มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 926: เสี่ยวอิงไปโรงเรียนอนุบาล
“เฮ้ ฉินเฉา นายมองหาฉันอยู่เหรอ?”
เสี่ยวไป๋ลากวิกนี่ออกมาจากสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา มายัง
เมืองซู่หนานโดยที่สมองของเธอยังตามเรื่องราวใด ๆ ไม่ทัน
“เธอดูนี่ก่อน”
ฉินเฉาดันกระดาษแผ่นนั้นไปตรงหน้าวิกนี่ เธอรับมาอ่านก่อนที่สี
หน้าของเธอจะเปลี่ยนแปลงไปทันที
“ไม่ดีแล้ว ยังไงก็ห้ามไปเป็นอันขาด!”
วิกนี่ฉีกกระดาษแผ่นนั้นทันที “มันเป็นกับดัก! หรือถ้าจะให้พูดเป็น
ภาษาจีนของนาย นี่ก็คืองานเลี้ยงสังหาร!”
“วิกนี่ ไม่คิดเลยว่าไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน ภาษาจีนของเธอจะดีขึ้น
ขนาดนี้”
ฉินเฉายิ้ม
“ยังจะมีหน้ามายิ้มอยู่อีก!”
วิกนี่ทุบโต๊ะ “ยังไงก็ไปไม่ได้เด็ดขาด พระสันตะปาปา พวกสเกล
ตันมันกล้าที่จะแยกตัวออกไปจากวิหารแห่งความมืดแล้ว ยังไงพวกมัน
ก็ไม่คิดจะกลับมาแน่ เพราะหลังจากกลับมาแล้ว พวกมันจะต้องอยู่ใต้
การบัญชาของพวกเรา ทั้งทรัพย์สินและกำลังพลจะต้องอยู่ในการ
ควบคุมของพวกเราไปด้วย”
“วิกนี่ เธออย่าเพิ่งตื่นตูมไปก่อนเลย”
ฉินเฉาลูบหลังวิกนี่ “พระสันตะปาปาของเธอวางแผนเอาไว้แล้ว”
“ใช่ ยังไงฉันก็จะไป”
ซูจีพยักหน้าก่อนที่เธอจะถลึงตามองฉินเฉา เพื่อบอกว่าเขากับ
วิกนี่จะอยู่ใกล้กันเกินไปแล้ว
“คราวนี้ถึงยังไงฉันก็ต้องไป ไม่อย่างนั้นชื่อของพระสันตะปาปา
แห่งความมืดคงได้โดนดูถูกแน่ ไม่ว่าจะเป็นพระสันตะปาปาแห่งความ
มืด หรือชื่อของวัดเป่าไต้เขาซงซาน ยังไงฉันก็จะทำให้เสียชื่อไม่ได้”
ซูจียอมรับตำแหน่งพระสันตะปาปาแห่งความมืดมาแล้ว ยังไงเธอ
ก็ต้องทำ
“ไม่ดีแน่ ฝ่าบาท อย่าไปเลย ท่านไตร่ตรองดูอีกครั้งเถอะ!”
