มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 174 – อ่านอีกครั้ง (6)
…อะไรนะ? ผมรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นข้อความ จนถึงตอนนี้
ความเข้าใจของผมเกี่ยวกับกลุ่มดาวไม่เคยเพิ่มขึ้นเลย
ผมเปิดบุ๊คมาร์ค แต่ชองจุงยองก็ไม่ได้ถูกเพิ่มในลิสต์ที่มีอยู่ มัน
อาจเป็นเพราะการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาก บางทีมันอาจจะแค่
1%
ถึงกระนั้น ผมก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง หากความเข้าใจของ
ผมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันจะเป็นไปได้ไหมที่จะเลียนแบบส
กิลของกลุ่มดาวในวันหนึ่ง?
“…นี่มันอะไรกัน?”
ผมหันไปตามเสียงของฮันซูยอง ท้องฟ้าสีขาว ผู้ชี้น าแห่งพายุ
ก าลังมองลงมาที่ผมด้วยออร่าท าลายล้าง มันคือราตรีสีขาว
มันมีเสียงดังกึกก้องออกมาเป็นระยะ และทั่วทั้งพื้นที่ก็สั่นราว
กับแผ่นดินไหว ผลที่ตามมาของการต่อสู้ระหว่างขุนศึกทั้งสอง
กระจายไปทั่วที่ราบ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้ฆ่ากันเอง
[ทุกคน… คุกเข่า… ลง!]
เสียงที่แท้จริงของกลุ่มดาว ผมสงสัยว่าจะมีความเป็นไปได้มาก
แค่ไหนถูกใช้ไปกับค าพูดเหล่านี้ อวตารจ านวนมากที่ไม่อาจทน
ไหวก าลังดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวด
เหล่าผู้ที่มีการปกป้องจากผู้สนับสนุนหรือคนที่มีพลังจิตอัน
แข็งแกร่งได้รับผลไม่มากนัก ฮันซูยองเป็นหนึ่งในนั้น
“อะไรกัน? เกิดอะไรขึ้น?” ฮันซูยองตะโกนออกมาด้วยความ
สิ้นหวัง
ผมมองไปยังที่ราบพร้อมกับเธอ อันที่จริง ผมคิดว่าสิ่งนี้น่าจะ
เกิดขึ้น แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขนาดนี้
“…มันวุ่นวายจริงๆ พวกเขาตั้งใจจะฆ่ากันหมดเลยใช่ไหม?”
มันไม่ใช่แค่อวตารหนึ่งหรือสองคนที่เพิ่มระดับการสอด
ประสานจนถึงขีดจ ากัด
ความเป็นไปได้ที่ได้รับอนุญาตโดยปราสาททมิฬถูกใช้ไปจนถึง
ขีดจ ากัด ประกายแสงปรากฏขึ้นราวกับประทัดทั่วสนามรบ
– คิมทกจา ฟังข้า ถ้าเจ้าท าแบบนี้ เจ้าจะตายได้
ผมได้ยินเสียงของบีฮยองมาจากใครบางคนเมื่อผมมองไปยัง
สนามรบที่ถูกท าลาย
– มีทางเดียวเท่านั้นที่จะหนีจากโชคชะตา ค้นหาพลังที่จะ
ปกป้องเจ้า มิฉะนั้น…!
มันมีเสียงอื่นดังออกมา และเสียงของบีฮยองก็ถูกตัดไป คงมีคน
ก าลังบล็อคบีฮยองไว้
ในเวลาเดียวกัน ดวงตาหลายร้อยคู่ก็มองมาที่ผม พวกเขาเป็น
กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่และกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าที่เพิ่มการ
ประสานงานกับอวตารของตัวเองจนถึงขีดสุด
ผมรู้สึกถึงอากาศที่ร้อนอบอ้าวและกลืนน้ าลาย จากนั้นชองจุง
ยองก็พูดออกมาเป็นครั้งแรก [เจ้าต้องกลัว]
“ไม่ กลับกัน มันน่าสนุก”
ผมจริงจัง
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มก าลังมองคุณอยู่!]
[กลุ่มดาวบางกลุ่มก าลังสวดมนต์ชื่อของคุณ!]
