มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 197 – มุมมองของโลกปีศาจ (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 197 – มุมมองของโลกปีศาจ (5)
ผมหันไปและเห็นเจ้าของบาร์จ้องมาที่ผมด้วยแววตาของความ
สงสัย ผมตอบกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด “ฉันเพิ่งมาเมื่อ
วาน”
“ดีจริงที่ได้พบกับเจ้า ชีวิตในเขตอุตสากรรมนั้นหาได้ยากจริงๆ
ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามาจากไหน แต่นี่ก็ไม่ใช่ที่ๆ แย่อะไรในการนั่งพัก
เอาเครื่องดื่มหน่อยไหม?”
“ไม่ ฉันไม่ชอบดื่ม”
“ฮุฮุ มาที่แบบนี้แต่ไม่ชอบดื่มเนี่ยนะ เจ้าช่างเป็นสหายผู้น่า
สงสารจริงๆ”
ผมได้ยินสิ่งนี้และนึกถึงเมื่อผมเข้าไปยังไมโนซอฟต์ครั้งแรก
ฮันมยอนโกก็พูดอะไรที่คล้ายกันนี้เมื่อผมบอกเขาว่าผมไม่ดื่ม
เมื่อมาคิดดูแล้ว ตอนนี้ฮันมยอนโกไปอยู่ที่ไหนกัน? เขาได้รับค า
สาปจากราชาปีศาจแอสโมเดียสและไม่มีทางยืนยันถึงความ
เป็นความตายของเขาได้เลย…
ผมรู้สึกแย่ขึ้นมาเมื่อนึกถึงวันคืนที่เหนื่อยล้าเหล่านั้น
“ฉันไม่ชอบดื่ม แต่ฉันชอบกับแกล้ม นายจะว่าอะไรไหมถ้าฉัน
จะสั่งมัน?”
“ได้แน่นอน พวกเรามีกรงเล็บปีศาจทอด ผ้าขี้ริ้วปีศาจทอด
และ…”
ผมยิ้ม “หยุดล้อฉันเล่นได้แล้วน่า”
“ฮ่าฮ่า ถูกจับได้ซะแล้ว”
“เอาของที่ดีที่สุดที่นายมีมาให้ฉัน เท่าไร?”
“ห้าเหรียญเท่านั้น”
มันเป็นราคาที่ต่ ามาก มันเป็นราคาที่กลุ่มดาวระดับเล็กจาก
ดินแดนแห่งสันติก็สามารถจ่ายได้ ผมคิดนิดหน่อยก่อนที่จะถาม
“ถ้าฉันจ่ายให้สองเท่า นายช่วยท าให้มันอร่อยขึ้นสองเท่าได้
ไหม?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าให้สามเท่าเลย”
ผมยื่นเงินให้ 50 เหรียญโดยไม่พูดอะไร และดวงตาของ
เจ้าของร้านก็เบิกกว้างขึ้น
“… 10 เท่าค่อนข้างยากอยู่ แต่ข้าจะลองดูนะ”
ไม่เหมือนกับที่เขาพูด เจ้าของร้านดูเป็นพ่อครัวที่มีฝีมือดี
เพราะมันมีกลิ่นหอมออกมาจากเขา ความคาดหวังของผม
สูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อผมสังเกตเห็นความหิวของตัวเอง ผมอด
ไม่ได้ที่จะคิดถึงเวลาที่ผมได้กินอาหารจริงๆ
ผมไม่สนใจท้องของผมไปสักพักและถอนหายใจออกมา ผม
ท างานหนักมากจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย
“สุดยอด นั่นคือสถานที่ที่เรียกว่าโลกอย่างนั้นเหรอ?”
อวตารกลุ่มหนึ่งก าลังมองไปยังหน้าจอที่ห้อยลงมาจากชั้นบน
ของบาร์
มันเป็นการบันทึกวิดีโอจากช่องของโดเกบิ มันเป็นฉากที่
คุ้นเคย และจากนั้นเสียงที่คุ้นเคยก็เริ่มดังออกมา
– คุณลุง!