วิกนี่รีบกล่าวโน้มน้าวว่า “ในกระดาษแผ่นนี้กล่าวเชิญแค่พระ
สันตะปาปาและคนของวิหารแห่งความมืดเท่านั้น และยังระบุเอาไว้ว่า
เพื่อแสดงความจริงใจ หวังว่าจะไม่นำคนอื่นไปด้วย มันชัดเจนแล้วว่า
พวกมันไม่ต้องการให้ฉินเฉาไปด้วย”
“ใช่ ดูเหมือนว่าสเกลตันคงไม่เต็มใจที่จะต้อนรับฉันสักเท่าไหร่”
ฉินเฉายิ้ม “แต่ถึงพวกมันจะไม่ต้อนรับแล้วยังไงล่ะ? ปัญหาที่ใหญ่
ที่สุดในตอนนี้ของฉันก็คือฉันชอบเรื่องสนุก แต่ดันไม่ได้ถูกรับเชิญ”
“อืม แต่เรื่องนี้ก็ต้องคิดให้รอบคอบเหมือนกัน”
ซูจีกล่าวว่า “ถ้านายปรากฏตัวที่นั่น สเกลตันคงจะกลัวหัวหดจนไม่
กล้าทำตามแผนแน่ ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นถึงฉันไปที่นั่นก็คงไม่มีประโยชน์”
“อืม วางใจได้เลย เมื่อถึงเวลานั้นฉันจะไม่ปรากฏตัวออกมา
แน่นอน”
ฉินเฉายิ้ม “ถ้าถึงตอนนั้นเสี่ยวไป๋ก็มาร่วมสนุกด้วยกันสิ”
“ค่ะนายท่านฉิน ฉันถนัดเรื่องการพรางตัวที่สุดอยู่แล้ว”
เสี่ยวไป๋มีความสามารถในการแปลงโฉมของตัวเอง
เมื่อเวลานั้นมาถึงเธอก็จะเข้าไปร่วมสนุกในงานเลี้ยงสังหาร
“พวกเธอเสียสติกันไปแล้ว…..”
วิกนี่มองพวกฉินเฉาแล้วส่ายหัวซ˺าแล้วซ˺าอีก
“วิกนี่ เธอไม่รู้หรือไง”
ซูจียิ้มและมองลูกน้องที่แสนซื่อสัตย์ของเธอ “ในประเทศจีนของ
เรามีคำกล่าวเอาไว้ว่า ไม่เข้าถ˺าเสือ ก็ไม่ได้ลูกเสือ พวกเรากำลังกังวล
เพราะหาสเกลตันไม่เจอ แต่ตอนนี้พวกมันมาอยู่หน้าประตูเองแล้ว นี่
เป็นโอกาสที่หาไม่ได้ง่าย ๆ”
“ซูจีพูดถูก”
ฉินเฉากล่าวสนับสนุนซูจี “แต่แน่นอนว่ายังไงฉันก็จะไม่ปล่อยให้
ผู้หญิงของฉันตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นเราจะต้องวางแผนกันให้
เรียบร้อยเสียก่อน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือฉันจะใช้วิธีไหนในการส่งตัวซู
จีออกไปถ้ามีอะไรเกิดขึ้น”
“นายไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันมีพลังแมงมุมพิษเก้าเร้นลับอยู่ ถ้า
ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันจริง ๆ ฉันจะใช้วิชาแยกช่องว่าง
อากาศเอง”
ซูจีกล่าว
“ไม่ได้ ถ้าเกิดพวกมันกักขังช่องว่างนั้นไว้เธอจะออกมาไม่ได้”
ฉินเฉากล่าว เขาจำได้ว่าเขามีประสบการณ์ถูกขังมาหลายครั้ง
หลายหนแล้ว
“ถ้าเป็นเรื่องนี้ยังมีวิธีอยู่”
วิกนี่เห็นว่าทุกคนได้ตัดสินใจกันลงไปแล้ว เธอจึงไม่มีทางเลือก ได้
แต่แนะนำแผนการหลบหนีเพื่อความปลอดภัยของพระสันตะปาปา
“วิหารแห่งความมืดได้พัฒนาม้วนกระดาษสำหรับใช้หลบหนีในพื้นที่ที่
ถูกกักขังโดยเฉพาะ หากโดนกักขังในช่องว่างนั้นจริง ๆ ขอเพียงแค่ใช้
ม้วนกระดาษหลบหนีก็จะสามารถออกไปได้ทันที”
“หืม? มันคือสิ่งที่ราศีพฤษภ จอห์น ใช้ก่อนหน้านี้หรือเปล่า?”
