มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 927: ฝ่ามือเทพสะท้าน
“ใครอยากจะไปคุยกับเด็กไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างเธอ!”
หลี่ถงยืนเท้าเอวและกล่าวด้วยความเย่อหยิ่งว่า “ฉันจะรอคุยกับ
ผู้ปกครองของเธอว่าเขาสอนลูกมายังไง ถึงได้มารังแกคนอื่นตั้งแต่อายุ
ยังน้อยแบบนี้ แล้วในอนาคตเธอจะเป็นยังไง?”
เสียงตะโกนของหลี่ถงดึงดูดความสนใจของผู้คนที่อยู่รอบ ๆ พวก
เขาสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้ตะคอกใส่เด็กด้วยเรื่องอะไร
คุณครูในโรงเรียนอนุบาลเองก็อยากเข้าไปเกลี้ยกล่อมเช่นกัน แต่
ความหยาบคายและไร้เหตุผลของหลี่ถงผู้นี้ก็เป็นที่เลื่องลือ ทำให้ทั้ง
คุณครูหรือผู้ปกครองคนอื่น ๆ ต่างไม่มีใครที่จะกล้าเข้าไปยั่วยุเธอ
ครั้งล่าสุดที่ลูกชายของเธอไม่ยอมกินข้าวและจะกินแต่ขนม แต่
คุณครูไม่เห็นด้วยเพราะการกินแต่ขนมนั้นไม่ดีต่อพัฒนาการทาง
ร่างกายของเด็ก ลูกชายของเธอจึงกลับบ้านไปฟ้องเธอว่าคุณครูไม่ยอม
ให้เขากิน
จากนั้นหลี่ถงคนนี้ก็มาโวยวายถึงโรงเรียนราวกับเป็นซุนหงอคงใน
ไซอิ๋ว หลังจากนั้นแม้แต่อาจารย์ใหญ่เอง เมื่อเจอเธอก็ต้องรีบเดินหนี
“คุณป้าท่านนี้ ก่อนที่คุณป้าจะพูดอะไรหนูอยากให้คุณป้าเข้า
ใจความจริงก่อน”
ในใจของฉินอิงไม่ถือโทษโกรธคุณป้าคนนี้เลย เธอยืนกุมมือของ
เธอเอาไว้ราวกับเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อยแล้วกล่าวว่า “คุณป้าจะคิดว่าเขา
เป็นฝ่ายถูกต้องเพราะเขาร้องไห้ไม่ได้นะคะ ร้องไห้แบบนี้หนูเองก็ทำได้
ในวัยของพวกเราถึงไม่อยากร้องไห้ก็ยังต้องร้องออกมา”
เธอกล่าวก่อนจะเช็ดน˺าตาให้เสี่ยวเจิ้งไท่ “เป็นผู้ชายเขาไม่มา
ร้องไห้กันหรอก มันน่าขายหน้า!”
เสี่ยวเจิ้งไท่มอง ก่อนที่น˺าตาของเขาจะไหลเพราะเขารู้สึกมี
ความสุขมากขึ้น
“เด็กคนนี้มารังแกลูกชายของฉันได้ยังไง!”
“ทำไมคุณป้าถึงบอกว่าหนูไปรังแกลูกชายของคุณป้าล่ะคะ?”
ฉินอิงเงยหน้ามองหลี่ถงและเอ่ยถาม
“เธอว่าเขา นี่มันไม่ถูกต้อง!”
หลี่ถงกล่าวด้วยความโกรธเคือง
“หนูไปว่าเขาเหรอ? หนูไปว่าเขาตอนไหนล่ะคะ คุณป้านั่นแหละที่
กำลังว่าหนูอยู่ตอนนี้ ยิ่งไปกว่านั้นคุณเป็นผู้ใหญ่ ส่วนหนูยังเป็นเด็ก
คุณนั่นแหละที่กำลังรังแกหนูอยู่!”
คำพูดของฉินอิงเรียกความสนใจจากผู้คนที่อยู่รอบ ๆ
เฮ้ เด็กคนนี้น่าสนใจจริง ๆ!
