มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 198 – นักปฏิวัติตัวปลอม (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 198 – นักปฏิวัติตัวปลอม (1)
[มีคน ‘ประกาศการปฏิวัติ’]
ท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆ ในโลกปีศาจ สถานะของ
สถานการณ์การปฏิวัติมีขนาดใหญ่มาก การด ารองอยู่เพียงอัน
เดียวนี้สามารถคุกคามเหล่าดยุคที่นั่งอยู่บนจุดสูงสุดของเขต
อุตสาหกรรมได้
นักปฏิวัติ ตัวตนนี้คือความหวังและต านานของชาวเมือง ใน
เวลาเดียวกัน มันก็เป็นความสิ้นหวังด้วย
นี่เป็นเหตุผลที่ท าให้ในเวลาที่ผมพูดออกมา ผู้คนจ านวนนับไม่
ถ้วนรอบๆ ตัวผมก็ได้กลั้นลมหายใจไว้ ใบหน้าของพวกเขา
สงสัยว่าพวกเขาได้ยินผิดไปไหม
“ท าไมพวกนายถึงได้ตกใจขนาดนั้น? ไม่ใช่ว่าพวกนายก าลัง
มองหานักปฏิวัติอยู่เหรอ?”
ค าพูดอันไร้ยางอายของผมท าให้ใบหน้าของผู้คนเริ่มสับสน
ขึ้นมา ในเวลาเดียวกัน มันก็มีข้อความที่มีแค่ผมเท่านั้นที่ได้ยิน
ดังออกมา
[คุณไม่ใช่ ‘นักปฏิวัติ’]
มันเป็นข้อความที่ชัดเจน ในตอนนี้ผมคือผู้ถูกเนรเทศมานอก
สถานการณ์ ผมไม่ใช่ ‘ผู้ปฏิวัติ’ ที่เป็นกระดูกสันหลังของ
สถานการณ์หลักแห่งโลกปีศาจ ในเมื่อผมไม่มีสถานการณ์อยู่
ตั้งแต่แรก เดิมทีมันก็ควรจะเป็นแบบนี้
[การประกาศของคุณส่งผลกระทบต่อสถานการณ์หลักของเขต
อุตสาหกรรมสวิตซ์]
อย่างที่ทราบกัน สิ่งที่ส าคัญที่สุดในการถ่ายทอดสดดวงดาวคือ
‘ความเป็นไปได้’
[นัก ปฏิ วัติ?]
โซ่หนาที่ก าลังปกคลุมเคียวไว้ถูกเผยออกมา เพชฌฆาตก้าว
ออกมาหนึ่งก้าว และผมก็อดรู้สึกเป็นกังวลไม่ได้
พูดตามตรง ในตอนนี้ผมไม่มีทางฆ่าเพชฌฆาตได้เลย อย่างไรก็
ตาม ผมก็ไม่ถอย ผมต้องท ามันที่นี่
“ใช่ ฉันคือนักปฏิวัติ”
[ท าไม เจ้า ถึง เปิด เผย ตัวเองออก มา?]