[ได้รับ 2,000 เหรียญเป็นโบนัส]
ชองจุงยองพูดอีกครั้ง [ก าแพงแห่งโชคชะตานั้นสูง]
“มันก็แค่ก าแพงสูง ฉันจะท าลายมันถ้าฉันต้องท า”
คนที่ผมรัก ดังนั้น คนๆ นั้นก็คงจะฆ่าผม ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร
อย่างที่ผมไม่รู้โชคชะตาของตัวเอง พวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน
“ไปกันเถอะ”
ผมวิ่งผ่านสนามรบ คราวนี้ผมไม่ได้ซ่อนพลังของตัวเอง
“ฉันขอเลือกบุ๊คมาร์คที่ห้า เคียร์อีออส โร้ดเกียม”
ช่วงเวลาที่บุ๊คมาร์คถูกเปิดใช้งาน ผมก็เรียกใช้การย่อขนาด
และปล่อยกระแสไฟฟ้า
[เคล็ดวิชาของผู้หวนคืน น่าสนใจจริงๆ]
ผมสามารถกวาดผ่านสนามรบได้ด้วยพลังของชองจุงยอง
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ควรหักโหมเกินไป แขนขวาของผมแทบ
จะกลายเป็นผ้าขี้ริ้วไปแล้วหลังจากใช้ดาบที่หนึ่งแห่งวิถีสาม
ดาบ
ผมวิ่งผ่านสนามรบในขณะที่ซดโพชั่นฟื้นร่างกายระดับสูงที่ผม
ซื้อมาจากกระเป๋าโดเกบิ
“หลบไป!”
มันมีร่องรอยสีขาวเหลือทิ้งไว้ทุกครั้งที่ผมวิ่งผ่าน นี่คือพลังของ
ผู้หวนคืน เคียร์อีออส พลังที่เกินกว่า LV.10
“อ๊ากกก! อะไร?”
เช่นเดียวกับสึนามิที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วน อวตารที่ก าลัง
ต่อสู้กันอยู่กรีดร้องออกมาและกระจัดกระจายออกไป
“ฉันไม่รู้ว่าพวกนายก าลังต่อสู้ไปเพื่ออะไร แต่หยุดซะ”
มันเป็นการดีที่จะเพิ่มอันดับเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่เก้า แต่มัน
ก็ไม่ใช่เรื่องดีที่จะเสียพลังไปกับเรื่องแบบนี้
“ร-ราชาที่น่าเกลียดที่สุด!”
“ฉันได้ยินมาว่าเขาตายแล้ว!”
มันมีอวตารที่จ าผมได้
“ถ้านายรู้ว่าฉันเป็นใคร งั้นนายก็เข้าใจสถานการณ์แล้วรึยัง?”
อวตารบางคนก็วางอาวุธลงในขณะที่คนอื่นๆ ถอยไป มันมีบาง
คนก าลังมองมาที่ผมด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย
[อวตารหลายคนแสดงความเคารพต่อคุณ]
“ขอบคุณส าหรับสถานการณ์ที่แปด ข่าวลือว่านายฟื้นคืนชีพ
เป็นเรื่องจริง”
มันมีคนจ าได้ว่าผมเสียสละตัวเองเมื่อผมเป็น ‘ผู้ที่แข็งแกร่ง
ที่สุด’
พวกเขาพยักหน้าเบาๆ และถอนตัวออกไปด้วยความเต็มใจ
[เรื่องราวการฟื้นคืนชีพของคุณแพร่หลาย]
[ความส าเร็จใหม่ ‘พระเมสสิยาห์ผู้ไกล่เกลี่ย’ ถูกเพิ่มเข้าไปใน
เรื่องราวที่ห้าของคุณ]
ผมคิดว่าพวกเขาคงเป็นกองก าลังที่มาจากสรวงสวรรค์ ยูจงฮ
ยอคและสมาชิกปาร์ตี้ก็อาจจะรวมอยู่ด้วย
งั้นอีกฝ่ายล่ะ?
“ฮุฮุ พวกเราเจอกันอีกแล้ว หนุ่มน้อย นายออกมาจากอาณา
เขตนั้นได้ยังไง?”
ตามที่คาดไว้ พวกเขาคือคนพเนจร ผมถามซีบ๊กซุน “ท าไม
ต้องต่อสู้กัน?”
“ท าไมเหรอ? มันเป็นเพราะนายไง”
ลีบ๊กซุน เธอคือคุณยายที่มีพลซุ่มยิงฮาร์บินเป็นผู้สนับสนุน
“นายไม่ควรไปยังสถานการณ์ต่อไป”
“…นั่นคือสิ่งที่แม่ของผมพูดเหรอ?”