ฉินเฉานึกย้อนกลับไป
“ใช่ จอห์นฝากขอบคุณนายด้วย ถ้าไม่ได้นาย เขาคงจะถูก
คริสตจักรโรมันประหารชีวิตไปแล้ว”
วิกนี่ยิ้มให้ฉินเฉา
“ไม่นับเป็นอะไรเลย แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
ฉินเฉาโบกมือ “เรื่องนี้คงต้องลำบากวิกนี่ให้ช่วยหาม้วนกระดาษ
หลบหนีให้ซูจีซักม้วน”
“ไม่ใช่เรื่องยาก แต่คงต้องใช้เวลาสักหน่อย”
วิกนี่บอกว่า “ตอนนี้ในวิหารแห่งความมืดของเราไม่มีม้วนกระดาษ
หลบหนีเหลืออยู่เลยจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อสร้างมันขึ้นมาใหม่ โชคดีที่
จอห์นเป็นช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญในการสร้างม้วนกระดาษ มันน่าจะเสร็จ
เรียบร้อยภายในสัปดาห์นี้”
“เยี่ยมไปเลย”
ฉินเฉาจินตนาการไม่ออกเลยว่าชายร่างสูงใหญ่คนนั้นจะกลายเป็น
ช่างฝีมือได้
“โอเค งั้นพวกเรามาเปิดปราชุมเพื่อคุยรายละเอียดของแผนการ
กันเถอะ… ฉินเฉา นายอย่านั่งเฉย ๆ นายต้องไปรับเสี่ยวอิงที่โรงเรียน
อนุบาล”
“โอ้ใช่ เธอไม่ว่างนี่นา”
ฉินเฉามองซูจีก่อนที่เขาจะยักไหล่ “วันนี้ฉันจะเป็นคนไปรับเอง”
หลังจากที่ฉินอิงมาอยู่กับฉินเฉา เขาก็ให้ฉินอิงเข้าเรียนในโรงเรียน
อนุบาล
เขาไม่สามารถปล่อยให้ฉินอิงอยู่กับพวกผู้ใหญ่ตลอดทั้งวันได้ เด็ก
ก็ควรมีโลกของเด็ก
“ฉันไปก่อนนะ ถ้าเธอตกลงกันได้แล้วก็บอกฉันแล้วกัน ฉันอยาก
เสนอความคิดเห็นสักหน่อย”
เมื่อพูดจบฉินเฉาก็เปิดประตูสำนักงานออกไป ก่อนที่เขาจะต้อง
ตกใจ
เชี่ย ที่หน้าประตูมีพวกยามยืนออกันอยู่เต็มไปหมด
“พวกนายวิ่งมาดูละครอะไรกันอยู่!”
หัวของฉินเฉาปรากฏเส้นเลือดสีน˺าเงินขึ้นมา
“เฮ้ อะไรกัน พวกเราก็มาหาพี่ฉินยังไงล่ะ”
จางหลี่ส่งยิ้มอย่างมีเลศนัย
ความจริงแล้วความคิดของพวกเขานั้นชั่วร้ายมาก
เมื่อยามกลุ่มนี้เห็นว่าอาจารย์ซูและฉินเฉาล็อกประตูห้อง
สำนักงาน แน่นอนว่าพวกเขาก็อดคิดอกุศลไม่ได้ พวกเขาคิดว่าทั้งสอง
คนคงกำลังทำอะไรกันอยู่จึงล้อมวงมาแอบฟังเสียงด้านใน
ท้ายที่สุดแล้วยิ่งพวกขาแอบฟังด้านในนานเท่าไหร่ ก็พบว่ามีเสียง
ของผู้หญิงเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
หรือทั้งสองคนจะดูหนังกันอยู่ในสำนักงาน?
แต่เมื่อเปิดประตูออกมา เยี่ยมจริง ๆ มันกลับมีกลุ่มสาวสวยอยู่
ด้านใน!
แถมยังมีสาวน้อยชาวต่างชาติด้วย!
หรือว่าเมื่อกี้พี่ชายฉินจะทำสงครามหมู่กับพวกเธออยู่ใน
สำนักงาน?
เชี่ย เขาช่างร้อนแรงเกินไปจริง ๆ
“ยังไม่รีบไปทำงานอีก! ไม่เอาโบนัสกันแล้วใช่มั้ย!”
