มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 10 – ตัวเอก (5)
มันคงจะน่าหัวเราะมากถ้าคนอื่นเห็นมัน ชายวัยผู้ใหญ่ตัว
โตก าลังถูกคว้าคอและยกขึ้นเหมือนกับลิง
ผมเห็นลีฮุนซึงก าลังมองมาทางนี้จากอีกฝากสะพาน สี
หน้าของเขาดูกระวนกระวาย แต่เขาก็ไม่สามารถเห็นสิ่งที่
ก าลังเกิดขึ้นที่นี่ได้จริงๆ มันเนื่องมาจากการคุ้มครอง
ความปลอดภัย ผมจึงมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ได้แต่พวก
เขาไม่สามารถท าได้
“ชื่อ”
“อะไร?”
“นายชื่ออะไร?”
เมื่อเห็นวิธีการพูดที่ไม่แยแสนี้ มันก็เหมือนกับตัวละคร
หลัก แต่มันก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในการกระตุ้นเขาที่นี่
“คิมทกจา”
“ชื่อแปลกๆ”
“ฉันได้ยินแบบนี้มาบ่อยแล้ว”
ในเวลานั้นเอง ท้องของผมก็ยุบเข้ามาและรู้สึกพลิกกลับ
ในขณะที่หมัดของยูจงฮยอคต่อยเข้าใส่มัน
“อั๊ค”
แม้ว่าจะมีผิวหนังที่แม้แต่มีดยังต้องเด้งออก แต่การโจมตี
นี้ก็เจ็บปวดมาก
“นายมีร่างกายที่แข็งแกร่งหนิ นายเข้าใจการใช้เหรียญ
แล้วสินะ?”
“มันก็เหมือนกับนาย”
ปัง มีการต่อยเข้าที่ท้องของผมอีกครั้ง ผมฝืนกลืนค าโอด
ครวญกลับลงไป
ชายคนนี้ ระดับความแข็งแกร่งของเขาต้องมีไม่ต ่ากว่า 15
แน่ๆ มันอยู่ในระดับนี้แม้ว่าจะผ่านสถานการณ์หลักและ
สถานการณ์ย่อยมาอย่างละครั้ง แน่นอน สัตว์ประหลาด
โดยก าเนิดย่อมแตกต่างออกไปอยู่แล้ว
“หยุดตอบอะไรที่ไม่จ าเป็น ตอบเฉพาะสิ่งที่ฉันถาม
เท่านั้น เข้าใจไหม?”
ผมไม่ตอบ ผมคิดว่าบางทีเรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้น อย่างไรก็
ตาม นี่เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่ผมหวังให้ไม่
เกิดขึ้น
ในตอนเริ่มแรก ยูจงฮยอคคือตัวตนที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่า
ใครอื่น
นิสัยของเขาถดถอยไปหลังจากผ่านการเสื่อมถอยมาสาม
ครั้ง หลักการของเขาถูกตัดออกไปเพื่อคงไว้ซึ่งความรู้สึก
ของตัวเอง ยูจงฮยอคในปัจจุบันไม่ลังเลเลยเพื่อที่จะท า
เป้าหมายของตัวเขาเอง
“ค าตอบของนาย?”
“เออ”
“สุภาพหน่อย”
“ถ้าฉันไม่ท าล่ะ?”
คราวนี้ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อป้องกันหมัด ความ
เจ็บปวดมันราวกับว่ากระดูกของผมหัก แต่ความตกใจก็
กระจายตัวออกไป ดวงตาของยูจงฮยอคเบิกกว้างขึ้นราว
กับว่าเขาประหลาดใจเล็กน้อย
[ตัวละคร ‘ยูจงฮยอค’ เฝ้าระวังคุณ]
ช่างมันเถอะ ผมไม่ได้เป็นกระสอบทรายเพียงเพราะเขา
คือตัวละครหลัก
“ขอโทษนะ แต่นายอายุน้อยกว่าฉัน เกมเมอร์มือโปรยู
จงฮยอค ดังนั้นนายควรใช้ค าที่สุภาพ”
“นายรู้จักฉันงั้นเหรอ?”