ลีบ๊กซุนพุ่งเข้ามาหาผมโดยไม่ตอบ
สกิลพลังวัยชราเพิ่มความแข็งแกร่งของเธอขึ้นอย่างฉับพลัน
ท าให้เธอสามารถผลักดันอวตารที่อยู่รอบๆ ออกไปได้ราวกับ
รถไฟ และมาถึงตัวผมในพริบตา
[ภายใต้ร่มธงของกลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ’ ค่า
สถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 10 หน่วยเป็นเวลา 30 นาที]
[ค่าสถานะทั้งหมดของคุณถึงขีดจ ากัดของเหนือมนุษย์
ชั่วคราว]
ผมไม่สามารถพูดได้ว่าผมเคารพผู้สูงอายุ แต่ก็มีความสุภาพใน
ระดับหนึ่ง ถึงกระนั้น คราวนี้ก็เป็นข้อยกเว้น
“ผมขอโทษ แต่ผมจะไม่ปล่อยยายไปแน่คราวนี้”
‘พลซุ่มยิงฮาร์บิน’ คือผู้สนับสนุนที่สามารถแสดงให้เห็นถึงการ
ตอบสนองที่แข็งแกร่งของกลุ่มดาว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง พลังโจมตีในตอนนี้จะขึ้นอยู่กับพลังของ
เรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นโดยลีบ๊กซุน
ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมก็คงไม่ถูกกดดัน
เมื่อค่าสถานะทั้งหมดเกินกว่า 100 หน่วยในสภาพปล่อย
กระแสไฟฟ้า พลังงานอันมหาศาลก็ปะทุออกมาจากร่างกาย
ของผม
ลีบ๊กซุนถูกก าปั้นของผมต่อยและกระเด็นออกไป
“หยุดนะคิมทกจา!”
พลังของคนพเนจรเหนือความคาดหมายของผม ไม่น่าเชื่อว่า
พวกเขาจะพ่ายแพ้ต่อโบสถ์ผู้ไถ่บาปด้วยกองก าลังขนาดใหญ่
เช่นนี้
ยังไงก็เถอะ มันก็มีอะไรแปลกๆ ในหมู่คนพเนจร พวกเขามีคน
ที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นปีศาจอยู่ในนั้น
น่าเสียดายที่ผมรู้เรื่องนี้ ฮันซูยองเห็นมันและพึมพ า “บ้าเอ้ย มี
คนได้เรื่องราวของแรงค์เกอร์อันดับสามไป”
อันดับสามในการจัดอันดับปราสาททมิฬ ‘ราชาแห่งความตาย’
เดวิทซ์
ดูเหมือนว่าจะมีคนในหมู่คนพเนจรที่สังหารเดวิทซ์ไป ราชา
แห่งความตายเป็นเรื่องราวที่ทรงพลังพอๆ กับสรวงสวรรค์แห่ง
ความสิ้นหวัง ราชาแห่งความตายเป็นสกิลที่จะเปลี่ยนให้คน
ตายกลายเป็นอันเดดเพื่อเข้าต่อสู้
“เตรียมตัววิ่งคิมทกจา! ทะลวงออกไปซะ!”
ฮันซูยองสร้างอวตารขึ้นมากว่าสิบร่างและคลายผ้าพันแผลที่
มือขวาของเธอ ธาตุสีด าควบแน่นอยู่ในมือของพวกมัน และ
เพลิงทมิฬก็กวาดผ่านสนามรบ
ผมวิ่งไปตามเส้นทางที่ฮันซูยองสร้างขึ้น ผมก้าวข้ามกลุ่มปีศาจ
และสลัดคนพเนจรออกไป
จากนั้นผมก็เห็นโชยูนกานก าลังใช้ราชาแห่งความตาย ตามที่
คาดไว้ ผู้หญิงคนนี้ได้เรื่องราวนี้ไป
พ่อมดคนแรกแห่งโชซอน เธอมีอาณาเขตประตูกลไกและราชา
แห่งความตาย
แม่ของผมมีลูกน้องที่อเนกประสงค์จริงๆ เธอก าลังดื่มโพชั่น
พลังเวทมนตร์และมองมาที่ผมด้วยความประหลาดใจ “คิมทก
จา? นายมาที่นี่ได้ไง… นายถูกผนึกไว้โดยกระดิ่งแปดลูกปัด!”
“ฉันมีปัญหานิดหน่อย”
โชยูนกานรวบรวมพลังเวทมนตร์ของเธอ บางทีคนๆ นี้อาจจะ
เป็นอันดับที่สามในปราสาททมิฬ “หยุดและถอยไปซะ ฉันไม่
ต้องการท าร้ายนาย”
“ฉันท าไม่ได้…”
มันมีสัญญาณว่าเธอก าลังจะใช้อาณาเขตประตูกลไกอีกครั้ง
และผมก็เพิ่มระดับพลังที่ผมซ่อนไว้ จากนั้นพลังของโชยูนกาน
ก็สลายไป
[กลุ่มดาว ‘พ่อมดคนแรกแห่งโชซอน’ สับสนมาก]
อาณาเขตประตูกลไกสลายไป และเลือดก็ไหลออกมาจากปาก
ของโชยูนกาน ประกายแสงโผล่ขึ้นมาจากด้านหลังของเธอและ
มีเสียงดังออกมา
[ก-กลิ่นอายนี้…! ท าไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?]
