มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 172 – อ่านอีกครั้ง (4)
ประกายแสงพันรอบร่างกายของผมในขณะที่ผมรู้สึกถึง
สัญญาณของพายุความน่าจะเป็น นี่คือภาระที่ยิ่งใหญ่ส าหรับ
กลุ่มดาวที่ไม่ใช่ระดับเรื่องเล่าจะแบกรับ
ผมคิดว่าบันทึกที่ชองจุงยองได้เผชิญหน้ากับกองทัพเพียงล าพัง
นั้นเกินจริงไปหน่อย อย่างไรก็ตาม แทนที่จะเป็นการพูดเกิน
จริง เรื่องราวนี้ดูจะถูกลดทอนลงมา
ในความเป็นจริง ชองจุงยองแข็งแกร่งกว่าที่ถูกเขียนไว้ใน
บันทึกมากหลังจากกลายเป็นกลุ่มดาว กล่าวอีกนัยหนึ่ง แม้แต่
ปรมาจารย์ดาบก็คงจะประหม่าขึ้นมาเมื่อได้ยินเรื่องของกลุ่ม
ดาวนี้
ถึงกระนั้น ผมก็ต้องทน ถ้าผมไม่สามารถต้านทานต่อจิต
วิญญาณของชองจุงยองได้ ผมก็ไม่อาจท าลายผนึก 100 วันได้
[‘สถานะ’ ของคุณถูกปิดผนึก]
[สกิลหลักของคุณถูกผนึก]
[เวลาที่เหลือ: 100 วัน]
ผนึก 100 วัน ซึ่งสามารถด าเนินการได้โดยสามสิ่งมีชีวิตสูงสุด
แห่งกลุ่มดาว ‘ฮงอิก’ ซึ่งเป็นผนึกระดับสูงสุดที่สามารถปิด
ผนึกความสามารถของอีกฝ่ายได้
[กินกระเทียมและจิงจูฉ่าย จากนั้นก็อดทนไป 100 วัน]
แน่นอนว่าผนึกนี้ไม่จ าเป็นที่จะต้องเป็นสิ่งเลวร้าย ถ้าผม
สามารถกินกระเทียมและจิงจูฉ่ายไป 100 วัน ผมก็จะได้รับพร
แห่งฮวานิมและปลุกศักยภาพของร่างกายของผมขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ผมก็ไม่มีเวลา ฮันซูยองมองดูกระเทียม
และจิงจูฉ่ายที่ถูกเทลงมาจากฟากฟ้าและถาม “เฮ้ ยังไม่เสร็จ
อีกเหรอ?”
“พลังแข็งแกร่งมากท าให้มันยากที่จะควบคุม รอก่อน”
ผมสูดหายใจเข้าและควบคุมพลังเวทมนตร์ของผม ชองจุงยอง
ส่งพลังให้ผมเพื่อตอบสนองต่อการเรียกของผม แต่ก็ไม่ได้พูด
ออกมาด้วยเสียงที่แท้จริงของเขา เขาแค่ส่งพลังบางส่วนมา
ให้กับผม ราวกับเขาจะบอกว่า ‘ลองดูถ้าเจ้ามั่นใจ’
ด้วยเหตุนี้ผมจึงก าลังควบคุมเรื่องราวที่ก าลังคลั่งอยู่เป็นเวลา
30 นาที่ มันดูราวกับว่าร่างทั้งร่างของผมจะระเบิดออก
ผมมองไปยังฮันซูยองที่ก าลังบ่นและรู้สึกร าคาญขึ้นมา
“ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะเธอ เรื่องแบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้นถ้าเธอไม่
ใช้ฉันเป็นโล่”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ? จากสิ่งที่เธอท ามาโดยตลอด…”
มันผ่านไปแล้วกี่นาทีกัน?
ฮันซูยองเริ่มเบื่อและตะโกนออกมา “ก็ได้ ฉันขอโทษ! ใช่ ฉัน
ใช้นายเป็นโล่ นายต้องการอะไรอีก?”
ผมอยากจะบอกว่าเธอเป็นคนหน้าซื่อใจคด แต่ทันใดนั้นเองก็มี
ตัวตนเข้ามาแทรกแซง
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ขัดจังหวะด้วยอาการ
ไอ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ บอกว่าฮันซูยองไม่เคย
ใช้คุณเป็นโล่]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ บอกว่าความตายของ
คุณนั้นเป็นความรับผิดชอบของคุณ]
ฮันซูยองตะโกนออกมา “เฮ้ หุบปากไปซะ อยู่เฉยๆ! อย่าพูดอะ
ไร้สาระ…!”