“ฉันรู้ ฉันคือพนักงานในบริษัทเกม”
มันเป็นเรื่องโกหก แม้ว่าผมจะท างานให้กับบริษัทเกม แต่
มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจ าชื่อของนักเล่นเกมมืออาชีพทุก
คน ซ ้าร้าย จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ‘ยูจงฮยอค’ ก็เป็น
แค่ตัวละครในนิยาย
“นายมีชื่อเสียง ครั้งหนึ่ง ฉันเคยเป็นแฟนคลับของนาย”
การมีชื่อเสียงมันก็แค่ตามเนื้อเรื่อง อย่างไรก็ตาม มัน
ไม่ใช่เรื่องโกหกที่ผมคือ ‘แฟนคลับ’ ของเขา’
ผมชอบ เกลียด พร ่าบ่น และเชียร์ยูจงฮยอค นั่นคือเหตุผล
ว่าท าไมผมถึงติดตามยูจงฮยอคมาตลอด 3,000 กว่าตอน
“แฟนคลับ ฉันไม่ได้ยินค านั้นมานานแล้ว”
ในสายตาที่หวนค านึงของยูจงฮยอค ราวกับว่าเขาก าลังถูก
ขังอยู่ในความทรงจ าของตัวเอง อย่างไรก็ตาม มันก็แค่ชั่ว
ขณะหนึ่งเท่านั้น
“ฉันจะให้อภัยกับความไม่สุภาพของนายในคราวนี้ แต่
สถานการณ์ของนายก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง”
“ฉันก็ว่างั้น”
ผมมองลงไปยังขาทั้งสองข้างของผมที่ก าลังแกว่งไกว
“ฉันมีเพียงสิ่งเดียวที่จะถาม”
“ว่ามา”
“นายรอดจากเหตุการณ์ในรถไฟใต้ดินมาได้ยังไง?”
มันเป็นค าถามที่ผมคิดไว้
“นายจะปล่อยฉันไปเหรอถ้าฉันตอบ?”
“ก็ลองดู”
มันเป็นเรื่องโกหก ผมสามารถบอกได้เพียงแค่มองไปที่
ใบหน้าของเขา ผมเป็นผู้อ่านหนทางเอาชีวิตรอดเพียงคน
เดียว ความเป็นไปได้จ านวนนับไม่ถ้วนถูกจ าลองขึ้นใน
หัวของผม ผมจะพูดยังไงเพื่อโน้มน้าวผู้เสื่อมถอยบัดซบ
นี่ดี?
[ความเข้าใจของคุณในตัวละคร ‘ยูจงฮยอค’ เพิ่มขึ้น]
[ความเข้าใจของคุณในตัวละครนี้สูงมากแล้ว]
ฮะ?
[บรรลุเงื่อนไขในการใช้สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่าน
พระเจ้า’ ขั้นที่สอง!]
[คุณต้องการเปิดใช้งานสกิลเฉพาะตัวหรือไม่?]
หลังจากนั้นสักครู่ ผมก็สามารถอ่านความคิดของใครบาง
คนได้เหมือนกับมีน ้าตกอยู่ในหัวของผม
‘เฉพาะลีฮุนซึงและคิมนัมอุนเท่านั้นที่ควรจะรอดชีวิตใน
ขบวนนั้น’
‘แต่คิมนัมอุนกลับตายและมีคนอื่นรอดชีวิตมา’
‘นายรอดชีวิตมาได้ยังไง?’
‘ไอ้บ้านี่มันใครกัน?’
‘ค้นหาข้อมูล แล้วถ้าฉันพบความไม่สงบใดๆ… ฆ่า’
ความคิดผุดขึ้นมาหลายอย่าง
เห็นได้ชัดว่ามันเป็นสถานการณ์วิกฤต แต่ผมก็ไม่สามารถ
ป้องกันไม่ให้มุมปากของผมยกขึ้นมาได้
เวลาที่เหลืออยู่จนกระทั่งสถานการณ์จะสิ้นสุดลงคือ 5
นาที่
ผมเริ่มต้นเรื่องไปแล้ว ผมบอกเล่าเรื่องราวโดยใช้ค าที่สั้น
แม่นย า และกระชับมากที่สุด
มันเริ่มตั้งแต่ช่วงแรกที่ ‘โดเกบิ’ ปรากฏตัวในรถไฟไป
จนถึงจบสถานการณ์แรก แน่นอน ผมไม่รวมถึงสกิลที่ผม
มีและเรื่องส าคัญใดๆ
“นายเคลียร์สถานการณ์ด้วยการฆ่าแมลงงั้นเหรอ?”
