มารดาผู้นี้ขอทวงคืน - บทที่ 7 ตัดชุดแต่งงานให้ผู้อื่น (2)
บทที่ 7 ตัดชุดแต่งงานให้ผู้อื่น (2)
ในขณะที่มู่เถากำลังพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อปกปิดเรื่องเหล่านี้ หวังจะรักษาอาการป่วยของเจ้านายให้คงที่เสียก่อน ทว่าท่ามกลางความตึงเครียดนั้น กลับมีสาวใช้รุ่นเยาว์นางหนึ่งผู้ซึ่งเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน หวังเพียงจะได้หน้าและต้องการประจบประแจงคุณหนูใหญ่ เพื่อหาทางลัดสู่ความรุ่งโรจน์ นางจึงได้โพล่งรายงานเรื่องราวออกไปทันที
“เรียนคุณหนู ช่วงที่คุณหนูหมดสติไป ไม่รู้ว่านังลูกอนุผู้นั้นใช้เล่ห์กลใดกันแน่ ถึงได้เป่าหูให้ฮูหยินประกาศรับนางเป็นบุตรในนามได้เจ้าค่ะ! เห็นว่าฮูหยินจะจัดงานวันเกิดให้นางอย่างยิ่งใหญ่เพื่อประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ทั้งยังจะใส่ชื่อของนังลูกอนุผู้นั้นลงในสมุดรายชื่อบรรพชนของสกุลฉู่ให้ทัดเทียมกับคุณหนูเลยนะเจ้าคะ!”
มู่เถาหน้าถอดสีฉับพลัน นางพยายามจะเอื้อมมือไปปิดปากสาวใช้ปากพล่อยผู้นั้น แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว จึงได้แต่ส่งสายตาคาดโทษไปยังสาวใช้รุ่นเยาว์ผู้นั้นแทน
ทางด้านฉู่ซือเยว่ที่ได้ยินเรื่องราวดังกล่าว ร่างทั้งร่างของนางพลันแข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมาจากเบ้า ใบหน้าร้อนผ่าวและแดงก่ำด้วยโทสะที่พลุกพล่าน ฝ่ามือภายใต้แขนเสื้อทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้
นี่ท่านแม่…ท่านแม่จะรับนังลูกอนุผู้นั้นขึ้นมาเป็นเทียบเคียงนางอย่างนั้นหรือ?
หากเรื่องนี้เป็นความจริง ต่อจากนี้ไปฉู่หลันก็จะไม่ใช่เพียงลูกอนุที่นางจะบีบก็ตายจะคลายก็รอดอีกต่อไป แต่อีกฝ่ายจะกลายเป็นบุตรีภรรยาเอกที่มีเกียรติยศและฐานะเทียบเท่านางทุกประการ
“ไม่! ข้าไม่มีวันยอมเป็นอันขาด! นังฉู่หลันไม่มีวันเทียบข้าได้! ไม่มีวัน!”
ฉู่ซือเยว่แผดเสียงร้องออกมาอย่างเสียสติ ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากเตียงทั้งที่ร่างกายยังคงสั่นเทาด้วยพิษไข้ นางเตรียมจะพุ่งออกไปเค้นถามความจริงจากมารดาที่เรือนให้รู้เรื่อง ทว่ามู่เถาก็ได้รีบถลาเข้ามาขวางไว้ก่อน
นางยังคงจำคำสั่งเด็ดขาดของคุณชายใหญ่ได้อย่างแม่นยำ ว่าห้ามให้คุณหนูไปอาละวาดที่เรือนใหญ่ในเวลานี้เป็นอันขาด
“คุณหนู! ใจเย็นก่อนเถิดเจ้าค่ะ ร่างกายท่านยังไม่หายดี หากออกไปยามนี้อาจจะทรุดหนักลงไปอีกนะเจ้าคะ” มู่เถาพยายามอ้อนวอนทั้งน้ำตา พลางกางแขนขวางประตูไว้อย่างสุดชีวิต
“หลบไป!”