“ถ้าฉันหลบ คนอื่นก็จะตาย”
จางฮายังและชาวเมืองคนอื่นๆ จ้องมาที่ผมพร้อมกับปากที่อ้า
ออก ผมรออย่างกระวนกระวายในขณะที่ผมมองไปยัง
เพชฌฆาตที่ก าลังเดินเข้ามา
…ถึงเวลาแล้วที่เอฟเฟกต์จะปรากฏขึ้น
[ชาวเมืองจ านวนมากชื่นชมความกล้าหาญของคุณ]
นั่นแหละ
[ความกล้าหาญอันสูงส่งของคุณส่งผลต่อการพัฒนาของ
สถานการณ์]
[คุณท าให้เกิดอิทธิพลอย่างมากต่อสถานการณ์]
[สถานการณ์จะมอบสถานะให้คุณชั่วคราว]
[คุณกลายเป็น ‘นักปฏิวัติผู้ป่าวประกาศตัวเอง’]
[หากนักปฏิวัติที่มีอยู่ตาย คุณจะได้รับต าแหน่งนั้น]
นี่เป็นก้าวที่ส าคัญส าหรับผมในการเข้าสู่สถานการณ์
[ได้รับสถานการณ์ลับ ‘นักปฏิวัติผู้ป่าวประกาศตัวเอง’]
มันเป็นครั้งแรกที่ข้อความสถานการณ์เข้ามาต้อนรับมากขนาด
นี้ มันอาจจะเป็นสถานการณ์ลับและไม่ใช่สถานการณ์หลัก แต่
มันก็เพียงพอแล้วส าหรับตอนนี้
สถานการณ์ลับของอาณาจักรปีศาจที่ 73 มันเป็นความลับที่
ผมไม่มีทางรู้ได้ถ้ามันไม่ใช่เพราะความล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน
ของยูจงฮยอค
“เจ้า! เดี๋ยว! เจ้าคือนักปฏิวัติจริงๆ เหรอ?”
“เฮ้!”
ผู้คนที่ไม่อาจทนต่อความหวาดกลัวได้ร้องตะโกนออกมา
อย่างไรก็ตาม เวลาก็ไม่เหมาะเท่าไหร่ ในที่สุด เพชฌฆาตก็เริ่ม
เคลื่อนไหว ควันด าพุ่งออกมาจากปากของมันและเกิดบาดแผล
ขึ้นรอบๆ ตัวผม
[เพชฌฆาตสวิตซ์ได้ประทับความตายลงบนตัวคุณ]
[คุณจะถูกระบุว่าเป็นแพะรับบาปแห่งยามรัตติกาล]
ผู้คนเห็นตราประทับปรากฏขึ้นรอบๆ ตัวผมและตะโกนออกมา
“ออกไปให้พ้นทาง!”
“ว๊ากกกก!”
เศษของโต๊ะแตกกระจายอยู่ในอากาศ และเคียวของเพชฌฆาต
ก็ตัดมิติตรงหน้าผม ผมหลบเคียวไปแบบฉิวเฉียด มันคงจะยาก
ที่จะหลบมันถ้าร่างกายของผมไม่ได้รับการซ่อมแซม แต่
ในตอนนี้เรื่องราวก็แตกต่างออกไปแล้ว
[บทลงโทษการถูกเนรเทศบรรเทาลงเล็กน้อย]
มันมีความอบอุ่นอยู่ในทุกลมหายใจที่ผมปล่อยออกมา มันมีออ
ร่าอันอ่อนโยนอยู่รอบตัวผม และความหนาวเย็นก็หายไปแล้ว
ผมหลบชุดการโจมตีจากเพชฌฆาต เป็นเรื่องจริงที่ความ
แตกต่างระหว่างการมีสถานการณ์กับการไม่มีสถานการณ์นั้น
แตกต่างกันมาก มันอาจจะเป็นสถานการณ์ลับ แต่การปรากฏ
ตัวของเรื่องราวก็ช่วยเปลี่ยนความมีชีวิตชีวาของผมไป
[นัก ปฏิ วัติ?]
เพชฌฆาตรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับการเคลื่อนไหวของผม
และโมเมนตัมของมันก็เปลี่ยนไป
[มิติถูกปิดลงชั่วคราว]
[คุณไม่สามารถหนีออกจากบาร์ได้]
ผมยิ้มอย่างขมขื่น นี่คือเหตุผลว่าท าไมผู้คนที่ทรงพลังเป็น
จ านวนมากจึงไม่อาจต้านทานเพชฌฆาตได้ มันไม่มีทางหนีไป
จากเพชฌฆาตได้ในเขตอุตสาหกรรม
หมดแล้วเหรอ?