“เขาหมายความว่าไง?”
“มันไร้สาระ ไม่ต้องไปคิดถึงมันหรอก”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ อ้างว่าฮันซูยองไม่ได้
ปกป้องหัวใจของคุณเพื่อป้องกันมังกรเพลิงทมิฬของคุณ]
…มังกรเพลิงทมิฬของผม?
“นั่นคือเหตุผลของฉัน…” ฮันซูยองลังเลก่อนที่จะเริ่มพูด
ออกมา “ฉันหมายถึงการโจมตีของจอนวูชิ… พุ่งมาตรงนั้น”
“…ฮะ”
ผมประหลาดใจมากจนผมลืมสถานการณ์ส าคัญไปและถอน
หายใจออกมา ฮันซูยองลังเลในขณะที่เธอจ้องตาผมและเม้ม
ปาก “นั่น… นายคงจะไม่มีความสุขถ้านายเสียส่วนนั้นไป
ดังนั้น… ฉันเลยเปลี่ยนทิศทาง”
“นั่นคือเหตุผลที่มันโดนหัวใจของฉัน?”
“…อืม เรื่องก็เป็นแบบนั้นแหละ”
มันเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ฮันซูยองไม่รอที่จะดูว่าผมจะยอมรับ
มันได้ไหมและรีบเสริม
“ฉ-ฉันไม่ได้คิดอะไรแปลกๆ แบบนั้นนะ อย่าเข้าใจผิด ไอ้มังกร
เพลิงทมิฬบ้านั่นตะโกนว่าฉันควรจะปกป้องปลาวาฬ…”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังมองดูกลุ่มดาว
ของเขาด้วยความล าบากใจและความปั่นป่วน]
ผมถอนหายใจเบาๆ และกล่าวว่า “…ฉันไม่สนเรื่องพวกนั้น
หรอก ต่อไปแค่ปกป้องหัวใจของฉันก็พอ”
ฮันซูยองท าสีหน้าประหลาดใจกับค าพูดของผมและพยักหน้า
บรรยากาศที่น่าอึดอัดใจไหลเวียนไปชั่วขณะ
ฮันซูยองพิจารณาถึงบางสิ่งอย่างจริงจังและพูดออกมา “ยังไง
ก็เถอะ คิมทกจา ฉันมีค าถาม…”
“อะไร?”
“ท าไมเขาถึงเรียกมันว่ามังกรเพลิงทมิฬ?”
***
‘เด็กนั่น… เขาตัวเล็กมากเมื่อยังเป็นเด็ก’
ลีซูคยองดื่มด่ ากับความทรงจ าของเธอในขณะที่เธอจ้องไปยังที่
ราบของปราสาททมิฬที่ทั้งมืดและเปล่าเปลี่ยว
กว่าจะมาถึงที่นี่มันใช้เวลาไปเท่าไหร่นะ?
มันไม่มีสถานการณ์ง่ายๆ และแผนการทั้งหมดก็ผิดเพี้ยนไป
กว่าครึ่งหรือไม่ก็พังไป เธอเจอกับวิกฤตแห่งความตายกี่ครั้งกัน
เนื่องจากข้อมูลที่ไม่เพียงพอ?
‘โดยเฉพาะตอนที่ฉันเจอเนอร์วาน่า มันอันตรายมาก’
ผู้กลับชาติมาเกิด ลีซูคยองไม่เคยคิดว่าจะมีตัวตนแบบนี้อยู่ใน
โลก อืม มันคงแปลกตั้งแต่แรกแล้วที่นิยายกลายเป็นเรื่องจริง
เธอหลับไปและเห็นโชยูนกาน อวตารแห่งจอนวูชิ
“ฝ่าบาท”
“หยุดเรียกแบบนั้นได้แล้ว”
“…ซูคยอง”
โชยูนกานมีสายตาอันซับซ้อน
‘ไม่แปลกเลย’ ลีซูคยองคิด
โชยูนกานเป็นผู้พเนจรคนเดียวที่รู้สถานการณ์ของเธอทั้งหมด
“เธอไม่จ าเป็นต้องต่อสู้กับเขา ถ้าเธอซื่อสัตย์เกี่ยวกับสาเหตุที่
เธอเขียนหนังสือ…”
“การซื่อสัตย์ยากกว่าการต่อสู้ โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นระหว่าง
ครอบครัว”
ในความเป็นจริง เธอได้คุยกับคิมทกจาเพราะค าแนะน าของโช
ยูนกาน
