มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 195 – มุมมองของโลกปีศาจ (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 195 – มุมมองของโลกปีศาจ (3)
“เดี๋ยวก่อน เจ้าคือ…!”
ดวงตาของเด็กหนุ่มหน้าสวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อเขาจ าผมได้
ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้อ้าปากออกมาอีกครั้ง ไอลีนที่มีไหว
พริบดีก็รีบรับเงินของผมไป
“50,000 เหรียญ! โอเค”
“5-50,000 เหรียญจริงๆ เหรอ…?”
ปากของเด็กหนุ่มที่ก าลังประหลาดใจเปิดอ้าออกในขณะที่เขา
เหลือบมองระหว่างผมกับไอลีน
50,000 เหรียญไม่ใช่เงินก้อนใหญ่อะไรในสถานการณ์ แต่มันก็
เป็นเงินจ านวนมากในโลกปีศาจ
มันเป็นพื้นที่ที่กลุ่มดาวไม่ค่อยมาเยี่ยมเยือนเนื่องจากราชา
ปีศาจ แน่นอนว่าตามมาตรฐานของผม เงิน 50,000 เหรียญก็
ไม่ใช่เงินที่มากอะไร
[‘ส่วนที่หนึ่งของต านานแห่งคิมโดเจก้า’ เสร็จสมบูรณ์แล้วบน
ดินแดนแห่งสันติ]
[ผู้บุกเบิกในพื้นที่ประกาศความศรัทธาในตัวคุณ]
[คุณได้รับเงิน 15,000 เหรียญ]
ผมได้รับเหรียญแบบเรียลไทม์ นี่คือข้อดีของการเป็นกลุ่มดาว
แม้จะไม่มีผู้สนับสนุน แต่ผมก็ท าเงินได้จากชื่อเสียง
ขุนนางปีศาจที่อึ้งไปตอบกลับมาอย่างเชื่องช้า “เจ้าเป็นใคร?”
ผมดูข้อมูลของพวกมัน
เอิร์ลปีศาจซิลล็อค และบารอนปีศาจเมเลน พวกมันเป็นนัก
สะสมที่พอมีชื่อเสียงในเขตอุตสาหกรรมสวิตซ์
“ลูกค้า”
โดยปกติแล้วผมคงจะโค้งให้ด้วยความสุภาพ แต่มารยาทก็
ไม่ได้มีไว้ให้กับคนพวกนี้ พวกมันคือไฮยีน่าที่ชอบกินเหยื่อที่
แสดงความอ่อนแอหรือความหวาดกลัวออกมา
“เจ้า…!” บารอนปีศาจยกระดับพลังขึ้นกับน้ าเสียงของผม
“ปล่อยมันไปเมเลน” ซิลล็อคดูสถานการณ์และปรามเมเลนไว้
เอิร์ลปีศาจดูเหมือนกับเพิ่งกินอาหารบูดไป
[ตัวละคร ‘เอิร์ลปีศาจซิลล็อค’ มองดูคุณด้วยความสงสัย]
[ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับตัวละคร ‘เอิร์ลปีศาจซิลล็อค’
เพิ่มขึ้น]
ผมไม่พลาดโอกาสนี้ในการใช้สกิล
[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ถูกเปิดใช้งาน!]