“หลบไปไอ้โง่!” ในขณะที่จางฮายังตะโกนออกมา พลังงานก็
ถูกยิงออกมาจากเคียวของเพชฌฆาต
「ไม่มีชาวเมืองคนไหนของเขตอุตสาหกรรมสามารถต้านทาน
เพชฌฆาต」
[การประหารจะเริ่มต้นขึ้น]
สกิลพิเศษ ‘การประหาร’ ของมันจะไม่สนใจพลังป้องกันของ
ฝ่ายตรงข้ามและเป็นการโจมตีถึงตาย ไม่ว่าชาวเมืองจะ
แข็งแกร่งแค่ไหน พวกเขาก็ไม่มีทางทนต่อการโจมตีจากเคียว
ของเพชฌฆาตได้
เคียวของเพชฌฆาตก าลังจะตัดผ่านร่างกายของผม ในมือของ
ผม ดาบแห่งศรัทธาร่ าร้องออกมาอย่างรุนแรง
“ฉันขอโทษ แต่ฉันไม่ใช่ชาวเมือง”
พลังเวทมนตร์ปะทุออกมาจากหัวใจของมังกรทอง และ
พลังงานดาราบริสุทธิ์ก็โอบรอบปลายนิ้วของผม
“ฉันบอกแล้วไง ฉันคือนักปฏิวัติ”
อืม ผมยังเป็น ‘ผู้ป่าวประกาศตัวเอง’ อยู่ พลังงานสีฟ้าเจิดจ้า
ปะทะกับเคียวของเพชฌฆาตและเกิดประกายแสงออกมา
ท่ามกลางเอฟเฟกต์ที่งดงามเหล่านี้ มันก็มีข้อความดังออกมา
[คุณไม่ใช่ผู้มีส่วนร่วมในสถานการณ์หลัก]
[คุณไม่ใช่ชาวเมือง]
[คุณคือผู้ถูกเนรเทศ]
[คุณได้รับผลจากเอฟเฟกต์ ‘การประหาร’ ของสถานการณ์]
อย่างที่คาดไว้ ผมรู้
[เอฟเฟกต์ของ ‘การประหาร’ ถูกท าให้ไร้ผล]
ในทันทีที่ผมป้องกันการโจมตีจากเคียว อวตารที่อยู่รอบๆ ตัว
ผมก็ตะโกนออกมา “ข-เขาป้องกันการประหารได้!”
“เขาเป็นนักปฏิวัติจริงๆ เหรอ?”
คนที่ไม่รู้จักตัวตนของผมก าลังเฝ้าดูสถานการณ์ด้วยสายตาที่
เต็มไปด้วยความคลางแคลง
[การมีส่วนร่วมในสถานการณ์ของคุณเพิ่มขึ้น]
เพชฌฆาตเข้าใจผมผิดและมีพลังงานระเบิดออกมาจากร่าง
ของมัน
[โอ หัง…!]
ผมพูดราวกับจะยั่วยุมัน “อย่าเล่นน่า ฉันรู้ว่าแกแข็งแกร่งแค่
ในตอนรัตติกาลเท่านั้น”
[อะไรนะ?]
“เมื่อรัตติกาลนี้สิ้นสุดลง แกจะต้องตายแน่ๆ” ผมพูดในขณะที่
บิดศรัทธาไม่แตกสลายในมือ”ฉันจะฆ่าแกแน่ๆ”
เคียวสาดเข้าใส่ผมกว่าสิบครั้ง เพชฌฆาตไม่ได้อ่อนแอลง
เพราะแค่การประหารไม่ได้ผล มันคงต้องใช้เวลาสักพักก่อนที่
มันจะก าจัดผมได้
ดังนั้นมันจึงเร็วเกินไปที่จะบอกว่าสถานการณ์ดีขึ้น
“ฉันไม่สามารถปกป้องทุกคนได้ ออกไปจากที่นี่ซะ!”
ทกคนนอกจากผมสามารถหลบหนีออกไปจากที่นี่ได้เพราะพวก
เขาไม่ได้รับผลของ ‘ตราประทับ’ ในหมู่คนที่ก าลังวิ่งออกไป
จากบาร์ ผมเห็นจางฮายังที่หันมองกลับมาที่ผม
ผมเหลือบมองเขาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะใช้บุ๊คมาร์ค
“เลือกบุ๊คมาร์คที่สี่ ‘ไลคาออน อีสปารัง’”
[สกิลเฉพาะตัว ‘วิถีแห่งสายลม LV.10 (+1)’ ถูกเปิดใช้งาน!]