มันเป็นฉากจากสถานการณ์ของโซลโดม มันเป็นบันทึก
สถานการณ์ที่สิบ ราชาปีศาจที่ 73 ผมได้ยินเสียงของชินยูซอง
ดังออกมาจากหน้าจอ และหัวใจของผมก็รู้สึกเจ็บปวด
ผมยกคอเสื้อขึ้นให้บังหน้าไว้ครึ่งหน้าและดูวิดีโอ
“สถานการณ์นั้นยอดเยี่ยมมาก ไม่ใช่ว่ามันเป็นข่าวลือเหรอ?”
“เจ้าคิดไหมว่ามันเป็นสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเลย?”
“อวตารที่อยู่ตรงนั้นจะต้องรุ่งเรืองมากแน่ๆ!”
สื่อเกือบทั้งหมดในโลกปีศาจอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเวน
นี่แมน
พวกเวนนี่แมนย่อมไม่อาจเปิดช่องได้โดยตรงเหมือนโดเกบิ
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้รายได้ผ่านการบริจาค กลับกัน พวกเขา
ได้ขโมยบันทึกและกระจายพวกมันไปทั่ว
“บัดซบ ข้าไม่คิดเลยว่าระดับความยากจะสูงขนาดนั้น ถ้าข้าได้
อยู่ที่นั่นบ้างนะ!”
“หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว ถ้าเจ้าอยู่ที่นั่น เจ้าคงจะไปไม่ถึง
สถานการณ์ที่ห้าด้วยซ้ า”
“ฮะ ไม่?”
พวกเขาดูหน้าจอและสถานการณ์ราชาปีศาจที่ 73 ก็เริ่ม
เปลี่ยนไป
– อูรีเอล เธอก็รู้ นี่เป็นแค่เรื่องราว
มันรู้สึกแปลกจริงๆ ที่ได้เห็นเรื่องราวของผมจากบนหน้าจอ
– เธอต้องเห็นผู้คนมากมายที่ตายอยู่ในเวลานี้
มันเป็นช่วงเวลาที่อูรีเอลเศร้ามาก…
ผมมองไปรอบๆ และเห็นว่ามีอวตารบางคนหลั่งน้ าตาออกมา
ความโกรธ ความสิ้นหวัง หรือการถอนหายใจ
“เชี่ย มันเศร้ามาก…”
…มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ มันไม่ใช่สถานการณ์ของพวกเขา
แต่พวกเขาก็เห็นอกเห็นใจกับสถานการณ์ที่ผมประสบมา
ใบหน้าของพวกเขาดูเหมือนกับพวกเขาได้รับการปลอบขวัญ
บางทีมันอาจไม่ใช่แค่กลุ่มดาวที่ต้องการเรื่องราว เรื่องราวเป็น
สิ่งจ าเป็นส าหรับทุกคน
“…พวกเราจะสามารถท าเช่นนั้นได้ไหมถ้าพวกเรากลับไปยัง
สถานการณ์ที่บ้านของพวกเรา?”
“แรมเพิร์ท เจ้าต้องการกลับไปเหรอ?”