เมื่อเจอคำพูดนี้เข้าไปหลี่ถงก็สะอึกไปทันที
“ฉัน ฉันไม่คุยกับเด็กที่ไม่เข้าใจอะไรอย่างเธอหรอก ถ้าพ่อแม่ของ
เธอมาเมื่อไหร่ฉันจะคุยกับเขา!”
“คุณป้าพูดไม่ถูกอีกแล้วนะคะ”
ฉินอิงเปิดปากเอ่ยออกมาว่า “คุณป้าคิดว่าหนูยังเด็กและไม่เข้าใจ
อะไร งั้นลูกของคุณป้าก็ควรจะไม่เข้าใจอะไรไปด้วยสิคะ แล้วทำไม
ตอนเขาร้องไห้ คุณถึงคิดว่าเขาถูกรังแกล่ะ ทั้งก่อนและหลัง คุณป้า
พูดจาไม่สมเหตุสมผลเลย”
“ฉัน ฉัน…..”
หลี่ถงรู้สึกต้องการลิ้นเพิ่ม
ช่วยบอกเธอทีว่านี่คือเด็ก 5 – 6 ขวบจริง ๆ!
หากเธอรู้ว่าที่จริงแล้วฉินอิงมีอายุแค่เพียง 1 ขวบเท่านั้น บางทีเธอ
อาจจะต้องร้องไห้ออกมา
นั่นเป็นเพราะวิชาจิตก่อเกิดของฉินเฉาที่ทำให้ฉินอิงดูโตกว่าอายุ
จริงไปมาก เธอดูเหมือนโลลิตัวน้อยที่มีอายุ 4 – 5 ขวบ ทั้งที่จริงแล้วเด็ก
คนอื่นในวัยนี้ยังทำได้แค่เพียงหัดเดินอยู่เท่านั้น
เมื่อหลี่ถงเห็นผู้คนรอบ ๆ พากันชี้มาที่เธอ เธอจึงรู้ตัวว่ามันน่า
ละอายแค่ไหน เธอไม่อยู่รอคุยกับพ่อแม่ของฉินอิงและรีบอุ้มลูกชาย
เดินหนีไปทันที
คุณครูโรงเรียนอนุบาลอดคิดในใจไม่ได้ว่า ปากเล็ก ๆ ของเด็กคนนี้
ช่างเฉียบคมมาก เมื่อโตขึ้นเธอจะต้องเป็นเจ้าคนนายคนที่ร้ายกาจ
อย่างแน่นอน
พ่อแม่ที่สอนเด็กได้ขนาดนี้จะเป็นยังไง?
ในขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นเธอก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อโค้ตสีดำ
เดินเข้ามาในโรงเรียนอย่างช้า ๆ
ผู้คนรอบ ๆ อดไม่ได้ที่จะให้ความสนใจและคิดในใจว่า คนคนนี้
เป็นอะไร ร้อนขนาดนี้ยังใส่เสื้อหลายชั้นอีกเหรอ?
“ปะป๊า!”
หลังจากที่ฉินอิงเห็นเขา เธอก็รีบกระโดดเข้าสู่อ้อมแขนของชาย
คนนี้ทันที
“เสี่ยวอิงที่แสนฉลาด วันนี้ปะป๊าเป็นคนมารับหนูกลับบ้าน”
ชายคนนั้นหยิกแก้มของฉินอิงพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะจูงมือเล็ก ๆ
ของเธอแล้วหันหลังเดินออกไป
“ลาก่อนค่ะคุณครู!”