มันคงง่ายที่ผมจะชนะถ้าผมใช้บุ๊คมาร์คที่ห้า เคียร์อีออส แต่
การชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เป้าหมายของผมตั้งแต่แรก ไม่
ผมไม่อาจเอาชนะได้
[เป้าหมายไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของคุณ]
[ไม่มีใครสามารถฆ่าเพชฌฆาตได้จนกว่ารัตติกาลจะจบลง]
ดาบของผมฟันเข้าใส่คอของมัน แต่ก็มีเพียงข้อความนี้ที่ผม
ได้รับกลับมา การประหารชีวิตของมันไม่สงผลต่อผม แต่การ
โจมตีของผมก็ไม่อาจท าร้ายมันได้เช่นกันในยามรัตติกาล
ผมต้องเปลี่ยนแผน รอบๆ บาร์พังทลายลง และพลังแห่งสาย
ลมก็เริ่มโหมกระหน่ า เงาของเคียวหลายสิบสายแหวกผ่าน
อากาศเริ่มปะทะเข้าใส่สายลม
ในทางกลับกัน การเคลื่อนไหวของผมก็เริ่มเร็วขึ้น สมดุลของ
ความเร็วเริ่มแตกต่าง การเคลื่อนไหวของมันช้ากว่าผมเสมอ
และผมก็เร็วกว่ามันหนึ่งก้าวเสมอ
นี่คือแก่นแท้ของวิถีแห่งสายลมที่มาถึงขีดจ ากัดของมันแล้ว
มันเป็นพลังที่ควบคุมความเร่งในมิติทั้งหมด
“แกนี่ช้าเหมือนกับตัวทากเลยนะ?”
[โฮกกกก]
เคียวของเพชฌฆาตที่ก าลังโกรธเกรี้ยวเริ่มเคลื่อนไหวแบบสุ่มๆ
ผ่านอากาศ โดยปกติแล้วผมคงจะไม่โดนการโจมตีแบบนี้
อย่างไรก็ตาม เทพีแห่งโชคลาภจากโอลิมปัสก็หัวเราะเข้าใส่ผม
เมื่อเคียวเข้ามาในระยะของผมโดยไม่ได้ตั้งใจ
“อั๊ค!”
การโจมตีอันไม่คาดคิดก าลังจะโจมตีเข้าใส่ผมที่ด้านข้าง แต่
แขนขวาของผมก็บิดเป็นรูปร่างแปลกๆ อย่างฉับพลัน และผม
ก็กันมันไว้ได้
[ความสามารถของปรมาจารย์ดาบที่อยู่ในแขนขวาของคุณ
เปล่งประกายออกมา!]