โชยูนกานกดดันต่อ “มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะสามารถยอมรับ
ความเป็นจริงได้ เขาไม่ใช่แค่เด็กอายุ 10 ขวบที่เธอรู้จักแล้ว”
“ส าหรับฉัน เขาก็ยังเป็นเด็กอยู่ ไม่ว่าเขาจะอายุ 30 หรือ 40
ปี”
“…มันคือความภาคภูมิใจของพ่อแม่สินะ”
ความภาคภูมิใจ…
ถูกต้อง มันเป็นความภาคภูมิใจ ลีซูคยองลดระดับสายตาลง
“ในตอนแรก ฉันพยายามที่จะแสดงความกล้าออกไป ฉัน
พยายามที่จะบอกความจริง”
“…”
“อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา…
มันรู้สึกเหมือนเป็นข้อแก้ตัวให้ฉันเข้ามาในชีวิตของเขา”
ความจริงแตกต่างจากนิยาย
“ฉันไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นจะต้องการความจริงอยู่ไหม บางทีมัน
อาจจะเป็นสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันไม่อยากจะอยู่ในฐานะแม่
เลวๆ…”
เธอต้องหักหลังตัวเองเพื่อปกป้องคิมทกจา เธอกลายเป็นแบบ
นี้เนื่องจากความรักของตัวเธอ
「อวตารคิมทกจาจะถูกสังหารโดยคนที่เขารักมากที่สุด」
ลีซูคยองนึกถึงครั้งแรกที่เธอได้ยินโชคชะตาของลูกของเธอจาก
ยูซานอา โชคชะตาของโอลิมปัสจะต้องเป็นความจริงแน่ๆ
“…วันหนึ่งเขาจะเข้าใจเธอ”
เพื่อที่จะหาวิธีช่วยลูก ลีซูคยองได้อุทิศเวลาสามวันสามคืน
ให้กับมารดาผู้สร้าง
ไอเท็มระดับ SSS สามชิ้นถูกใช้เป็นเครื่องบรรณาการแก่ฮงอิก
และเธอยังต้องมอบชีวิตของเธอให้อีก 20 ปี ในทางกลับกัน
เธอก็สามารถขโมยโชคชะตาที่โอลิมปัสซ่อนไว้ได้
「ถ้าเขาไม่ไปยังสถานการณ์ต่อไป อวตารคิมทกจาจะไม่ตาย
」
ลีซูคยองยิ้ม “กองก าลังทั้งหมดมารวมตัวกันรึยัง?”
“อืม พวกเขาพร้อมแล้ว”
บนขอบที่ราบ กลุ่มผู้พเนจรที่เธอเป็นผู้น าได้มารวมตัวกัน พวก
เขาทุกคนมาที่นี่เพราะพวกเขาเชื่อในตัวเธอ ลีซูคยองเปิด
หน้าต่างสถานการณ์หลักขึ้นมา
+
[สถานการณ์หลัก #9 – ราชาปีศาจที่ 73]
ประเภท: หลัก
ระดับความยาก: SS
เงื่อนไขการเคลียร์: คุณมีสิทธิ์เข้าร่วมในสถานการณ์สุดท้าย
ของปราสาททมิฬ รวบรวมแรงค์เกอร์ 4 คนเพื่อขึ้นไปยังชั้นที่
สามของปราสาททมิฬและเข้าสู่สถานการณ์สุดท้าย
จ ากัดเวลา: 30 วัน
รางวัล: 100,000 เหรียญ
ความล้มเหลว: ―ตาย
* อันดับปราสาททมิฬของคุณในปัจจุบันคืออันดับที่ 2
* เฉพาะอวตารที่อยู่ในสิบอันดับแรกเท่านั้นที่สามารถท้าทาย
สถานการณ์สุดท้ายไปพร้อมกับคุณ
+
ลีซูคยองเหลือบมองไปยังโชยูนกาน ในตอนนี้เธอมีแรงค์เกอร์
สิบอันดับแรกอยู่สองคน พวกเธอคือโชยูนกานและลีบ๊กซุน
เพื่อที่จะส าเร็จสถานการณ์และท้าทายชั้นสุดท้ายของปราสาท
ทมิฬ เธอต้องการแรงค์เกอร์อีกสองคน
โชยูนกานกล่าว “พวกเขาก าลังมา”
กองทัพหนึ่งก าลังเคลื่อนมาจากอีกฝั่งของที่ราบ พวกเขามา