พอฉินเฉาตวาดพวกเขาก็รีบกระจายตัวกันออกไปทันที แต่รอยยิ้ม
กริ่มบนใบหน้าที่ปรากฏอยู่นั้นบ่งบอกว่าไม่ได้กำลังคิดเรื่องดี ๆ อยู่
แน่นอน
ฉินเฉาเองก็ขี้เกียจเกินกว่าจะไปจัดการกับพวกเขา เขาเดินออกไป
ข้างนอกทั้งที่ยังอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกเนคไทสีแดงและสวมกางเกง
สีดำ
เนคไทสีแดงทำให้ฉินเฉารู้สึกราวกับเป็นผ้าพันคอแดง (กลุ่มผู้
บุกเบิกของประเทศจีน) แต่หลงเบลล์บอกให้เขาใส่เข็มขัดเพื่อแสดง
ตัวตนของสมาคมต้าฉิน
อย่างไรก็ตาม ที่จริงแล้วชุดนี้นับว่าดีมาก
หลงเบลล์เป็นคนเลือกเนคไทสีแดงนี้ให้เขาโดยเฉพาะ รู้สึกว่าจะ
เป็นแบรนด์ Mogless หรืออะไรฉินเฉาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เขาก็
รับมันมาไว้ก่อน
“พี่ฉิน เดินทางปลอดภัยล่ะ!”
เมื่อฉินเฉาเดินออกมาก็มียามหลายคนเข้ามาทักทายเขา เขาเดิน
ออกมาและพบจักรยานของเขา
ลูกของเขาคันนี้เคยให้ซูจีและซูเฟยซ้อนมาก่อน ไม่คิดว่าวันนี้เขา
จะกลับมาหามันอีกครั้ง
แต่ตอนนี้เขาต้องไปโรงเรียนอนุบาลก่อน
โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้เป็นโรงเรียนอนุบาลเอกชนที่ดีที่สุดในเมือง
ซู่หนาน
ฉินอิงยืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนตัวน้อยของเธอ และมีเสี่ยวเจิ้งไท่ที่กำลัง
พยายามดึงมือของฉินอิงอยู่
“ฉินอิง… ฉัน ฉันมีอมยิ้ม ฉันจะให้เธอกินถ้าเธอมาเป็นแฟนของ
ฉัน”
คำพูดของเสี่ยวเจิ้งไท่ทำให้ผู้ปกครองที่มารับเด็ก ๆ หัวเราะ
เด็กสมัยนี้น่าสนใจจริง ๆ
อย่างไรก็ตามเด็กในวัยนี้เข้าใจว่าความรักคือการเลียนแบบผู้ใหญ่
นั่นนับเป็นเรื่องที่สามารถสร้างความสนุกได้
“ไม่มีทาง”
ฉินอิงมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็กทั่วไป เธอจึงปฏิเสธเสี่ยวเจิ้ง
ไท่ไปอย่างเด็ดขาด “พวกเรายังเด็กเกินกว่าที่จะมีความรัก ถ้านายชอบ
ฉัน นายก็รอไปอีกสักยี่สิบปีแล้วค่อยกลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง แต่อม
ยิ้มอันนี้ไม่ต้องรอหรอก ฉันจะรับมันเอาไว้เอง”
ฉินอิงกล่าวก่อนที่เธอจะยื่นมือออกไปหยิบอมยิ้ม แกะห่อและเอา
เข้าไปในปาก
“โอ้ เด็กคนนี้น่ารักมากเลย”
มีผู้ปกครองบางคนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาเพราะความน่ารัก
ของโลลิน้อย
“งั้นฉันจะรอเธอยี่สิบปี!”
เสี่ยวเจิ้งไท่พูดด้วยความจริงจัง
“โอ้ ต้องบอกนายอีกอย่าง”
ฉินอิงจับมือเล็ก ๆ ของเสี่ยวเจิ้งไท่และพูดว่า “แม่เล็กของฉันบอก
ว่าลมปากของผู้ชายเชื่อถือไม่ได้ คำพูดของผู้ชายก็เหมือนน˺าที่ไหลลง
บนพื้นและระเหยไปจนหมด”
“ไม่ใช่นะ!”