ผมประหลาดใจไปด้วย ผมไม่คิดว่าชิ้นส่วนเรื่องราวท างานได้
ในลักษณะนี้
[ผู้ใช้เรื่องราวที่ไม่สมบูรณ์ท าให้สถานะของร่างกายของคุณไม่
เสถียร]
[เรื่องราวของคุณอาจมีความเสี่ยงหากคุณยังคงต่อสู้มาก
เกินไป]
ผมกัดริมฝีปาก ความเย็นกลับมาอีกครั้ง ผมได้รับสถานการณ์
ลับไป แต่ผมก็ไม่อาจใช้พลังมากเกินไปในการจัดการกับ
เพชฌฆาต
ผมไม่ควรสู้กับมันต่อไป ผมต้องซื้อเวลาในขณะที่หลบหลีกมัน
ให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยก็จนกว่ารัตติกาลบ้านี่จะจบลง
[เจ้า จะ ต้องตาย]
ผมไม่ตอบสนองและใช้วิถีแห่งสายลมต่อไป มันคงจะดีถ้ายูจงฮ
ยอคอยู่ที่นี่ หากผมได้รับความช่วยเหลือจากผู้บรรลุ ผมก็คงจะ
ทนต่อรัตติกาลอันยาวนานได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีใครอยู่ที่นี่
ผู้พิพากษาแห่งการท าลายล้างจางฮีวอน
ดาบเหล็กลีฮุนซึง
จอมทัพแห่งน่านน้ าลีจีฮเย
เด็กๆ ที่น่ารักของผม ลีกิลยังและชินยูซอง
ฮันซูยอง… เอ่อ เธอคงจะไม่ช่วยถ้าเธออยู่ที่นี่
ณ ที่แห่งนี้ มันมีแค่ผมคนเดียว ผมเชื่อในข้อมูลที่ผมรู้ และ
เรื่องราวที่ผมสร้างขึ้นมา ตัวผมเองก็ด้วย
มันมีเสียงกรีดร้องดังออกมาจากผู้คนที่ก าลังวิตกกังวลใน
ขณะที่การเคลื่อนไหวของเพชฌฆาตเริ่มที่อด้านไปเล็กน้อย ผม
เริ่มเยาะเย้ยมัน “อะไรกัน แกเหนื่อยแล้วเหรอ?”
มันรู้ว่าตัวตนที่อยู่ยงคงกระพันแบบนี้คงจะไม่รู้สึกอ่อนเพลีย
มันมาจากความน่าร าคาญมากกว่าความเหนื่อย จริงๆ แล้ว
ค าพูดของผมก็คือการซ่อนสภาพของผม
[ระยะเวลาของบุ๊คมาร์คใกล้จะหมดลงแล้ว]
เวลาที่ผมสามารถใช้วิถีแห่งสายลมได้คือ 30 นาทีเป็นอย่าง
มาก ตั้งแต่แรกแล้วที่บุ๊คมาร์คเป็นสกิลที่ไม่อาจใช้งานได้นาน
ยังไงก็ตาม เพชฌฆาตก็หัวเราะออกมา มันมีเอฟเฟกต์อันน่า
ขนลุกบังเกิดขึ้น และเพชฌฆาตหลายสิบคนก็ปรากฏขึ้น สิ่งที่
แย่ที่สุดเกี่ยวกับรัตติกาลนั้นคือการที่ไม่ได้มีเพชฌฆาตแค่คน
เดียว เพชฌฆาตทุกคนในเขตอุตสาหกรรมสวิตซ์มารวมตัวกัน
ในบาร์เล็กๆ และจ้องมาที่ผม
[เจ้า พลาดแล้ว]
มันจงใจถ่วงเวลาในขณะที่รวบรวมสหายของมัน มันต้องการ
ฆ่าผมให้ได้ในช่วงรัตติกาลนี้
ผมมองไปยังการเคลื่อนไหวของเหล่าเพชฌฆาตที่ก าลังล้อมผม
เข้ามาและปรับเปลี่ยนท่าทางของผม
สิ่งนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหนีจากพวกมัน
แม้ว่าผมจะใช้วิถีแห่งสายลม
“ไม่ แกต่างหากที่พลาดไปแล้ว”
อย่างไรก็ตาม 30 นาทีก็เพียงพอที่จะท าให้ผมบรรลุเป้าหมาย
แล้ว ผมมองดูเคียวที่ก าลังพุ่งเข้ามาและอ้าแขนออก
เคียวจ านวนนับไม่ถ้วนแหวกผ่านอากาศเข้ามาใส่ร่างกายของ
ผม อวตารบางคนก็หลับตาลงและถอนหายใจออกมาด้วย
ความขมขื่น ในไม่ช้ามันก็เปลี่ยนเป็นเสียงอุทานออกมาด้วย
ความตกใจ
เคียวที่ควรจะทะลวงผ่านร่างของผมแน่ๆ และฉีกร่างผมออก
เคียวนั้นหยุดอยู่กลางอากาศ
[อะ ไร กัน?]