ในท้ายที่สุด จอนวูชิก็พูดด้วยน้ าเสียงที่แท้จริงของเขา จากนั้น
ชองจุงยองก็ตอบ [หลบไปซะ]
[ต-แต่เจ้าไม่ใช่ผู้สนับสนุนของเขา…!]
[ข้าจะไม่พูดซ้ าสอง]
[อั๊ค…]
จอนวูชิถูกบดขยี้ด้วยสถานะที่แตกต่างกันอย่างมากและหายตัว
ไปอย่างรวดเร็ว
โชยูนกานไม่สามารถรับมือกับผลที่ตามมาจากการใช้ความ
เป็นไปได้และเซไปมา เธอไม่อาจคงราชาแห่งความตายไว้ได้อีก
และสมดุลของสนามรบก็เริ่มพังทลายลง
“ม-ไม่นะ นายท าแบบนี้ไม่ได้ คิมทกจา”
ผมไม่สนใจโชยูนกานและวิ่งต่อไป ผมไม่กลัวการโจมตีใดๆ ที่
สาดเทมาหาผมเพราะชองจุงยอง ความแตกต่างในสถานะนั้นมี
มากเกินไป
หลังจากห้านาที่ ศูนย์กลางของสนามรบก็ปรากฏขึ้น มันเป็น
สถานที่ที่มีประกายแสงที่ทรงพลังที่สุดอยู่
บนสนามรบแห่งราตรีสีขาว มันมีคนที่ผมรู้จักก าลังชี้อาวุธเข้า
หากัน
ฮันซูยองวิ่งมาด้านหลังของผมและพูดออกมา “…แม่ของนาย
มันสัตว์ประหลาด”
ผมไม่แปลกใจนัก แม่ของผมคงจะอยู่ในระดับนี้แน่ๆ ข้อมูลที่
ผมรู้…
แม่ของผมก าลังต่อสู้อย่างสูสีกับยูจงฮยอคและเพื่อนคนอื่นของ
ผม
มันไม่มีอวตารคนไหนที่สามารถต่อกรกับผู้บรรลุได้ขนาดนี้
ด้านหลังของแม่ มันมีเงาของหมียักษ์อยู่
[ลูกหลานที่น่าสงสาร… ข้าไม่ได้ต้องการต่อสู้…]
ผมเคยเห็นโอโรจิจุติลงมาในลักษณะเดียวกันนี้ ณ ดินแดนแห่ง
สันติ มันเป็นเงาการจุติของมารดาผู้สร้าง
ฮันซูยองส่ายหัวของเธอเมื่อฝันร้ายของดินแดนแห่งสันติ
เกิดขึ้นอีก “ท าไมกัน… ความเป็นไปได้หายไปเหรอ?”
“มันเป็นเพราะกระดิ่งแปดลูกปัด”
หนึ่งในสามสมบัติสวรรค์ส่องประกายอยู่ในมือของแม่ ความ
เป็นไปได้ที่คาดไว้ถูกแทนที่ด้วยรีลิคอันทรงงพลัง
“ถ้าเธอไม่อยากสู้ งั้นท าไมถึงเอาแต่โจมตีใส่พวกเรา! ว๊ากกก!”
เงาของหมียักษ์กวาดผ่านที่ราบท าให้ลีจีฮเยและลีฮุนซึง
กระเด็นออกไป พวกเขาไม่อาจต่อกรกับพลังท าลายล้างได้ เห็น
ได้ชัดว่ามันเป็นสถานการณ์ที่น่ากลัว
“ทกจา!”
ยูซานอาเห็นผมก่อนใคร จากนั้นสมาชิกปาร์ตี้คนอื่นๆ ก็เดิน
เข้ามาหาผม จางฮีวอนตะโกนออกมาก่อน “ทกจา คุยกับแม่
ของนายหน่อยสิ!”
“พี่ คนๆ นั้นเป็นแม่ของพี่จริงๆ เหรอ? ยูซอง…”
“ทกจา สถานการณ์นี้มันอะไรกัน?”
ค าพูดสาดเทออกมาในคราวเดียว และผมก็ไม่อาจตอบได้
สุดท้ายยูจงฮยอคก็เดินเข้ามาหาผม “ฉันเดาว่าแม่ของนายไม่
ค่อยชอบฉันนะ”
(จบตอน)