มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 655: สถานีจิงหยาง
มองเห็นรถไฟที่วิ่งอย่างรวดเร็ว หวังผีซือกลัวจนคิดอะไรไม่ออก
“พี่ใหญ่ ยกโทษให้ผมเถอะ!”
“อย่ามาโทษฉัน ที่ฉันทำอย่างนี้ก็เพื่อสอนนาย! ให้นายรู้ว่า คน
ไหนที่ตอแยได้ และคนไหนที่ไม่ควรตอแย!”
ฉินเฉาพูดจบก็ยกเท้าขึ้น เตะหวังผีซือกระเด็นออกจากโบกี้
หายไปอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วของรถไฟ
หลังจากนั้น เมื่อมองดูแล้วไม่มีคน ฉินเฉาก็ทำการดึงประตูปิดเข้า
มา
ขวางลมหนาวยามค˹าไว้ข้างนอกทันที
หลังจากปิดประตูแล้ว ฉินเฉาก็เอาบุหรี่ตัวที่สองออกมาสูบ
และในตอนนี้เอง พนักงานรถไฟก็ได้เดินมา เขาเห็นฉินเฉาจึงได้
ถามขึ้น
“ไง ไม่ใช่เจ้าหนุ่มหรอกเหรอ ยังสูบอยู่อีก? จับดีๆ ล่ะ รถไฟมันวิ่ง
ไว”
“อืม” ฉินเฉาพยักหน้า บี้ก้นบุหรี่ โยนลงถังขยะ จากนั้นก็พูดกับ
พนักงานรถไฟ “พี่ใหญ่ ผมบังเอิญเห็นประตูมีปัญหานิดหน่อย”
หลังจากพูดจบ เขาก็ชี้ไปที่ประตูข้างหลัง
“จะเป็นไปได้ยังไง” พนักงานรถไฟโบกมือแล้วพูดยิ้มๆ “ก่อน
รถไฟออกแต่ละครั้ง พวกเราต่างพากันตรวจสอบแล้ว”
“พี่ไม่เชื่อก็มาดูเองสิ”
พนักงานรถไฟเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เดินมาดู จากนั้นก็พูดอย่าง
ประหลาดใจ “จริงด้วย! โชคดีที่เจ้าหนุ่มเจอเข้าซะก่อน ไม่อย่างนั้น มัน
จะต้องเป็นปัญหาอย่างแน่นอน นี่เป็นเรื่องสำคัญ! เมื่อถึงสถานีต้อง
ตรวจสอบอย่างละเอียด โอ้ การตรวจสอบวันนี้ ทำไมถึงได้ไม่ระวังอย่าง
นี้นะ…”
“พี่ทำงานไปนะ ผมกลับก่อนล่ะ”
ฉินเฉาบอกลา พร้อมกับเดินออกมาจากระเบียง
“ขอบคุณมากเจ้าหนุ่ม! สวัสดีปีใหม่นะ!”
“สวัสดีปีใหม่ครับ”
หลังจากที่กลับเข้ามาในโบกี้ ไม่รู้เพราะว่ากลัวฉินเฉา หรือว่าหวัง
ผีซือ ผู้คนที่อยู่ในโบกี้ไม่ว่าจะนั่งพื้น หรือยืนอยู่ ต่างไม่มีใครกล้าไป
วุ่นวายกับซูเฟย
“แล้วพวกแจ็กเกตดำพวกนั้นล่ะ?”
เมื่อเห็นเพียงฉินเฉาที่กลับมาคนเดียว ซูเฟยจึงถามออกมา
“กลัวผมจนหนีไปแล้ว”
ฉินเฉาพูดอย่างไม่ใส่ใจ “วิ่งไปซ่อนอยู่ตู้อื่นแล้ว”
“รีบนั่งเร็ว อย่าไปยืนขวางทางคนอื่น” ซูเฟยตบที่นั่งข้างๆ เธอ
“อืม ได้ ผมชอบนั่งกับสาวสวยอยู่แล้ว”
ฉินเฉาพูดหยอก แล้วนั่งลง
“นายนี่นะ จะทำตัวดีๆ สักวันไม่ได้หรือไง ไม่รู้ว่าน้องสาวฉันตาไม่
ดีหรือไง ถึงได้ชอบคนอย่างนาย”
“บอสซูพูดอย่างนี้ได้ยังไง!” ฉินเฉาตบหน้าอกตัวเองแล้วพูด “ชาย
หนุ่มที่ยอดเยี่ยมอย่างผมที่ส่องสว่างราวกับแสงไฟบนยอดประภาคาร
จะไปหาได้จากที่ไหนอีก!”