พวกเราโชคดี
ยูจงฮยอครู้สึกประหลาดใจมากจนเขาดูเหมือนจะลืมไป
ว่าปากของเขาอ้าอยู่
อนาคตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เขาตกใจ เดิมที่ คนในขบวน 3807 คงจะฆ่ากันหมด และ
เหลือแค่คิมนัมอุนกับลีฮุนซึงเท่านั้นที่รอดชีวิต
“นายตาแหลมมาก นายรู้ได้ยังไงว่ามีแมลงอยู่ในขบวน?”
ดวงตาของยูจงฮยอคเต็มไปด้วยจิตสังหารในขณะที่มี
ความคิดต่างๆ นานาวิ่งผล่านในหัวของผม
‘ชายคนนี้คือผู้เสื่อมถอยอย่างนั้นเหรอ?’
‘ถ้าใช่ ฉันก็คงต้องฆ่าเขาซะ’
คนที่มีความผิดจะคิดว่าทุกๆ คนต้องพูดถึงมัน
ผมไม่แปลกใจที่เขาจะเข้าใจผมผิด ผมรีบเปิดปาก
“การระเบิด”
“การระเบิด?”
“ฉันสามารถหาแมลงได้เนื่องจากการระเบิดจากขบวน
ข้างหน้า”
ร่างกายของยูจงฮยอคหยุดให้กับค าพูดเหล่านี้
“อธิบายง่ายๆ หน่อย”
“เมื่อเกิดระเบิดขึ้น เด็กคนหนึ่งก็ล้มลงและท าตาข่ายเก็บ
แมลงตก ฉันหยิบมันขึ้นมาโดยบังเอิญ”
“มันเป็นความบังเอิญที่น่าสงสัยจัง”
“ความบังเอิญน่าสงสัยอยู่เสมอ ถ้านายไม่เชื่อฉัน งั้นก็ถาม
คนอื่นดูก็ได้ เด็กที่ยืนอยู่ตรงนั้นท าตาข่ายตก”
เหนือบาเรียเขตปลอดภัยบนสถานีอ๊กซู มีคนก าลังมองมา
ที่ฝั่งนี้อยู่ สถานการณ์ยังไม่สิ้นสุดลง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่
สามารถเข้ามาหรือพูดคุยกับพวกเราได้
ยูจงฮยอคมองไปแต่ก็ไม่แสดงสัญญาณของการ
เคลื่อนไหวใดๆ ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปและความทรงจ า
ที่ดูเหมือนจะเป็นของยูจงฮยอคก็แวบเข้ามาในจิตใจของ
ผม
‘ฉันเข้าใจ’
‘การระเบิด’
‘ชายคนนี้ไม่ใช่ผู้เสื่อมถอย’
‘เขาไม่ใช่คนที่เปลี่ยนแปลงอนาคต กลับกัน อนาคตได้
เปลี่ยนไปแล้ว’
‘เพราะฉัน’
ผมเห็นผู้คนตายอย่างน่าสงสารด้วยการระเบิดอันทรง
พลังและยูจงฮยอคก็เฝ้ามองมันอย่างเฉยเมย
‘มันเป็นเพราะว่าฉันสังหารพวกเขา ไม่เหมือนกับรอบ
อื่นๆ’
เนื่องจากผลของมุมมองนักอ่านพระเจ้า ผมจึงสามารถ
รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานทางจิตใจ
ของยูจงฮยอค
“นายหมดค าถามยัง?”