ฉินอิงเป็นคนสุภาพมาก เธอหันกลับมากล่าวลาคุณครู
“ฉินอิง แล้วเจอกันใหม่นะจ๊ะ”
คุณครูคิดในใจว่าเด็กคนนี้เป็นคนน่ารักมาก และกลายเป็นว่าพ่อ
ของเธอก็ดูไม่ธรรมดา
อย่างไรก็ตามเธอยังต้องดูแลเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ จึงไม่ได้เก็บ
เรื่องนี้มาคิดมาก
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงยางที่เสียดสีกับพื้นถนนก็ดังขึ้นที่หน้า
ประตูในทันที
เธอเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าผู้ชายคนเมื่อกี้กลับมา แต่คราวนี้เขา
สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและใส่เนคไทสีแดงที่ดูเด่นสะดุดตา
เอ๋ ทำไมเขากลับมาเร็วจัง? แล้วยังเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยงั้นเหรอ?
“สวัสดีครับ ผมคือพ่อของฉินอิง ผมมารับเธอกลับบ้าน”
ฉินเฉาเดินเข้ามาในโรงเรียนอนุบาลแล้วพูดกับคุณครูด้วยความ
สุภาพ
“เอ๋?”
คุณครูสาวคนสวยมองชายตรงหน้าด้วยความตกใจ “คุณ เมื่อกี้คุณ
ไม่ได้มารับฉินอิงไปแล้วเหรอคะ?”
“อะไรนะครับ?”
ฉินเฉาตกใจและรีบเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว “คุณบอกว่าเมื่อกี้คุณ
เห็นผมเป็นคนมารับฉินอิงไปแล้วเหรอ?”
“ค่ะ… เมื่อกี้ฉันเห็นคุณ แต่คุณสวมเสื้อโค้ตสีดำ…..”
คุณครูสาวคิดว่าผู้ชายคนนี้คงจะป่วยเป็นโรคประสาท
“แย่แล้ว นี่มันแย่มาก!”
ฉินเฉาอุทานออกมาทันที มันจะต้องเป็นใครสักคนที่ปลอมตัวเป็น
เขาและพาฉินอิงไปอย่างแน่นอน
เขาไม่มีเวลาพอที่จะอธิบายให้คุณครูโรงเรียนอนุบาลฟัง เขารีบวิ่ง
ออกไปขี่จักรยาน ก่อนจะเรียกใช้พลังของสุนัขปีศาจเก้าเร้นลับให้ไล่
ตามกลิ่นของลูกสาวของเขาไปทันที
เสี่ยวอิง ลูกจะต้องไม่เป็นอะไร!
……………………
“คุณลุง ที่นี่ไม่มีใครอยู่แล้ว คุณลุงมีเรื่องอะไรจะคุยกับเสี่ยวอิง
เหรอคะ”
อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวอิงเดินตามคนที่เหมือนกับพ่อของเธอราวกับ
เป็นคนคนเดียวกันมาจนถึงในซอยที่ไม่มีคนอยู่ เสี่ยวอิงปล่อยมือชาย
คนนั้นแล้วหันมาถามเขาทันที
“เสี่ยวอิง ฉันคือปะป๊าของลูกไง ไม่ใช่คุณลุงที่ไหน”
ชายคนนั้นคุกเข่าลงก่อนจะลูบหัวของเสี่ยวอิง “ลูกโตขนาดนี้แต่
เรียกชื่อผิดอยู่อีกเหรอ”
“คุณลุงคะ หนูว่าคุณลุงคงเข้าใจผิดแล้ว”
เสี่ยวอิงที่กำลังกินอมยิ้มอยู่ เธอเอียงหัวแล้วพูดอย่างน่ารักว่า
“ปะป๊าของหนูมีแค่คนเดียว และคุณลุงก็ไม่ใช่ปะป๊าของหนูด้วย”
“โอ้?”
ชายคนนั้นยิ้มออกมา “เด็กตัวเล็ก ๆ อย่างเจ้ามองออกด้วยงั้น
เหรอ?”