“ขี้โม้” ซูเฟยกลอกตาใส่ฉินเฉา “อย่างนาย แค่หลอดไฟในห้องน˺า
ก็หรูแล้ว ทำมาเป็นพูดดี”
คำพูดที่ร้ายกาจของซูเฟย ทำให้ฉินเฉาพูดไม่ออก
เขานั่งลงอย่างเรียบร้อย ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรดี
ทั้งสองคนเงียบอยู่นาน แล้วอยู่ๆ ซูเฟยก็เปิดปากพูดขึ้นมาว่า
“ฉินเฉา ปีใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว ฉันมีสวัสดิการจะให้”
“อ่า? สวัสดิการอะไร?”
ฉินเฉามีแรงขึ้นมาทันใด “เงินเหรอ? อั่งเปา? หรือว่าโบนัส?”
“พวกนั้นล่ะก็ ไม่มีหรอก” ซูเฟยพูดออกมา จากนั้น ฉินเฉาก็รู้สึก
ว่ามีอะไรตกลงมาที่บ่าของเขา “เดินทางอย่างนี้ ฉันเหนื่อยมาก… ขอ
พักหน่อย…..”
“เอิ่ม…” ฉินเฉาตัวแข็งไปนิดหน่อย “อืม อืม บอสซูพักอย่างวางใจ
ได้เลย ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทั้งนั้น มี…”
“ฉันรู้ว่ามีนายอยู่…..”
ซูเฟยที่ซบไหล่ฉินเฉา ทั้งร่างพลันรู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกสงบ และ
สบายอย่างมาก
ที่ต้องการ ไม่ใช่ความรู้สึกอย่างนี้หรอกเหรอ?
แต่ว่าน่าเสียดาย ที่ความรู้สึกนี้เป็นของน้องสาวของเธอ
ตัวเธอในขณะที่น้องสาวกำลังหลับ กลับแอบหาความสุขลับหลัง
เธอ
อาจจะเพราะว่านี่คือปีใหม่ เธอจึงอยากหาสวัสดิการให้กับตัวเอง
“ฉินเฉา…”
อยู่ๆ ซูเฟยก็ร้องออกมาเบาๆ
“อืม? บอสซูมีอะไรครับ?”
“ไม่มีอะไร… แค่อยากเรียกดู… ฉินเฉา…..”
“เอิ่ม บอสซู ทุกอย่างไม่เป็นไร คุณพักให้สบายเถอะ”
“ฉินเฉา… เรียกฉัน ซูเฟย…..”
“อ่า? แบบนั้นจะดีเหรอ?”
“ถ้าไม่เรียกฉันจะหักเงินเดือนนาย…”
“เรียกแล้ว ผมเรียก… ซูเฟย?”
“อืม…”
“……”
“เรียกอีกสองที…”
“เอิ่ม….. ซูเฟย ซูเฟย ซูเฟย?”
“ฉันให้นายเรียกสองที แต่นายดันเรียกสาม… ไม่ได้ เรียกใหม่…”
“อืม… ซูเฟย ซูเฟย…..”
“นาย ฉันให้นายเรียกสองครั้งนายก็เรียกสองครั้ง ทำไมถึงได้ไม่
จริงใจขนาดนี้… ไม่ดี เรียกอีกครั้ง…..”
“นี่… ซูเฟย ซูเฟย ซูเฟย ซูเฟย…..”
“น่าชัง นายนี่มันไม่จริงใจเลย ให้เรียกสอง แต่นายดันเรียกหลาย
ครั้งขนาดนั้น… ไม่ได้ เอาใหม่…..”
“ซูเฟย ซูเฟย… ซูเฟย อย่าแกล้งผมอีกเลย…..”