เพชฌฆาตที่ก าลังสับสนมองไปยังอากาศด้วยสายตาโง่เขลา
ผมจ าได้ถึงประโยคหนึ่งในหนทางเอาชีวิตรอด
「มันมีสองวิธีในการต้านทานรัตติกาลในเขตอุตสาหกรรม」
「วิธีแรกคือการหนีไปจากเพชฌฆาตจนสิ้นสุดรัตติกาล」
「และอีกวิธี…」
“แกลืมไปแล้วเหรอ? มันไม่ได้มีแค่นักปฏิวัติและเพชฌฆาตใน
สถานการณ์นี้เท่านั้น”
ต่อจากนั้นก็มีข้อความตามมา
[ใครบางคนก าลังใช้พลังชีวิตของพวกเขาเพื่อปกป้องคุณ]
「วิธีการที่สองในการเอาชีวิตรอดจากรัตติกาลคือความ
ช่วยเหลือของผู้พิทักษ์」
อย่างที่คาดไว้ ผมคิดว่าสิ่งนี้คงจะน าไปสู่การให้ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่
ก าลังซ่อนตัวอยู่โผล่หัวออกมา ไอลีนบอกว่าแม้แต่สมาชิกสภา
ก็ยังไม่รู้ว่านักปฏิวัติคือใคร
นี่หมายความว่าอวตารคนอื่นก็ย่อมไม่รู้จักตัวตนของนักปฏิวัติ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเขาไม่อาจปกป้องนักปฏิวัติได้เมื่อพวก
เขาไม่รู้จักนักปฏิวัติ
แต่ถ้าผมประกาศตัวเองว่าเป็นนักปฏิวัติล่ะ?
[ผู้พิทักษ์ประสบความส าเร็จ และประทับแห่งความตายก็ถูก
ปลดปล่อยออกไปแล้ว!]
เพชฌฆาตสามารถใช้ประทับแห่งความตายได้แค่รัตติกาลละ
ครั้งเท่านั้น การที่ประทับถูกปลดปล่อย มันจึงท าให้การ
ประหารในวันนี้สิ้นสุดลง
เพชฌฆาตพูดด้วยน้ าเสียงกระหายเลือด […เจ้า โชคดี นัก]
“แกก็ระวังตัวไว้ คราวหน้าที่พวกเราเจอกัน มันจะเป็นเวลา
กลางวัน”
เพชฌฆาตกัดฟันของมันและกระจายหายไปทีละคน เสียงของ
ขลุ่ยเองก็หายไป และความมืดก็คลี่คลายออกราวกับสายน้ า
ด้านนอกของบาร์ เหล่าอวตารก าลังจ้องเข้ามาข้างในด้วย
สายตาอันรุ่มร้อน จางฮายังผู้จองหองจ้องมาทางนี้ด้วยดวงตา
ที่ตกตะลึง ผมสงสัยว่าผมควรจะพูดอะไรบางอย่างออกไป
ก่อนที่ในที่สุดจะยักไหล่และโบกมือ
“น-นักปฏิวัติคนใหม่! นักปฏิวัติคนใหม่ปรากฏตัวแล้ว!”
พร้อมกับเสียงตะโกนของชาวเมือง ในที่สุดรัตติกาลอันแสนสั้น
ก็สิ้นสุดลง ผมมองไปยังชาวเมืองและคิด
หนึ่งในคนพวกนี้คงจะเป็น ‘ผู้พิทักษ์’ สถานการณ์ในอนาคต
จะต้องมีผู้พิทักษ์
ผมเงยหน้ามองท้องฟ้า และมันก็ยังคงมืดอยู่ บางครั้งผมก็เห็น
ดวงดาวหลายดวง แต่พวกมันก็ริบหรี่มากจนผมไม่อาจ
มองเห็นได้ชัด
อูรีเอล เห้งเจีย…
มันคงจะดีถ้าพวกเขาดูอยู่ แต่น่าเสียดาย มันก็ไม่มีข้อความ ถึง
กระนั้น ผมก็ควรพอใจกับวันนี้
[ไม่มีใครตายในคืนนี้]
(จบตอน)