จากสรวงสวรรค์ เธอเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยเป็นผู้น าของกองทัพ
ลีซูคยองทักทายคนหนึ่งในกองก าลังของฝ่ายตรงข้าม “ยูซาน
อา สักพักแล้วสินะ”
“อ๊า! ฉัน ฉันดีใจจริงๆ… คุณยังมีชีวิตอยู่! ทกจา…”
“ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”
ลีซูคยองมองไปยังปาร์ตี้ตรงข้ามกับเธอ
‘จากซ้ายไปขวา นี่คือลีฮุนซึง ชินยูซอง จางฮีวอน ลีจีฮเย และ
ลีกิลยัง’
เธอได้ยินเรื่องของลีฮุนซึง ชินยูซอง และลีจีฮเยมาจากคิมทก
จา แต่เธอก็ไม่เคยได้ยินเรื่องของลีกิลยังและจางฮีวอนมาก่อน
บางทีพวกเขาอาจจะเป็นคนใหม่ที่ลูกชายของเธอช่วยไว้โดยไม่
ค านึงถึงนิยายต้นฉบับ
‘มันคงจะง่ายกว่านี้ถ้ามีแค่ตัวละครต้นฉบับ โง่จริงๆ’
ในตอนเด็ก คิมทกจาก็ท าเรื่องที่คาดเดาไม่ได้อยู่หลายครั้ง
ดังนั้นลีซูคยองจึงเชื่อว่าลูกของเธอจะกลายเป็นศิลปิน
“ราชาพเนจร”
เสียงนั้นมาจากบุคคลที่เธอรอคอย มันเป็นคนที่เธอได้ยินจาก
ลูกชายมากที่สุดตอนที่เธออยู่ในคุก เธอไม่เคยจินตนาการเลย
ว่าเธอจะได้เห็นเขาตัวเป็นๆ
“ยูจงฮยอค”
ราชาสูงสุด ยูจงฮยอค ตัวเอกของเรื่องราวนี้พูดออกมา “ท าไม
เธอถึงอยากจะมาเจอฉันที่นี่?”
“ฉันตัดสินใจจบสถานการณ์นี้แล้ว”
ยูจงฮยอคเหลือมองไปข้างๆ ลีซูคยองและถาม “เธอเองก็ก าลัง
รวบรวมสี่ราชาสวรรค์งั้นเหรอ?”
“สี่ราชาสวรรค์?”
“เธอจ าเป็นต้องมีแรงค์เกอร์สี่คนเพื่อไปยังสถานการณ์ต่อไป
เธอไม่รู้เหรอ?”
“อ่า… ใช่ ใช่แล้ว ฉันก าลังรวบรวมพวกเขาอยู่ ฉันเดาว่าพวก
เขาคงถูกเรียกว่าสี่ราชาสวรรค์สินะ ฉันตามค าพูดของพวก
เด็กๆ ไม่ทันแล้วสิ”
คิ้วของยูจงฮยอคกระตุกกับค าพูดของลีซูคยอง “เธอมีจิตใจที่
บิดเบี้ยว”
“นายเป็นเด็กฉลาด”
สายตาของคนทั้งคู่สบกัน และคลื่นพลังงานก็แผ่ออกมาอย่าง
รุนแรง เพียงแค่การแลกเปลี่ยนสายตากัน ลีซูคยองก็สามารถ
มองเห็นพลังคร่าวๆ ของยูจงฮยอคได้
มันคือผู้บรรลุ เขาจะต้องอยู่ในระดับนี้เพื่อเป็นตัวเอก
ลีซูคยองสูดหายใจเข้าเบาๆ และพูดออกมา “ฉันต้องการ
ร่วมมือกับนาย มารวมแรงค์เกอร์ที่มีอยู่เข้าด้วยกันเถอะ”
“…แรงค์เกอร์?”
“ใช่ ไม่ใช่เป้าหมายของนายคือการช่วยโลกเหรอ? นาย
จ าเป็นต้องมีอวตารที่ทรงพลังที่สุดถ้านายต้องการเคลียร์
สถานการณ์ต่อไป ฉันช่วยนายได้ ผู้สนับสนุนของฉันคือมารดา
ผู้สร้าง”
ดวงตาของยูจงฮยอคเกร็งเล็กน้อยกับค าว่า ‘มารดาผู้สร้าง’
อย่างไรก็ตาม มันก็แค่ชั่วขณะเท่านั้น ค าพูดที่ออกมาจากปาก
ของยูจงฮยอคนั้นคือสิ่งที่ไม่คาดฝันเอาซะเลย “คิมทกจาอยู่
ไหน?”
“…นายก าลังตามหาเขาท าไม?”
“ฉันได้ยินมาว่าเธอพาตัวเขาไป”
“แล้วไง?”