“บอกให้เรียกก็เรียกเถอะน่า เอาอีก…”
“……”
ฉินเฉาถูกซูเฟยกวนอยู่นาน จนในที่สุดซูคนพี่ก็ได้หลับไป
และในจังหวะนี้ ฉินเฉาก็พลันได้กลิ่นกายสาวบางๆ จากตัวซูเฟย
รถไฟแล่นมาตลอดคืน ในที่สุดก็เช้าแล้ว มาถึงเมืองจิงหยางที่ไม่ได้
เห็นมานาน
จิงหยางเป็นเมืองที่ทำเหมืองเป็นหลัก เมื่อมาถึงที่นี่ ท้องฟ้าเต็มไป
ด้วยฝุ่นสีเทา ถ้ามาที่นี่ด้วยเครื่องบินล่ะก็ จะเห็นว่าท้องฟ้าของเมืองจิง
หยางนี้ ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก
หลังจากที่ไม่ได้กลับมาหลายปี นอกจากบางตึกที่สร้างใหม่แล้ว
อื่นๆ ล้วนแล้วแต่เหมือนเดิม
สถานีจิงหยางยังคงสกปรกและวุ่นวายเช่นเดิม
เหล่าคนงานหลายคนที่ใส่เสื้อหนาวราคาถูก ผู้โดยสารทั้งขาไป
และขามา เหล่าคนงานหาเงินโดยการช่วยยกสัมภาระ
“รู้สึกว่าที่นี่อุ่นกว่าเมืองซู่หนาน” เมื่อลงมาจากรถไฟ ซูจีที่ตื่นเต็ม
ตา ยืนอยู่ในสถานีรถไฟจิงหยาง มองไปที่ผู้คนข้างนอก แล้วพูดขึ้น
“แน่นอนอยู่แล้ว ที่นี่เป็นเมืองที่ทำเหมืองถ่านหิน ยิ่งกว่านั้น เมือง
ซู่หนานยังอยู่ติดแม่น˺า เป็นธรรมดาที่จะต้องหนาวกว่าอยู่แล้ว”
ในมือของฉินเฉากำลังลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของซูเฟย
ของของเขาและซูจีนั้น แน่นอนว่าอยู่ในแหวนเก็บของอยู่แล้ว
“คุณครับ ต้องการคนช่วยถือกระเป๋ามั้ยครับ?”
คนงานเดินเข้ามา ถามอย่างสุภาพ
“ไม่ต้อง ฉันคนเดียวก็พอ”
ฉินเฉาโบกมือ
คนงานก็ไม่พูดอะไร เดินจากไป เขาเดินกลับไปที่กำแพง นั่งยองๆ
กับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ
“มีอะไรเหรอ ไม่ได้งานเหรอ?”
“โอ้ ไม่ได้น่ะสิ งานเดี๋ยวนี้หายากจริงๆ เจ้าคนนอกนั่นไม่รู้ว่ามา
จากไหน ทั้งแข็งแรง แถมราคาก็ไม่แพงอีก ทำให้หลายคนต่างมองหา
แต่เขา ทำให้ธุรกิจของเราซบเซาลง”
“แม่ง ไอ้เด็กนั่นมันจะมากไปแล้ว สักวันจะหาคนไปจัดการมัน!”
“ทำแล้ว! สองวันก่อน พี่หู่ได้หาคนมาจัดการมัน ฉันต่อยมันแต่
กลับเจ็บเอง แม้แต่ประแจยังงอ จากนั้น มันก็ยังมาทำงานตามปกติ ราว
กับไม่เป็นอะไร”
ฉินเฉาสนใจอย่างมาก คนงานพวกนี้คุยกัน ฉินเฉาไม่มั่นใจนัก
แม้แต่ประแจยังงอ เป็นไปได้ว่าคนงานใหม่คนนั้น อาจจะฝึกพระสูตร
หัวใจเพชร ถึงได้ทำอย่างนั้นได้
“ฉินเฉา เราจะไปบ้านนายกันยังไง?”
ซูจีที่อยู่ใกล้ๆ กำลังกระโดดโลดเต้น เมื่อมาถึงเมืองที่ฉินเฉาเติบโต
มา ด้วยท่าทางมีความสุข
ซูเฟยไม่พูดอะไร แต่สอดส่ายสายตามองไปรอบๆ อย่างเงียบๆ
เธออยากจะรู้ ว่าที่ที่ฉินเฉาอาศัยอยู่ เป็นที่ยังไง
“ขึ้นรถโดยสารเล็กหมายเลข 12” ฉินเฉายิ้ม “รถโดยสารเล็กของ
เราต้องโบกมือเรียกจึงหยุด เพราะก่อนหน้านี้ รถโดยสารเล็กนี้วิ่งบน
ถนน เธอต้องโบกเรียก จึงจะหยุดให้เธอขึ้นไป แต่ช่วงสองปีมานี้ มัน
ค่อยๆ หายไปจากในเมืองแล้ว”
“น่าสนใจจัง” ซูจีมีท่าทางสนใจ “งั้นก็เรียกสักคันมานั่งกันเถอะ!”
“เรามีกระเป๋าใหญ่มาด้วย” ซูเฟยอึดอัดเล็กน้อย “ถ้าถือขึ้นไปมัน
จะแปลกๆ เรียกแท็กซี่เถอะ”
“วางใจได้ ไม่เป็นไรหรอก” ฉินเฉาพูดยิ้มๆ “ความเร็วของมันเร็ว
มาก เทียบกับรถเช่าแล้ว ยังเร็วกว่าอีก”
“จริงหรือหลอก จะเป็นไปได้ยังไง?”