“อืม”
“งั้นก็ปล่อยฉันได้ยัง? และไปที่อ๊กซูด้วยกัน มันไม่มีเวลา
มากพอให้เคลียร์สถานการณ์”
“ยาก”
อย่างไรก็ตาม ตัวเอกก็เป็นตัวเอกอยู่วันยังค ่า
“ที่นายพูดมาก็มีเหตุผล”
ผมไม่เคยเห็นตัวเอกไหนที่ระมัดระวังเท่ากับยูจงฮยอค
เลย
‘ผู้เริ่มต้นคงไม่สามารถใจเย็นได้ขนาดนี้’
‘เขาปรับตัวได้ดีผิดปกติกับโลกที่เปลี่ยนไป’
‘เขาอาจจะฆ่าคิมนัมอุนก็ได้’
‘เขาไปไกลเกินกว่าที่จะเป็นประโยชน์จนเป็นอันตราย
แล้ว’
ดวงตาข้างขวาของยูจงฮยอคเริ่มเปล่งประกายด้วยแสงสี
ทอง ผมตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าเขาก าลังจะท าอะไร
ในความเป็นจริง มันคงจะแปลกถ้าชายคนนี้ไม่ใช้ ‘สิ่ง
นั้น’
เนตรแห่งปราชญ์ สกิลตรวจจับที่แข็งแกร่งที่สุดของยูจงฮ
ยอค เนตรแห่งปราชญ์เป็นสกิลระดับ SS ที่จะแสดง
หน้าต่างแอตทริบิวต์ของเป้าหมายรวมทั้งข้อมูลลับด้วย
ตราบใดที่เขาใช้มัน ผมก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะถูก
เปิดเผยตัวตนของผมได้ ในทางกลับกัน ผมคิดว่ามันเป็น
สิ่งที่ดี
ผมยังไม่รู้จัก ‘แอตทริบิวต์’ และ ‘สกิล’ ของผมเลย ถ้ายู
จงฮยอคค้นพบข้อมูลของผม ผมก็อาจจะรู้จักตัวเองมาก
ขึ้นได้ งั้นผมก็ได้แต่หวังว่าผมจะสามารถใช้ข้อมูลที่ผมรู้
เพื่อหลบหนีไปจากสถานการณ์นี้
[สกิลเฉพาะตัว ‘ก าแพงที่สี่’ ถูกเปิดใช้งาน!]
[ก าแพงที่สี่ตรวจพบการใช้สกิลดวงตาแห่งปราชญ์]
ประกายแสงบินว่อนในอากาศ และร่างกายของยูจงฮยอค
ก็โซเซ
หือ อะไรกัน?
ยูจงฮยอคกุมดวงตาข้างขวาของเขาไว้และมองมาที่ผม
ด้วยความสับสน
“นายเป็นใครกันแน่?”
ขอโทษนะ แต่ผมก็สงสัยเหมือนกัน
[สกิลก าแพงที่สี่ได้ปิดกั้นดวงตาแห่งปราชญ์!]
ผมไม่รู้ว่าผมมีสกิลที่สามารถป้องกันดวงตาแห่งปราชญ์
ได้ หลังจากบุ๊กมาร์ก มันก็เป็นก าแพงที่สี่
นี่เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ยูจงฮยอคคงจะไม่เชื่อผมในตอนนี้
เขาต้องฆ่าผมแน่ๆ
เขาคือคนที่ไม่ไว้ใจในสิ่งที่เขาไม่รู้
“ยูจงฮยอค”
งั้นผมเองก็ต้องเปลี่ยนแผน
“นายต้องการสหายที่ไว้วางใจได้”
“นายหมายความว่ายังไง?”
“นายไม่สามารถผ่านสถานการณ์ที่ 46 เพียงคนเดียวได้
ไม่ใช่ว่านายก็ตระหนักถึงมันงั้นเหรอ?”
ดวงตาของยูจงฮยอคหรี่ลง
“นายรู้ได้ยังไง? บางทีนาย…”
“มันไม่ส าคัญว่าฉันรู้ได้ยังไง”
ผมจ้องตรงเข้าไปในดวงตาของยูจงฮยอคและกล่าว
ออกมา
“สิ่งที่ส าคัญก็คือฉันสามารถช่วยนายได้”
‘เขาไม่ใช่ผู้เสื่อมถอย ถ้าเขาเป็นผู้เสื่อมถอย ฉันก็คงจะ
ตระหนักถึงเขาไปแล้ว’
‘งั้นคนๆ นี้เป็นใครกัน?’
‘บางที?’
ถ้าผมไม่สามารถซ่อนไพ่ในมือของผมได้ และถ้าผมไม่
สามารถครอบครองไพ่ที่ดีที่สุดได้ งั้นมันก็มีแค่ทางเดียว
นั่นคือการแสดงไพ่เพื่อท าให้อีกคนเข้าใจผิด
“ยูจงฮยอค ฉันรู้อนาคตที่นายไม่รู้”
[ตัวละคร ‘ยูจงฮยอค’ ใช้ทักษะ ‘จับเท็จ’]
[การจับเท็จยืนยันว่าค าพูดของคุณเป็นความจริง]
ดวงตาของยูจงฮยอคค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น
“ได้ไงกัน?”