ฉู่ซือเยว่ตวาดใส่เสียงแหลม ทั้งยังพยายามทุบตีอีกฝ่ายเต็มแรง ท่าทีดูคลุ้มคลั่งไม่ต่างจากคนเสียสติแม้แต่น้อย แต่มู่เถาก็ยังคงยืนกรานไม่ขยับหนีเช่นเดิม
เมื่อถูกขัดใจในยามที่เพลิงโทสะบังตาจนไร้สติ ฉู่ซือเยว่จึงเริ่มอาละวาดทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าอย่างบ้าคลั่ง นางกวาดแจกันหยกงามและเครื่องแป้งล้ำค่าลงจากโต๊ะจนแตกกระจายเกลื่อนพื้น
เพล้ง!
ปัง!
โครม!
ข้าวของเครื่องใช้ถูกเขวี้ยงทิ้งจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ ทำให้เกิดเสียงดังกึกก้องสลับกับเสียงกรีดร้องก่นด่าต่อเนื่องของฉู่ซือเยว่ ไม่เพียงเท่านั้น นางยังพยายามตบตีและจิกทึ้งเหล่าบรรดาสาวใช้ในเรือนจนเกิดความจลาจลวุ่นวายขึ้นยกใหญ่
“พวกเจ้ามันสารเลว! ท่านแม่ก็สารเลว! ข้าไม่มีวันยอมให้นังฉู่หลันมาเหยียบหัวข้าแน่!”
มู่เถาที่เห็นสถานการณ์เริ่มบานปลายจนเกินจะรับมือไหว นางจึงรีบหันไปสั่งสาวใช้ที่ยืนตัวสั่นอยู่ใกล้ที่สุดด้วยน้ำเสียงร้อนรนและเด็ดขาด
“ไป! รีบไปตามคุณชายใหญ่มาที่นี่เดี๋ยวนี้! บอกท่านว่าคุณหนูใหญ่เสียสติไปแล้ว!”
สิ้นคำสั่ง สาวใช้นางนั้นก็รีบวิ่งออกไปจากเรือนกุ้ยฮวาในทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงแตกหักของข้าวของและเสียงกรีดร้องที่ไม่มีท่าทีจะหยุดลงง่าย ๆ
เพียงไม่นาน ฉู่หยางก็มาถึงเรือนกุ้ยฮวาตามคำเชิญอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในห้องโถงหลัก เสียงกรีดร้องแหลมสูงสลับกับเสียงก่นด่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสียงข้าวของตกแตกกระจายก็ดังกึกก้องเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ
ฉู่หยางก้าวข้ามเศษกระเบื้องเคลือบราคาแพงที่แตกละเอียดเกลื่อนพื้นห้องโถงอย่างใจเย็น ก่อนจะหยุดยืนเบื้องหน้าน้องสาวของตนที่กำลังคลุ้มคลั่ง
“เยว่เอ๋อร์ พอได้แล้ว สงบสติอารมณ์ของเจ้าเสีย ก่อนที่เรื่องนี้จะถึงหูท่านพ่อและทำให้ทุกอย่างแย่ไปมากกว่านี้”
ทันทีที่ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดันของพี่ชาย ฉู่ซือเยว่ที่กำลังเงื้อมือจะขว้างถ้วยชาอีกใบก็พลันชะงักค้างทันที ท่าทีพยศร้ายเมื่อครู่มลายหายไปเกินครึ่ง นางยอมลดมือลงแต่โดยดี ทว่าอกเสื้อยังคงกระเพื่อมไหวรุนแรงตามแรงอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่น
“พี่ใหญ่! ท่านรู้เรื่องนี้แล้วใช่หรือไม่? ท่านแม่จะรับนังชั้นต่ำนั่นเป็นบุตรีภรรยาเอก! ท่านแม่ต้องเสียสติไปแล้วเป็นแน่…”
ฉู่หยางไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขาเดินเข้าไปกุมมือน้องสาวที่ยังคงสั่นเทาด้วยโทสะ แล้วจูงนางให้ไปนั่งลงที่เก้าอี้มุมห้องโถงเพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นชายหนุ่มจึงปรายตามองไปยังมู่เถาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ไม่ไกล โดยที่ไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดออกมาแม้แต่คำเดียว มู่เถาก็เข้าใจความต้องการของคุณชายใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
มู่เถารีบกุลีกุจอสั่งการสาวใช้คนอื่น ๆ ให้เข้ามาเก็บกวาดเศษซากความเสียหายในทันที
“พวกเจ้าช่วยกันเก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว!” นางกำชับเสียงต่ำพลางกวาดสายตาคาดโทษบ่าวรับใช้ทุกคนด้วยความเข้มงวด
“และจำใส่หัวพวกเจ้าไว้ เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ห้ามให้เล็ดลอดออกไปถึงหูคนนอกจวน หรือแม้แต่คนในเรือนอื่นแม้แต่ครึ่งคำ หากข้ารู้ว่าใครปากสว่าง…พวกเจ้าก็รอรับผลกันเอาเองก็แล้วกัน!”