สองศรีพี่น้องไม่เชื่อ
“ไว้ได้ลองแล้วก็รู้เอง”
ฉินเฉาลากกระเป๋า เดินออกไปข้างนอก ว่าแต่กระเป๋าของซูเฟย
ไม่รู้ซ่อนศพไว้ข้างในหรือเปล่าถึงได้หนักอย่างนี้ นี่โชคดีที่เป็นฉินเฉา
ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น กลัวแต่จะยกไม่ขึ้น
“ฉินเฉา เราคงต้องแยกกันแล้ว”
ซูเฟยพูดขึ้น “แปดโมงฉันมีปราชุม ฉันกลัวว่าถ้าไปกับนาย จะไป
บริษัทไม่ทัน”
“ฉันจะไปกับพี่ด้วย”
ซูจีกอดแขนพี่สาวของเธอ “เพราะยังไงฉันก็ต้องไปกับนายอยู่แล้ว
เพราะงั้น ฉันขอไปกับพี่ก่อน ฮิฮิ”
“เอาอย่างงั้นก็ได้”
ฉินเฉาพยักหน้า “เมื่อเสร็จแล้ว ไว้ค่อยมาเจอกัน”
“ไม่ต้องหรอก ฉันเคยมาเมืองจิงหยางหลายครั้งแล้ว” ซูเฟยยิ้ม
“ไว้ฉันให้คนขับรถไปที่บ้านของนายเลยก็ได้ ตอนนี้ ให้ฉันยืมซูจีไป
ด้วยกันก่อน!”
“ก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าเช่านะ!”
ฉินเฉาพูดหยอก
“นายตาย!” ซูจีต่อยฉินเฉา “ฉันไม่ใช่ของนาย ฉันเป็นของพี่! ฮึ่ม!
นายไม่จ่ายค่าเช่าฉันให้พี่! ระวังไว้เถอะ หลังจากนี้ พี่ของฉันจะไม่ให้
นายเช่าฉันต่อ!”
“เอาล่ะ ถือว่าฉันผิดเอง”
ฉินเฉาได้แต่ยอมรับผิด
“ดีมาก เห็นท่าทางสำนึกผิดของนาย ฉันจะให้โอกาสนายอีกครั้ง”
ซูจีขยิบตาใส่เขา แล้วเหมือนคิดอะไรได้ จึงพูดออกมา
“เย็นนี้เตรียมอาหารทะเลไว้ให้ฉัน! แล้วฉันจะยกโทษให้นาย!”
“ได้! อย่าว่าแต่อาหารทะเลเลย แม้แต่เนื้อสดๆ ก็มี!”
ฉินเฉาตอบรับ
“เอาล่ะ ฉันกับพี่ต้องไปแล้ว ฮิฮิ! กระเป๋านั่น ส่งมาให้ฉัน!”
“ไม่ ฉันจะไปส่งเธอที่รถ!”
ฉินเฉาลากกระเป๋าไปส่งทั้งสองสาวที่รถเช่าที่อยู่ใกล้ๆ สถานี
“ระวังตัวกันด้วยล่ะ”
เมื่อส่งสองพี่น้องซูจากไป ในใจฉินเฉาก็พลันว่างเปล่า
เขาหัวเราะเยาะตัวเอง แค่ต้องจากกันแป๊บเดียว ก็รู้สึกไม่ยินยอม
แล้ว?
ขณะที่ฉินเฉากำลังจะจากไป ทันใดนั้น ก็พลันมีความวุ่นวายพร้อม
กับเสียงดังมา ดึงดูดความสนใจของเขา
“แม่ง แกนี่ช่างไม่รู้จักธรรมเนียมจริงๆ!”
ใกล้ๆ โกดังสินค้า คนงานกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันกระทืบชายคน
หนึ่ง
หัวหน้าคนงานพวกนั้น ปากยังตะโกนด่าอย่างดุร้าย
“แม่ง ธรรมเนียมทุกอย่างต้องพังเพราะแก! ไสหัวออกไปจาก
สถานีรถไฟเลยนะ แม่ง หลังจากนี้ถ้าบิดาเจอแกอีก ฉันก็จะจัดการแก
อีก!”
เมื่อคนนั้นพูดจบ ก็หยิบเอาท่อเหล็กที่อยู่ใกล้ๆ ฟาดใส่แขนของ
ชายคนนั้น
ฉินเฉาตกใจ ชายคนนี้ต้องการหักแขนของฝั่งตรงข้าม!
แต่ตอนนี้เอง เขาก็ได้ยินเสียง แกร๊ง! ดังมา พร้อมๆ กับท่อเหล็กที่
งออย่างไม่คาดคิด