“ถ้าข้าท าได้นะ แต่ข้าท าไม่ได้นี่สิ”
“เหอะ ก็แค่บอกเวนนี่แมน เขาส่งเจ้าไปได้ทุกเมื่อ”
“…ตลกเหรอ? ข้าไม่อยากกลายเป็นภัยพิบัติของบ้านตัวเอง”
ภัยพิบัติ เมื่อมาถึงจุดนี้ อากาศภายในบาร์ก็เริ่มตึงเครียดขึ้น
อย่างไรก็ตาม มันก็แค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ทุกๆ คนลังเลที่จะ
พูดถึงเรื่องนี้และรีบเปลี่ยนหัวข้อ
“มาแล้ว กับแกล้มที่อร่อยขึ้นสิบเท่า”
ผมยิ้มเล็กน้อยและรับอาหารมา มันเป็นมันฝรั่งทอดและบะหมี่
ที่เรียบง่าย ผมบอกได้เลยว่าพวกมันเป็นอาหารอร่อยโดยไม่
ต้องชิมเพราะกลิ่นหอม
ผมหยิบจานมาและมองไปรอบๆ ผมเห็นหัวเล็กๆ หัวหนึ่งก าลัง
จ้องไปที่จอเหมือนกับคนอื่นๆ เขาไม่รู้ว่าผมอยู่ใกล้และแทบจะ
ร้องไห้ออกมา
ผมเดาะลิ้นและนั่งลงข้างๆ เขา “ท าไม นายคิดถึงมันเหรอ?”
“หึ!” ใบหน้าที่ประหลาดใจของเขาน่ารักมาก เขาเหมือนอย่าง
ที่ผมจินตนาการไว้จริงๆ ผมกดไหล่ของจางฮายังลงในขณะที่
เขาพยายามจะหลบออกไป
“อย่าเพิ่ง ฉันแค่อยากกินด้วย”
จางฮายังมองมาที่ผมด้วยความสงสัยและนั่งลงอย่างเชื่อฟัง
เขาตัดสินว่าผมคงจะไม่ท าร้ายเขาเพราะมีอวตารอยู่ที่นี่
มากมาย จางฮายังลังเลก่อนที่จะพูดออกมาก่อน
“เจ้าคุยกับไอลีนแล้วเหรอ?”
“ใช่”
“คุยเรื่องอะไรกัน?”
“นายไม่จ าเป็นต้องรู้”
“…ยังไงก็เถอะ อาหารพิเศษนั่นมันอะไร?”
“ลองกินดูสิ”
จางฮายังขยับส้อมเหมือนกับเขาก าลังรออยู่ เส้นหมี่หายเข้าไป
ในปากของเขา เมื่อมาคิดดูแล้ว ชายคนนี้มีสกิลไร้ยางอายอยู่
“อืม มันคุ้มค่ากับการกินจริงๆ”
จางฮายังกินไปมากกว่าครึ่งในทันที่
“…ยังไงก็เถอะ เจ้ามาจากโลกเหรอ?”
“ใช่”
ใบหน้าของผมไม่ได้ปรากฏบนหน้าจออย่างชัดๆ มันราวกับว่า
มีคนจงใจสัมผัสหน้าจอไว้ ใบหน้าของผมบิดเบี้ยวไปเหมือนกับ
ถูกตี
ไอ้บ้าบีฮยองนั่น ท าไมเขาถึงแก้ไขใบหน้าของผมแบบนั้น? ไม่
ว่ายังไง มันก็ดูเหมือนว่าจางฮายังจะจ าผมไม่ได้
“…มันเป็นยังไง?”
“มันน่ากลัว”
จางฮายังพยักหน้า และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้ด้วยค าพูด
เหล่านั้น การสอบสวนที่น่าเศร้าไม่จ าเป็นส าหรับผู้ที่เคยประสบ
กับสถานการณ์มา
“เจ้าอยู่บนหน้าจอตอนนี้เหรอ?”
“ฉันก าลังจะออกมา”
“ตรงไหน?”