ขณะเดียวกัน ฉู่ซือเยว่ที่ยืนหอบหายใจอยู่ก็ได้ทิ้งตัวลงกับพนักเก้าอี้อย่างคนสิ้นฤทธิ์ นางรับจอกชามาจากพี่ชายด้วยมือที่ยังคงสั่นเทาไม่หาย ก่อนจะระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างไม่อาจห้ามได้
“พี่ใหญ่…ข้าไม่ยอมเด็ดขาด! ท่านแม่ไม่รักข้าแล้วหรือ? ท่านแม่ลืมไปแล้วหรือว่าในจวนแห่งนี้ ข้าคือบุตรสาวเพียงคนเดียวที่นางควรภาคภูมิใจ!”
ฉู่หยางยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์เช่นเดิมไม่เปลี่ยน เขาบรรจงรินชาส่งให้น้องสาวพลางเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ใจเย็นก่อนเถิดเยว่เอ๋อร์ อย่าได้คิดฟุ้งซ่านไปไกล ท่านแม่จะไม่รักเจ้าได้อย่างไร ในสายตานาง เจ้าคือแก้วตาดวงใจที่ไม่มีใครมาทดแทนได้เสมอ”
“แล้วเหตุใดท่านแม่จึงต้องยกนังลูกอนุนั่นเทียบเคียงข้าด้วยกัน…” ฉู่ซือเยว่ถามกลับเสียงสะอื้นไห้
“ก็เพราะเรื่องที่เจ้าทำไว้เองอย่างไรเล่า”
คำพูดเรียบง่ายทว่าแฝงความนัยของพี่ชายพลันทำให้ฉู่ซือเยว่ชะงักค้างไปในทันที นางเผยสีหน้าสับสนออกมาชั่วครู่ด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความงุนงง
“ข้าทำอันใด…ข้าทำผิดที่ใดกัน? ข้าก็แค่สั่งสอนนังลูกอนุไม่เจียมตัวนั่น!”
ฉู่หยางวางจอกชาลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงไม่ช้าไม่เร็ว เพื่อให้คนฟังได้ยินชัดทุกถ้อยคำ
“เมื่อวานนี้ ท่านแม่รู้แล้วว่าฉู่หลันไม่ได้รับเบี้ยหวัดมานานกว่าสามเดือน อีกทั้งยังถูกบ่าวไพร่กลั่นแกล้งสารพัดจนต้องลอบปักผ้านำออกไปขายนอกจวนเพื่อประทังชีวิต เจ้าคิดว่าเรื่องเน่าเฟะเช่นนี้ หากคนนอกล่วงรู้เข้า ย่อมส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของสกุลฉู่เพียงใด?”
“และที่สำคัญที่สุด มันจะกระทบต่อหน้าตาและตำแหน่งขุนนางของท่านพ่อในราชสำนักอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ ท่านแม่จึงจำเป็นต้องรับฉู่หลันเป็นบุตรีในนาม เพื่อกลบเรื่องนี้เสียให้มิดชิด”
ฉู่ซือเยว่รู้สึกราวกับถูกน้ำเย็นจัดราดรดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ทำให้นางได้สติคืนในชั่วพริบตา
นางไม่เคยคิดเลย ว่าการที่นางคอยกลั่นแกล้งรังแกและสั่งให้คนยักยอกเบี้ยหวัดของฉู่หลันมาตลอดหลายปี เพื่อหวังจะให้ฉู่หลันต้องพบกับความทุกข์ทรมานให้สาแก่ใจนางนั้น มันจะกลายเป็นการตัดชุดแต่งงานให้คนอื่นไปเสียได้!
ทั้ง ๆ นางเป็นคนวางแผนทำร้ายอีกฝ่าย แต่กลับกลายเป็นผู้ถางทางส่งเสริมให้ฉู่หลันได้ดิบได้ดีจนกลายเป็นบุตรีภรรยาเอกที่มีฐานะเทียบเท่านางเสียอย่างนั้น
========