จากนั้นผมก็เริ่มได้ยินความคิดของซิลล็อค
「ชายคนนี้สามารถจ่าย 50,000 เหรียญได้ง่ายๆ」
「ชาวเมืองไม่มีทางจ่ายเงินจ านวนนี้ได้ นอกจากนี้ ดูจาก
ความผ่อนคลายแล้ว เงิน 50,000 เหรียญดูจะเป็นแค่เงิน
จ านวนเล็กน้อยส าหรับเขา」
「ใครกัน? นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเจอเขา เดี๋ยวก่อน พลังงาน
ปีศาจนั่น…」
「อย่าบอกนะว่า…?」
มันเป็นไปตามที่ผมคิด ไม่ มันดีกว่าซะอีก ไม่ว่าในกรณีใด เขต
อุตสาหกรรมสวิตซ์ก็เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เกี่ยวกับราชาปีศาจ
คนใหม่ ถ้าเป็นเช่นนี้ มันก็คงจะไม่เลวร้ายอะไรที่จะปล่อย
ข้อมูลที่ท าให้พวกมันเข้าใจผิด
ผมพูดด้วยน้ าเสียงที่เต็มไปด้วยความองอาจ “นายคงพอเดาได้
แล้วสินะ”
ผมพูดด้วยโทนเสียงของยูจงฮยอค และการแสดงออกของซิล
ล็อคก็เปลี่ยนไป มันพยักหน้าราวกับว่าความคิดของมันถูกต้อง
และพูดกับผมด้วยความสุภาพ
“ท่านขุนนางปีศาจ ข้าขอภัยที่ทักทายท่านช้าไป ท่านมาจาก
เขตอุตสาหกรรมกิลแบทงั้นเหรอ?”
“ดูเหมือนว่าหูของนายจะยังดีอยู่นะ”
“อย่างไรก็ตาม ข้าก็ไม่ได้รับแจ้งเลยว่าท่านจะมาเยือนที่นี่”
“ฉันต้องบอกเส้นทางให้กับคนอย่างนายเหรอ?”
“เรื่องนั้น… ข้าขอโทษ”
เขาเชื่อมั่นจากค าตอบสั้นๆ ของผม
「สิทธิ์ในการเคลื่อนไหวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
อย่างน้อยเขาก็ต้องระดับมาร์ควิส」
「มันไม่มีอะไรดีเกี่ยวกับการไปยุ่งกับเขตอุตสาหกรรมกิลแบท
เลย」
หลังจากความเข้าใจอย่างรุนแรง ซิลล็อคก็โค้งค านับให้ผมและ
สะกิดเมเลน”ไปกันเถอะ”
“ฮะ? แต่…”
“ช่างเถอะ”
เมเลนพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจให้กับการตัดสินจากหัวหน้า เม
เลนหยิบเงิน 50,000 เหรียญมาจากไอลีน และเตือนด้วย
น้ าเสียงที่ดุร้าย
“คราวนี้เจ้าโชคดีไป อย่าคิดว่ามันจะเกิดขึ้นอีกในคราวหน้า ไอ
ลีน”
ขุนนางปีศาจทั้งสองจากไป บางทีซิลล็อคคงจะไปรายงานเรื่อง
นี้กับเจ้านายของมันในทันที่ มันไม่ส าคัญ ผมไม่อาจคิดไปถึง
ตอนนั้นได้
ร้านขายนาฬิกาเต็มไปด้วยพลังงานเมื่อพายุผ่านไป มันเป็นเด็ก
หนุ่มหน้าสวยที่เป็นผู้ท าลายบรรยากาศ”…มันไม่เยอะไปหน่อย
เหรอ? เจ้าเป็นใครกัน?”
เขาเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยดวงตาที่เป็นประกาย และผมก็ยิ้ม
อย่างเงียบๆ
“นั่นเงินค่าอะไร?” ไอลีนได้สติกลับมาและถามผม “เรื่องนั้น…
ยังไงก็เถอะ เจ้าคือขุนนางงั้นเหรอ?”
พวกปีศาจเข้าใจผิด แต่ไอลีนก็ไม่ควรจะเข้าใจผิด
ผมส่ายหัว “ฉันไม่ใช่ขุนนางปีศาจ”
“งั้น…?”
ผมปลดเสื้อของผมออกแทนค าตอบ ประกายแสงปรากฏขึ้น
และชิ้นส่วนเรื่องราวที่แตกสลายก็ตกลงมา ความตกใจปรากฏ
ขึ้นบนใบหน้าของไอลีนในขณะที่เธอตรวจร่างกายของผม
“…ผู้ถูกเนรเทศ? งั้นก็ค าขอพิเศษ…!”