“นี่แหละ”
หน้าจอซูมเข้าหาใบหน้าที่หล่อเหลาของยูจงฮยอค โชคดีที่เสื้อ
ของผมสกปรกพอที่จะมองดูคล้ายกับเสื้อคลุมสีด าของเขา เขา
อาจจะเชื่อจริงๆ ก็ได้ถ้าผมยืนกราน…
อย่างไรก็ตาม สีหน้าของจางฮายังก็ไม่สู้ดีนัก
“ไม่มีความคล้ายกันเลย…”
“นั่นคือฉัน”
“ไม่ เจ้าเหมือนกับแป้งที่ใครจะปั้นก็ได้ ในขณะที่เทพเจ้าต้อง
ใช้เวลาแกะสลักเขาเป็นพันๆ วัน…”
“ฉันถูกเนรเทศ เรื่องราวบนใบหน้าของฉันจึงร่วงหล่นลงไป”
“ไม่ว่าเจ้าจะสูญเสียเรื่องราวไปเท่าไหร่… การโกหกของเจ้าก็
ควรจะสมเหตุสมผลกว่านี้”
…บัดซบ ผมรู้สึกแย่ แต่ผมก็ยังพยักหน้าเพื่อให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ของผม”ใช่ ผมไม่ใช่เขา ถึงกระนั้น ไม่ใช่ว่าเขาดู
เจ๋งไปเลยเหรอ?”
“ใช่”
“นายเองก็สู้ได้ดีแบบนั้นเหมือนกัน”
“จริงเหรอ?”
“ฉันจะให้นายได้เจอกับเขาเมื่อพวกเราไปที่โลก ฉันสนิทกับเขา
มาก”
ค าพูดของผมท าให้ดวงตาของจางฮายังสั่น บางทีจางฮายอง
อาจจะไม่มีทางเลือกนอกจากต้องข้ามไป ในหนทางเอาชีวิต
รอด จางฮายังเป็นคนที่ชื่นชมในตัวยูจงฮยอค ถ้าผมชักชวน
ชายคนนี้ไว้ล่วงหน้าและยุให้เขากลับไปได้…
“ท าไมข้าถึงต้องไปเจอเขา?”
“เอ่อ? ไม่ แค่…”
“กลับกัน ข้าสนใจคนๆ นั้นมากกว่า”
“ใคร?”
“ตรงนั้น”
บนหน้าจอ ผมเห็นร่างที่ล้อมรอบไปด้วยพลังปีศาจมืด ชาย
หนุ่มคนหนึ่งก าลังจ้องไปยังสหายของเขาด้วยสายตาเศร้าๆ
ใบหน้าของเขาไม่อาจมองเห็นได้ชัด แต่ผมก็รู้ดีว่าเขาคือใคร
มันคือผม
ผมมองไปยังแววตาที่เปล่งประกายของจางฮายังและสงสัย
เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“นายไม่เห็นหน้าของเขาด้วยซ้ า?”
“มันจะส าคัญอะไร?”
ผมรู้สึกสับสน และมีเสียงตะโกนออกมาอย่างฉับพลันจากทั่ว
ทุกส่วนของบาร์
“ว้าวววว!”
“ไม่! ลืมตาซะ ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น!”
“บ้าเอ้ย! น้ าตาของข้าไม่หยุดไหลเลย!”
[ชื่อเสียงของคุณโด่งดังยิ่งขึ้นในอาณาจักรปีศาจที่ 73]
[คุณได้รับเงิน 1,500 เหรียญ!]
ไม่ ผมได้รับความนิยมนี้? ผมเสียใจที่แสดงตัวเป็นยูจงฮยอค
ในตอนนี้ผมไม่อาจพูดออกไปได้ว่าคนๆ นั้นคือผมจริงๆ
– ไว้เจอกันใหม่นะ ยูจงฮยอค
ในที่สุด สถานการณ์ก็มาถึงจุดสิ้นสุด และผู้คนก็เริ่มร้องไห้
ออกมา บางคนประทับใจมากจนไม่อาจหลุดพ้นจากความรู้สึก
เหล่านี้ได้
จางฮายังพึมพ าด้วยสีหน้ามีความสุข “อ่า แย่จังที่เขามีแฟน
แล้ว”
หัวใจของผมหดเกร็ง “อะไรนะ? ใคร?”
“ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น เจ้ารู้จักเขาไหม?”