“ถึงแม้ว่าคุณลุงจะปลอมตัวจนเหมือนกับปะป๊าของหนู แต่กลิ่น
อายของคุณลุงมันแตกต่างออกไป เอาล่ะ ถ้าคุณลุงมีเรื่องอะไรก็รีบพูด
มาเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นคุณลุงคงจะเจอกับปะป๊าที่กำลังไล่ตามมา”
ฉินอิงรู้ถึงความสามารถของพ่อเธอเป็นอย่างดี
“เจ้าช่างเป็นเด็กที่น่ารักและชาญฉลาดจริง ๆ”
ชายคนนั้นคุกเข่าลงกับพื้นแล้วมองฉินอิงด้วยรอยยิ้ม “ข้ามีชื่อว่า
ไป๋เจ๋อ ข้าเป็นขุนพลแห่งอสูรโบราณ ข้ามาหาเจ้าเพื่อจะพาเจ้าไปเป็น
แขกของที่นั่นสักสองสามวัน เจ้าจะว่ายังไงล่ะ?”
“คงจะไม่ได้หรอกค่ะ”
ฉินอิงส่ายหน้า “แม่เล็กบอกหนูเอาไว้ว่าอย่ากลับบ้านกับคนแปลก
หน้า”
“คุณลุงผู้นี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า”
ไป๋เจ๋อยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า “ข้ากับบิดาของเจ้ารู้จักกันมาเนิ่น
นานมากแล้ว”
“นั่นก็ไม่ได้ค่ะ”
ฉินอิงยังคงส่ายหน้า “แม่เล็กบอกหนูเอาไว้ว่า ถ้ามีคนมาบอกว่า
เป็นเพื่อนของปะป๊ากับหม่าม๊า หนูต้องไม่ไปไหนด้วย เรื่องพวกนี้เป็น
สามัญสำนึก คุณลุง ถึงหนูจะเป็นเด็กแต่คุณลุงก็ทำเหมือนกับหนูเป็น
คนโง่ไม่ได้นะคะ”
“อิงเทียนให้กำเนิดเด็กสาวที่ชาญฉลาดขนาดนี้ออกมาจริง ๆ”
ไป๋เจ๋อถอนหายใจด้วยอารมณ์ “แล้วแม่เล็กของเจ้าได้บอกด้วย
หรือไม่ว่าถ้าหากมีคนไม่ดีคิดจะพาตัวเจ้าไป แล้วเจ้าปฏิเสธขึ้นมาจะ
เกิดอะไรขึ้น?”
จากนั้นร่างของคนคนหนึ่งก็กระโดดลงมาจากบนหลังคาที่อยู่ใกล้
ๆ นี้
คนคนนั้นสูงถึงสองเมตรและรูปร่างผอมบางจนดูราวกับเศษสาย
ป่าน เขามีใบหูคู่หนึ่งที่กางออกมา ยืนอยู่ข้าง ๆ ไป๋เจ๋อ
“คุณลุง การลักพาตัวและชิงตัวเด็กมันผิดกฎหมายนะคะ ตำรวจ
จะต้องมาจับคุณลุงแน่ ๆ”
“กฎหมายล้วนไร้ประโยชน์สำหรับพวกเรา งูจำแลงกายจงพาตัว
เธอไปซะ ข้าสัมผัสได้ว่าอิงเทียนกำลังจะมาที่นี่”
ไป๋เจ๋อโบกมือ ชายเศษสายป่านจึงยื่นมือออกมาเพื่อจะจับตัวฉิน
อิงเอาไว้
พรึบ!