“ใช่”
ใบหน้าของไอลีนกลายเป็นสีขาวเพราะเธอสามารถคาดเดา
ขนาดเรื่องราวของผมได้ด้วยการมองเพียงครั้งเดียว
“ข-ข้าไม่เคยเห็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย”
“มีแค่เธอเท่านั้นที่ท าได้ เธอคือ ‘ผู้เชี่ยวชาญเรื่องราว’ แห่ง
เขตอุตสาหกรรมสวิตซ์”
ใบหน้าของไอลีนสั่นให้กับค าว่า ‘ผู้เชี่ยวชาญเรื่องราว’ เมื่อสติ
ของผมเริ่มพังลง ผมก็คว้าไหล่ของเธอและเสริม
“ซ่อมฉัน ไอลีน มาร์เกอร์ฟิลด์”
***
สติของผมวูบวาบในขณะที่ผมสัมผัสได้ถึงไอลีนและคนแปลก
หน้าหลายคน มันมีเสียงหลายเสียงตามมา
“อวตารจะมีเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง…?”
“เขาคือใครกัน?”
“…มันมีส่วนผสมของเรื่องราวที่ไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐาน โอ้
พระเจ้า ไม่ใช่ว่านี่คือเรื่องราวระดับต านานเหรอ?”
“นี่คืออวตารจริงๆ เหรอ? ข้าไม่คิดว่านี่จะเป็นสถานะของ
อวตารนะ”
“เขากินชิ้นส่วนที่อันตรายพวกนี้ไปและยังมีชีวิตอยู่…”
ผมคงจะไม่ต้องทรมานขนาดนนี้ถ้าระดับของกิเลนลาร์มาร์คสูง
กว่านี้ หากอัตราการดูดซึมสูงขึ้น มันคงจะเป็นไปได้ที่จะแก้ผล
ของการผสมชิ้นส่วนเรื่องราว
อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ใช่สถานการณ์ปัจจุบันของผม
เช่นเดียวกับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันมนุษย์ เรื่องราวที่
แตกต่างกันก าลังโจมตีกันและกันเพื่อป้องกันตัวเอง
“พวกเราต้องท าให้มันเสถียรให้เร็วที่สุด…”
เสียงของไอลีนตึงเครียด
ไอลีน มาร์เกอร์ฟิลด์ ตามหนทางเอาชีวิตรอด เธอคือวิศวกร
เวทมนตร์บนดาวเคราะห์ลินเบิร์ก เธอค้นคว้ามานานและได้
เรียนรู้ว่าแก่นแท้ของโลกใบนี้คือ ‘เรื่องราว’
เธอไม่ได้บรรลุระดับผู้บรรลุ แต่เธอก็เป็นหนึ่งในอวตารไม่กี่คน
ที่มีแอตทริบิวต์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องราว
สติของผมวูบวาบอีกสองสามครั้ง จากนั้นความแข็งแกร่งก็
ค่อยๆ กลับคืนมาสู่ร่างกายของผม ความหนาวเหน็บที่เกิดจาก
บทลงโทษการถูกเนรเทศลดลง และความเจ็บปวดของร่างกาย
ก็บรรเทาลงไป
แขนขวาของปรมาจารย์ดาบผู้น่าสงสารและหัวใจมังกรทองวัย
เยาว์ที่แหลกสลายไม่ได้เข้าปะทะกับเรื่องราวอื่นๆ อีก และ
แทรกอยู่ในร่างกายของผมอย่างปลอดภัย
แน่นอนว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีในการมาหาไอลีน
ผมตรวจสอบร่างกายของผมและค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา มันมีเด็ก
หนุ่มหน้าสวยอยู่ตรงหน้าของผม
ผมเคยรู้สึกมาก่อน แต่เขาก็น่ารักจริงๆ มันเป็นการดีกว่าที่จะ
แสดงรูปร่างหน้าตาของเขาในฐานะเด็กผู้หญิงแทนที่จะเป็น
เด็กผู้ชาย
“โว้ว!” เด็กหนุ่มที่ก าลังประหลาดใจกรีดร้องออกมาในทันใด
ผมพยายามยกร่างขึ้นอย่างช้าๆ แต่ผมก็ไม่อาจขยับได้ เมื่อ
มองใกล้ๆ ร่างกายของผมก็ถูกมัดไว้กับโต๊ะปฏิบัติการ มันดู
เหมือนจะเป็นเทคนิคในการข่มพลังของเรื่องราว…
ผมมองไปรอบๆ และพบว่ามีแค่เด็กหนุ่มเท่านั้น บางทีเขา
อาจจะรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่รู้ว่าผมถูกมัดไว้ และเด็กหนุ่มก็พูด
ออกมา “เฮ้ เจ้าเป็นใครกันแน่?”