ลีซูคยองมีความรู้สึกแปลกๆ กับท่าทีของเขาที่มีต่อเธอ มันเป็น
ความรู้สึกรบกวนที่มีแค่แม่ที่มีลูกเท่านั้นจึงจะเข้าใจได้
เธอสงสัย “นายคงจะไม่ได้รวมเด็กคนนั้นเข้าไปในสี่ราชา
สวรรค์ของนายหรอกนะ?”
“ฉันไม่จ าเป็นต้องตอบค าถาม”
“นิสัยของนายเหมือนที่เขาบอกเลย”
“…คิมทกจาเล่าเรื่องของฉันให้เธอฟัง?”
“ใช่ เขาเล่าให้ฟังเยอะเลย”
เธอจ้องเข้าไปในดวงตาของยูจงฮยอค และความสงสัยของ
ลีซูคยองก็เพิ่มขึ้น
ลีซูคยองถาม “ฉันได้ยินมาว่านายมอบความส าเร็จที่สรวง
สวรรค์ให้กับลูกชายของฉัน ท าไมนายถึงท าแบบนั้น?”
“เขาสามารถช่วยโลกได้ถ้าเขาเติบโตขึ้น”
“อ่าห้ะ นายก าลังจะใช้เขาเพื่อ ‘สิ่งนั้น’?”
ลีซูคยองเน้นค า มันเป็นน้ าเสียงที่ผ่อนคลาย ราวกับว่าเธอรู้อยู่
แล้ว
จากนั้นยูจงฮยอคก็ตอบ “คิมทกจาคือสิ่งจ าเป็นส าหรับโลกใบ
นี้ ฉันต้องการเขา”
“…”
“เขาจะเป็นสหายของฉัน และเขาจะได้เห็นจุดจบของ
สถานการณ์”
การแสดงออกของลีซูคยองค่อยๆ แข็งขึ้น สหาย? เสียงของลูก
ชายของเธอในวัยเด็กดังขึ้น
– ไอ้บ้านั้น เขาเป็นโรคจิตโดยสมบูรณ์
– เขาไม่รู้อะไรเลยนอกจากการใช้คนอื่นยังไง เขาจะท าทุก
อย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
“มันแปลกๆ ยูจงฮยอคที่ฉันได้ยินมาไม่มีทางพูดแบบนาย”
“ครอบครัวของเธอชอบพูดเหมือนกับว่าพวกเธอรู้จักคนอื่น
ดี?”
ยูจงฮยอคดึงดาบของเขาออกมา มันเป็นท่าทีที่ไม่ต้องการบท
สนทนาอีกต่อไป
“มอบคิมทกจามาให้ฉัน แล้วฉันจะปล่อยเธอไป”
ลีซูคยองจ้องเข้าไปยังดวงตาที่ก าลังลุกโชนของยูจงฮยอคและ
นึกถึงน้ าเสียงของลูกชาย แม้จะมีค าบ่นมากมาย แต่ลูกชาย
ของเธอก็ดูตื่นเต้นอยู่เสมอ
– แต่เรื่องราวจะไม่ด าเนินต่อไปหากไม่มีเขา หนทางเอาชีวิต
รอดคือนิยายแบบนั้น
ในเวลานั้นเอง การรู้แจ้งก็บังเกิดขึ้นในหัวของลีซูคยอง
「อวตารคิมทกจาจะถูกสังหารโดยคนที่เขารักมากที่สุด」
ลีซูคยองตระหนักถึงความหมายที่แท้จริงของโชคชะตานี้ได้
แล้ว เธอรู้ว่าใครจะฆ่าลูกชายของเธอ บางทีมันอาจจะเป็น
ข้อมูลเชิงลึกที่ลีซูคยองสามารถเข้าถึงได้เพราะเธอเคยชินกับ
ค าอุปมาอุปมัยและสัญลักษณ์เหล่านี้
“ฉันเข้าใจแล้ว” ลีซูคยองตระหนักได้ถึงทุกอย่างและหัวเราะ
ออกมา
นี่ไม่ใช่แผนดั้งเดิมของเธอ ถึงกระนั้น ค าพยากรณ์ก็หมายความ
ถึงแผนการที่ต้องมีการแก้ไข
“ฉันขอโทษ แต่ฉันไม่อาจปล่อยให้นายเจอลูกชายของฉันได้”
“ท าไม?”
“ความรับผิดชอบของแม่คือการควบคุมลูกของตัวเองถ้าเขาไป
ปะปนกับคนไม่ดี” ดวงตาของลีซูคยองเย็นชาในขณะที่เธอ
หยิบกระดิ่งแปดลูกปัดออกมา “ฉันต้องส่งลูกชายของฉันกลับสู่
ความเป็นจริง”
(จบตอน)