มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 106 – สิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 106 – สิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (5)
[ระดับของสกิลบุ๊คมาร์คต ่า ท าให้เวลาการเปิดใช้งานสั้น
ลง]
[เวลาเปิดใช้งาน: 30 นาที]
[ความเข้าใจในตัวละครของคุณเป็นสิ่งส าคัญ คุณสามารถ
เลือกสกิลบางส่วนของเขามาใช้ได้]
ชินยูซองพุ่งเข้ามาหาผม และผมก็พุ่งเข้าหาเธอ ไม่มีใคร
ต้องการฆ่ากัน นี่เป็นแค่การต่อสู้เพื่อความบันเทิงของ
กลุ่มดาวเท่านั้น ทุกๆ อย่างคือสถานการณ์ ดังนั้นทุกๆ
อย่างจึงไม่มีอะไรจริงเลย อย่างไรก็ตาม ผลของการต่อสู้นี้
ก็คือจะมีคนต้องตาย
[‘เวลาพิพากษา LV.5’ ถูกเปิดใช้งาน]
สกิลเปิดใช้งานคือเลเวลห้า ดูเหมือนว่าจางฮีวอนจะฝึก
อย่างหนักอยู่ จางฮีวอนไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่มันก็ไม่เลว
[กลุ่มดาว ‘ลาลักษณ์สวรรค์’ ล าบากใจ]
[กลุ่มดาวฝ่ายดีก าลังคิดอย่างถี่ถ้วน]
มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะสับสนเนื่องจากมีคนที่ไม่ใช่ผู้
พิพากษาได้ใช้สกิลที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่พวกเขาก็มี
พันธะต้องมอบสิทธิ์ให้กับผม มันเป็นเพราะตัวตน
ตรงหน้าของผมชั่วร้ายอย่างชัดเจน
[กลุ่มดาวฝ่ายดีเห็นด้วยที่จะใช้สกิลนี้]
ออร่าอันรุ่มร้อนผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในร่างกายของผม
มันเป็นสัมผัสอันมืดบอดแห่งความชอบธรรมที่จะลง
ทัณฑ์ความชั่วร้ายทั้งหมดในโลก ประวัติของทูตสวรรค์ที่
ต่อสู้ในสงครามศักดิ์สิทธิ์กับจ้าวปีศาจผ่านเข้ามาในหัว
ของผม
– ลงทัณฑ์ความชั่วร้าย
เวลาพิพากษา เดิมทีเป็นสกิลที่ถูกใช้โดยมหาวาลคิรี
ดังนั้นผู้ใช้สกิลนี้จะต้องได้รับความโปรดปรานจาก
หัวหน้าเทวทูต
ความบ้าคลั่งที่กีดกันทุกสิ่งทุกอย่างนอกเหนือจากค า
จ ากัดความแคบๆ ของความยุติธรรมได้ดิ้นไปมาในสมอง
ของผม จางฮีวอนรู้สึกแบบนี้ทุกๆ ครั้งที่เธอฆ่าคนอื่นเพื่อ
ผม มันน่ากลัวมาก
คลื่นพลังงานเวทมนตร์อันไร้เทียมทานระเบิดออกมาจาก
ดาบแห่งศรัทธา ดาบพลังงานสอดประสานและขยับเป็น
เส้นตรงเข้าหาชินยูซอง
เลือดสาดกระเซ็นออกมาจากไหล่ของชินยูซองที่ก าลัง
ประหลาดใจ เกราะราชาอสูรที่ไม่ได้รับความเสียหายจาก
กระสุนของกองเรือผีในที่สุดก็ถูกฉีกออก หยดเลือดไหล
ลงมาบนขนสีขาว
เวลาพิพากษา ผู้ใช้สกิลนี้จะไร้พ่ายตราบใดที่ศัตรูคือ ‘คน
ชั่ว’
ในตอนนี้ค่าสถานะทั้งหมดของผมเพิ่มขึ้นจนถึงจุดที่ผม
สามารถรับมือกับภัยพิบัติชินยูซองได้แล้ว เวลาพิพากษา
คือสกิลสุดขี้โกง มีเพียงไม่กี่สกิลในหนทางเอาชีวิตรอด
เท่านั้นที่สามารถมอบบัฟบ้าๆ แบบนี้ได้
“ทุกคน โจมตี!”
ผมอาจจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ความเชี่ยวชาญในสกิลของชิน
ยูซองก็ยังล ้าหน้ากว่าผม ดังนั้นผมจึงต้องการความ
ช่วยเหลือ
“เมื่อเธอโจมตีตามปกติให้สนับสนุนด้วยการโจมตี
ระยะไกล เมื่อพยายามโจมตีเป็นวงกว้าง ให้พยายามมาอยู่
ข้างหลังฉัน!”
สมาชิกปาร์ตี้พยักหน้าให้กับค าพูดของผม
“ถ้าไม่มีสกิลสนับสนุนระยะไกลก็ให้ฆ่ามอนสเตอร์ที่
โผล่ออกมาจากประตูมอนสเตอร์ มันก็เป็นเรื่องเร่งด่วน
ด้วย”
ในความเป็นจริง มันเป็นเพราะเหล่ามอนสเตอร์ที่ยังโผล่
ออกมาจากประตูมอนสเตอร์ของชินยูซองที่ท าให้ยงซาน
แทบจะพังทลาย
“ทุกคน สู้!”
เหล่าราชาสั่ง และการต่อสู้เต็มก าลังก็เริ่มต้นขึ้น กองก าลัง
ของราชาขัดขวางพวกมอนสเตอร์ที่ก าลังออกมาจาก
ประตูมอนสเตอร์ ส่วนใหญ่มันเป็นเผ่าพันธุ์ระดับเจ็ดและ
ค่อนข้างน่ากลัว โชคดีที่พวกอวตารไม่ได้ดูจะตกเป็นรอง
นัก
“ฉันจัดการลิงตัวนั้นเอง”
ลีฮุนซึงพุ่งเข้าหาราชาเมทัลเฮฟวี่บีนระดับห้า
“ผมจัดการราชาของยูซองเอง”
ลีกิลยังลงมือพร้อมกับชินยูซองในวัยเด็ก
ราชินีมิราเบดที่ถูกควบคุมโดยโดยชินยูซองค ารามออกมา
และลูกน้องของราชาแมลงบางส่วนที่ลีกิลยังอัญเชิญ
ออกมาก็พุ่งเข้าใส่ราชาแมสวู้ด ลมหายใจเหมันต์ของอิกทิ
โอซอรัสพุ่งเข้าใส่กัน และลีจีฮเยก็ก้าวไปข้างหน้า
“ลุง เดี๋ยวฉันยิงสนับสนุนเอง”
“ฉันจะขัดขวางการเคลื่อนไหวของเธอให้”
ลีจีฮเยยิงปืนใหญ่ออกไป และยูซานอาก็สร้างกับดักด้วย
ใยแมงมุมอารัคเน่เพื่อยับยั้งการเคลื่อนไหวของภัยพิบัติ
ชินยูซอง แน่นอนว่ามันเป็นเพียงแค่การช่วยเหลือเล็กๆ
น้อยๆ
การระดมยิงด้วยกระสุนแทบจะไม่สามารถสร้างความ
เสียหายให้กับเธอได้ และชินยูซองก็สามารถฉีกใยได้
อย่างง่ายดาย แต่มันก็ยังดีกว่าที่จะไม่มีอะไรเลย
“ยูจงฮยอค นายสู้ได้ไหม?”
นอกเหนือจากผมแล้ว มีแค่ยูจงฮยอคเท่านั้นที่สามารถ
ตามเคลื่อนไหวของชินยูซองได้และทนต่อการโจมตีของ
เธอได้บ้าง
“…ไม่ต้องห่วงเรื่องของฉัน”
ยูจงฮยอคหลั่งเลือดลงบนพื้นในขณะที่เขายืนอยู่ข้างผม
ด้วยดาบเขย่าสวรรค์ เขาอาจจะใช้การฟื้นฟูไปแล้วเพราะ
สภาพของเขาดูดีขึ้นกว่าเดิม มันคงไม่นานกว่าที่เขาจะ
ได้รับผลสะท้อนของการใช้การฟื้นฟู
ผมถาม “นายเหลืออีกกี่นาที?”
“30 นาที่ นายล่ะ?”
“ฉันก็เหมือนกัน”
บุ๊คมาร์คมีเวลาอยู่แค่ 30 นาทีเท่านั้น ดังนั้นผมจึงต้องจบ
มันภายใน 30 นาที่ ออร่าสีด าที่พวยพุ่งออกมาจากร่างกาย
ชินยูซองหนาขึ้น มันหมายความว่าค่าสถานะทางกายภาพ
ของเธอเพิ่มขึ้นเนื่องจากพลังงานปีศาจ
การแสดงออกของยูจงฮยอคแข็งขึ้น “…ดูเหมือนว่าเธอจะ
ร่วมมือกับจ้าวปีศาจเพื่อข้ามโลก”
การคาดเดาของยูจงฮยอคนั้นถูกต้อง อันที่จริง ในตอนนี้
ดวงวิญญาณของเธอได้ถูกจ านองไว้กับจ้าวปีศาจ จากนั้น
จ้าวปีศาจตัวนั้นก็จะเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นโดเกบิบัดซบ
[ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ]
โดเกบิระดับกลางฟังดูพึงพอใจมาก
[สถานการณ์ตอนนี้ก็เป็นแบบนี้แล้ว]
มันเป็นสมรภูมิที่มีเลือดสาดกระเซ็นและมีเศษชิ้นเนื้อ
การล่มสลายของโซลโดม ซึ่งผมต้องการป้องกัน ได้เข้า
ใกล้มาทุกวินาที่
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มตื่นเต้นกับการต่อสู้]
“ไปกันเถอะ”
ยูจงฮยอคพุ่งตัวออกไปพร้อมกับค าพูด ชินยูซองพองตัว
และพ่นลมหายใจเข้าใส่พวกเรา
ลมหายใจราชาอสูร มันเป็นพายุพลังงานท าลายล้างที่
เทียบได้กับพายุเหมันต์ของอิกทิโอซอรัสระดับห้า
“หลบมัน!”
ยูจงฮยอคกระตุ้นย่างก้าวฟีนิกซ์แดงจนถึงขีดสุดและหลบ
การโจมตีของเธอ ผมไม่ได้หลบการโจมตีเหมือนกับยู
จงฮยอคและใช้เกราะราชาอสูรแทน ผมรู้สึกประทับใจ
มากกับเซ้นต์การต่อสู้ของยูจงฮยอค
ภัยพิบัติก็ยังคงเป็นภัยพิบัติ แต่ยูจงฮยอคนั้นคือสัตว์
ประหลาด มันมีแค่ยูจงฮยอคเท่านั้นที่สามารถต้านทานภัย
พิบัติได้โดยไม่มีบัฟเวลาพิพากษา เขาเป็นผู้เสื่อมถอยที่ทั้ง
โหดเหี้ยม แข็งแกร่ง และเท่ ผมรู้สึกโล่งใจที่เขาอยู่ข้างผม
ในตอนนี้
“จัดการเลยทกจา!”
“ก าลัง!”
“บ้าเอ้ย…”
ผมแค่ต้องเข้าไปใกล้และปิดฉาก แต่มันก็ไม่ง่ายเลย
หลังจากโจมตีได้ส าเร็จหลายต่อหลายครั้ง ชินยูซองก็เริ่ม
ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
เธออยู่ในสถานะเบอร์เซิร์กไปแล้ว และสาดการโจมตี
ออกมา พลังเวทมนตร์ของเธออาจจะหมดลง แต่ผมก็แทบ
จะไม่สามารถต้านมันได้แล้วด้วยเกราะราชาอสูร
ยูจงฮยอคได้ท าการโจมตี แต่ความเสียหายสะสมก็ไม่มาก
พอ พวกเราแลกเปลี่ยนการโจมตีกันนานแค่ไหนแล้วนะ?
เวลาผ่านไป 20 นาทีได้แล้วเมื่อผมได้สติ
ความแข็งแกร่งทางกายภาพของยูจงฮยอคลดลงอย่าง
รวดเร็ว และยาฟื้นพลังเวทมนตร์ที่ผมดื่มเข้าไปราวกับน ้า
ผลไม้ก็ก าลังจะหมดลง
แข็งแกร่ง ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะต้องดิ้นรนมากขนาดนี้
แม้จะใช้เวลาพิพากษาอยู่ ร่างกายของผมเริ่มส่งเสียง
ออกมาอย่างรุนแรง ผลข้างเคียงของช่วงเวลาพิพากษา
ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาแล้ว
[ฮ่าฮ่าฮ่า! นี่คือสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ กลุ่มดาวเอ๋ย
พวกนายเห็นด้วยไหม?]
ผมฟังเสียงของโดเกบิระดับกลางและขยับไปข้างหน้า
ด้วยแรงทั้งหมด ขนของเกราะราชาอสูรกระพืออย่างบ้า
คลั่ง
ผิวของผมกลายเป็นสีด าเนื่องจากพายุพลังงาน หนึ่งก้าว
สองก้าว ผมขยับเข้าใกล้ขึ้น แต่เวลาก็ไม่มีแล้ว ผมไม่
สามารถสร้างความเสียหายได้เพียงพอก่อนที่จะหมดเวลา
30 นาที่
จากนั้นก็มีบางสิ่งเกิดขึ้นภายในร่างกายของชินยูซอง
ร่างกายของเธอสั่นราวกับเธอถูกฟ้าผ่า และดวงตาสีด า
ของเธอก็ได้สติกลับมาชั่วคราว
「โจมตีฉัน」
ภัยพิบัติชินยูซองก าลังควบคุมร่างกายของเธอด้วยจิตใจ
ของเธอเอง
「หยุดฉัน」
ผมไม่ได้พูดอะไร แต่ผมก็ได้ยินมัน
「ปกป้อง ‘รอบ’ นี้」
ผมฝ่าพายุพลังงานที่อ่อนก าลังลงชั่วคราวและพุ่งไป
ข้างหน้าพร้อมกับยูจงฮยอค ผมเหวี่ยงดาบออกไปและ
เลือดก็สาดกระเซ็นออกมาจากร่างกายของชินยูซอง
[กลุ่มดาว ‘อาลักษ์สวรรค์’ ก าลังจ้องมองคุณอยู่]
ผมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะไม่แสดงข้อผิดพลาด
ออกมา
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังมองมาที่คุณ]
ชินยูซองกรีดร้องออกมาในขณะที่เธอถูกฟันด้วยดาบ
และพายุก็กระแทกยูจงฮยอคกลับไป
“…ไป คิมทกจา”
ผมทะลวงผ่านช่องว่างที่ยูจงฮยอคสร้างขึ้น ดาบแห่ง
ศรัทธาเจาะลงไปบนบ่าของเธอโดยไม่ลังเล
พลังเวทมนตร์วิ่งผ่านตัวดาบและฉีกผ่านเกราะราชาอสูร
จากนั้นแขนซ้ายของชินยูซองก็ถูกตัดออก
เลือดหยดลงมา ผมจ้องไปที่ใบหน้าของเธอ เหมือนกับใน
หนทางเอาชีวิตรอด ชินยูซองก าลังยิ้มอยู่ ผมตระหนักได้
ว่าเธอจงใจยอมให้ตัวเองถูกโจมตี
[กลุ่มดาวจ านวนหนึ่งไม่อาจละสายตาจากการต่อสู้ของ
คุณได้]
“บ้าเอ้ย…” ผมยิ้มอย่างอ่อนแรง และดาบก็หลุดลงไปจาก
มือของผม
ชินยูซองหัวเราะ
「นายก็ไม่ได้ดูโง่หนิ?」
เธอคว้าตัวผมและโยนผมลงไปบนพื้นโดยไม่มีเสียงกรีด
ร้องแห่งความโกรธเลย อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่เจ็บ มัน
ไม่ใช่การโจมตี
「นายอยากต่อไหม?」
“ใช่”
ผมเหวี่ยงดาบเข้าใส่เธอ และชินยูซองก็พ่นลมหายใจเข้า
ใส่ผมอีกครั้ง มันเหมือนกับค าตอบของค าถาม พวกเรา
โจมตีใส่กันอย่างเมามัน
“มันไม่อาจเป็นเช่นนี้ต่อไปได้”
เกราะราชาอสูรของผมหมดสภาพไปเพราะผมขาดพลัง
เวทมนตร์ เวลาพิพากษาได้เสริมความแข็งแกร่งทาง
ร่างกายของผมจนถึงขีดสุด แต่มันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น
เลือดไหลออกมา และโลกก็เริ่มหมุนเพราะอาการเวียนหัว
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่หยุด ความเสียหายต้องก าลังสะสม
อยู่แน่ๆ
[กลุ่มดาวบางกลุ่มที่ต่อต้านคุณเริ่มอยากรู้อยากเห็น]
คลั่งกว่านี้สิ
[กลุ่มดาวเจนศึกก าลังให้ความสนใจกับการต่อสู้ของคุณ]
โวยวายขึ้นอีกสิ
[กลุ่มดาวแห่งสมรภูมิอันยิ่งใหญ่ยกย่องเจตจ านงของคุณ]
รอจนถึงวันที่ฉันขึ้นไปแล้วดึงลิ้นของพวกแกออกมา
พวกเราแลกเปลี่ยนการโจมตีกันไปอีกกี่ครั้งเนี่ย? ร่างกาย
ที่อ่อนแรงของผมเซกลับมา
[เหลือเวลาอีก 30 วินาทีส าหรับบุ๊กมาร์ค]
อวัยวะภายในบางส่วนได้รับความเสียหาย และซี่โครงก็
หักมาทิ่มปอดของผม ผมพยายามอย่างเต็มที่ แต่ภัยพิบัติก็
ยังแข็งแกร่งอยู่ดี ดวงตาที่ได้สติกลับมาของชินยูซอง
เปลี่ยนเป็นสีด าอีกครั้ง
ไม่ว่าจะยังไง ภัยพิบัติแห่งอุทกภัยครั้งนี้ก็ดูจะแข็งแกร่งยิ่ง
กว่านิยายต้นฉบับ ภัยพิบัติชินยูซองมองมาที่ผมด้วย
ดวงตาที่เป็นกังวล
「มันยังไม่พอ」
เธอไม่สามารถฆ่าตัวตายได้ โดเกบิระดับกลางคงไม่ยอม
ให้เธอตายแบบนั้น นี่เป็นขีดจ ากัดที่เธอสามารถลงโทษ
ตัวเองได้แล้ว ผมเองก็มาถึงขีดจ ากัดในเส้นทางที่แตกต่าง
กัน
「นายจะหยุดฉันยังไง?」
“ไม่ต้องห่วง พวกเขาก าลังมา คนที่จะหยุดเธอ”
จากเริ่มแรก ผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าชินยูซองด้วยมือของ
ตัวเอง มันเป็นไปไม่ได้ส าหรับยูจงฮยอคในสภาพตอนนี้
ด้วย แต่ก็ยังมีอีกคนที่สามารถฆ่าเธอได้
ในขณะที่ชินยูซองก าลังจะพูดออกมา พื้นดินรอบๆ ตัว
เธอก็ระเบิดออก
มันมีเสียงค ารามของปืนใหญ่จากระยะไกล หญิงสาวที่
แต่งตัวในชุดคุกสีน ้าเงินปรากฏขึ้นจากทางทิศเหนือ เหล่า
มอนสเตอร์แยกตัวออกและกองก าลังก็เคลื่อนตัวมา
ทางด้านนี้ หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมหน้ากากยืนอยู่ตรง
กลางและสั่งกองทัพ
ราชาพเนจร ผมคิดว่าเธอคงจะไปที่ไหนสักแห่ง แต่เธอก็
ได้จัดการกับพวกมอนสเตอร์ในขณะที่เธอเคลื่อนทัพมา
จากทางทิศเหนือ อย่างไรก็ตาม พวกเธอก็ไม่ใช่คนที่ผม
ก าลังรออยู่
ผมมองไปยังคนๆ หนึ่งที่ก าลังวิ่งมาทางนี้ ผู้หญิงคนนั้น
หันมาทางนี้และถาม “ขอโทษนะ ฉันมาสายไปไหม?”
“สายไปนิดหน่อย”
“หยุดเก๊กได้แล้ว คุณยังมีชีวิตอยู่เหรอ?”
ผู้พิพากษาแห่งการท าลายล้าง สิบวันให้หลัง จางฮีวอน
แข็งแกร่งขึ้นมากกว่าที่ผมรู้ เธอตบไหล่ผมเบาๆ และ
เคลื่อนไหว
“ให้ฉันจัดการเอง นายพักก่อนเถอะ”
ออร่าสีแดงพวยพุ่งขึ้นมาเมื่อเธอเปิดใช้งานเวลาพิพากษา
มันทรงพลังมากยิ่งกว่าสกิลที่ผมขโมยมา จางฮีวอนคือไพ่
ใบสุดท้ายที่ผมเหลืออยู่ ถ้ามันล้มเหลว…
ผมสร้างความเสียหายให้กับชินยูซองพอแล้วรึยัง? จางฮี
วอนจะปิดฉากได้ไหม?
“นายจะกังวลอะไรนักหนา?” จางฮีวอนถามด้วยรอยยิ้ม
เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่แตกต่างจากปกติ
มันไม่ใช่แค่เวลาพิพากษาที่เธอเชื่อมั่นเท่านั้น
[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์สวรรค์’ ก าลังพูดกับตัวเอง]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ แสดงความเป็น
ปรปักษ์ต่อผู้สนับสนุนของจางฮีวอน]
สิ่งนี้ท าให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่าจางฮีวอนมีผู้สนับสนุนแล้ว
เธอเลือกใคร? ชินยูซองมองไปยังจางฮีวอนด้วยดวงตาที่
สั่น
[เธอ…]
“ฉันรู้สถานการณ์อย่างคร่าวๆ แล้ว ผู้สนับสนุนของฉัน
ส่งเสียงมาตลอดทาง” จางฮีวอนเผชิญหน้ากับชินยูซอง
ด้วยสายตาเศร้าๆ “ดังนั้นจึงไม่จ าเป็นต้องกังวล”
จางฮีวอนกวาดดาบไปข้างหน้าของเธอเบาๆ เปลวไฟเริ่ม
ลุกขึ้นมาจากที่ๆ มือของเธอสัมผัส
มันคือตอนเช้าตรู่ ในคืนที่ความมืดของกรุงโซลมืดมิด
ที่สุด ดาบของจางฮีวอนได้ลุกไหม้ เปลวเพลิงบนดาบเจิด
จ้ายิ่งกว่าเปลวเพลิงไหนๆ ที่ผมเคยเห็น มันคือเปลวเพลิง
สีขาวบริสุทธิ์แห่งอักขระที่จะลงทัณฑ์ความชั่วร้ายทั้ง
มวล
[ระเบิดเพลิงอเวจี]
ผมรู้จักอักขระนี้ดี ผมจ าค าอธิบายของอักขระจากหนทาง
เอาชีวิตรอดได้
ในบางกรณี มันคือหนึ่งในอักขระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน
หนทางเอาชีวิตรอดและช่วยเพิ่มพลังท าลายล้างอย่าง
มหาศาล ซึ่งเทียบได้กับอักขระของเห้งเจีย
ระเบิดเพลิงอเวจีคืออักขระของผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ
จางฮีวอนหัวเราะอย่างเยือกเย็น “ฉันจะจบสถานการณ์
บ้าๆ นี้เอง”
หัวหน้าทูตสวรรค์อูรีเอลเลือกจางฮีวอนเป็นอวตาร
(จบตอน)