“ฉันรู้จักเขา แต่…” ผมขมวดคิ้วในขณะที่ผมมองไปยังดวงตา
คู่สวยของจางฮายัง ดวงตาใสกระจ่างและแก้มสีขาว ใบหน้าสี
ครีมที่สวยงาม อย่างไรก็ตาม…
“ไม่ใช่ว่านายเป็นผู้ชายเหรอ?”
ถ้าผมจ าไม่ผิด จางฮายังคือผู้ชาย ผู้เขียนหนทางเอาชีวิตรอด
บัดซบยอมรับคอมเมนต์ของผมทั้งหมดและเปลี่ยนแค่สิ่งๆ
เดียว มันคือเพศของผู้ชายคนนี้
จางฮายังเลิกคิ้วขึ้นและขมวดคิ้ว “โลกเป็นแค่ที่เดียวที่ตัดสิน
โดยเปลือกนอก”
ผมก าลังจะตอบสนอง แต่เจ้าของบาร์ก็ปิดไฟในทันใด จากนั้น
เขาก็ประกาศไปทั่วบาร์ด้วยเสียงที่ต่ ามาก “รัตติกาลก าลังมา”
ในค าพูดเหล่านี้ ความเงียบก็แผ่ไปทั่วบาร์ มันเป็นความเงียบที่
เฉียบคมยิ่งกว่าเมื่อตอนที่ค าว่า ‘ภัยพิบัติ’ หลุดออกมา จางฮา
ยังหันหน้ามาหาผมและเอานิ้วแตะที่ริมฝีปาก
“ชู่ว”
เมื่อมองใกล้ๆ มันไม่ได้มีแค่บาร์นี้เท่านั้น บาร์อื่นๆ และร้านค้า
รอบๆ บนถนนก็ปิดประตูและปิดไฟกันหมด ทันใดนั้น เสียง
ทั้งหมดก็หายไป
ราวกับว่าเขตอุตสาหกรรมทั้งหมดจมอยู่ในห้วงสมุทรลึก บน
ถนนที่ทุกคนได้หายตัวไปมีเสียงขลุ่ยโหยหวนดังขึ้น ชาวเมือง
บางคนถึงกับต้องอุดหูไว้เพื่อให้ไม่ได้ยินมัน
ในตอนนี้ ผมก็นึกถึงอะไรบางอย่าง
「มันมี ‘รัตติกาล’ ที่พิเศษในโลกปีศาจ」
ผมฟังก าแพงที่สี่และนึกถึงเรื่องราวในหนทางเอาชีวิตรอด
「ชาวเมืองทุกคนของเขตอุตสาหกรรมกลัวขุนนาง มันไม่ใช่
เพราะแค่ขุนนางแข็งแกร่งเท่านั้น มันยังเป็นเพราะ ‘รัตติกาล’
นี้ที่มาทุกๆ สามวัน」
“ได้โปรดผ่านไป ได้โปรด”
บางคนพึมออกมา นานเท่าไหร่แล้ว? ผมได้ยินเสียงหน้าต่าง
แข็งในขณะที่มีบางสิ่งผ่านถนนไป
ชาวเมืองทุกคนกลั้นหายใจและแกล้งท าเป็นล่องหน มันมีคน
ก้มตัวลงและจ้องมองลงไปที่โต๊ะ เงาของเคียวขนาดใหญ่ยักษ์
ผ่านหน้าต่างไป
「ในยามรัตติกาล เพชฌฆาตจะปรากฏตัวขึ้นในเขต
อุตสาหกรรม」
「ถ้าชาวเมืองมีนักปฏิวัติ ขุนนางก็มีเพชฌฆาต」
พวกมันคือที่มาของความหวาดกลัวของชาวเมืองและท าให้
ชาวเมืองไร้การต้านทานต่อขุนนาง รวมทั้งเหตุผลที่ว่าท าไมด
ยุคถึงสามารถรักษาต าแหน่งของพวกเขาไว้ในเขตอุตสาหกรรม
ได้
มันเป็นเพราะการด ารงอยู่ของเพชฌฆาต เมื่อประตูของบาร์
เปิดออก ผู้คนก็พากันหลับตาแน่น เสียงกระท่อนกระแท่นดัง
ออกมาจากความมืดมิด
[ใคร คือ นัก ปฏิวัติ?]