เสี่ยวเจิ้งไท่ตบหน้าอกตัวเองแล้วพูดว่า “พ่อของฉันบอกฉันเอาไว้
ว่า ลูกผู้ชายตัวจริงต้องรักษาคำพูด”
“ลูกผู้ชายอะไรล่ะ นายยังเป็นเด็กอยู่เลย”
ฉินอิงอดไม่ได้ที่จะดูถูกเสี่ยวเจิ้งไท่ “ปะป๊าของฉันสิ ถึงจะเรียกว่า
ลูกผู้ชาย”
“ฉันจะแข็งแกร่งกว่าพ่อของเธอ!”
เสี่ยวเจิ้งไท่ตะโกนออกมาด้วยความมั่นใจ
“เป็นไปไม่ได้หรอก ไม่มีใครแข็งแกร่งไปกว่าปะป๊าของฉันแล้ว”
ฉินอิงเบ้ปาก “นายเลิกหวังไปตลอดชีวิตนั่นแหละ”
“เธอดูถูกฉัน ฮือ…”
เสี่ยวเจิ้งไท่พูดทั้งน˺าตา
แต่ฉินอิงปล่อยแขนของเสี่ยวเจิ้งไท่ทันที “นายจะร้องไห้ทำไม
นายจะแข็งแกร่งกว่าปะป๊าของฉันไม่ใช่หรือไง ถ้านายร้องไห้แบบนี้
เด็กผู้ชายทุกคนก็ต้องร้องไห้หมดแล้ว อย่าร้องเลย เดี๋ยวฉันจะให้อมยิ้ม
นายเอง”
เมื่อพูดดังนั้นฉินอิงก็ยื่นอมยิ้มให้เสี่ยวเจิ้งไท่
“ฉันไม่อยากกิน ฮือ ฉันเป็นลูกผู้ชาย!”
เสี่ยวเจิ้งไท่เริ่มร้องไห้หนักขึ้น
ฉินอิงมองอีกฝ่ายที่กำลังร้องไห้อย่างไม่รู้ว่าจะปลอบยังไงดี
ถึงคุณครูจะมาแต่เขาก็ยังไม่หยุดร้อง
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ปกครองของเสี่ยวเจิ้งไท่ที่มารับเขาก็มาถึง
เมื่อเห็นลูกของเธอร้องไห้ คนเป็นแม่ก็ขมวดคิ้วแล้วพูดด้วยความโกรธ
ทันที
“ใครกล้ามารังแกเจ้าตัวเล็กของฉัน!”
เมื่อเสี่ยวเจิ้งไท่เห็นแม่ของเขากลับมา เขาก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นทันที
จนเรียกได้ว่าเป็นฝนลูกแพร์
“ร้องไห้แบบนี้ยังบอกว่าเป็นลูกผู้ชายอยู่อีก”
ฉินอิงกำลังกินอมยิ้มอยู่
“ขอโทษค่ะพี่สาวหลี่ เด็กทุกคนมักจะยังไม่มีเหตุมีผล เพียงแค่
ทะเลาะกันเขาก็ร้องไห้ได้แล้ว”
คุณครูอนุบาลสาวแสนสวยยืนขึ้นและกล่าวออกมา
“พวกคุณเปิดโรงเรียนอนุบาลกันได้ยังไง ถึงปล่อยให้มีคนมารังแก
ลูกชายของฉันแล้วไม่สนใจไยดีแบบนี้!”
หลี่ถงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน เธอขมวดคิ้วมุ่นก่อนที่จะเท้าเอว
มองลูกชายของเธอและกล่าวว่า “บอกแม่มาว่าใครเป็นคนรังแกลูก! ถึง
ลูกของฉันจะไม่พูดแต่วันนี้ฉันก็อยากจะรู้จริง ๆ ว่าครอบครัวแบบไหน
ที่สั่งสอนเด็กคนนั้นมา ถึงได้ทำตัวไม่มีการศึกษา มารังแกเด็กคนอื่นใน
โรงเรียนอนุบาลแบบนี้!”
“หนูเองค่ะ”
ฉินอิงเงยหน้าขึ้นมองหลี่ถง “คุณป้าอยากจะถามเหตุผลกับหนู
เหรอคะ?”