉินเฉาเอามือถูจมูกแล้วยิ้มออกมา “แม่ของผมเป็นห่วง
อยากจะเห็นหน้าลูกสะใภ้”
“คนเป็นแม่ก็แบบนี้แหละ ภรรยาของฉันก็โทรหาลูกทุกวัน ถามว่า
กินอยู่ยังไง! นายบอกฉันหน่อย ในมหาลัยมันเป็นยังไงกันแน่”
“มหาลัยไม่ใช่เล็กๆ ถ้าจะให้พูดล่ะก็ มหาลัยก็เหมือนกับเมือง
เล็กๆ เมืองหนึ่ง” ฉินเฉายิ้มแล้วพูดออกมา
“ไม่ได้ ยังไงฉันก็ต้องไปเจอหน่อย ต่อให้ล้มเหลว เขาก็ยังมีบ้านให้
กลับ” พนักงานรถไฟสูบเสร็จก็บี้ก้นบุหรี่ พร้อมกับทิ้งลงถังขยะ เขาตบ
ไหล่ฉินเฉา “เจ้าหนุ่ม เอ็งดีมาก ทำตัวดีๆ ล่ะ อย่าทำให้ครอบครัวเป็น
ห่วง ฉันยุ่ง คงต้องกลับไปก่อน เอ็งก็รีบกลับล่ะ ข้างนอกลมมันแรง เลย
หนาว”
จากนั้น เขาก็หมุนตัว เดินไปอีกโบกี้
ในจังหวะที่เขาจากไป ประตูโบกี้ข้างหลังก็เปิดออก
ชายแจ็กเกตหนังกับชายอีกสองคนก็เดินหน้าเข้มเข้ามาหาฉินเฉา
ในมือพวกเขา มีมีดพับอยู่
ชายแจ็กเกตหนังควงมีดโชว์
“เจ้าหนู สวรรค์ดีๆ มีไม่เดิน อยากเดินลงนรก ฉัน หวังผีซือ อยู่บน
รถไฟมาหลายปี เป็นครั้งแรกที่เจอคนใจกล้าอย่างแก พี่น้องทั้งหลาย
เอาเลือดของมันมา! อย่าได้มาโทษฉัน นี่ถือเป็นการสั่งสอนอย่างหนึ่ง!
ทำให้แกได้รู้ว่ามีใครที่แกควรยุ่ง และใครที่แกไม่ควรยุ่ง!”
หลังจากพูดจบ มือของเขาก็ขยับ แทงมีดเข้าใส่ท้องของฉินเฉา
ระเบียงรถไฟแคบมาก ไม่มีที่ให้หลบ
และฉินเฉาก็ไม่คิดจะหลบ เขายืนรับมีดที่แทงเข้ามา
แกร๊ง!
มีดพับเหมือนแทงเข้าใส่แผ่นเหล็ก แม้กระทั่งเสื้อโค้ตก็ตัดไม่ขาด
“อะไรกัน?”
หวังผีซืออ้าปากค้าง “เจ้าหนู แกใส่เข็มขัดเหล็กอย่างงั้นเหรอ!
ย่อมได้ บิดาเปลี่ยนที่แทงก็ได้ เอาเป็นมือแกแล้วกัน!”
หลังจากพูดจบ ก็แทงเข้าใส่มือของฉินเฉา
แกร๊ก!
ครั้งนี้ยิ่งร้ายกาจกว่า ไม่เพียงแต่มือจะไม่เป็นไร มีดพับของเขา
กลับหักเป็นสองท่อน
หวังผีซือตกใจ
“เล่นพอแล้วใช่มั้ย?”
ฉินเฉาฉีกยิ้มออกมา มองไปที่พวกเขา ฝั่งตรงข้ามกำลังงง ไม่รู้ว่า
จะตอบกลับยังไง
“เงียบอย่างนี้คงจะพอแล้ว งั้นก็ถึงตาฉันแล้วสินะ”
ฉินเฉาขยับมือ คว้าเข้าที่ข้อมือขวาของหวังผีซือ พร้อมกับทำลาย
มือขวาของเขา
แขนขวาของหวังผีซือส่งเสียง ‘กร๊อบ’ ออกมา ทันใดนั้น กระดูก
ของเขาก็แตก หวังผีซือร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แต่ฉินเฉายังไม่ปล่อย
เขาไป เขากักตัวหวังผีซือไว้ จากนั้นก็ไปจัดการกับเพื่อนของเขาอีกสอง
คนที่ต้องการจะหนี เขายกเท้าถีบใส่ทั้งสองคน จนนอนกองกับประตู
โบกี้
“ตอแยฉัน ถ้าฉันอารมณ์ดี อาจจะรักษาชีวิตไว้ให้”
ฉินเฉาบีบคอหวังผีซือพร้อมกับยกขึ้น จากนั้นก็ยิ้มแสยะแล้วพูด
กับเขาว่า “แต่กล้าลงมือกับผู้หญิงของฉัน ฉันไม่มีทางปล่อยไปอย่าง
แน่นอน”
หลังจากพูดจบ ฉินเฉาก็ยื่นมือออกไป เปิดประตูระหว่างโบกี้ออก
ลมหนาวยามค˹าคืนพัดมา จนร่างของหวังผีซือสั่นไม่หยุด
ฉินเฉายกเพื่อนทั้งสองของเขาขึ้น พร้อมกับโยนออกจากรถไฟไป
รถไฟวิ่งเร็วมาก ทำให้เงาของทั้งสองหายไปอย่างรวดเร็ว
สองคนที่ถูกโยนลงรถไฟไป ไม่รู้ว่าตายหรือบาดเจ็บ
หวังผีซือตกใจ ขาสั่น
“พี่ใหญ่ ผมผิดไปแล้ว ยกโทษให้ผมเถอะ!”
เขารู้แล้วว่าตัวเองเข้ามาเจอตอ “ผมมันคนชั่ว คิดไม่ดีกับคุณหนู
ทั้งสอง! อย่าฆ่าผมเลย ผมมีแม่อายุ 80 แล้วยังมีลูกสาวอายุ 8 ขวบที่
ต้องเลี้ยงดู…”
“อย่างงั้นเหรอ”
ฉินเฉายกคอเขาขึ้น ยื่นหัวของเขาออกไปข้างนอกรถไฟ
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน”