มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 125 – สิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (6)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 125 – สิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (6)
ผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้เห็นมัน มันคือปราการ
ติดอาวุธ ไม่ใช่เขตติดอาวุธ อักขระของกงพิลดูผ่านเลเวล
10 ไปแล้วและเข้าสู่ขั้นต่อไป
[คุณได้บุกรุกทรัพย์สินส่วนบุคคล!]
มันเป็นความประหลาดใจ ข้อความนี้ออกมาต้อนรับใน
เวลาเช่นนี้
“อ๊าก! เจ็บ! นี่มันอะไรกัน?”
ชาวญี่ปุ่นกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดในขณะที่
ป้อมปืนหลายร้อยกระบอกยิงออกมาในเวลาเดียวกัน การ
โจมตีเพียงครั้งเดียวอาจจะไม่ใช่การโจมตีที่รุนแรงอะไร
แต่มันก็นับว่าเป็นหายนะเมื่อมีกระสุนหลายร้อยนัดพุ่ง
ออกมา ความเสียหายเพิ่มสูงขึ้นเพราะการเคลื่อนไหวของ
พวกเขาถูกจ ากัด
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
เลือดไหลออกมาจากร่างกายของพวกเขาในขณะที่ชาว
ญี่ปุ่นถูกยิงด้วยกระสุน
“ตา! ตาของฉัน!”
“อะไรกัน? นี่มันอะไรกัน?”
กระสุนพุ่งออกมาไม่หยุด ชาวญี่ปุ่นกรีดร้องออกมาและ
นั่งลงในขณะที่พวกเขาถูกโจมตี
“เดินหน้าเต็มก าลัง!”
กองทัพของคนจิ๋วที่ซ่อนตัวอยู่ที่ปากทางเข้าของป่าเข้า
ร่วมด้วย เดิมทีมันคงไร้ประโยชน์ แต่สถานการณ์ได้
เปลี่ยนไปแล้วเนื่องจากสภาพในปัจจุบันของคนญี่ปุ่น
ดาบขนาดเล็กขุดเข้าไปในรูที่เกิดจากกระสุน และชาว
ญี่ปุ่นก็กรีดร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นผมก็ได้ยิน
เสียงอันสง่างามดังออกมา “อย่าบุกรุกทรัพย์สินส่วน
บุคคล นี่คือดินแดนของฉัน”
ตามที่คาดไว้จากจ้าวแห่งปราการติดอาวุธ เขาวาง
ทรัพย์สินส่วนบุคคลไว้ได้อย่างเหมาะสมแม้กระทั่งเมื่อ
มายังโลกใบนี้
ชาวญี่ปุ่นที่ได้รับบาดเจ็บลุกขึ้นและตะโกนออกมา “ถ-
ถอย! กลับกันก่อน!”
สุดยอด ป้อมปราการของกงพิลดูแข็งแกร่งพอที่จะท าให้
ภัยพิบัติทั้งสามล่าถอยไปแม้ว่าพวกมันจะมีขนาดที่เล็กก็
ตาม
ผมหันไปและเห็นป้อมปราการเล็กๆ ลอยขึ้นมาจากพื้น
มันยากที่จะเรียกมันว่าป้อมปราการ แต่ผมก็เห็นได้ว่า
ท าไมเขาถึงถูกเรียกว่าจ้าวแห่งปราการติดอาวุธ
“ว๊ากกกกก!”
“พวกเราชนะ! พวกเราเอาชนะภัยพิบัติได้แล้ว!”
คนจิ๋วที่ก าลังดีใจมาชุมนุมกันและตะโกนออกมา มันมีคน
สองคนก าลังยืนอยู่บนป้อมปราการ หนึ่งในนั้นก็คือ
กงพิลดู ส่วนอีกคน…
“ท าไมที่นี่ถึงเป็นดินแดนของนาย? มันไม่ถูกต้องเอาซะ
เลย”
“เด็กน้อยอย่างเธอไม่รู้หรอกว่าก าลังพูดอะไรอยู่”
“หืม ไม่ใช่ว่านายควรมีมารยาทต่อเทพธิดาคนนี้มากกว่านี้
เหรอ?”
…เสียงนี้? คนจิ๋วตะโกนออกมาอีกครั้ง “ท่านเทพธิดา
ไชโย! ไชโย!”
…เทพธิดา? หญิงสาวที่อยู่บนป้อมปราการค้นพบผมและ
กระโดดลงมา เดรสสั้นของเธอพัดไปตามสายลม และ
เสียงการลงพื้นเบาๆ ก็ดังออกมา เธอมีใบหน้าที่เต็มไป
ด้วยความมั่นใจ เธอไม่ได้เปลี่ยนไปเลยจริงๆ
คนจิ๋วแยกตัวออกจากกันต่อหน้าเธอเหมือนกับคลื่นที่ถูก
แยกออกต่อหน้าโมเสส ผมยิ้มและพูดออกมา “เธอท าได้
ขนาดนี้เลยเหรอ?”
ฮันซูยองเดินเข้ามาและเชยคางของผมขึ้นด้วยนิ้วของเธอ
“ไม่ได้เจอกันสักพักเลยนะคิมทกจา นายคงหน้าเกลียด
เหมือนเดิมเลย”
ผมได้เจอกับฮันซูยอง เทพธิดาของดินแดนแห่งสันติ อีก
ครั้ง
***
พวกเรามุ่งหน้าไปยังปราสาท และผมก็ได้ฟังเรื่องราวของ
สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับฮันซูยอง “ฉันก าลังเดินไปตามถนน
แต่จู่ๆ ก็ถูกชนด้วยรถบัสที่เต็มไปด้วยผู้รอดชีวิต”
“แล้ว?”
“ฉันก็ตื่นขึ้นมาที่นี่”
“มันดูน่าเชื่อตรงไหน? แล้วกงพิลดูล่ะ?”
“ฉันตกลงไปในแม่น ้าฮันและอยู่ที่นี่เมื่อฉันลืมตาขึ้นมา”
ผมรู้สึกไม่เชื่อ “แฟนตาซีจังนะ?”
“นายลืมไปแล้วว่าพวกเราอยู่ที่ไหนตอนนี้?”
นี่คือการสนทนา
ในความเป็นจริง มันฟังดูไร้สาระ แต่ก็มีบางสิ่งที่คล้ายกัน
นี้ในหนทางเอาชีวิตรอด มันมีผู้หวนคืนหลายคนที่
เดินทางไปยังต่างโลกหลังจากตกลงไปในแม่น ้าฮันหรือ
ถูกรถบัสชน ถึงกระนั้น การเจอกับเรื่องแบบนี้ในระหว่าง
สถานการณ์…
พวกโดเกบิบ้านั่นท าบ้าอะไรกัน? ผมถาม “งั้นท าไมเธอ
ถึงได้กลายเป็นเทพธิดาไปได้? เธอบอกให้พวกเขาเรียก
เธอว่าแบบนั้นเหรอ?”
ฮันซูยองส่ายหัวและบ่น “ชิ ท าแบบนี้กับฉันหลังจากที่ฉัน
ช่วยนายไว้เนี่ยนะ”
“อะไร? บอกฉันมา”
“นายลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็นใคร?”
“ห้ะ?”
“สมองของนายลดลงไปตามขนาดด้วยเหรอ?”
เมื่อมาคิดดูแล้ว นี่เป็นค าถามที่โง่มาก ฮันซูยองเป็นผู้เผย
พระวจนะคนเดียวที่เหลืออยู่ในโซลโดม
ยิ่งไปกว่านั้น หนึ่งวันบนโลกยังเท่ากับสามวันบนดินแดน
แห่งสันติ พวกเราแยกจากกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ดังนั้น
ฮันซูยองจึงได้ใช้เวลาบนดินแดนแห่งสันติไปราวๆ สาม
สัปดาห์
เธอรู้อนาคตและได้เวลามาสามสัปดาห์ มันไม่แปลกเลยที่
ฮันซูยองจะกลายเป็นเทพธิดาของอีกโลก… ไม่สิ มันก็ยัง
แปลกอยู่หน่อยๆ ท าไมเธอถึงได้เป็นเทพธิดา แทนที่จะ
เป็นราชินี?
“พวกนายสองคนรู้จักกันดีเลยนะ” ผมมองกลับไปและ
เห็นกงพิลดูก าลังมองมาที่พวกเราด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเปิดปาก ผมไม่ต้องการที่จะ
พูด แต่มันก็มีบางสิ่งที่ผมควรจะพูดออกไป “กงพิลดู”
“อะไร?”
“ฉันขอโทษนะ”
“นายก าลังพูดบ้าอะไร?”
“ฉันขอโทษที่ไม่ได้ดูแลนาย”
“…ใครขอให้นายมาดูแลกัน?”
“ฉันขอโทษจริงๆ ขอบคุณที่ช่วยฉันนะ”
ผมต้องขอโทษจริงๆ ในคราวนี้ ดังนั้นผมจึงพูดออกไป
อย่างสุภาพ พูดตามตรง ผมยุ่งเกินไปในสถานการณ์ที่ห้า
จนไม่ได้ดูแลกงพิลดู คราวนี้เขาได้ช่วยชีวิตของผมไว้เมื่อ
ผมตกอยู่ในอันตราย มันน่าอายเกินกว่าที่ผมจะเรียก
ตัวเองว่าเป็นผู้สนับสนุนของจ้าวแห่งการป้องกัน
[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งการป้องกัน’ เย้ยหยันในค าขอโทษ
ของคุณ]
“ชิ” พวกเขาดูจะเหมาะสมกันดี
[คุณสนับสนุนจ้าวแห่งการป้องกัน 5,000 เหรียญ]
[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งการป้องกัน’ พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ]
กงพิลดูจ้องมาที่ผมสักพักก่อนที่จะหันออกไป “งั้นก็ท า
ให้ดีด้วยในครั้งหน้า”
มันเป็นเรื่องตลกที่ได้เห็นคนที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
ขนาดนี้ ไม่ว่ายังไง ผมก็ดีใจที่ทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าพวก
เขาจะกลายเป็นคนจิ๋วก็ตาม เอ๋? เดี๋ยวนะ พวกเขา
กลายเป็นคนจิ๋ว…?
ผมมองไปยังคนทั้งคู่ครู่หนึ่ง นั่นท าให้ผมนึกขึ้นมาได้
ท าไมพวกเขาถึงเลือกหยุดภัยพิบัติ? ทั้งคู่ไม่ใช่คนที่จะท า
อะไรแบบนั้นหนิ?
“ฉันมาที่นี่เพื่อพูดขอบคุณ”
ผมมองกลับไปและเห็นลีฮุนซึงกับคนอื่นๆ ก าลังเดินเข้า
มา พวกเขาขี่แมลงเข้ามายังเวโรนิก้า และเห็นกลุ่มของ
กงพิลดูก าลังเดินผ่านไป
“ไม่จ าเป็น ฉันแค่ท าในสิ่งที่ต้องท า” ฮันซูยองยิ้มเบาๆ
และโบกมือของเธอ ในตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันเป็นอย่างไร
เมื่อปีศาจสวมหน้ากาก
ลีจีฮเยมองไปยังฮันซูยองและถาม “ยังไงก็เถอะ… เธอ
เป็นใครกันเหรอ?”
สิ่งนี้ท าให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่คนอื่นได้
เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของฮันซูยอง ไม่ใช่อวตารของเธอ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สมาชิกปาร์ตี้ยังไม่รู้ว่าเธอคืออัครสาวก
ที่หนึ่ง
ฮันซูยองเหลือบมองผมและผมก็ตอบในนามของเธอ
“เอ่อ เรื่องนั้น…”
ลีจีฮเยคงไม่อยู่เฉยแน่ถ้าเธอรู้ว่านี่คืออัครสาวกที่หนึ่ง ลี
จีฮเยเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดเมื่อ
อัครสาวกโจมตีชุงมูโร
ปาร์ตี้อาจจะพลิกกลับด้านถ้าตัวตนของฮันซูยองถูก
เปิดเผย และฉากนองเลือดก็คงจะอุบัติขึ้น ในที่สุดผมก็
ตัดสินใจปิดปากและทรยศต่อมโนธรรมของผม
“เธอก็แค่เพื่อนที่ฉันรู้จัก”
ผมไม่รู้ว่าผมจะสามารถใช้ค าว่า ‘เพื่อน’ ได้ไหม อืม มัน
ไม่ส าคัญหรอกผมไม่มีเพื่อนอยู่ดี ผมไม่อาจมองเห็น
ใบหน้าของฮันซูยองได้
“ฉันขอโทษนะ แต่… ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”
คนที่ท าลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดออกมาก็คือเร็น คน
ญี่ปุ่นที่ผมช่วยไว้จากกรง
ฮันซูยองมองไปมาระหว่างผมและคนญี่ปุ่น ลีจีฮเยก็
เหมือนกัน “…แล้วคนญี่ปุ่นนี้ใครกัน? เพื่อนอีกเหรอ?”
มันเป็นน ้าเสียงประชดประชัน ยัยบ้า
“อาซูกะ เร็น… เธอคืออวตารจากญี่ปุ่น เธอไม่ใช่เพื่อน
แต่เป็นนักโทษที่ถูกจับ ซึ่งฉันได้ช่วยเอาไว้”
“ท าไมต้องช่วยเธอ? เธอเป็นคนญี่ปุ่น”
“การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ มันคือคนจิ๋วกับ
ภัยพิบัติ”
ลีจีฮเยดูไม่พอใจแต่เธอก็เชื่อใจ
ฮันซูยองกระซิบกับผม “อะไรเนี่ย? คนๆ นี้อยู่ในนิยาย
ต้นฉบับงั้นเหรอ?”
“เธอไม่รู้เหรอ?”
เธออาจจะอ่านไปจนถึงการเสื่อมถอยรอบที่สี่ แต่เธอไม่
รู้จักอาซูกะ เร็นงั้นเหรอ? โอ้ เร็นยังไม่มีบทงั้นเหรอ? อาซู
กะ เร็นเหลือบมองระหว่างฮันซูยองและผมด้วยสายตา
ประหม่าก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง “ขอโทษนะ ฉันมี
ค าถาม…”
“อ่า ว่ามาสิ”
“เธอได้รับการอนุมัติจากดินแดนแห่งสันติแล้วเหรอ?”
ใช่แล้ว แน่นอนว่ามันเป็นธรรมดาส าหรับเร็นที่จะสงสัย
ฮันซูยองสงสัย “คิมทกจา เธอก าลังพูดอะไร?”
“เธอถามว่าเธอเป็นเทพธิดาได้ยังไง”
“อ่า เรื่องนั้น”
คนอื่นๆ เข้าใจค าถามและจ้องมาที่ฮันซูยองด้วยความ
สงสัย ผมเองก็สงสัยว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา ไม่ว่าเธอจะ
เติบโตได้เร็วแค่ไหน มันก็แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
ระหว่างการแข็งแกร่งขึ้นในสามสัปดาห์และการ
กลายเป็นเทพธิดาแห่งอาณาจักร
“ฉันบอกนายแล้ว สถานที่แรกที่ฉันโผล่ขึ้นมาคือทิศ
เหนือ ลุงกับฉันตกอยู่กลางวงล้อมการโจมตีของเวโร
นิก้า”
“มันเป็นช่วงการจู่โจมงั้นเหรอ?”
“กลุ่มญี่ปุ่นกลุ่มแรกโจมตีเวโรนิก้า”
“แล้ว?”
“อ่า ไอ้บ้าญี่ปุ่นคนหนึ่งมองพวกเราและพูดอะไร
บางอย่าง ฉันร าคาญเลยฆ่ามันทิ้ง”
ผมพูดไม่ออกไปสักพัก ผมรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่าง
คร่าวๆ อาณาจักรเวโรนิกาก าลังจะพินาศเพราะภัยพิบัติ
ทันใดนั้นคนสองคนก็ปรากฏตัวขึ้นและฆ่าภัยพิบัติ จาก
มุมมองของคนตัวจิ๋ว ฮันซูยองและกงพิลดูจึงอาจจะดู
เหมือนเป็นเทพเจ้า
“อืม… ฉันคงไม่ฆ่าเขาถ้าฉันรู้ว่าจะกลายเป็นคนจิ๋ว”
“เธอไม่ได้อ่านสถานการณ์นี้เหรอ?”
“ฉันก าลังเดินอยู่บนถนน แล้วจู่ๆ ก็ถูกส่งมาที่ไหนก็ไม่รู้
ฉันจะรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นพื้นที่ของสถานการณ์ที่หก?”
…นั่นเป็นสาเหตุว่าท าไมคนญี่ปุ่นที่เห็นพวกเราถึงโจมตี
สองคนนี้คือหนึ่งในสาเหตุนั้น
“เพราะเธอ พวกเรา…”
“อ่า ฉันเข้าใจ”
นอกเหนือจากที่ราบ มันก็มีปราสาทของโลกที่ถูกทอดทิ้ง
ใบนี้ที่สามารถมองเห็นได้ พวกเรามองไปยังพระราชวัง
มันเป็นพระราชวังที่แตกสลาย ร่องรอยของภัยพิบัติ
สามารถมองเห็นได้จากก าแพงปราสาทที่ถูกท าลาย ผู้คน
ก าลังร้องไห้อยู่ในอาณาจักรที่ถูกท าลาย
“ท่านเทพธิดา!”
“ท่านเทพธิดากลับมาแล้ว…!”
คนจิ๋วดูไร้ประโยชน์ไปเมื่ออยู่ต่อหน้าภัยพิบัติอันยิ่งใหญ่
ฝูงชนที่ดูสกปรกออกมาทักทายพวกเรา
ฮันซูยองเผยรอยยิ้มอันขมขื่น “…มันจบแล้ว ดินแดนแห่ง
สันติบัดซบ”
ผมฟังค าพูดของเธอและตระหนักได้อีกครั้ง ผมโชคดีมา
จนถึงตอนนี้ แต่นั่นคงจะจบลงในการต่อสู้ครั้งต่อไป การ
ต่อสู้กับภัยพิบัติเพิ่งเริ่มต้นขึ้น และพวกเราต้องต่อสู้ต่อไป
ในการต่อสู้ที่มีแต่ความพ่ายแพ้
ผมจ้องไปยังผู้คนที่ก าลังเดินเข้ามา ผู้คนของโลกใบนี้ดู
คล้ายกับโลกในอดีต มันไม่มีปรมาจารย์ดาบ ไม่มีมหา
จอมเวทย์ และกระทั่งการใช้ ‘ระบบ’ ก็ถูกจ ากัด ผู้คนที่มี
ความเป็นแฟนตาซีอย่างแท้จริงกลับไม่สามารถหยุดยั้งผู้
บุกรุกได้ ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามแค่ไหน และผมก็รู้ว่า
ใครคือเจ้าของโลกใบนี้
“อาซูกะ เร็น”
สาวสวยสะดุ้งและมองมาที่ผม กุญแจส าคัญใน
สถานการณ์นี้คือเธอคนนี้ แม้ว่าจะอ่านหนทางเอาชีวิต
รอดมา อาซูกะ เร็นก็รู้จักโลกใบนี้ดีกว่าผม
แข้าร่วมกลุ่ม เกาหลีใต้ พวกเราต้องการความช่วยเหลือ
จากเธอ’
(จบตอน)