ไม่สิ สถานการณ์นี้ดีกว่าที่คิด ผมต้องการเวลาบ้าง ผมบอกกับ
เขา”นายคิดว่าไงล่ะ? นายชอบแบบทดสอบหนิ”
“…ใครบอก?”
“เอาเถอะ ลองเดาดูสิ”
ดวงตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยการขบคิด ตามที่คาดไว้ มันเป็น
กลอุบายที่ดี เด็กหนุ่มคิดเกี่ยวกับมันก่อนที่จะถามผม “เจ้าคือผู้
หวนคืน?”
“ผู้หวนคืน? ท าไมนายถึงคิดอย่างนั้น?”
“มันไม่สมเหตุสมผลที่ชาวเมืองทั่วไปแห่งโลกปีศาจจะมีเงิน
มากขนาดนั้น”
“โอเค พูดต่อสิ”
“เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ใช่ปีศาจ และข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นอวตาร
ทั่วไป เจ้ายังมีเรื่องราวที่หายากมากมาย เจ้าดูจะแข็งแกร่งอยู่
บ้าง งั้นมันก็มีแค่ค าตอบเดียวเท่านั้น”
“หืม…”
“เป็นไง? เหตุผลของข้าถูกไหม?”
ผมมองเข้าไปในดวงตาอันเปล่งประกายของเด็กหนุ่มและ
ต้องการท าให้เขาสนุกขึ้นสักหน่อย”เหตุผลของนายก็ถูก แต่
นายต้องการหลักฐานอีกข้อ”
“หลักฐานอะไร?”
“หลักฐานที่ว่าผู้หวนคืนทุกคนแข็งแกร่ง”
การแสดงออกของเด็กหนุ่มแปลกไปกับค าพูดของผม
“เจ้าหมายความว่ายังไง? เจ้าไม่รู้เหรอว่าผู้หวนคืนคืออะไร?
พวกเขาคือเหล่าคนที่กลับมายังดาวเคราะห์ของตัวเองหลังจาก
ได้รับความแข็งแกร่งอันทรงพลังจากมิติหรือดาวเคราะห์อื่น
คนพวกนั้นจะอ่อนแอได้ยังไง?”
“ฉันไม่รู้ นายยังไม่เคยเจอกับผู้หวนคืนทุกคนในโลกใช่ไหม?”
“เรื่องนั้น…”
“ยกตัวอย่างเช่นผู้หวนคืนบางคนอาจจะไม่ได้อยากกลับมา
เพราะพวกเขาเกลียดโลกของตัวเอง”
การแสดงออกของเด็กหนุ่มแข็งที่อไป
“นายหงุดหงิดเพราะนายเดินทางไปยังมิติต่างๆ หลายครั้ง แต่
ก็ไม่ได้พลังอะไรมามาก”
“…”
“นายมีร่างกายใหม่ แต่นายก็ไม่ได้มีพรสวรรค์อะไร”
“…เดี๋ยวนะ”
“นายเริ่มหงุดหงิดขึ้นเพราะการขาดพรสวรรค์ของนายและ
ตัดสินใจที่จะหยุดลง ณ ที่แห่งหนึ่งและใช้ชีวิตธรรมดาๆ”
“…เจ้าเป็นใครกันแน่?”
ผมยิ้มและพูดออกมา “ฮายัง นายมีความสุขกับโลกปีศาจ
ไหม?”
“อะไรนะ?”
[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]
+
[ข้อมูลตัวละคร]
ชื่อ: จาง ฮายัง (อัสลาน มาร์เกอร์ฟิลด์)
อายุ: 23 ปี (15 ปี)
กลุ่มดาวผู้สนับสนุน: ไม่มี
แอตทริบิวต์ส่วนตัว: ผู้เคลื่อนผ่านมิติ (วีรบุรุษ), ผู้เหินห่างจาก
บ้านเกิด (หายาก), เจ้าแห่งก าแพง (เทวะ)
สกิลเฉพาะตัว: ก าแพงไร้นาม LV.1, ลิ้นพยาบาท LV.3, การ
บ่น LV.5, ความเกียจคร้าน LV.3, ความเฉื่อยชา LV.3, ความ
ง่วงซึม LV.4…
+
การบ่น ความเกียจคร้าน ความเฉื่อยชา ความง่วงซึม…
ใครที่เห็นข้อมูลของชายคนนี้ก็คงจะคิดว่าเขาคือตัวเอกคนที่
สองของหนทางเอาชีวิตรอด ถ้ายูจงฮยอคเห็นสิ่งนี้ ความ
ภาคภูมิใจของเขาก็คงจะเจ็บปวดกับความจริงที่ว่าชื่อของเขา
อยู่ในระดับเดียวกัน
“จ-เจ้ารู้ได้ยังไง…?!”
อย่างไรก็ตาม เดิมทีจางฮายังก็ไม่ใช่แบบนี้ เขาพยายามซ้ าแล้ว
ซ้ าเล่า แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ค่อยดีนัก ‘ก าแพง’ ขนาดใหญ่ยักษ์
มักจะมาขัดขวางเขาไว้เสมอ ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปตาม
กระบวนการ
“โอ้ ที่นี่นายไม่ได้ใช้ชื่อจริงหนิ ฉันควรเรียกนายว่าอัสลานใช่
ไหม?”
“เจ้ารู้จักชื่อจริงของข้าได้ยังไง?” จางฮายังที่ก าลังประหลาดใจ
ผงะถอยไปยังก าแพง
ผมมองเขาและนึกถึงความทรงจ าเก่าๆ
– ผู้เขียน ผมคิดว่ามันคงจะดีกว่าที่จะสร้างตัวละครใหม่…
ถ้าผมไม่ได้ทิ้งคอมเมนต์ไว้ในเวลานั้น…
จางฮายังจะมีตัวตนอยู่ในตอนนี้ไหม?
– นอกจากนี้ควรเป็นสาวสวย…
บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุที่ท าให้ผมรู้สึกรับผิดชอบต่อผู้ชายคนนี้
ผมไม่รู้ว่าผู้เขียนจะสร้างตัวละครนี้ขึ้นมาเพราะผม อย่างไรก็
ตาม…
– ส่วนเค้าโครง อืมมม เนื่องจากยูจงฮยอคเป็นผู้เสื่อมถอย มัน
ก็เพียงพอแล้วถ้าหากตัวละครใหม่จะมีความสามารถในเชิงมิติ
อย่างน้อยที่สุด ถ้าผมไม่ทิ้งคอมเมนต์ไว้ ตัวเอกที่สองก็คงจะไม่
มีความสามารถนี้
“นายไม่ได้ไร้พรสวรรค์ นายแค่ไม่รู้จักพรสวรรค์ของตัวเอง”
“อะไรนะ? จ-เจ้าหมายความว่ายังไง?”
ผมก าลังจะพูดออกมาอีก แต่ประตูก็เปิดเข้ามาก่อน
“อัสลาน? เอะอะอะไร?”
“อ-ไอลีน!””
ไอลีนเห็นใบหน้าของจางฮายังและเหลือบมองมาที่ผม “เจ้า
เป็นไงบ้าง? เจ้าท าอะไรกับเขา?”
ผมยักไหล่โดยไม่พูดอะไร มันมีคนบางส่วนที่อยู่ด้านหลังไอลีน
บางทีพวกเขาอาจจะเป็นสมาชิกของสภาสวิตซ์ พวกเขาคือ
ความชอบธรรมสุดท้ายที่จะต่อต้านกับความทะเยอทะยานขอ
งดยุค ผมชอบคนแบบนี้
ผมคงจะสามารถจัดการกับจางฮายังได้ในภายหลัง ผมต้อง
จัดการเรื่องฝั่งนี้ก่อน “ดยุคสวิตซ์…”
“อะไร?”
“เขามีความทะเยอทะยาน เขาปฏิเสธต าแหน่งระดับสูงใน
ดินแดนปีศาจแห่งอื่นและมายังพื้นที่ห่างไกลนี้”
สมาชิกสภามองหน้ากันกับค าพูดของผม
ผมมองไปยังไอลีนและกล่าวว่า “บางทีดยุคสวิตซ์อาจจะมา
ขอให้เธอสร้างทหารยักษาให้กับเขา ใช่ไหม?”
“ห้ะ?”
“ชายคนนั้น เขาได้ลิ้มรสเมื่อเขาท่องไปทั่วโลกปีศาจ นั่นเป็น
เหตุผลว่าท าไมเขาถึงขอค าขอที่ไม่มีเหตุผลเช่นนี้ เขาไม่รู้จัก
ประชาชนของเขา”
“จ-เจ้า…!”
สมาชิกสภาประหลาดใจมากกับข้อมูลที่ผมรู้ ไอลีนที่ก าลัง
ประหลาดใจดูอึ้งไป ผมไม่พลาดโอกาสนี้
“เธอปฏิเสธเขาสามครั้ง และในครั้งต่อไปเขาก็จะบังคับเธอ
เธอพร้อมแล้วเหรอ?”
ใบหน้าของไอลีนและชาวเมืองมืดลงกับค าพูดของผม มัน
แน่นอน พวกเขาทรงพลังในดาวเคราะห์ของตัวเอง แต่พวก
เขาก็ไม่อาจเทียบเคียงกับดยุคในโลกปีศาจได้
ผมเพลิดเพลินไปกับความเงียบก่อนที่จะพูดออกมาด้วย
รอยยิ้ม”ถ้าเธอฟังเงื่อนไขของฉัน ฉันจะหยุดดยุคให้เธอเอง”
มันสร้างความงงงวยให้กับคนพวกนี้ ผู้ถูกเนรเทศที่ปรากฏตัว
ขึ้นอย่างกะทันหันไม่เพียงแต่รู้ข้อมูลนี้ แต่ยังได้ยื่นข้อเสนอที่ไร้
สาระออกมาด้วย
มันเป็นไอลีนที่พยายามจะพูดออกมา “เจ้า… เจ้าเป็นใครกัน?”
ใช่ มันเริ่มต้นจากที่นี่
ผมหวังว่าผมจะสามารถบอกได้ว่าผมคือ ‘คิมทกจา’ แต่มันก็
ยังเป็นไปไม่ได้ ถ้าผมเปิดเผยชื่อของผมไป ณ ที่แห่งนี้ กลุ่ม
ดาวบนโลกก็จะรู้ว่าผมยังมีชีวิตอยู่
งั้น… กลับไปที่งานต้นฉบับกันเถอะ ผมนึกถึงการเสื่อมถอยรอบ
ที่ 111 ในนิยายและประกาศด้วยเสียงที่ชั่วร้ายที่สุด
“ฉันชื่อยูจงฮยอค ฉันมาที่นี่เพื่อเป็น ‘ราชาปีศาจ’ แห่ง
อาณาจักรปีศาจที่ 73”
***
[ความอื้อฉาวของคุณก าลังแพร่กระจายในอาณาจักรปีศาจที่
73]
ยูจงฮยอคเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในขณะที่เขาได้ยินเสียง
ข้อความ
“…อะไรนะ?”
แน่นอนว่าท้องฟ้าไม่ตอบ จากนั้นการแสดงออกของยูจงฮยอค
ก็เปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด
ยูจงฮยอคคิดเกี่ยวกับบางสิ่งอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่จะจ้องมอง
ท้องฟ้าด้วยความไม่เชื่อและพึมพ า “คิมทกจา?”
(จบตอน)