“อะไรอีก?”
‘ไม่มีทาง มันจะมีผู้เผยพระวจนะคนอื่นนอกเหนือจาก
แอนนา ครอฟต์ อีกเหรอ? มันยังอยู่ในเกาหลีใต้ด้วย?’
ผู้เผยพระวจนะ ในหนทางเอาชีวิตรอด มันเป็นแอตทริ
บิวต์เดียวที่สามารถเห็นอนาคตได้และมีความสามารถติด
ตัวในการลบล้างสกิลตรวจจับทั้งหมด ในความเป็นจริง
มันมีเพียงคนๆ เดียวที่มีแอตทริบิวต์ ‘ผู้เผยพระวจนะ’ ใน
โลกของหนทางเอาชีวิตรอด
‘เฉพาะผู้เผยพระวจนะเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับดวงตา
แห่งปราชญ์ของฉันได้’
ผมไม่ตอบและยูจงฮยอคก็เม้มปาก
“นายสามารถใช้ ‘เนตรพยากรณ์’ ได้งั้นเหรอ?”
“มันก็คล้ายๆ กัน”
“นายรู้ว่าฉันจะมาที่นี่?”
“ใช่”
‘ฉันเข้าใจล่ะ ถ้าชายคนนี้เป็นผู้เผยพระวจนะ งั้นการ
กระท าทั้งหมดของเขาก็สมเหตุสมผล’
กระแสเริ่มเปลี่ยนแปลง ความผันผวนของยูจงฮยอคถูก
ถ่ายทอดออกมาโดยตรง นี่เป็นโอกาสเดียวเท่านั้น
“ฉันรู้ว่ายูจงฮยอคมีพลังพิเศษใช่ไหม นายเองก็รู้อนาคต
ด้วย ใช่ไหมล่ะ?”
“…….”
“แต่ความรู้นั้นไม่สมบูรณ์”
นี่คือจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของผู้เสื่อมถอย
นั่นหมายความว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาใช้
ข้อมูลของอนาคต กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้เสื่อมถอยทุกคนจะ
ค่อยๆ ใช้ชีวิตอยู่ใน ‘โลกที่พวกเขาไม่รู้จัก’
“งั้นก็มาเป็นสหายกัน ฉันสามารถเติมเต็มข้อมูลในส่วนที่
นายขาดหายไปได้”
มันไม่มีสหายไหนจะดีเท่ากับ ‘ผู้เผยพระวจนะ’ ส าหรับยู
จงฮยอคในตอนนี้ ในความเป็นจริง ตัวของผมเองก็
สามารถเล่นบทที่คล้ายคลึงกับผู้เผยพระวจนะได้ มันเป็น
เพราะผมเป็นผู้อ่านเรื่องนี้เพียงคนเดียว
[ระยะเวลาของสถานการณ์เหลือ 1 นาที]
ยูจงฮยอคก้มหัวลงและเริ่มคิด
‘ผู้เผยพระวจนะจะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอน’
[ระยะเวลาของสถานการณ์เหลือ 50 วินาที]
‘ไม่ใช่แค่สถานการณ์ที่ 46 แต่หลังจากนั้นเมื่อต่อสู้กับ
‘ชาลาทุสตร้า’ แต่ฉันสามารถเชื่อเขาได้จริงๆ เหรอ?’
[ระยะเวลาของสถานการณ์เหลือ 40 วินาที]
‘สหาย’
ในที่สุดยูจงฮยอคก็เงยหน้าขึ้นในขณะที่ผมจ้องไปที่
นาฬิกาด้วยหัวใจอันแสบคัน
“ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะเป็นสหายกับนาย”
[พลังใจของคุณหมดลง]
[สกิลเฉพาะตัว มุมมองนักอ่านพระเจ้าถูกปิด]
ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะความเมื่อยล้าหรือความโล่
งอก แต่สกิลเฉพาะตัวของผมก็ถูกปลดปล่อยออกไปแล้ว
ใบหน้าของยูจงฮยอคในตอนนี้ดูยากเหมือนกับหนังสือ
ปรัชญาที่ไม่มีค าอธิบาย
ยูจงฮยอคเริ่มพาผมข้าม ‘สะพานเลขคู่’ แน่นอนว่าผมก็ยัง
ถูกคว้าคอเสื้อไว้อยู่ แต่ผมก็คิดว่ามันคงจะแค่ตอนนี้
เท่านั้น ผมได้โน้มน้าวไอ้ผู้ถดถอยบัดซบนี่ และมันก็อยู่
ในต าแหน่งที่ดี
พวกเราเกือบจะข้ามสะพานเลขคู่ได้แล้ว และตรงหน้าก็
คือเขตปลอดภัย แต่ยูจงฮยอคก็หยุดลงในทันใด
“ฉันจะถามค าถามสุดท้าย”
“อะไร?”