รูปลักษณ์ชวนให้ผมนึกถึงยมทูต และมันก็มีขนาดใหญ่เป็นสอง
เท่าของผู้ใหญ่ ผมไม่เห็นหน้าของมันเพราะเสื้อคลุมสีด า แต่ผม
ก็สัมผัสได้ถึงพลังที่มาจากออร่าอันน่าขนลุกที่ลอยออกมาจาก
มัน
[เป้าหมายอยู่ภายใต้การคุ้มครองของสถานการณ์ปัจจุบัน]
[เป้าหมายอยู่ยงคงกระพันในขณะนี้]
ไม่มีใครสามารถต้านทานเพชฌฆาตได้ในช่วงรัตติกาลของเขต
อุตสาหกรรม
เจ้าของร้านที่เอาอาหารมาให้ผมและคนที่ดูสถานการณ์มองลง
ไปที่พื้นด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ
วันนี้เพชฌฆาตได้เลือกบาร์แห่งนี้เป็นลานประหารของมัน ใน
สถานที่แห่งนี้จะต้องมีใครบางคนต้องตายแน่ๆ
[ใคร คือ นัก ปฏิวัติ?]
ทุกๆ ครั้งที่เคียวของเพชณฆาตกระแทกกับพื้น ผู้คนก็จะขดตัว
มันเป็นเหมือนกับการเล่น ผมจ้องมองไปอย่างระมัดระวัง และ
จางฮายังที่ก าลังประหลาดใจก็ดึงคอเสื้อของผมไว้
“อย่าสบตา”
ด้วยเสียงเล็กๆ เพชฌฆาตก็มองมาทางนี้
“เชี่ย…”
แน่นอนมันคือค าก่นด่าของจางฮายัง จางฮายังเริ่มสั่นในขณะที่
เขาจ้องไปยังเพชฌฆาตที่ก าลังเดินเข้ามา สัญชาตญาณของ
เขาบอกเขาว่าเขาก าลังเผชิญหน้ากับความตาย
ผมแตะหัวของจางฮายังที่ก าลังตื่นกลัวและยืนขึ้นอย่างช้าๆ
ปากของจางฮายังเปิดอ้าออกด้วยความประหลาดใจ และ
เพชฌฆาตก็จ้องมาที่ผมด้วยสายตาอันเป็นลางไม่ดี
「คิมทกจาคิด: ถ้าเป็นยูจงฮยอคจะท ายังไง?」
ถ้าเขาอยู่ที่นี่ เขาคงจะไม่มีทางเปิดเผยตัวเองออกมา ยูจงฮ
ยอคจะซ่อนตัวอยู่จนกระทั่งเขาพบสถานการณ์ที่เขาจะได้
ประโยชน์มากที่สุด
เขาคงจะสอบสวนเรื่องราวทั้งหมดเพื่อให้มีส่วนร่วมใน
สถานการณ์ของเขตอุตสาหกรรมและคิดหาว่าใครคือนักปฏิวัติ
「คิมทกจาคิด: นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเสื่อมถอยเป็นร้อยครั้ง」
เพชฌฆาตเล็งเคียวของมันมาที่ผมและพูดด้วยเสียงอันน่าขน
ลุก
[เจ้าเป็นใคร?]
ช่วงเวลาที่ทุกคนในบาร์จดจ่อกับผม ผมก็อ้าปากแล้วพูดด้วย
น้ าเสียงที่ทุกคนจะได้ยิน
“ฉันคือนักปฏิวัติ”
(จบตอน)