แต่ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ ก็มีปีกสีขาวปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเสี่ยวอิง
ปีกคู่นั้นเริ่มกระพือพาร่างกายของเธอบินหนีมือของงูจำแลงกายไปไกล
หลายเมตรในทันที
“โลลิค่อนกันทั้งคู่”
เสี่ยวอิงยืนบนเบาะของจักรยานคันหนึ่ง เธอมองอสูรที่ร้ายกาจทั้ง
สองตนที่กำลังประหลาดใจ แล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ถึงแม้ว่าพวก
คุณลุงจะเป็นผู้ใหญ่แต่ก็ประมาทเสี่ยวอิงไม่ได้นะ จะจับเสี่ยวอิงคงจะ
ยากสักหน่อย”
“เร่งมือเร็วเข้า ไม่ต้องออมมือกับสาวน้อยผู้นี้แล้ว”
ไป๋เจ๋อกล่าวเตือนสติงูจำแลงกายของเขา ก่อนที่จะหยิบหนังสือ
ออกมาเปิดแล้วท่องคาถา
ทันใดนั้นพื้นในซอยก็กลายเป็นโคลนตมไปทันที ในไม่ช้าฉินอิงก็
พบว่าจักรยานที่เธอกำลังเหยียบอยู่นั้นกำลังจมลงไป
ที่นี่ไม่ใช่พื้นถนนลาดยางอีกต่อไป แต่มันถูกเปลี่ยนเป็นหนองน˺า
เพราะไป๋เจ๋อ
งูจำแลงกายที่อยู่ข้าง ๆ เขายื่นมือทั้งสองข้างจุ่มเข้าไปในหนองน˺า
นั้นทันที
ถึงแม้ว่าระยะทางจะอยู่ห่างกันมากกว่าสิบเมตร แต่ในหนองน˺าใต้
ร่างของฉินอิงกลับมีแขนสองข้างโผล่ขึ้นมาจับตัวเธอเอาไว้
“โลกวัชระ!”
ฉินอิงรีบปลดปล่อยกลุ่มก้อนพลังสีทองออกมาห่มหุ้มร่างกายเล็ก
ๆ ของเธอเอาไว้ทันที
เมื่อฝ่ามือนั้นสัมผัสกับม่านพลังสีทองก็พลันกระเด็นออกไป
โลกวัชระนั้นแข็งแกร่งหาที่เปรียบไม่ได้ ฉินอิงหวังว่ามันจะ
สามารถยืนหยัดต้านสิ่งต่าง ๆ ที่หวังจะเข้ามาเอาไว้ได้
เหตุผลที่เธอไม่ปฏิเสธที่จะตามชายที่ปลอมตัวเป็นปะป๊าของเธอ
ออกมา เป็นเพราะว่าเธอกลัวว่าพลังของเขาจะเป็นอันตรายต่อเด็กคน
อื่นในโรงเรียนอนุบาล
ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือเธอต้องแกล้งทำเป็นถูกหลอกและตามมากับ
เขา และเมื่อพวกแม่เล็กพบว่าเธอหายตัวไปก็จะตามปะป๊าทันที
จากนั้นปะป๊าก็จะไล่ตามเธอมาด้วยสุนัขปีศาจเก้าเร้นลับ
แต่สิ่งสำคัญคือเธอต้องถ่วงเวลาและต้านเอาไว้จนกว่าปะป๊าของ
เธอจะมาถึง
ช่วงเวลาที่เสี่ยวอิงเห็นปะป๊าตัวปลอมนั้น ในหัวของเธอก็มี
ความคิดผุดขึ้นมามากมาย
หลังจากที่มือนั้นถูกกระแทกออกไป ร่างสูงของงูจำแลงกายก็โผล่
ขึ้นมาจากหนองน˺าใต้ร่างของเธอ และพุ่งเข้ามาหวังจะจับตัวเธอที่
กำลังกระพือปีกบินอยู่บนท้องฟ้า
“ไม่ให้จับได้หรอก!”
ฉินอิงกระพือปีกส่งร่างของเธอให้บินออกไปไกลอย่างรวดเร็ว
“วารี!”
งูจำแลงกายโบกมือ จากนั้นแขนข้างซ้ายก็พลันกลายเป็น
ของเหลว นิ้วทั้งห้ายื่นออกไปเกิดเป็นตาข่ายน˺าที่พุ่งเข้าไปยังร่างของ
ฉินอิง
“แย่แล้ว!”
ฉินอิงอุทานออกมา ร่างของเธอที่ห่อหุ้มไปด้วยโลกวัชระถูกงู
จำแลงกายจับกุมเอาไว้ได้
แต่เสี่ยวอิงยังไม่เต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้ เธอสูดลมหายใจเข้า
ลึก ๆ ก่อนที่จะเหวี่ยงฝ่ามือผ่านม่านพลังของเธอไปยังร่างของงูจำแลง
กายตนนั้น
“ฝ่ามือเทพสะท้าน!”