“ถ้านายคือผู้เผยพระวจนะจริงๆ นายก็ควรจะรู้อนาคต
ของนาย จริงไหม?”
ในเวลาที่ผมเห็นดวงตาอันเยือกเย็นของยูจงฮยอค ผมก็
ต้องขนลุก การทดสอบของเขายังไม่จบ เขาคว้าคอเสื้อผม
ไว้แน่นยิ่งขึ้น
“อั๊ค”
มือของเขายกผมสูงขึ้นเล็กน้อยและสายลมอ่อนๆ ก็พัด
ผ่านเท้าของผม ใต้ฝ่าเท้าของผมว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
กลิ่นของเลือดผสมเข้ากับกลิ่นของแม่น ้าฮันในขณะที่
อิกทิโอซอรัสกระโจนขึ้นมาหาเหยื่อของมันด้วยปากที่อ้า
กว้าง
“ฉันจะปล่อยมือหรือไม่?”
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมหลั่งเหงื่อออกมา ขอคิดก่อนนะ แม้ว่า
จะไม่มีความคิดของเขา ผมก็รู้จักชายคนนี้มากกว่าใครอื่น
ผมหลับตาลงและคิดเกี่ยวกับยูจงฮยอค
[ระยะเวลาของสถานการณ์เหลือ 20 วินาที]
แล้วผมก็ได้ข้อสรุป
“ยูจงฮยอค”
ผมแน่ใจในสิ่งที่เขาจะท า ไม่ว่าผมจะคิดยังไง มันก็ไม่มี
ข้อสรุปเมื่อมันมาจากยูจงฮยอค
ผมพูดในขณะที่ผมมองดูผู้บัญชาการแห่งท้องทะเลก าลัง
เข้ามาใกล้จากในน ้า
“ฉันจะบอกอะไรนายให้สักสองอย่างนะ”
“อะไร?”
“ข้อแรก ฉันไม่ใช่ลูกน้องของนาย ดังนั้นฉันหวังว่านาย
จะปฏิบัติต่อฉันอย่างเป็นธรรมนับจากนี้ไป”
“…….”
“ข้อสอง ฉันจะร่วมมือกับนาย แต่นายเองก็ต้องสัญญาว่า
จะร่วมมือกับฉันด้วย”
ยูจงฮยอคมองมาที่ผมด้วยความสนใจและพยักหน้า
“อืม แล้วค าตอบของนายล่ะ?”
ผมตอบด้วยรอยยิ้ม
“เอามือของนายออกไปจากฉันและแพ้ไปซะ ไอ้ปัญญา
อ่อนเอ๊ย!”
แล้วพลังที่คว้าจับผมไว้ก็หายไป ผมถูกคว้าจับโดยแรง
โน้มถ่วง ผมเห็นใบหน้าของยูจงฮยอคในขณะที่ผมก าลัง
ตกลงไป ยูจงฮยอคก าลังยิ้มอย่างสดใสเหมือนกับมีบางสิ่ง
ที่ท าให้เขามีความสุข
ไอ้บัดซบ
“ฉันเชื่อนาย นายคือผู้เผยพระวจนะจริงๆ”
สิ่งที่ก าลังรอผมอยู่ ณ จุดปะทะก็คือปากของผู้บัญชาการ
แห่งท้องทะเลอันใหญ่ยักษ์
ผมหลับตาลงจากแรงปะทะที่มาพร้อมกับน ้าเย็นๆ ของ
แม่น ้าฮัน ในขณะที่ผมสูดหายใจเข้า ความมืดมิดอัน
อบอุ่นและมหึมาก็กลืนผมเข้าไป
[คุณล้มเหลวในการเคลียร์สถานการณ์]
บัดซบ ฉันต้องใช้วิธีนั้นแล้วสินะ